นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน ศุกร์ 23 เม.ย. 2021 1:06 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 85 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 16 มิ.ย. 2020 3:29 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
ปฐมบทแห่งแพะ แพะหน้าหมูเขาควายเผือกหลวงปู่อ่ำ วัดหนองกระบอก จังหวัดระยอง

ศิลปยุคต้นสุด ของครูพลับ ท่านครูพลับได้แกะแพะถวายหลวงปู่อ่ำ จากเขาควายที่ถูกฟ้าผ่าตาย ชิ้นนี้เป็นเขาควายเผือกมีร่องรอยถูกฟ้าผ่า โดยเป็นรอยดำพาดที่หลัง เป็นสีทูโทน คือมีสีขาวตรงตัว และสีดำที่หลังทำให้สวยไปอีกแบบ

ครูพลับได้แกะแพะ มีสามยุค ๑.ยุคต้นแพะหน้าหมู รูปร่างหน้าตาจะอุดมสมบูรณ์ ไม่มีเครา ๒.ยุคต้นแพะหน้าม้า ใบหน้าจะเรียวขึ้น เหมือนม้า ไม่มีเครา ๓.ศิลปนิยม คือเป็นแพะที่มีเคราแพะ

มีหลายท่านกล่าวว่า แพะไม่มีเคราเป็นแพะตัวเมีย หุ หุ ผมขอแย้งว่าครูพลับท่านแกะแพะตัวผู้เกือบทั้งหมด ถ้าไม่เชื่อ ดูที่ภาพที่ ๔ ภาพหันก้นแพะให้ จะบอกว่า ตัวผู้ ๑๐๐ %ขอรับกระผม555+

อานุภาพ ของแพะ อดทน ขยัน มีเมตตา มหานิยม มีเสน่ห์ เพราะแพะตัวผู้หนึ่งตัว คุมฝูงตัวเมียเป็นสิบๆ ตัว และที่สำคัญแพะจะรับโชคร้าย ลมเพลมพัด คุณไสย คุณคน จากที่จะเข้ามาหาผู้บูชา ทำให้โชคร้ายเหล่านั้นบรรเทาเบาบาง จนหมดไปในที่สุด


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 17 มิ.ย. 2020 3:20 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
ล้อแม็กใหญ่เนื้อนวโลหะ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 18 มิ.ย. 2020 12:02 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
เหรียญรุ่นแรกกงจักร เนื้อฝาบาตร หลวงปู่เครื่อง ธัมมจาโร
วัดเทพสิงหาร จังหวัดอุดรธานี


รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 22 มิ.ย. 2020 2:07 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อคูณ ออกวัดแจ้งนอก ปีพ.ศ.๒๕๑๒

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 23 มิ.ย. 2020 4:28 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระกริ่งพระธาตุเมืองพลเนื้อเงิน วัดจันทรัตนาราม รุ่นสร้างพระธาตุเมืองพล จังหวัดขอนแก่น
ถือเป็นพระกริ่งรุ่นแรกของหลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต
และหลวงพ่อผางเมตตาจารใต้ฐานพระกริ่งเนื้อเงินทุกองค์
หายากมากๆ ผ่านมาเป็นสิบปีเห็นเนื้อเงินอยู่ ๒ องค์
องค์แรกอยู่กับผม องค์ที่สองเห็นโพสโชว์อยู่เฟส หลวงพ่อผาง

สร้างปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ออกที่วัดพระธาตุเมืองพล
หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคิรีเขต จังหวัดขอนแก่น
อุปถัมถ์ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือหาทุนในการก่อสร้าง
เสนาสนะของวัดพระธาตุเมืองพลนี้

พิธีร่วมบุญสมโภช ๙ วัน ๙ คืน พระคณาจารย์พุทธาภิเษก
๑.หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต วัดอุดมคงคาคิรีเขต จังหวัดขอนแก่น
๒.หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู
๓.หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์
๔.หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร
๕.หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ จังหวัดเลย
๖.หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาปิ้ง จังหวัดเลย
๗.หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด
๘.หลวงปู่แจ้ง ฉินฺมนฺโท วัดโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
๙.หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 25 มิ.ย. 2020 8:38 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระกริ่งลอยน้ำเนื้อนวโลหะ หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร วัดป่าประชาชุมพลพัฒนาราม อุดรธานี
(องค์นี้ลอยน้ำจริงๆ ทำบุญกับท่านอาจารย์นก เริงลม)


โพสต์โดยท่านอาจารย์ นก เริงลม

พระกริ่งรุ่นลูกเขยผู้ว่าฯ หรือ กริ่งลอยน้ำ

…หลังจากพระกริ่งรุ่นสอง หรือ กริ่งสมปรารถนา ได้หมดไปอย่างรวดเร็ว

และเป็นที่เสาะแสวงของศิษย์ที่ส่วนมาก รับราชการ เพราะประสบความสำเร็จ

เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานแล้ว ก็มีนายอำเภอหลายๆ ท่าน มาขอพระกริ่งรุ่นสอง

ที่ท่านหัวหน้าสิทธิชัย ศาลจังหวัดอุดรธานี สร้างถวาย ไม่ขาดสาย

หลวงปู่ท่านก็ได้แต่ยิ้ม เพราะหมดไปจากวัดตั้งนานแล้วครับ

ของแจก แจกเท่าใด ก็ไม่พอ ขอเผื่อลูกที่บ้าน ขอเผื่อลูกที่อยู่ในท้อง

เอาว่า ท่านแจกจนหายอยากได้เลยก็แล้วกัน

ผมและเพื่อน คือ คุณศุภกร หอมระรื่น จึงชวนกันสร้างพระกริ่งเป็นรุ่นที่สาม

เพื่อถวายหลวงปู่ ท่านก็เมตตาจารแผ่นทองแดงให้หลายแผ่นพอสมควร
ประกอบกับที่บ้าน ก็มีแผ่นยันต์ของสายพระป่า จำนวนไม่น้อย ได้โอกาสล้างสต๊อก
เลยยกมาให้หลวงปู่เมตตาอีกครั้ง ผสมด้วยพระชินราชอินโดจีนอีก ๘-๙ องค์เป็นชนวน

หลวงปู่บอกว่า มึงเอาให้คักใจมึงโลด ถ่าเบิ่ง กูกะซิเอาคักใจ กูคือกัน

( มึงเอาให้สมใจอยากมึงเลย คอยดู กูก้จะเอาให้สมใจอยากกู เหมือนกัน )

จึงตั้งชื่อรุ่นนี้ว่า มหาสมปรารถนา ( สมปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ )

ที่เรียกว่า รุ่นลูกเขยผู้ว่าฯ เพราะมีลูกเขยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ในยุคนั้น

ขับรถเบนซ์ แหกโค้งที่อำเภอกุดจับ รถพุ่งออกนอกเส้นทางตรงทางโค้ง

เนื่องจากไม่ชำนาญทาง และ ฝนตก กระแทกเอากับต้นยางใหญ่

สภาพรถราคาเรือนล้าน เหลือไม่ถึงแสน ส่วนคนขับคือลูกเขยผู้ว่า ฯ

แค่หัวโนเล็กน้อย ไม่มีแตกหัก หรือ ที่เรียกว่า แมลงวันไม่ได้กินเลือดเลยแม้แต่น้อย

ข่าวทราบถึงกลุ่มลูกศิษย์ ต่างมาขอบูชากันจนหมดในเวลาไม่กี่วัน

ผมก็บูชาเอาไว้เหมือนกัน

พระที่ผมสร้างถวายท่าน มีจำนวนแน่นอน เมื่อต้องการเป็นของส่วนตัว

ผมก็ต้องทำบุญเป็นเงินเท่ากับคนอื่นๆ เพื่อให้ได้ยอดเงินตามจำนวนพระที่สร้าง

ทำเป็นกองผ้าป่าไปถวายหลวงปู่ได้เงิน สองแสนห้าหมื่น และ ถวายหลวงปู่เพื่อใช้

รักษาตัว และ จัดงานวันเกิดอีกหนึ่งแสนครับ

ผมเก็บพระชุดนี้ไว้สองกล่อง ในห้องทำงานที่บ้านอำเภอหนองหาน

เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ เวลา ๐๘.๓๐ น เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่อำเภอหนองหาน

รถยนต์ปาเจโร่ที่ผมใช้ และ จอดในบ้าน น้ำท่วมถึงพวงมาลัย

ตกเย็น น้ำยังไม่ยอมลด

มีเพื่อนบ้านที่มาขออาศัยหลบน้ำที่บ้าน คือ ครอบครัวร้านอาหารครัวกานดา

นายบอลลูกชายร้านตัดผม รีเล๊ค นายสุวิทย์ พนารัตน์ ต่างมองเห็นฝูงปลาลูกครอก

ลอยวนในบ้านของผมตรงใกล้ๆ บันไดขึ้นชั้นสองของบ้านผม

ผมมองดูฝูงปลาลูกครอกอยู่อย่างใจจดใจจ่อ มันไม่ใช่ปลา

มันเป็นพระกริ่งรุ่นมหาสมปรารถนา จำนวนสองร้อยองค์ที่ผมเก็บไว้ในห้องทำงาน

ลอยวนเหมือนฝูงปลา เนื่องจากเป็นเนื้อทองแดง ผสมน้ำโคลน มองดูเหมือนลูกปลาช่อน

ผมเลยเอาฝาละมี พลาสติก ช้อนขึ้นมาต่อหน้า บุคคลต่างๆ ที่ผมได้ระบุนามไว้

ยายเอื้อย คุณแม่ร้านครัวกานดา บอกว่า พระเป็นเหล็ก คือ ลอยน้ำได้หรือคุณ ?
ผมบอกว่า ใครอยากได้ ก็เก็บเอาจากน้ำเลย หลวงปู่เมตตาให้แล้ว ไม่ตายแล้ว

ต่างคน ต่างเก็บเอาคนละองค์ สององค์ ไว้บูชา

จึงเป็นที่มาของคำว่า กริ่งลอยน้ำ ครับ

ลองไปถามคนที่ผมกล่าวนามข้างต้นดูว่า ขอบูชาเขาองค์ละหมื่น เขาจะปล่อยไหมครับ?

คำตอบ คือ ยิ้ม และ เดินหนี พร้อมยกพระกริ่งรุ่นนี้ขึ้นจรดศีรษะ

เกิดมากว่า ๕๕ ฝนแล้ว ไม่เคยเห็นเหล็กลอยน้ำครับ

ส่วนเรื่องพุทธคุณ ผมขอเว้นนะครับ เพราะเดี๋ยวจะหาว่า ผมโปรโมทพระที่ผมสร้าง

แต่รับรองได้ว่า คุณจะจำจนวันตายก็แล้วกัน ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม

และ ที่ผมเก็บไว้ ก็แจกอย่างเดียวครับ ไม่เคยคิดขายพ่อแม่ครูจารย์ซักที



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 01 ก.ค. 2020 9:55 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระพุทธชินราชอินโดจีน๒๔๘๕ หน้านาง สังฆาฏิสั้น โค๊ดนูน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 14 ก.ค. 2020 2:19 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระผงปักกลดหลวงปู่แหวน ๒๕๑๖

แต่ที่ตาลุกวาว ว่าวันหนึ่งต้องหาให้ได้ก็สีแดงนี่แหละ พระอาจารย์คำบ่อว่าผสมดินที่หลวงปู่แหวนเดินจงกรม ที่หลวงปู่แหวนนั่งสมาธิครับ คิดดูท่านเดินกี่ปี นั่งสมาธิกี่ปี พลังกระแสเมตตาครอบคลุมขนาดไหน...

เล่าเรื่องตามที่ได้ฟังมา ผมพบพระอาจารย์คำบ่อ ที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน ท่านมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่หลุย ท่านมาร่วมงานหลายคืน ผมได้ไปกราบฟังท่านเล่าเรื่องนุ้น เรื่องนี้

หนึ่งในนั้นมีเรื่องสร้างพระหลวงปู่แหวนปี๒๕๑๖ ท่านบอกเตรียมการอยู่นาน มวลสารหลักข้าวก้นบาตรหลวงปู่แหวน ดอกไม้บูชาพระ ก้นขี้โย ผงแร่ ผงตะไบพระพุทธรูป ผงใบลานเผา ใบโพธิ์เผา ผงมวลสารต่างๆที่มีคนบริจาค

ดังนั้นพระหลวงปู่แหวนพิมพ์ต่างๆ ในปีพ.ศ.๒๕๑๖ จึงมีหลายสีสรร ตามแต่ผู้ทำจะเน้น เช่นสีขาวก็แก่ข้าวก้นบาตร สีเหลืองก็เกสรดอกไม้บูชาพระ สีเทาก็ผงใบลานเผา ผงใบโพธิ์เผา ผงขี้ธูป สีแดงก็ดินที่หลวงปู่แหวนเดินจงกรม นั่งสมาธิ

ดังนั้นที่มีบางท่านลงประวัติว่าบางทีไม่มีผงก็ทำ ไม่จริงครับข้าวก้นบาตรหลวงปู่แหวนเพียบท่านฉันนิดเดียวเหลือซะเยอะ ดอกไม้บูชาหลวงปู่ก็เยอะแยะ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 15 ก.ค. 2020 2:35 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
เหรียญหล่อหลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลังเสมา ปีพ.ศ.๒๕๑๗ เนื้อนวโลหะ

มีการตอกโค๊ดเอาไว้ ๓ แห่ง คือที่ตรงกลางด้านหลังเป็นตรา “ธรรมจักร” ข้างหลังด้านล่างตอก เลข “๑๗”
และที่ใต้ฐานตอกตราเจดีย์ จัดทำเป็นเนื้อนวโลหะ จำนวนการสร้าง ๕,๐๐๐ องค์

ชนวนมวลสารที่นำมาเทหล่อประกอบด้วย

๑. ตะกรุดเก่าน้ำหนักหลายกิโลกรัม ที่มีนักสะสมพระเครื่องได้นำไปถวายให้หลวงปู่แหวน เพื่อปลุกเสกหลายครั้ง

๒. ก้านทองชนวนพระกริ่ง และพระชัยวัฒน์อรหัง ที่สร้างในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๑๗

๓. ก้านทองชนวนพระชัยวัฒน์ท่านเจ้ามา วัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม)

๔. แผ่นทองแดง ๑๐๘ แผ่น ลงยันต์ ๑๐๘ ตามตำรับการสร้างพระกริ่งในสมัยโบราณ

๕. แผ่นเงิน ๑๔ แผ่น ลงยันต์ “นะปถมัง”

๖. แผ่นโลหะพิเศษ ๓ แผ่นทอง นาก และเงิน ที่หลวงปู่แหวนท่านได้เมตตาลงอักขระเอาไว้

ในการหล่อได้ประกอบพิธีสุมทองโลหะต่างๆ ที่วัดดอยแม่ปั๋ง
ไม่ได้ใช้กรรมวิธีหล่อสร้างแบบสมัยใหม่
โดยคืนวันสุมทองคือวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๗ หลวงปู่แหวนได้นั่งอธิษฐานจิตปลุกเสก
แผ่นโลหะและเนื้อผงโลหะทั้งปวงที่จะนำมาใช้ในการหล่อครั้งนี้ โดยโยงสายสิญจน์
จากกุฏิหลวงปู่แหวนไปยังศาลาการเปรียญไปวงรอบชนวนโลหะทั้งหลาย
และโยงไปยังรอบมณฑลพิธีที่กำลังสุมทองอีกบริเวณหนึ่งด้วย

สำหรับฤกษ์เททองนั้น คือเวลา ๑๑.๑๙ น. ของวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๗
ซึ่งตรงกับวันพุธขึ้น ๔ ค่ำเดือน ๕ ปีขาล
อันถือเป็นเทวีฤกษ์ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงจันทร์
ซึ่งจะบันดาลส่งผลดีเด่นถึง ๓ ทาง
คือมีเมตตามหานิยมอย่างสูง
ปกปักษ์รักษาและอุปถัมภ์ค้ำชูโดยเทพชั้นสูง
ส่วนใครคิดร้ายเป็นศัตรูจะถึงกาลพินาศไปเอง

ในขณะที่มีการเททองนั้น หลวงปู่ได้เมตตานั่งอธิษฐานจิต
เพื่อประจุพลังความศักดิ์สิทธิ์จากกุฏิท่านส่งไปยังบริเวณพิธี โดยผ่านสายสิญจน์ตลอดเวลา

เมื่อถึงเวลาได้ฤกษ์ พระครูสันติวรญาณ หรือหลวงปู่สิม พุทธาจาโร
วัดถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
ศิษย์สำคัญของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นผู้จุดเทียนชัยและเททองแทนหลวงปู่แหวน
เพราะ หลวงปู่แหวนท่านไม่ยอมเททองหล่อรูปตัวท่านเอง จึงให้หลวงปู่สิมรับเททองแทน

ในขณะเดียวกันพระสงฆ์ ซึ่งนำโดยพระอาจารย์หนู สุจิตโต เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง
พระอาจารย์คำบ่อ ฐิตปัญโญ รองเจ้าอาวาส ก็สวดชยันโตและสวดธรรมจักรกัปวัตนสูตร
เสร็จแล้วหลวงปู่สิมก็ได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ตามเบ้าหุ่นมงคลวัตถุทั้งหมด
จากนั้นก็ขนกลับกรุงเทพฯ เพื่อตกแต่งที่โรงงานบ้านนายช่างใกล้วัดบ้านเสาธง

นับว่าการหล่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่แหวนขนาดเล็กรุ่นนี้
ได้ประกอบพิธีกรรมอย่างเต็มฉบับ สมบูรณ์แบบครบถ้วนทั้งพิธีพุทธและพิธีพราหมณ์

เมื่อช่างได้ตกแต่งองค์พระเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เจาะรูใต้ฐานบรรจุของวิเศษ ๓ สิ่งไว้คือ
๑. ผงไตรมาสของเจ้าคุณนรรัตน์ฯ ซึ่งท่านได้ปลุกเสกให้ในพรรษาปี ๒๕๑๑
๒. ผงไตรมาสของหลวงปู่แหวน ซึ่งปลุกเสกในพรรษาปี ๒๕๑๖
๓.เส้นเกศาของหลวงปู่แหวน

เมื่อบรรจุเสร็จแล้ว จึงได้นำเอาไปถวายหลวงปู่สิม พุทธจาโร
เพื่อทำการปลุกเสกพร้อมกันกับเหรียญหลวงปู่สิม รุ่นเมตตา ๑ ไตรมาส
แล้วจึงนำกลับมายังวัดดอยแม่ปั๋งเพื่อให้หลวงปู่แหวนอธิษฐานจิตอีกครั้งหนึ่ง


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 24 ก.ค. 2020 8:38 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระผงรูปเหมือนพิมพ์หยดน้ำหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ นั่งในกลีบบัวตูม บรรจุเกศาชนิดผงวัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ปี๒๕๑๖
และพระผงรูปเหมือนพิมพ์สี่เหลี่ยม แจกลูกศิษย์ไม่มีให้บูชา ปี๒๕๑๖ พิธีเดียวกัน


พิธีปลุกเสกในวาระแรก ปี ๒๕๑๖
-วัตถุมงคลชุดนี้มี พระพุทธรูปบูชาจำลอง ขนาด ๕ นิ้ว ๙ นิ้ว รวมพระเครื่องของหลวงปู่แหวน สุจินโณ ซึ่งได้อนุญาตให้ทางวัดเกาะจัดสร้างหลายชนิด เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๖
-ปลุกเสกครั้งที่ ๑ ในวันมาฆะบูชา ๗ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๑๖
-ปลุกเสกครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ หลวงปู่อายุครบ ๗ รอบ ๑๖ มกราคม ปี ๑๕๑๗

พิธีมหาพุทธาภิเษกวาระที่ ๒ หมายกำหนดการ ไว้ ๓ วัน

-ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธปฏิมาปรานประจำพระอุโบสถสร้างใหม่ ของวัดสัมพันธวงศ์, พระพุทธรูปบูชาจำลองหน้าตัก ๕ นิ้ว ๙ นิ้ว และพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระเกศพระพุทธปฏิมาประธาน โดยกราบทูลอาราธนา เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชเสด็จเป็นประธานประกอบพิธี กับได้ทูลเชิญพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล เป็นประธานอำนวยการจัดงาน และทูลเชิญ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ องค์อุปถัมภ์ของวัด เป็นประธานที่ปรึกษา
ณ พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) กรุงเทพมหานครวันที่ ๒๙ , ๓๐ , ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗
กำหนดมหาพุทธาภิเษกเฉพาะวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๗

-มีพิธีในวันจันทร์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๗ สมเด็จพระสังฆราช ทรงประกอบ พิธีจุดเทียนชัยมหาพุทธาภิเษก เวลา ๒๐.๓๖ นาฬิกา มีพระอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณ จากภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวม ๖๐ รูป นั่งปรกบริกรรมภาวนาปลุกเสก มีดังนี้

๑.หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี
๒.หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่
๓.พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโต วัดสิริสาลวัน อุดรธานี
๔.พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ วัดนิโครธาราม อุดรธานี
๕.พระอาจารย์บุญ ชินวโส วัดศรีสว่างแดนดิน สกลนคร
๖.พระอาจารย์จันทร์ เขมปปตโต วัดจันทาราม หนองคาย
๗.พระอาจารย์วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม สกลนคร
๘.พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ วัดภูทอก หนองคาย
๙.พระอาจารย์ลี ฐิตธมโม วัดศรีชมพู สกลนคร
๑๐.พระอาจารย์แว่น ธนปาโล วัดป่าสุทธาวาส สกลนคร
๑๑.พระอาจารย์อุ่น กลยาณธมโม วัดป่าบ้านโคก สกลนคร
๑๒.พระอาจารย์สุภาพ ธมมปญโญ วัดทุ่งสว่าง สกลนคร
๑๓.พระอาจารย์คล้าย ทานรโต วัดสุจินต์ประชาราม สกลนคร
๑๔.พระอาจารย์เตรียม ธมมธโร วัดสามัคคีธรรม สกลนคร
๑๕.พระอาจารย์เคน เขมาสโย วัดป่าบ้านหนองหว้า สกลนคร
๑๖.พระอาจารย์บุญมี ฐิตปุญโญ วัดประชานิยม สกลนคร
๑๗.พระอาจารย์ประสาร ปญญาพโล วัดคามวาสี สกลนคร
๑๘.พระอาจารย์บัว วัดป่าบ้านเสาเส้า อุดรธานี
๑๙.พระอาจารย์ปั่น ญาณวโร วัดพุฒาราม สกลนคร
๒๐.พระอาจารย์สมัย ทีฆายุโก วัดโนนแสงทอง สกลนคร
๒๑.พระอาจารย์เกิ่ง วิทิโต วัดสามัคคีบำเพ็ญผล สกลนคร
๒๒.พระสังวรวิมลเถร (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ
๒๓.พระวิบูลเมธาจารย์ (หลวงพ่อเก็บ) วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
๒๔.พระครูสุตาธิการี (หลวงพ่อทองอยู่) วัดหนองพะอง สมุทรสาคร
๒๕.พระครูวิจารณ์สมถกิจ (จรัญ เขมจารี) วัดประชารังสรรค์ ศรีสะเกษ
๒๖.พระครูพิเนตสมณกิจ วัดประชารังสฤษฎ์ ศรีสะเกษ
๒๗.พระครูพิพิธพัชรศาสน์ (หลวงพ่อจ้วน) วัดเขาลูกช้าง เพชรบุรี
๒๘.พระครูพิทักษ์วิหารกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา กรุงเทพฯ
๒๙.พระครูญาณจักษ์(ปรมาจารย์ผ่อง จินดา) วัดจักรวรรดิ กรุงเทพฯ
๓๐.พระศีลขันธโสภณ (หลวงพ่อสนิท) วัดศีลขันธาราม อ่างทอง
๓๑.พระโพธิสังวรเถร (หลวงพ่อฑูรย์) วัดโพธินิมิต กรุงเทพฯ
๓๒.พระอุดมสารโสภณ (ผาสุก) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ
๓๓.พระญาณโพธิ (หลวงพ่อเข็ม) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ
๓๔.พระครูวรพรตศีลขันธ์ (หลวงพ่อแฟ้ม) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
๓๕.พระสิรินันทมุนี (สนั่น) วัดพิตรพิมุข กรุงเทพฯ
๓๖.หลวงปู่ฟัก วัดวังไทรติ่ง ประจวบคีรีขันธ์
๓๗.พระครูประจักษ์ตันตยาคม (เฉลา) วัดคีรีภาวนาราม ระยอง
๓๘.พระอาจารย์พวง สุวีโร วัดป่าบ้านปูลู อุดรธานี
๓๙.พระอาจารย์แปลง สุนทโร วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร
๔๐.พระอาจารย์ศรีนวล สิริปญโญ วัดศรีไตรรัตนนิมิต อุดรธานี
๔๑.พระอาจารย์บุญมี วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี
๔๒.พระอาจารย์หนู สุจิตโต วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่
๔๓.พระครูสังฆรักษ์ (หลวงพ่อหิน) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ
๔๔.พระปัญญาพิศาลเถร (สงวน) วัดราชประดิษฐ์ กรุงเทพฯ
๔๕.พระธรรมภาณโศภน (สวัสดิ์) วัดปลดสัตว์ อ่างทอง
๔๖.พระพ่อสาม อภิญจโน วัดไตรวิเวการาม สุรินทร์
๔๗.พระพ่อศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม ร้อยเอ็ด
๔๘.พระสุทธิสารโสภณ(โสภณ) วัดศรีโพนแท่น เลย
๔๙.พระอาจารย์เปลี่ยน วัดบ้านปง เชียงใหม่
๕๐.พระชินวงศาจารย์(พุธ) วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา
๕๑.หลวงพ่อบุญ วัดบ้านนา ระยอง
๕๒.หลวงพ่อคร่ำ วัดวังหน้า ระยอง
๕๓.พระครูวิจิตรธรรมภาณี(สิงห์) วัดหนองบัว อุบลฯ
๕๔.พระอาจารย์เมือง พลวฑฺโฒ วัดป่ามัชฌิมวาส กาฬสินธุ์


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 24 ก.ค. 2020 8:43 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระผงรูปเหมือนพิมพ์หยดน้ำหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ นั่งในกลีบบัวตูม บรรจุเกศาชนิดผงวัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ปี๒๕๑๖
และพระผงรูปเหมือนพิมพ์สี่เหลี่ยม แจกลูกศิษย์ไม่มีให้บูชา ปี๒๕๑๖ พิธีเดียวกัน


พิธีปลุกเสกในวาระแรก ปี ๒๕๑๖
-วัตถุมงคลชุดนี้มี พระพุทธรูปบูชาจำลอง ขนาด ๕ นิ้ว ๙ นิ้ว รวมพระเครื่องของหลวงปู่แหวน สุจินโณ ซึ่งได้อนุญาตให้ทางวัดเกาะจัดสร้างหลายชนิด เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๖
-ปลุกเสกครั้งที่ ๑ ในวันมาฆะบูชา ๗ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๑๖
-ปลุกเสกครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ หลวงปู่อายุครบ ๗ รอบ ๑๖ มกราคม ปี ๑๕๑๗

พิธีมหาพุทธาภิเษกวาระที่ ๒ หมายกำหนดการ ไว้ ๓ วัน

-ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธปฏิมาปรานประจำพระอุโบสถสร้างใหม่ ของวัดสัมพันธวงศ์, พระพุทธรูปบูชาจำลองหน้าตัก ๕ นิ้ว ๙ นิ้ว และพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระเกศพระพุทธปฏิมาประธาน โดยกราบทูลอาราธนา เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชเสด็จเป็นประธานประกอบพิธี กับได้ทูลเชิญพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล เป็นประธานอำนวยการจัดงาน และทูลเชิญ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ องค์อุปถัมภ์ของวัด เป็นประธานที่ปรึกษา
ณ พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) กรุงเทพมหานครวันที่ ๒๙ , ๓๐ , ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗
กำหนดมหาพุทธาภิเษกเฉพาะวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๗

-มีพิธีในวันจันทร์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๗ สมเด็จพระสังฆราช ทรงประกอบ พิธีจุดเทียนชัยมหาพุทธาภิเษก เวลา ๒๐.๓๖ นาฬิกา มีพระอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณ จากภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวม ๖๐ รูป นั่งปรกบริกรรมภาวนาปลุกเสก มีดังนี้

๑.หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี
๒.หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่
๓.พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโต วัดสิริสาลวัน อุดรธานี
๔.พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ วัดนิโครธาราม อุดรธานี
๕.พระอาจารย์บุญ ชินวโส วัดศรีสว่างแดนดิน สกลนคร
๖.พระอาจารย์จันทร์ เขมปปตโต วัดจันทาราม หนองคาย
๗.พระอาจารย์วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม สกลนคร
๘.พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ วัดภูทอก หนองคาย
๙.พระอาจารย์ลี ฐิตธมโม วัดศรีชมพู สกลนคร
๑๐.พระอาจารย์แว่น ธนปาโล วัดป่าสุทธาวาส สกลนคร
๑๑.พระอาจารย์อุ่น กลยาณธมโม วัดป่าบ้านโคก สกลนคร
๑๒.พระอาจารย์สุภาพ ธมมปญโญ วัดทุ่งสว่าง สกลนคร
๑๓.พระอาจารย์คล้าย ทานรโต วัดสุจินต์ประชาราม สกลนคร
๑๔.พระอาจารย์เตรียม ธมมธโร วัดสามัคคีธรรม สกลนคร
๑๕.พระอาจารย์เคน เขมาสโย วัดป่าบ้านหนองหว้า สกลนคร
๑๖.พระอาจารย์บุญมี ฐิตปุญโญ วัดประชานิยม สกลนคร
๑๗.พระอาจารย์ประสาร ปญญาพโล วัดคามวาสี สกลนคร
๑๘.พระอาจารย์บัว วัดป่าบ้านเสาเส้า อุดรธานี
๑๙.พระอาจารย์ปั่น ญาณวโร วัดพุฒาราม สกลนคร
๒๐.พระอาจารย์สมัย ทีฆายุโก วัดโนนแสงทอง สกลนคร
๒๑.พระอาจารย์เกิ่ง วิทิโต วัดสามัคคีบำเพ็ญผล สกลนคร
๒๒.พระสังวรวิมลเถร (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ
๒๓.พระวิบูลเมธาจารย์ (หลวงพ่อเก็บ) วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
๒๔.พระครูสุตาธิการี (หลวงพ่อทองอยู่) วัดหนองพะอง สมุทรสาคร
๒๕.พระครูวิจารณ์สมถกิจ (จรัญ เขมจารี) วัดประชารังสรรค์ ศรีสะเกษ
๒๖.พระครูพิเนตสมณกิจ วัดประชารังสฤษฎ์ ศรีสะเกษ
๒๗.พระครูพิพิธพัชรศาสน์ (หลวงพ่อจ้วน) วัดเขาลูกช้าง เพชรบุรี
๒๘.พระครูพิทักษ์วิหารกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา กรุงเทพฯ
๒๙.พระครูญาณจักษ์(ปรมาจารย์ผ่อง จินดา) วัดจักรวรรดิ กรุงเทพฯ
๓๐.พระศีลขันธโสภณ (หลวงพ่อสนิท) วัดศีลขันธาราม อ่างทอง
๓๑.พระโพธิสังวรเถร (หลวงพ่อฑูรย์) วัดโพธินิมิต กรุงเทพฯ
๓๒.พระอุดมสารโสภณ (ผาสุก) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ
๓๓.พระญาณโพธิ (หลวงพ่อเข็ม) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ
๓๔.พระครูวรพรตศีลขันธ์ (หลวงพ่อแฟ้ม) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
๓๕.พระสิรินันทมุนี (สนั่น) วัดพิตรพิมุข กรุงเทพฯ
๓๖.หลวงปู่ฟัก วัดวังไทรติ่ง ประจวบคีรีขันธ์
๓๗.พระครูประจักษ์ตันตยาคม (เฉลา) วัดคีรีภาวนาราม ระยอง
๓๘.พระอาจารย์พวง สุวีโร วัดป่าบ้านปูลู อุดรธานี
๓๙.พระอาจารย์แปลง สุนทโร วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร
๔๐.พระอาจารย์ศรีนวล สิริปญโญ วัดศรีไตรรัตนนิมิต อุดรธานี
๔๑.พระอาจารย์บุญมี วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี
๔๒.พระอาจารย์หนู สุจิตโต วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่
๔๓.พระครูสังฆรักษ์ (หลวงพ่อหิน) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ
๔๔.พระปัญญาพิศาลเถร (สงวน) วัดราชประดิษฐ์ กรุงเทพฯ
๔๕.พระธรรมภาณโศภน (สวัสดิ์) วัดปลดสัตว์ อ่างทอง
๔๖.พระพ่อสาม อภิญจโน วัดไตรวิเวการาม สุรินทร์
๔๗.พระพ่อศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม ร้อยเอ็ด
๔๘.พระสุทธิสารโสภณ(โสภณ) วัดศรีโพนแท่น เลย
๔๙.พระอาจารย์เปลี่ยน วัดบ้านปง เชียงใหม่
๕๐.พระชินวงศาจารย์(พุธ) วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา
๕๑.หลวงพ่อบุญ วัดบ้านนา ระยอง
๕๒.หลวงพ่อคร่ำ วัดวังหน้า ระยอง
๕๓.พระครูวิจิตรธรรมภาณี(สิงห์) วัดหนองบัว อุบลฯ
๕๔.พระอาจารย์เมือง พลวฑฺโฒ วัดป่ามัชฌิมวาส กาฬสินธุ์


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 24 ก.ค. 2020 1:29 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระผงรูปเหมือนหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ปี พ.ศ.๒๕๑๖

(จากงานเขียน ของคุณอำพล เจน)

-----

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง : เพื่อมอบให้ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคปัจจัยสร้างโบสถ์วัดปากคลองหลวงแพ่ง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา และบูรณะวัดดอยแม่ปั๋ง

คณะผู้จัดสร้าง : คุณลุงแก้ว ศิริรัตน์, พระอาจารย์ทองเจือ ธัมมธีโร วัดปากน้ำภาษีเจริญ, นายแพทย์สุพจน์ ศิริรัตน์, คุณเดชา ศิริรัตน์, และคุณชูศักดิ์ นิติวรางกูร

สร้างขึ้นด้วยเนื้อผงทั้งหมด ๔ แบบ

เป็นรูปเหมือนพัทธสีมา

รูปเหมือนพิมพ์สี่เหลี่ยม

พระปิดตา

และพระนางพญา


มวลสาร :

-เส้นเกศา ลป.แหวน

-ผงปลุกเสกไตรมาส เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๔ โดยท่าน เจ้าคุณนรฯ ที่นำมาสร้างพระชุดวัดวิเวกวราราม ซึ่งยังมีเหลืออยู่อีกมาก (ผงนี้วิเศษมาก)

-ผงปลุกเสกไตรมาส โดยหลวงพ่อกัสสปมุณี แห่งสำนักสงฆ์ ปิปผลิวนาราม อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

-ผงปลุกเสกไตรมาสของหลวงปู่แหวน ประมาณ ๑ ปิ๊ป

-ข้าวเหนียวก้นบาตร ลป.แหวน ท่านเมตตาปลุกเสกให้เป็นพิเศษ

-ผงสมเด็จวัดระฆัง

-ผงสมเด็จกรุวัดสามปลื้มจำนวนมากและทองชนวนพระของท่านเจ้ามาซึ่งได้มาจากพระครูประสิทธิ์สมณการ คณะ๘ วัดจักรวรรดิ์

-พระหลวงปู่ไข่ วัดบพิธพิมุข พิมพ์ใหญ่ ที่ชำรุดแตกหัก

-พระชุดวัดวิเวกวราราม ปลุกเสกโดยเจ้าคุณนรฯ ที่ชำรุดแตกหัก

-ผงวิเศษ อธิษฐานจิตโดย ลป.ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล

-ผงวิเศษปลุกเสกโดยหลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว

-ผงวิเศษ ปลุกเสกโดยหลวงพ่อพระครูสมุห์เชื้อ สุกกวรรณโณ วัดใหม่บำเพ็ญ จ.ชัยนาท

-ผงวิเศษและแร่แสงเพชรจากที่บำเพ็ญเพียร บนลานหินใหญ่ของหลวงพ่อผาง และหลวงพ่อผางได้แผ่เมตตาให้แล้ว

-ผงพระกรุ เนื้อดินเผา เนื้อชิน ที่ชำรุดแตกหัก

-ผงตะไบพระท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม

-ผงตะไบตะกรุดเก่าๆ ของพระอาจารย์ที่สำคัญๆ หลายองค์

-ใบโพธิ์ จากอินเดีย

-ดินจากสังเวชณียสถาน ๔ แห่งจากอินเดีย

-ผงปูนที่พอกองค์พระ และอิฐจากฐานพระพุทธรูป พระเจ้านั่งช้าง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช

-ผงสีลาธิคุณ

-เทียนชัยอธิษฐานจิตโดยท่านเจ้าคุณนรฯ

-สีผึ้งสีปาก อธิษฐานจิตโดย ลป.แหวน ลป.ขาว และ ลพ.ผาง และพระอาจารย์องค์อื่นๆ อีกหลายองค์

-น้ำผึ้งเสกของท่านเจ้าคุณนรฯ

-แร่ธาตุที่สำคัญๆ อาทิเช่น แร่เกาะล้าน, แร่ถ้ำเชียงดาว, แร่สะเก็ดดาว, แร่ทับทิม, แร่หยด, แร่เกร็ดเพชร

-ก้อนยาฤาษีผสม

-หอย ๗๕ ล้านปี จ.กระบี่

-เกสรดอกไม้ ขี้ธูป และทองคำเปลวจากพระหัตถ์ของหลวงพ่อพระพุทธโสธร

-แก่นจันทร์หอม

-หวายลูกนิมิตเผาจากวัดต่างๆ หลายวัด

-ข้าวตอกพระร่วง

-ว่านพญางิ้วดำ

-น้ำมนต์อธิษฐานจิตโดย หลวงปู่แหวน

-น้ำมนต์อธิษฐานจิตโดย หลวงปู่ขาว

-น้ำมนต์อธิษฐานจิตโดย หลวงพ่อผาง

-น้ำมนต์บริสุทธิ์ ในโบสถ์ วัดวิเวกวราราม

-น้ำมนต์บริสุทธิ์ ในโบสถ์ วัดเทพศิรินทราวาส

ฯลฯ

ผงวัดวิเวก ที่คุณลุงแก้วทำถวายท่านเจ้าคุณนรฯ ประกอบด้วย

๑. ผงเศษชิ้นส่วนสมเด็จวัดระฆัง และ ผงสมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่ ซึ่งได้มาจากท่านเจ้าอาวาสวัดใหม่ อมตรส คราวเปิดกรุ เมื่อ พศ ๒๕๐๐

๒. ผงพระกรุวัดสามปลื้มที่ชำรุดแตกหัก ได้รับมาจากเจ้าคณะ ๘ วัดสามปลื้ม

๓. ผงตะไบชนวนพระชัยวัฒน์ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม

๔. ผงวิเศษ นะซ่อนตัว ของ หลวงปู่จีน วัดท่าลาด ที่ได้มาจากทายาทของท่าน

๕. พระเครื่องกรุเก่าต่างๆของคุณลุงแก้วเอง


รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 17 ส.ค. 2020 10:19 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
จากงานเขียนของคุณ ฅนขลัง คลังวิชา ทำให้ต้องหาสิงห์หลวงพ่อมุ่ยมาบูชา
สิงห์หลวงพ่อมุ่ย ฐานมีจาร สภาพผ่านการบูชามาแบบสมบุกสมบัน


ஐ จิตตานุภาพและอำนาจจิตอัศจรรย์ ஐ
หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จังหวัดสุพรรณบุรี
ผู้เสกรูปสัตว์ให้เคลื่อนไหวดุจดั่งมีชีวิตจิตใจ
เขียน / เรียบเรียง โดย : ฅนขลัง คลังวิชา
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
เรื่องราวของหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ยอดพระเถราจารย์แห่งเมืองสุพรรณบุรี ที่โด่งดังเจิดจรัสในยุคหลังกึ่งพุทธกาล หากกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์ที่พลังอำนาจจิตอัศจรรย์ล้ำลึก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในเมืองสุพรรณช่วงเวลานั้นมีหลวงพ่อมุ่ยท่านนี้ละที่โด่งดังมาก สมัยนั้นหากใครอยากเห็นการเสกพระชนิดอัศจรรย์ เรียกว่าเสกจนขยับได้เคลื่อนไหวได้จริงต้องไปวัดดอนไร่ เรียกว่าหลวงพ่อมุ่นท่านทำได้เป็นเรื่องปกติเลย เรื่องราวของหลวงพ่อมุ่ยนี้ในอดีตข้าพเจ้าเคยได้พูดคุยกับ คุณกนก ขำสุวรรณ (หนุ่ม สุพรรณ) เพื่อนำข้อมูลหลายส่วนเผยแพร่ในหนังสือประวัติของหลวงพ่อมุ่ย สำหรับข้าพเจ้าหากกล่าวหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ขึ้นมาครั้งใด ต้องคิดถึงคุณหนุ่มสุพรรณสหายผู้มากไมตรีท่านนี้ทุกครั้ง ด้วยท่านผู้นี้เป็นผู้มีศรัทธาต่อหลวงพ่อมุ่ยอย่างแท้จริง
............
ข้าพเจ้าเคยได้ฟังข้อมูลจากคุณชูชีพ ท่านผู้นี้เดินทางไปกราบหลวงพ่อมุ่ย ตามคำแนะนำของหลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ว่าหลวงพ่อมุ่ยนี้เก่งทางเหนียวคงอย่างยิ่ง คุณชูชีพเล่าว่าคราวที่ได้พบหลวงพ่อมุ่ย ได้เช่าบูชาวัตถุมงคลหลายอย่างแล้วคลานเขาไปคอย เพื่อรอขอให้ท่านปลุกเสกประสิทธิ์ให้อีกครั้ง ขณะต่อแถวคอยอยู่มีกรรมการวัดเดินประกาศว่า **ใครมีแหวนที่สร้อยพระหรือนาฬิกา ให้ถอดออกจากตัวฝากเพื่อไว้ก่อน** เมื่อแรกได้ยินคุณชูชีพยังนึกแปลกใจว่าทำไมต้องถอด ด้วยความที่ไม่รู้และอยากลองดูจึงไม่ถอดนาฬิกาข้อมือ
............
เมื่อคุณชูชีพเขาไปกราบหลวงพ่อมุ่ย ส่งพานใส่วัตถุมงคลถวายท่านปลุกเสก แล้วพนมมือนั่งมองอยู่ตรงหน้าท่าน คุณชูชีพเล่าว่าได้ยินเสียงลานนาฬิกาข้อมือดังผิดปกติ เอียงข้อมือดูเห็นเข็มนาฬิกาหมุนตีได้เองอย่างอัศจรรย์ แล้วก็เป็นเสียงลานนาฬิกาขาดรู้สึกได้ ส่วนพระเครื่องที่ใส่ที่เหน็บอยู่กับตัวก็มีอาการสั่นเคลื่อนไหวเอง และมีกระแสพลังคล้ายไฟดูดตุบ ๆ เป็นช่วง ๆ น่าแปลกมาก คราวนี้เองคุณชูชีพจึงรู้ว่าทำไมเขาจึงประกาศให้นำเครื่องประดับต่าง ๆ ออกจากตัวก่อนเข้าไปกราบขอหลวงพ่อมุ่ยเสกพระ
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
§ เสกสิงห์งาแกะ §

เรื่องประสบการณ์อภินิหารของสิงห์งาแกะนั้น มีตั้งแต่เริ่มปลุกเสกแล้ว ผู้ที่พบเห็นการปลุกเสกต้องตกตะลึงกับความเข้มขลัง และพลังจิตที่แก่กล้าของหลวงพ่อมุ่ยแทบทุกราย ศิษย์ทางบริษัทโพลาลิส จังหวัดนนทบุรี เล่าว่า **แค่หลวงพ่อเอามือปิดปากโถเคลือบที่ใส่สิงห์ไว้เท่านั้น ภายในจะมีเสียงกระทบกันระงมดังข้าวตอกแตก แม้แต่ตอนเลิกปลุกเสก ท่านหันมาทำธุระอย่างอื่น สิงห์ในโถนั้นก็ยังคงกระโดดเหมือนมีชีวิตชีวาอยู่อีกเป็นนานสองนาน** เล่าไปใครไม่เคยพบเห็นก็ย่อมไม่เชื่อถือ
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
§ สิงห์ไล่กวดจะกัดลิง §

สิงห์งาแกะของหลวงพ่อมุ่ยนี้ท่านปลุกเสกจนคล้ายมีชีวิต นายจุน แพทองคำ ศิษย์หลวงพ่อมุ่ยเล่าว่า **ครั้งหนึ่งมีผู้นำลิงไม้แกะแบบเดียวกับลิงหลวงพ่อดิ่ง แต่เป็นของแกะใหม่ (พ.ศ. ๒๕๑๐ กว่า) นำมาให้หลวงพ่อมุ่ยปลุกเสก หลวงพ่อท่านเทลิงไม้ทั้งฝูงใส่ถาดนั่งปลุกเสก สักพักก็เกิดอัศจรรย์เมื่อลิงไม้แกะทั้งหมดเริ่มขยับ ดูไปคล้ายพวกมันมีชีวิตจิตใจ เริ่มกระโดดกันไปมาอยู่ในถาด ที่อัศจรรย์ไปกว่านั้นก็คือ สิงห์งาแกะที่วางอยู่ในพานใกล้ ๆ กันนั้น ได้กระโดดเข้ามาร่วมวงวิ่งไล่กวดลิง จนพวกลิงแตกฮือวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
............
พวกสิงห์ก็วิ่งไล่กวนวนไปวนมาให้วุ่นไปหมด คล้ายแมวไล่จับหนู จนเมื่อลิงตัวสุดท้ายกระโดดหนีออกจากถาดไปแล้ว พวกสิงห์จึงหยุดเคลื่อนไหวส่งเสียงเกรียวกราวเงียบสงบลงทันที แสดงว่าสิงห์ของหลวงพ่อมุ่ยท่านเสกทั้งธาตุ และลงหัวใจสิงห์ครบถ้วนทุกตัว พวกสิงห์จึงมีความดุร้ายคล้ายสัญชาตญาณสัตว์จริง นับว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านปลุกเสกของได้เข้มขลังไม่ต่างกันพระเกจิยุคโบราณ ตัวอย่างหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ที่เสกเสือจนเคลื่อนไหวสามารถกระโดดกัดชิ้นเนื้อหมูได้ เช่นนี้นับว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านมีพลังจิตแก่กล้ามากไม่น้อย
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
§ ประสบการณ์จริงเมื่อสิงห์ช่วยคุ้มครอง §

สมัยก่อนมีแม่ค้ารับส่งโพยหวยใต้ดินสมัยก่อน เธอเคารพนับถือหลวงพ่อมุ่ยสุดหัวใจ ชื่อนางชั้น เลี่ยมสมบัติ แกพกสิงห์งาแกะที่ได้รับจากมือหลวงพ่อมุ่ยติดตัวอยู่ประจำ สมัยนั้นเจ้ามือหวยอยู่กรุงเทพฯ เวลาใกล้วันหวยออกจึงต้องนำเอาโพยหวยมาส่งพร้อมเงินติดตัวจำนวนมาก สมัยนั้นรถยนต์ยังไม่มีมากเช่นปัจจุบัน มีแต่เรือเมล์แล่นตามแม่น้ำเพื่อรับส่ง ต้องนั่งเรือข้ามวันข้ามคืน โดยลงเรือที่ท่าเรือสามชุก วันหนึ่งเวลาราวตีสี่ขณะนางชั้นกำลังนอนอยู่ในเรือ โดยเก็บเงินค่าหวยเหน็บไว้ที่ชายผ้าถุงห่อใหญ่ เป็นที่ล่อตาล่อใจเด็กท้ายเรือและฅนคุมเรืออย่างยิ่ง แต่ทั้งสองไม่สามารถเข้าไปหยิบเงินดังกล่าวได้ ด้วยมองเห็นเงาสัตว์ชนิดหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นตัวอะไร เงาสัตว์นี้มันยืนคร่อมร่างนางชั้นแลเห็นเป็นเงาทะมึนน่ากลัวยิ่งนัก
............
ด้วยความประหลาดใจและอยากรู้มากกว่ากลัวความผิด ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะนำเรื่องเงาประหลาดนี้ มาเล่าให้จ่าตำรวจในสามชุกฟัง ชื่อจ่านคร ภายหลังจ่านครได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับ นายล้วน มีศรีไชย หลายชายหลวงพ่อมุ่ย จึงได้ทราบความจริงว่านางชั้นมีเพียง **สิงห์งาแกะ** ติดตัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นับว่าสิงห์หลวงพ่อมุ่ยนี้มีคุณวิเศษครบทุกด้าน ทั้งป้องกันอันตรายทั้งหลาย และสามารถคุ้มครองรักษาได้อย่างอัศจรรย์
............



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 28 ส.ค. 2020 4:06 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระนาคปรกเจ็ดเศียร พิมพ์เล็ก เจ้าคุณนร วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร
เนื้อทองคำ น้ำหนัก ๔.๒ กรัม(หนักสลึงกว่าๆ หนึ่งสลึงหนัก ๓.๘ กรัม)
อธิษฐานจิตวันเสาร์๕(เพศเมีย จะเด่นทางโชคลาภ เมตตา มหาเสน่ห์) แรม ๕ ค่ำ เดือน ๕
วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓


เจ้าคุณนร เป็นพระภิกษุองค์เดียวที่นอกสาย และหลวงตามหาบัวติดรูปท่านไว้ที่สวนแสงธรรม

ท่านอาจารย์พระมหาบัวเล่าว่าวันนั้นท่านตั้งใจจะไปสนทนากับท่านเจ้าคุณนรรัตนฯ(ท่านเพียงแต่คิดไว้ในใจ)
ขณะที่อยู่ในโบสถ์ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯได้หันมายิ้มกับท่านด้วยพอเสร็จจากทำวัตรลูกศิษย์ลูกหา
ก็มากราบท่านกันมากมายครั้นพอเสร็จธุระแล้วเวลาก็ล่วงไป๓ทุ่มเศษท่านก็ทราบว่า
ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯไม่รับแขกที่กุฏิและเวลาก็ดึกแล้วจึงไม่กล้าที่จะไปรบกวนท่าน

วันรุ่งขึ้นท่านอาจารย์พระมหาบัวก็กลับอุดรฯโดยไม่ได้พบกับท่านเจ้าคุณนรรัตนฯแต่ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯ
ได้ถามพระที่ท่านอาจารย์พระมหาบัวไปพักอาศัยอยู่ด้วยว่า

“ไหนว่าท่านมหาบัวจะมาสนทนากับผม ... ผมรอท่านตั้งนานไม่เห็นมา”
ท่านอาจารย์พระมหาบัวได้กล่าวว่า

“ใครจะมารู้วาระจิตของเราได้ ... นอกจากจะต้องเป็นผู้มีภูมิธรรมปัญญาธรรมเสมอกับเรา”

ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวายสันตุสสโกแห่งวัดป่านาคำน้อยเคยพูดว่าหลวงตามหาบัวได้พูดถึงท่านเจ้าคุณนรรัตนฯว่า
“ท่านเป็นพระอรหันต์กลางกรุงฯและเป็นพระที่สันโดษมาก”

นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าธรรมแท้ไม่เลือกสถานที่ถ้าเป็นคนจริง...ถึงอยู่กลางกรุงก็ปฏิบัติได้


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 08 ก.ย. 2020 9:04 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
๑ใน๒๐องค์ พระนาคปรก๕เศียรพิมพ์เล็กเนื้อทองคำแจกกรรมการ เจ้าคุณนร วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานครอธิษฐานจิต๒๕ เมษายน ๒๕๑๓

พระนาคปรก๕เศียร มีแต่พิมพ์เล็ก มีเนื้อนวโลหะ๑๐๐องค์ เนื้อเงิน๒๐องค์ เนื้อทองคำ๒๐องค์ อยู่กับผู้ร่วมทุนสร้างและกรรมการ ไม่มีการให้ทำบุญ

ในการสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างวัด โรงเรียน นำเรื่องมาขอความเมตตาจากท่านเจ้าคุณนร ท่านเจ้าคุณนร มีเมตตาอนุญาตให้จัดทำได้


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 30 ก.ย. 2020 12:19 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
สิงห์สร้อยสังวาลย์เลี่ยมทองฝังเพชร หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี นิยมสุด

ஐ จิตตานุภาพและอำนาจจิตอัศจรรย์ ஐ
หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จังหวัดสุพรรณบุรี
ผู้เสกรูปสัตว์ให้เคลื่อนไหวดุจดั่งมีชีวิตจิตใจ
เขียน / เรียบเรียง โดย : ฅนขลัง คลังวิชา
❀❀❀❀❀❀❀❀
............

§ เสกสิงห์งาแกะ §
เรื่องประสบการณ์อภินิหารของสิงห์งาแกะนั้น มีตั้งแต่เริ่มปลุกเสกแล้ว ผู้ที่พบเห็นการปลุกเสกต้องตกตะลึงกับความเข้มขลัง และพลังจิตที่แก่กล้าของหลวงพ่อมุ่ยแทบทุกราย ศิษย์ทางบริษัทโพลาลิส จังหวัดนนทบุรี เล่าว่า **แค่หลวงพ่อเอามือปิดปากโถเคลือบที่ใส่สิงห์ไว้เท่านั้น ภายในจะมีเสียงกระทบกันระงมดังข้าวตอกแตก แม้แต่ตอนเลิกปลุกเสก ท่านหันมาทำธุระอย่างอื่น สิงห์ในโถนั้นก็ยังคงกระโดดเหมือนมีชีวิตชีวาอยู่อีกเป็นนานสองนาน** เล่าไปใครไม่เคยพบเห็นก็ย่อมไม่เชื่อถือ
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
§ สิงห์ไล่กวดจะกัดลิง §
สิงห์งาแกะของหลวงพ่อมุ่ยนี้ท่านปลุกเสกจนคล้ายมีชีวิต นายจุน แพทองคำ ศิษย์หลวงพ่อมุ่ยเล่าว่า **ครั้งหนึ่งมีผู้นำลิงไม้แกะแบบเดียวกับลิงหลวงพ่อดิ่ง แต่เป็นของแกะใหม่ (พ.ศ. ๒๕๑๐ กว่า) นำมาให้หลวงพ่อมุ่ยปลุกเสก หลวงพ่อท่านเทลิงไม้ทั้งฝูงใส่ถาดนั่งปลุกเสก สักพักก็เกิดอัศจรรย์เมื่อลิงไม้แกะทั้งหมดเริ่มขยับ ดูไปคล้ายพวกมันมีชีวิตจิตใจ เริ่มกระโดดกันไปมาอยู่ในถาด ที่อัศจรรย์ไปกว่านั้นก็คือ สิงห์งาแกะที่วางอยู่ในพานใกล้ ๆ กันนั้น ได้กระโดดเข้ามาร่วมวงวิ่งไล่กวดลิง จนพวกลิงแตกฮือวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
............
พวกสิงห์ก็วิ่งไล่กวนวนไปวนมาให้วุ่นไปหมด คล้ายแมวไล่จับหนู จนเมื่อลิงตัวสุดท้ายกระโดดหนีออกจากถาดไปแล้ว พวกสิงห์จึงหยุดเคลื่อนไหวส่งเสียงเกรียวกราวเงียบสงบลงทันที แสดงว่าสิงห์ของหลวงพ่อมุ่ยท่านเสกทั้งธาตุ และลงหัวใจสิงห์ครบถ้วนทุกตัว พวกสิงห์จึงมีความดุร้ายคล้ายสัญชาตญาณสัตว์จริง นับว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านปลุกเสกของได้เข้มขลังไม่ต่างกันพระเกจิยุคโบราณ ตัวอย่างหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ที่เสกเสือจนเคลื่อนไหวสามารถกระโดดกัดชิ้นเนื้อหมูได้ เช่นนี้นับว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านมีพลังจิตแก่กล้ามากไม่น้อย
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
§ ประสบการณ์จริงเมื่อสิงห์ช่วยคุ้มครอง §
สมัยก่อนมีแม่ค้ารับส่งโพยหวยใต้ดินสมัยก่อน เธอเคารพนับถือหลวงพ่อมุ่ยสุดหัวใจ ชื่อนางชั้น เลี่ยมสมบัติ แกพกสิงห์งาแกะที่ได้รับจากมือหลวงพ่อมุ่ยติดตัวอยู่ประจำ สมัยนั้นเจ้ามือหวยอยู่กรุงเทพฯ เวลาใกล้วันหวยออกจึงต้องนำเอาโพยหวยมาส่งพร้อมเงินติดตัวจำนวนมาก สมัยนั้นรถยนต์ยังไม่มีมากเช่นปัจจุบัน มีแต่เรือเมล์แล่นตามแม่น้ำเพื่อรับส่ง ต้องนั่งเรือข้ามวันข้ามคืน โดยลงเรือที่ท่าเรือสามชุก วันหนึ่งเวลาราวตีสี่ขณะนางชั้นกำลังนอนอยู่ในเรือ โดยเก็บเงินค่าหวยเหน็บไว้ที่ชายผ้าถุงห่อใหญ่ เป็นที่ล่อตาล่อใจเด็กท้ายเรือและฅนคุมเรืออย่างยิ่ง แต่ทั้งสองไม่สามารถเข้าไปหยิบเงินดังกล่าวได้ ด้วยมองเห็นเงาสัตว์ชนิดหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นตัวอะไร เงาสัตว์นี้มันยืนคร่อมร่างนางชั้นแลเห็นเป็นเงาทะมึนน่ากลัวยิ่งนัก
............
ด้วยความประหลาดใจและอยากรู้มากกว่ากลัวความผิด ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะนำเรื่องเงาประหลาดนี้ มาเล่าให้จ่าตำรวจในสามชุกฟัง ชื่อจ่านคร ภายหลังจ่านครได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับ นายล้วน มีศรีไชย หลายชายหลวงพ่อมุ่ย จึงได้ทราบความจริงว่านางชั้นมีเพียง **สิงห์งาแกะ** ติดตัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นับว่าสิงห์หลวงพ่อมุ่ยนี้มีคุณวิเศษครบทุกด้าน ทั้งป้องกันอันตรายทั้งหลาย และสามารถคุ้มครองรักษาได้อย่างอัศจรรย์
............


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 05 ต.ค. 2020 11:32 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระปิดตาเขาคิชฌกูฏ
หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม


"องค์ท่านบอกว่าพระปิดตาชุดนี้ใครได้ไว้บูชา จะไม่มีวันอดอยากปากแห้ง จะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์พูนสุขเป็นเบื้องหน้า"

ผู้เขียน - อำพล เจน
--------------------------------
นอกเหนือจากปฐวีธาตุของหลวงปู่คำพันธ์ เห็นจะมีพระปิดตาพระปิดตาเขาคิชฌกูฏอีกหนึ่ง ที่ควรเห็นความสำคัญเป็นพิเศษ
การถือกำเนิดพระปิดตาเขาคิชฌกูฏของหลวงปู่คำพันธ์ มีเรื่องที่น่าสนใจควรแก่การบันทึกเอาไว้

หลวงปู่เคยไปอินเดียหลายครั้ง(ราวๆ ๓ ครั้ง) ครั้งหนึ่งมีเหตุการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้นที่เขาคิชฌกูฎ ตรงบริเวณตีนเขาซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งพระเทวทัตกลิ้งหินลงมาทำร้ายพระพุทธองค์
จนเป็นเหตุให้ข้อพระบาทของพระองค์ห้อเลือด

ลักษณะของภูมิประเทศแห่งสถานที่นั้นในปัจจุบัน เขากั้นรั้วรอบขอบชิด ห้ามมิให้ผู้ใดล้ำเข้าไป
มีป้ายห้ามและบอกประวัติแสดงความสำคัญของสถานที่ปักไว้อย่างชัดเจน
มีชะง่อนหินใหญ่คล้ายเพิงพักซึ่งพระพุทธองค์ทรงประทับนั่งอยู่ภายใต้
และชะง่อนหินนี้เองที่รับการปะทะจากก้อนหินใหญ่ที่พระเทวทัตกลิ้งลงใส่พระพุทธองค์

ความสำคัญของสถานที่นี้อีกประการหนึ่ง คือเป็นที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงพักเสวยพระกระยาหารหลังเสด็จกลับจากบิณฑบาต
เศษพระกระยาหารทรงเททิ้งไว้และพระอานนท์ล้างบาตรถวายพระองค์ตรงนี้

หลวงปู่คำพันธ์ตั้งใจมุ่งมาที่นี่ ด้วยองค์ท่านมีนิมิตมาก่อนว่าเขาจะถวายดินให้

"เขา"เป็นผู้ใด ผมไม่ทราบ องค์ท่านเอ่ยแค่คำว่าเขา

ในการเดินทางไปที่นั่นครั้งนั้น พระสังฆราชของประเทศเนปาลเป็นผู้นำทางไปด้วยตัวของพระองค์เอง
พระสังฆราชรูปนี้มีความเคารพในองค์หลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง

แต่เรื่องนิมิตที่เขาบอกว่าจะถวายดินนั้น หลวงปู่ไม่กล้าเอ่ยปาก ด้วยเห็นว่าเป็นสถานที่หวงห้ามอย่างเด็ดขาด จะถือสิทธิพิเศษอย่างไรจึงเหมาะควร
บังเอิญขณะนั้นเกิดเหตุร้ายขึ้นอย่างกระทันหัน

มีช้างเชือกหนึ่งเกิดอาการตกมัน อาละวาดทำร้ายผู้คน เป็นเหตุให้มีคนตาย ๑ คน บาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า ๖ คน
ช้างเชือกนั้นเตลิดอย่างไร้ทิศทางแล้วพุ่งตรงมาทางหลวงปู่กับคณะสงฆ์เนปาล
พระสังฆราชเนปาลเองถึงกับขยับตัวเผ่นหนี

หลวงปู่ยืนนิ่ง มองไปที่ช้างซึ่งกำลังทะยานเข้าใส่
แปลกที่ช้างตกมันเชือกนั้นกลับหยุดกึก สงบเสงี่ยมลงอย่างน่าประหลาด หยุดยืนเซื่องซึมอยู่เบื้องหน้าหลวงปู่ ห่างออกไปแค่ประมาณ ๕ เมตรเท่านั้น
อย่าว่าแต่ชาวบ้านหรือคณะสงฆ์เลย กระทั่งมหาฮงผู้ติดตามหลวงปู่มาจากวัดธาตุมหาชัย ยังนึกในใจว่าคราวนี้หลวงปู่ไม่รอดแน่
นี่ช่างเป็นเหตุการณ์ที่ใครก็ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็น
มันอุบัติขึ้นแล้วสงบลงต่อหน้าต่อตา

ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน แล้วสงบลงอย่างปุบฉับพลันชวนอัศจรรย์นี้
เป็นเหตุให้พระสังฆราชเนปาลก้มกราบเท้าหลวงปู่อย่างเลื่อมใสศรัทธา โดยไม่มีใดเคลือบแคลงสงสัย
เป็นภาพที่ใครเห็นแล้วอดตื้นตันประทับใจไม่ได้

อาศัยเหตุอันนี้ หลวงปู่จึงเล่านิมิตให้พระสังฆราชเนปาลฟัง
เมื่อฟังเป็นที่เข้าใจแล้ว พระสังฆราชเนปาลถือสิทธิพิเศษที่พระองค์มี เดินนำหน้าหลวงปู่ล่วงเข้าไปในสถานที่หวงห้ามนั้น

จนถึงบริเวณที่พระพุทธองค์ทรงประทับนั่งเสวยพระกระยาหาร
หลวงปู่กำเอาดินบริเณนั้นขึ้นมา ๑ กำมือ ใส่ถุงส่งให้มหาฮงถือกลับมาเมืองไทย

ดินกำมือเดียวนี้หลวงปู่บัญชาให้ทำพระปิดตาขึ้นมาชุดหนึ่ง ได้จำนวนร้อยกว่าองค์
องค์ท่านบอกว่าพระปิดตาชุดนี้ ใครได้ไว้บูชา จะไม่มีวันอดอยากปากแห้ง จะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์พูนสุขเป็นเบื้องหน้า
นี่คือพระดีที่ต้องบันทึกไว้เพื่อไม่ให้สูญหาย




รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 16 ต.ค. 2020 11:06 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
พระปิดตาเนื้อดินน้ำหมากของพระพุทธเจ้า

ข้อมูลจากเฟส ของคุณสนิทศิลป์ นครพนม
หลวงปู่คำพันธ์ เล่าให้ผมฟังตอน ปีพ.ศ ๒๕๓๕ หลวงปู่ได้พาไปทอดผ้าป่าที่วัดพระธาตุพุทธบาทโพนสัน

ได้พาเจ้าคณะจังหวัดนครพนมวัดมหาธาตุ พร้อมคุณยายอรุณี แม่หลวงพี่กิติตอนนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดป่ามหาชัย
ด้วยมีผมได้ติดตามกับลุงทองหลานชายหลวงปู่กับพระที่วัดไปหลายรูป

วัดโพนสันเมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว
พระพุทธองค์กำลังฉันภัตตาหารแต่สถานที่ไม่เหมาะสมกับพระพุทธบารมีของท่าน
พญานาคที่อาศัยในถ้ำด้านล่างของริมน้ำโขงได้ใช้ลำตัวขนดกวาดเอาพื้นดินที่ราบเรียบ
ให้เป็นพูนดิน กองดิน สูงขึ้น ภาษาอิสาน หรือภาษาลาวว่าโพนดิน

จากนั้นพระพุทธองค์จึงได้ฉันภัตราหารคำว่าฉันข้าวในภาษาลาวออกเสียงว่าสันเข้า
วัดโพนสัน จึงหมายถึงวัดโพนดินที่พระพุทธองค์ฉันข้าว
หลังจากนั้นพระพุทธองค์ได้ฉันหมากทรงบ้วนน้ำหมากใส่กระบอกไม้ไผ่
สามเณรได้นำน้ำหมากไปเทลงพื้นดินห่างจากบริเวณฉันภัตราหารเล็กน้อย
ทำให้ดินบริเวณนั้นมีสีแดง เหมือนสีน้ำหมาก


และเคยเป็นวัดที่สมเด็จลุนอดีตพระสังฆราชลาวจำพรรษาอยู่ตรงกันข้ามฝังไทยในปัจจุบัน
คืออำเภอโพนพิสัย
หลวงปู่ศรีทัต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทนได้ไปสร้างพระธาตุพระบาทโพนสัน


หลวงปู่คำพันธ์บอกคุณยายอรุณีไปจ้างชาวบ้านแถวนั้นนำดินสีแดง
มาสร้างพระปิดตาพิมพ์นี้เก็บไว้ให้ลูกศิษย์ใช้เป็นของดีที่หายาก

ลูกศิษย์ปากน้ำได้โทรมาสั่งจอง สองพันองค์
หลวงปู่จึงให้ยายอรุณีพิมพ์พระปิดตาเนื้อดินน้ำหมากตอนปีใหม่๒๕๓๖
พิมพ์พระได้ชำรุดหลวงปู่จึงเรียกผมเข้าไปซ่อมแม่พิมพ์ในห้องหลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญครับ


รูปภาพ

รูปภาพ

พระปิดตาเขาคิชฌกูฏ และพระปิดตาน้ำหมากพระพุทธเจ้า

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 13 พ.ย. 2020 9:43 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
ลูกแร่ วัดบางไผ่

" หมากดี ที่วัดหนัง ถ้าเบี้ยขลัง วัดนายโรง

ไม้ครู คู่วัดอินทร์ ส่วนมีดบิน วัดหนองโพ

พิสมร วัดพวงมาลัย ครั่งเหลือร้าย วัดโตนดหลวง

ราหู คู่วัดศรีษะ แหวนอักขระ วัดหนองบัว

ลูกแร่ ที่วัดบางไผ่ ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปาน

เก้าสิ่งล้วนเป็นมงคล ทั่วทุกคนควรค้นหา

ติดกายยามยาตรา ภัยมิกล้ามาแผ้วพานฯ "


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ 27 ธ.ค. 2020 1:56 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 27 ก.ย. 2016 11:16 am
โพสต์: 89
แพะยุคต้นจ่าฝูงตัวครู สอดตะกรุด ฐานขีด ศิลปครูพลับ
หลวงปู่อ่ำ วัดหนองกระบอก จ.ระยอง เนื้อเขาควายถูกฟ้าผ่า


แพะนี้เป็นยุคต้นหน้าม้า รูปร่างหน้าจะเรียวขึ้นเหมือนม้า
แต่ยังไม่มีเครา เป็นยุคต่อมาจากหน้าหมูที่หน้าอวบ

แพะที่เป็นตัวครู ครูพลับจะทำฐานขีด
และแพะนี้พิเศษสุดมีการสอดตะกรุดไว้ด้วย


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 85 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO