นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 24 ก.ย. 2026 2:36 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ความฟุ้งซ่าน
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 22 ก.ย. 2026 5:36 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5435
#จิตฟุ้งซ่านหรือเกิดปัญญา
"...ถ้าใครสามารถทำสมาธิไปถึงจุดที่เรียกว่าจิตสงบนิ่งจนร่างกาย ตัวตนหาย รู้สึกว่าในจักรวาลนี้มีแต่จิตของเราดวงเดียวเท่านั้น ทีนี้ภายหลังมา มาทำสมาธิภาวนา พอจิตสงบพั้บ ความคิดมันฟุ้ง ฟุ้งๆๆๆๆ ขึ้นมา จะให้มันไปสู่จุดนั้นมันไม่ยอมไป นั่นแหละจึงจะรู้สึกตัวว่า ความคิดที่เกิดขึ้น จิตมันฟุ้งซ่านหรือไม่ฟุ้งซ่าน

ความจริงนี่ ถ้าหากว่าความคิดเกิดขึ้น เรายินดียินร้าย พอใจ ไม่พอใจ มันก็เป็นจิตฟุ้งซ่าน แต่ถ้ามันสักแต่ว่าคิด คิดแล้วทิ้งไปๆ มันไม่ใช่จิตฟุ้งซ่าน ถึงแม้ว่ามันจะฟุ้งซ่านก็ตาม ไม่ฟุ้งซ่านก็ตาม เราเอาสติกำหนดรู้ไปๆๆๆ เมื่อจิตของเรามีพลังเข้มแข็งทางสมาธิแล้ว แล้วสติปัญญามันรู้ทันกัน

ถ้าสิ่งใดมันเกิดความพอใจยินดีขึ้นมา มันก็จะรู้ตัวว่านี่คือ " กามตัณหา "
ถ้ามันยินร้าย นี่คือ " วิภวตัณหา "
ถ้ามันไปยึด นี่คือ " ภวตัณหา "

ทีนี้จิตมันจะปรุงแต่งไป สุขไป ทุกข์ไป สติก็ตามรู้ๆๆ เรื่อย ไป ในเมื่อมันมีพลังทางสติปัญญาเข้มแข็งขึ้นมา พอมันหยุดกึ๊กลงไป นิ่งปั๊บนิดหน่อย พอไหวตัวพั้บ อ้อ! นี่คือทุกขอริยสัจที่พระพุทธเจ้า ตรัสรู้มา มันจะไปตามครรลองของมันอย่างนี้

เพราะฉะนั้น ถ้าเรามัวแต่ห้ามจิตไม่ให้คิด ให้นิ่งอยู่เฉยๆ มันไม่มีอารมณ์สิ่งรู้ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมายให้เรากำหนดรู้ว่า อะไรไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

นักภาวนาที่บางทีเสียประสาท เพราะไปฝืนธรรมชาติของ สมาธิ เวลามันจะสงบลึกลงไปนี่ ไปรั้งมันไว้ ดึงมันไว้ ไปฝืนมัน ก็เกิดความตึงเครียดขึ้นมา เวลามันจะเกิดความรู้ความคิดขึ้นมา ไปเข้าใจว่าฟุ้งซ่าน จะไปบังคับให้มันหยุด ไปฝืนธรรมชาติของสมาธิ มันก็เป็นความตึงเครียดขึ้นมา ปวดหัวมัวเกล้าขึ้นมาทุกที ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ให้มีตัวรู้ตาม มันจะนิ่งไปก็ปล่อยให้นิ่ง มันจะปรุงแต่งก็ปล่อยให้ปรุงไป

โดยธรรมชาติของสมาธิโดยทั่วๆ ไปแล้ว จะเป็นอย่างนี้ แต่ ว่าเราไปยึดกันเพียงแค่ว่า สมาธิคือจิตตั้งมั่น ปราศจากอารมณ์ ความนึกคิด เราไปเอาอย่างนั้นอย่างเดียว..."

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย






"... สติสัมปชัญญะ สัมมาสติ
ก็อันเดียวกันนั่นล่ะ มีหน้าที่กำหนดรู้ที่เกิดของธรรมที่ดับของธรรม รู้อยู่ที่เดียวนี้ล่ะ ละอยู่ที่เดียวนี้ล่ะ วางอยู่ที่เดียวนี้ล่ะการปรารภ
ความเพียรก็เอาสตินี้ล่ะ

เวลาเกิดความคับขันก็ให้น้อมเข้ามาปฏิบัติอยู่ ให้เพียรเพ่งอยู่จนหายสงสัย อันนี้สำคัญมาก เพ่งเข้ามาสู่จิตสู่ใจ อย่าไปเพ่งออกภายนอก เพ่งจนหายสงสัย จนไม่มีเกิดไม่มีดับ

พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เพียรเพ่งอยู่จนมันดับไปเอง แม้เกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไปเอง แต่อย่าเข้าไปยึดถือในอะไร ๆ สิ่งที่มันปรุงขึ้นแต่งขึ้นมักจับมันไม่ทัน
ให้เพ่งจับอยู่เฉพาะในปัจจุบัน อย่าไปเพ่งอดีตอนาคต อดีตเป็นธรรมเมา อนาคตเป็นธรรมเมา

พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่
เพ่งอยู่ภายใน ต้องเพ่งเข้าสู่ภายใน สิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อเกิดขึ้นมันก็ดับไปเอง อย่าเข้าไปยึดถือสำคัญมั่นหมายว่าเป็นสิ่งนั้นว่าเป็นสิ่งนี้ เพ่งอยู่จนหายสงสัย
ถ้าหายสงสัยมันก็ได้บรรลุมรรค ผล นิพพานเท่านั้นล่ะ

การเพ่งอย่าให้มันออกไปข้างนอก ให้เพ่งเข้ามาหาใจ ให้เข้าสู่ใจ ให้เข้าสู่ ฐีติ ภูตัง ให้ตั้งอยู่ในธรรมอันไม่ไป ไม่มา ไม่เข้า ไม่ออก ..."

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""'
#หลวงปู่แหวน_สุจิณโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ.๒๔๓๐ - ๒๕๒๘)







#ไม่มีสิ่งใดที่เป็นข้าศึกที่เหลืออยู่ในจิตนิพพาน
"...พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า นิพฺพานํ ปรมํ สุญฺญํ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นข้าศึกจะยังเหลืออยู่ในจิตนิพพานนั้นเลย จะว่าสูญชาติไปหมด ชื่อว่าสิ่งที่เคยเป็นข้าศึกต่อกันมาแล้ว นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ และไม่มีธรรมชาติใด ที่จะมีความสุขยิ่งกว่าจิตได้ตัดเครื่องกังวลต่อตนเองออกโดยสิ้นเชิง
เมื่อได้ตัดเครื่องกังวลออกโดยสิ้นเชิงแล้ว อดีตหรืออนาคตจึงไม่เป็นวิสัยของจิตดวงนั้นจะเกี่ยวข้อง และไม่เป็นวิสัยสามารถจะไปเกี่ยวข้องกับจิตดวงนั้นได้อีก นี่เป็นสนฺทิฎฺฐิโก เป็นความรู้อยู่จำเพาะ หรือว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นมาจากข้อปฏิบัติที่เราฝึก พยายามฝึกฝนอบรม ล้มลุกคลุกคลานมาตั้งแต่เบื้องต้นจนมาถึงขั้นนี้ เป็นผลสืบเนื่องหรือเป็นคุณสมบัติสืบเนื่องกันมาเป็นลำดับๆ นับตั้งแต่เราพยายามเรียน ก.ไก่ ก.กา ทีแรกจนถึงภูมิ ณ บัดนี้

ฉะนั้นขอให้บรรดาท่านผู้ฟังทั้งหลาย ได้ทำความเข้าใจกับเรื่องของใจเราเอง แล้วปรับปรุงใจของเราให้ดำเนินไปตามเข็มทิศ คือหลักธรรมของพระพุทธเจ้า วันนี้ได้น้อยวันนั้นได้มาก ขอให้ได้ทำไปทุกวัน เหมือนกับเราก้าวเดินไปทุกวัน เราจะไม่ได้ขึ้นรถขึ้นราไปอย่างรวดเร็วตามใจหวังก็ตาม แต่การก้าวไปนั้นไม่ใช่เป็นการถอยกลับ ต้องก้าวไปเพื่อจุดหมายปลายทางด้วยกัน จะช้าหรือเร็ว ไม่เป็นของสำคัญ สำคัญอยู่ที่การก้าวไปเสมอ ต้องมีวันถึงวันใดวันหนึ่งแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย ดีกว่าผู้ที่เป็นขอนซุงทั้งท่อน ทิ้งเกลื่อนกีดขวางอยู่ตามถนนหนทางนั้นเองมากมาย..."

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
จากธรรมเทศนา “ต้นเหตุแห่งธรรมคือใจ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗
ณ วัดป่าบ้านตาด







*** หนีโลก ***

.....แล้วจะหนีโลก เราก็ต้องหนีโลกธรรมทั้ง ๘ ประการ คือ พยายามคิดค่อย ๆ ปลง คิดว่าคนซึ่งมีลาภมาก เขารวยมากเขาก็ตาย ตายแล้วเอาอะไรไปไม่ได้ คนจนก็ตาย คนรวยก็ตาย คนมียศใหญ่ก็ตาย คนไม่มียศก็ตาย คนได้รับการนินทาก็ตาย คนได้รับการสรรเสริญก็ตาย คนมีความสุขในโลกีย์วิสัยก็ตาย คนมีทุกข์ก็ตาย ตายเหมือนกัน ในเมื่อมันมีโลกธรรมทั้ง ๘ ประการ คือ เราเข้าไปยึดถือมัน เราก็ตาย ถ้าเราไม่ยึดถือมันเราก็ตาย มันก็ตายเหมือนกัน ทีนี้ถ้าหากว่าเรายึดถือโลก เราก็ต้องเกิดอีก มีความทุกข์ ถ้าเราก็ไม่ยึดถือมัน เราไม่ยึดถือโลก เราตายไปแล้ว เราไม่ต้องเกิดอีก เรามีความสุข เราก็ชอบตรงที่เรียกว่าเราไม่ยึดถือ คิดว่าเมื่อเราตายก็ขอตายชาตินี้ชาติเดียว นี่เราเกิดมาเป็นคนได้เพราะอาศัยความโง่เป็นปัจจัย...

โดย พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ
( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )
วัดท่าซุงจังหวัดอุทัยธานี

' หนังสือธรรมปฏิบัติ ๗๕ '

"ทางสายพระอริยบุคคล"
๒๐ กันยายน ๒๕๖๙






"...ความจริง การปฏิบัติตามคำสอน
ของพระพุทธเจ้านั้น ไม่มีอะไรลำบาก
ไม่มีอะไรยุ่งยาก การปฏิบัติตามทาง
ของพระองค์ ไม่มีทุกข์ เพราะทางของ
พระองค์คือ "ปล่อยวาง" ให้หมดทุกสิ่ง
ทุกอย่าง

จุดมุ่งหมายของการปฏิบัติภาวนานั้น
ท่านทรงสอนให้ ปล่อยวาง อย่าแบก
ถืออะไรให้มันหนัก ทิ้งมันเสีย ความดี
ก็ทิ้ง ความถูกต้องก็ทิ้ง

คำว่าทิ้งคือ ปล่อยวาง ไม่ใช่ว่าไม่ต้อง
ปฏิบัติ แต่หมายความว่าให้ปฏิบัติ ด้วย
การละ การปล่อยวางนั่นแหละ..."

หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง
อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี





ทุกข์บำรุงใจให้พ้นทุกข์

"ไม่มีทุกข์ไม่มีกิเลส ก็ไม่มีการตรัสรู้ อันนี้
คือเหตุผลที่พระพุทธเจ้าจุติจากสวรรค์
ชั้นดุสิต มายังโลกมนุษย์ เพื่อได้ตรัสรู้เป็น
พระพุทธเจ้า เพราะถ้าไปอยู่ที่บนสวรรค์ชั้น
ดุสิต ไม่มีทางตรัสรู้ได้เลย เพราะความทุกข์
มันไม่ชัด อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่แสดงตัว
ชัดเจนเหมือนกับในโลกนี้ ในโลกมนุษย์

ฉะนั้น การที่เราต้องเจอกับความพลัดพราก
สูญเสีย ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจ
จะว่าไปมันก็เป็นปุ๋ยบำรุงปัญญา เพื่อการ
บรรลุธรรม หรือการหลุดพ้นจากความทุกข์
ความตาย ความพลัดพรากสูญเสีย มันก็เป็น
ส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ที่จะทำให้มนุษย์เรา
หรือตัวเรา มีปัญญาญาณมากขึ้น จนสามารถ
จะยกจิตเหนือทุกข์ได้"
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล





"#อริยสัจจธรรม ก็คือจิตใจของเรา กับร่างกายของเรา เรียกว่าเป็นนาบุญ หรือเป็นที่เราจะรักษาเจริญให้เกิดมรรค เกิดผล ให้ได้ความรู้ ให้รู้จัก ความจริง อย่างพระพุทธเจ้า"

โอวาทธรรม
หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญฺญมากโร
.............................







"... สติสัมปชัญญะ สัมมาสติ
ก็อันเดียวกันนั่นล่ะ มีหน้าที่กำหนดรู้ที่เกิดของธรรมที่ดับของธรรม รู้อยู่ที่เดียวนี้ล่ะ ละอยู่ที่เดียวนี้ล่ะ วางอยู่ที่เดียวนี้ล่ะการปรารภ
ความเพียรก็เอาสตินี้ล่ะ

เวลาเกิดความคับขันก็ให้น้อมเข้ามาปฏิบัติอยู่ ให้เพียรเพ่งอยู่จนหายสงสัย อันนี้สำคัญมาก เพ่งเข้ามาสู่จิตสู่ใจ อย่าไปเพ่งออกภายนอก เพ่งจนหายสงสัย จนไม่มีเกิดไม่มีดับ

พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เพียรเพ่งอยู่จนมันดับไปเอง แม้เกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไปเอง แต่อย่าเข้าไปยึดถือในอะไร ๆ สิ่งที่มันปรุงขึ้นแต่งขึ้นมักจับมันไม่ทัน
ให้เพ่งจับอยู่เฉพาะในปัจจุบัน อย่าไปเพ่งอดีตอนาคต อดีตเป็นธรรมเมา อนาคตเป็นธรรมเมา

พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่
เพ่งอยู่ภายใน ต้องเพ่งเข้าสู่ภายใน สิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อเกิดขึ้นมันก็ดับไปเอง อย่าเข้าไปยึดถือสำคัญมั่นหมายว่าเป็นสิ่งนั้นว่าเป็นสิ่งนี้ เพ่งอยู่จนหายสงสัย
ถ้าหายสงสัยมันก็ได้บรรลุมรรค ผล นิพพานเท่านั้นล่ะ

การเพ่งอย่าให้มันออกไปข้างนอก ให้เพ่งเข้ามาหาใจ ให้เข้าสู่ใจ ให้เข้าสู่ ฐีติ ภูตัง ให้ตั้งอยู่ในธรรมอันไม่ไป ไม่มา ไม่เข้า ไม่ออก ..."

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""'
#หลวงปู่แหวน_สุจิณโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ.๒๔๓๐ - ๒๕๒๘)


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 21 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO