นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 13 ก.ย. 2026 10:02 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: จิตภาวนา
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 10 ก.ย. 2026 7:53 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5423
“..กรรมจำแนกแจกสัตว์ให้เป็นต่างๆ กัน และเสวยผลต่างๆ กันตามวิบากของตนที่ทำไว้ ใครเกิดเป็นอะไร อยู่ที่ใด ย่อมตกอยู่ในอำนาจแห่งกรรมดี ชั่ว สุข ทุกข์ด้วยกัน ไม่มีพิเศษจากกรรมต่างกันอะไรเลย ผู้ทำดี ผลที่สนองตอบก็เป็นสุข ผู้ทำชั่ว ผลนั่นก็เป็นทุกข์ คำว่าสุขหรือทุกข์มีได้ในสัตว์ทั่วไปไม่นิยมชาติกำเนิด เป็นเพียงหยาบละเอียดต่างกันเท่านั้น ทั้งกายหยาบ กายละเอียด สรุปแล้วก็คือเรือนร่างแห่งความสุข ทุกข์เราดีๆ นี่เอง จึงไม่ควรตื่นเต้นในการเกิดซึ่งเท่ากับการตาย ในขณะเดียวกัน ผู้ไม่อยากตาย แต่ยังปรารถนาอยากเกิดเป็นนั่นเป็นนี่อยู่ก็เท่ากับปรารถนาความตายอยู่นั่นเอง..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)





"จิต" คนเรามีพลัง มีอำนาจมาก...
ขอให้ภาวนา ทานก็ทำ เป็นสมบัติติดตัวติดตามไปทุกภพทุกชาติ

แต่จิตภาวนานี้ มีอำนาจมาก มีพลังมากขอให้ "ภาวนา" อย่าได้ขี้เกียจภาวนา"

#หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร






ไตรลักษณ์

สภาวธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุข้าวของต่างๆก็ดี หรือบุคคลต่างๆก็ดี ล้วนเป็นไตรลักษณ์ทั้งสิ้น เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

อนิจจัง ก็คือไม่เที่ยงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามีการเกิดมีการดับ

ทุกข์ ก็คือเป็นสิ่งที่ไม่ให้ความสุข แต่ถ้าไปยุ่งไปเกี่ยวข้องแล้วจะให้ความทุกข์กับใจดวงนั้นทันที เช่นเราทุกข์กับลูก ทุกข์กับสามี ทุกข์กับภรรยา ทุกข์กับสิ่งนั้นทุกข์กับสิ่งนี้เพราะเราไปเกี่ยวข้องกับเขา เราไปหลงยึดติดกับเขา ถ้าเราไม่ไปยึดไปติดไปเกี่ยวข้องกับเขาแล้วเขาก็จะไม่ให้ความทุกข์กับเรา แต่เราไม่เห็นกันเราไม่รู้กัน เราก็เลยหลงเพราะคิดว่ามีแล้วจะมีความสุขนั่นเอง มีแฟนแล้วจะมีความสุข พอมีแล้วถึงจะรู้ว่ากลายเป็นกระสอบทรายไปโดยไม่ได้สมัครใจ นี่มันเป็นไปโดยที่ไม่คิดเพราะความหลงพาไป ไม่มีใครเห็นนอกจากพระพุทธเจ้า
และข้อสุดท้ายก็คือ

อนัตตา การไม่มีตัวตนนี่คือสิ่งที่ไม่มีใครรู้ใครเห็นได้เลย นอกจากพระพุทธเจ้าเพียงองค์เดียว พวกฤาษีชีไพรหรืออย่างพวกเรานี้ยังพอเห็นได้ความไม่เที่ยง เราเห็นว่าเกิดแล้วมีแก่ มีเจ็บ มีตาย ความทุกข์เราก็พอเห็นบ้างบางครั้งบางคราว แต่เรื่องตัวตนนี้ไม่มีทางที่จะเห็นได้เลยว่าไม่มีตัวตน เราจะเห็นว่าตัวเราของเราอยู่ตลอดเวลา ร่างกายนี้ตัวเราของเรา สมบัติข้าวของเงินทองต่างๆเป็นของเราหมด แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นเลย สมบัติต่างๆที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ มันมีอยู่ในโลกนี้มาก่อนเราเกิดแล้ว เราตายไปเราก็เอาติดตัวไปไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว แล้วมันจะเป็นสมบัติของเราได้อย่างไร มันเป็นสมบัติคู่กับโลกนี้อยู่กับโลกนี้มาเพียงแต่เรามาอาศัยโลกนี้อยู่ แล้วก็หลงไปยึดไปติดว่าเป็นเราเป็นของเราเท่านั้น พอเวลาที่จะต้องจากมันไปหรือสูญเสียมันไป ก็ร้องห่มร้องไห้เศร้าโศกเสียใจทุกข์อย่างสาหัสเพราะความหลง

นี่คือสิ่งที่สัตว์โลกทั้งหลายไม่สามารถมองเห็นคือ อนัตตาไม่มีตัวตน และอนิจจัง ทุกขัง ถึงแม้จะเห็นก็เห็นเป็นครั้งเป็นคราวไม่พอที่จะไปสกัดกั้นความหลงได้ พออยากจะได้อะไรก็ไม่เห็นแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ อยากจะได้ก็ต้องหามาให้ได้ พอได้มาแล้วถึงจะรู้ภายหลังว่ามันไม่เที่ยงมันเป็นทุกข์ แต่ตอนนั้นก็สายไปเสียแล้ว มันทุกข์แล้ว แต่พระพุทธเจ้าจะทรงรู้ทรงเห็นตลอดเวลาว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาทั้งสิ้น

ธรรมะในศาลา วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
“บัว ๔ เหล่า”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี





“พิสูจน์ความดี”

ไม่ว่าเป็นพระ ไม่ว่าเป็นโยม
หากมีการขัดเกลาพฤติกรรม
มีการขัดเกลาอารมณ์ มีการละอกุศลธรรม
มีการบำเพ็ญกุศลธรรม มีการชำระจิตใจ
ของตนให้ขาวสะอาด เราก็มีสิทธิ์จะเจริญ
ในธรรม ไม่ว่าพระ ไม่ว่าโยม
เป็นพระอยู่ในผ้าเหลืองกี่ปี ๆ มีตำแหน่ง
มีสมณศักดิ์ แต่ไม่มีการฝึก ไม่มีการฝึก
พฤติกรรม ไม่มีการฝึกจิตใจ ไม่มีการฝึก
ทางด้านปัญญา ไม่มีการละบาป บำเพ็ญกุศล
ชำระจิตใจของตน ความเป็นพุทธมามกะ
ไม่มีเลย ไม่ต้องเอาถึงเป็นพระสงฆ์
แค่เป็นพุทธมามกะ เป็นพุทธศาสนิกชน
มันขึ้นอยู่กับความจริงใจในการฝึกตน
ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะคนไม่ฝึกตนตาม
ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ละเลย ไม่รับผิดชอบ
ในหน้าที่ของตน ในฐานะที่เป็นผู้ถึงพระพุทธ
พระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
ไม่ว่าพระ ไม่ว่าโยม หากเรารับผิดชอบชีวิต
ของตน ค่อย ๆ ขัดเกลา ค่อย ๆ ฝึกตน
ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
ความเป็นพุทธศาสนิกชนก็จะปรากฏ
และการที่เรามีส่วนมีโอกาสสืบต่ออายุ
ของพระพุทธศาสนา ทำให้พุทธศาสนา
ไม่หายจากโลก ทำให้พุทธศาสนาอยู่ได้
ทำให้ศาสนาพุทธของเราเจริญงอกงาม
ได้อีกรอบหนึ่งได้ อยู่ที่พวกเรา อยู่ที่การ
กระทำของพวกเราทุกคน …
...
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร
บ้านบุญ
วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๘





พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า คนพูดมากเขานินทา
ว่าพูดมาก คนพูดน้อยเขานินทาว่าพูดน้อย
คนไม่พูดอะไรเลยเขาก็ยังนินทาว่าทำไม
ไม่พูดอะไรเลย สรุปว่าอ้าปากเขาก็ว่า
ไม่อ้าปากเขาก็ว่า หนีไม่พ้น แล้วทำไมมันจึง
เป็นอย่างนั้น ... ก็เพราะความอยากสิ
เขาอยากนินทาเรา มีอะไรควรนินทา
เขาก็นินทาสิ่งนั้น ไม่มีอะไรควรนินทา
เขาจะหาอะไรจนได้ ปุถุชนก็เป็นอย่างนี้แหละ
จงสอนตัวเองว่าสมน้ำหน้านะ ไม่มีใครบังคับ
ให้เรามาเกิดในโลกนี้นะ เราเกิดเพราะ
อยากเกิด ไม่ต้องการเจอโลกธรรมแบบนี้
ก็อย่าสร้างเหตุปัจจัยให้ต้องเกิดในโลกที่มี
โลกธรรมเช่นนินทาเป็นธรรมดา

คนพาลพิจารณาโลกธรรม
มักจะเบื่อหน่ายสังคม
นักปราชญ์พิจารณาโลกธรรม
ก็เบื่อหน่ายกิเลส
รากเหง้าของปัญหาทั้งหลาย
...
พระอาจารย์ชยสาโร


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 27 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO