นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 13 ก.ย. 2026 10:13 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: อานิสงส์
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 25 ส.ค. 2026 6:15 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5423
ความอิจฉาคนอื่น นั่นละทุกข์ใหญ่
มันคอยจะระแวงริษยาอาฆาตความดีผู้อื่น
เขาจะเอ็ดดีก็ติ เขาจะสร้างบุญก็นินทา
พอเขาพลาดมาตัวอิจฉามันก็เหยียบเขา
นี่ละคนเนาะคน ถ้าบ่พยายามขัดถูตัวอิจฉาออกจากจิตจากใจ
มันทุกข์ถึงวันตายเนาะ!!!

#หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต





“..ฝึกหัดสมาธิภาวนา นึกเอา มรณานุสติ เป็นอารมณ์ให้นึกถึงความ ตาย ว่าเราจะต้องตายแน่แท้ ไม่วันใดวันหนึ่ง เพราะความตายเป็นที่สุด ของชีวิตคนเรา

เมื่อตายแล้ว ก็ทอดทิ้งสิ่งทั้งปวงหมด ไม่ว่าจะของรักแลหวงแหนสักปานใดต้องทอดทิ้งทั้งหมด การบริกรรม มรณานุสติ เป็นอุบาย ที่สุดของอุบายทั้งปวง จะพิจารณาลมหายใจเข้า หายใจออก ในที่สุดก็ลง ความตาย จะพิจารณาอสุภกรรมฐาน ในที่สุดก็ลงความตาย

เมื่อพิจารณาถึงความตายแล้ว มัน มิอาลัย ในสิ่งทั้งปวงหมดสิ้น จะคงเหลือแต่จิตอันเดียว นั่นแหละ ได้ชื่อว่าชำระจิตแล้ว..’’

เทสฺรํสีธมฺโมวาท
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (เทสก์ เทสรังสี) วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
(พ.ศ.๒๔๔๕-๒๕๓๗)





“..ความจริง พระพุทธเจ้าท่านทรงบอกทรงสอนไว้หมดทุกอย่างแล้ว เรื่องศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดีตลอดจนข้อประพฤติปฏิบัติทุกประการก็ทรงพร่ำสอนไว้หมดทุกอย่าง เราไม่ต้องไปคิด ไปบัญญัติอะไรอีกแล้วเพียงให้ทำตามในสิ่งที่ท่านทรงสอนไว้เท่านั้น นับว่าพวกเราเป็นผู้มีบุญ มีโชคอย่างยิ่ง ที่ได้มาพบหนทางที่ท่านทรงแนะทรงบอกไว้แล้ว คล้ายกับว่าพระพุทธเจ้าท่านทรงสร้างสวนผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์พร้อมไว้ให้เรา แล้วก็เชิญให้พวกเราทั้งหลายไปกินผลไม้ในสวนนั้น โดยที่เราไม่ต้องออกแรงทำอะไรในสวนนั้นเลย เช่นเดียวกับคำสอนในทางธรรม ที่พระองค์ทรงสอนหมดแล้ว ยังขาดแต่บุคคลที่จะมีศรัทธาเข้าไปประพฤติปฏิบัติเท่านั้น..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
(พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)





สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้อาตมาหันมาสนใจ
พุทธศาสนาตั้งแต่วัยรุ่น และเป็นเรื่องที่ยัง
สนใจเรื่อยมา คือการที่พุทธศาสนาชวนให้เรา
พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างโลกภายใน
และโลกภายนอก พระพุทธองค์ทรงให้ความ
สำคัญกับความสัมพันธ์นี้มากแค่ไหนเห็นได้
ชัดจากการที่ทรงเรียกหนทางสู่ความหลุดพ้น
ว่า ‘พระธรรมวินัย’ ซึ่งคือการศึกษาที่
ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งโลกภายในและโลก
ภายนอก ทั้งใจและกายหรือพฤติกรรม
ทั้งตนเองและผู้อื่น

‘พระธรรม’ เป็นเรื่องของความเป็นจริงของ
สิ่งทั้งหลาย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น สภาวะจิต
แบบไหนที่ปิดบังความจริงและก่อให้เกิดทุกข์
และสภาวะจิตแบบไหนที่เปิดเผยความจริง
และดับทุกข์ได้

‘วินัย’ หมายถึงวิธีการทั้งปวงที่เกื้อกูลการ
ศึกษา การปฏิบัติ และการบรรลุธรรม
ในระดับสังคม วินัยอาจปรากฏในรูปของกฎ
กฏหมาย ระเบียบ แบบแผน ข้อตกลง
ขนบธรรมเนียม และประเพณี เป็นต้น
ในระดับบุคคล วินัยหมายถึงการสมัครใจ
ที่จะรักษาขอบเขตความประพฤติของตน
เช่น การรักษาศีล การสำรวมอินทรีย์
การบริโภคอย่างรู้จักประมาณ และการ
เลี้ยงชีพชอบ

พระพุทธองค์ทรงเป็น ‘วิชชาจรณสัมปันโน’
คือ ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ถึงพร้อม
ด้วยความรู้และความประพฤติปฏิบัติ
พระองค์ทรงยืนยันความสำคัญสูงสุดของจิต
แต่ไม่เคยทรงมองข้ามความสำคัญของโลก
ทางวัตถุ หากเราขาดปัจจัยสี่ที่เพียงพอและ
มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่
อาศัย หรือการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย
การปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องก็แทบจะเป็นไป
ไม่ได้ หากเราเบียดเบียนร่างกายตนเอง
ไม่ซื่อสัตย์ หรือปฏิบัติต่อคนรอบข้างไม่ดี
ท้ายที่สุดแล้ว เราก็กำลังหล่อเลี้ยงกิเลส
ตัวเดียวกับที่เรากำลังพยายามจะละในการ
ภาวนานั่นเอง

คำสอนของพระพุทธองค์เป็นระบบองค์รวม
แต่ละส่วนต่างมีบทบาทของตนเอง เราละบาป
บำเพ็ญกุศล และชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยให้
น้ำหนักแก่ส่วนใดส่วนหนึ่งมากน้อยต่างกันไป
ตามกาลเทศะ ...
...
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร




“ถูกแล้ว ท่านจะสนใจแต่เรื่องก้าวหน้า
ทางวัตถุอย่างเดียว โดยไม่ต้องแยแสต่อเรื่อง
ทางธรรมหรือศาสนาก็ได้ ถ้าหากว่าวัตถุ
จะไม่ทำให้ท่านเป็นทุกข์ทางวิญญาณ
และเบียดเบียนกันเหมือนสัตว์ป่า
สติปัญญาที่ก้าวหน้าทางวัตถุ ย่อมทำให้
เกิดความเห็นแก่ตัวขึ้นตามส่วนเสมอไป
ถ้าไม่มีอะไรควบคุมให้ดี ก็คือย้อนไป
เป็นสัตว์นั่นเอง และ ยิ่งกว่าสัตว์” ...
...
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ)





“ถูกแล้ว ท่านจะสนใจแต่เรื่องก้าวหน้า
ทางวัตถุอย่างเดียว โดยไม่ต้องแยแสต่อเรื่อง
ทางธรรมหรือศาสนาก็ได้ ถ้าหากว่าวัตถุ
จะไม่ทำให้ท่านเป็นทุกข์ทางวิญญาณ
และเบียดเบียนกันเหมือนสัตว์ป่า
สติปัญญาที่ก้าวหน้าทางวัตถุ ย่อมทำให้
เกิดความเห็นแก่ตัวขึ้นตามส่วนเสมอไป
ถ้าไม่มีอะไรควบคุมให้ดี ก็คือย้อนไป
เป็นสัตว์นั่นเอง และ ยิ่งกว่าสัตว์” ...
...
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ)





อาตมาเพิ่งอ่านเจอว่า มีการเก็บสถิติจาก
การถามคนทั่วโลกว่า เวลาเครียด
เขาคลายเครียดอย่างไร มากกว่าครึ่งบอกว่า
ฟังดนตรี พอทายได้ไหมว่าอะไรคืออันดับสอง
อันดับสองคือการอาบน้ำ คนใช้การอาบน้ำ
เพื่อคลายเครียดได้เหมือนกัน แต่อันดับหนึ่ง
คือการฟังดนตรี แต่ทางพุทธศาสนาของเรา
นั้น จะแก้ปัญหาเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่
ด้วยการกล่อมจิตใจ หรือพยายามกลบเกลื่อน
ความทุกข์ด้วยวิธีต่างๆ คนส่วนมากมักมี
ความเครียด แต่แทนที่จะหยุดทบทวนวิถีชีวิต
และถามตัวเองว่า ... เรากำลังทำอะไรอยู่
เราเครียดอย่างนี้เพราะอะไร ทำงานหนัก
เกินไปหรือเปล่า หรือทำงานแบบไม่รู้จัก
ปล่อยวาง ถ้าเราเริ่มถามอย่างนี้ เราอาจจะ
ต้องยอมรับ ว่าเราดำเนินชีวิตผิดทางเสียแล้ว
ทำงานมากเกินไป เพราะอะไร ...
เพราะอยากได้เงิน ได้เงินมากๆ เพื่ออะไร ...
เพื่อจะได้มีความสุขใช่ไหม ถ้าอย่างนั้น
ก็เท่ากับว่า กำลังทำตัวเองให้เป็นทุกข์
เพื่อจะได้เป็นสุขใช่ไหม ... มันขัดกันอยู่ในตัว
ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ทุกวัน เพื่อหวังความสุข
แต่ความสุขที่ปรารถนา หรือที่หวังนั้นก็ยัง
ไม่ได้สักที เหมือนคนวิ่งตามเงาตัวเอง
หวังจะได้ความร่มเย็น แต่ถึงจะวิ่งเร็ว
สักเท่าไหร่ ก็ตามมันไม่ทันสักที ...
...
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร





" ..ภาวนาให้มากขึ้น
นั่งสมาธิให้นานขึ้น
ฟังเทศน์ฟังธรรมให้บ่อยขึ้น
แล้วต่อไป
มันก็จะเจริญขึ้นไปตามลำดับ
ของการกระทำของเรา.. "

#ธรรมะโดนใจ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี

"ภาพบรรยากาศบิณฑบาต"
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ 2569
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
พร้อมคณะพระภิกษุสงฆ์
วัดญาณสังวรารามฯ






“มิตรเป็นเรื่องสำคัญของบุคคล
และยอดของมิตรก็คือธรรมที่พึงอบรม
ให้มีอยู่ในจิตใจ เพราะธรรมย่อมเป็นมิตร
ประจำตน ไม่มีพรากออกไปจากตนได้
ก็ย่อมช่วยตนอยู่เสมอ แต่เมื่อว่าถึงบุคคล
ด้วยกัน มิตรที่ดีเป็นผู้พึงปรารถนา
ทั้งเวลาปกติ ทั้งในเวลาคับขัน ลักษณะ
ของมิตรที่ดีประการหนึ่งอันจะขาดเสียมิได้
ก็คือ ปัญญา มิตรผู้มีปัญญาย่อมจะสามารถ
ให้คำแนะนำที่ถูกต้องให้เกิดประโยชน์
ปราศจากโทษ ส่วนมิตรที่ขาดปัญญา
แม้ปรารถนาดี ก็เหมือนมุ่งร้าย” ....
...
สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
(เจริญ สุวฑฺฒนมหาเถระ)





#โอวาทธรรม
#หลวงปู่เจี๊ยะ_จุนโท

โอวาทธรรมหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท

"จิตนี้เมื่อเราปฏิบัติถึงจุดแห่งผล อานิสงส์จะหาประมาณมิได้ การปฏิบัติทางจิตจึงจำเป็นแก่ผู้มีปัญญา ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใด ธรรมข้อหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลึกลับที่สุด เป็นที่พึ่งถาวรแก่เราได้ ก็คือ

อตฺตาหิ อตฺตโนนาโถ
พึ่งตนรู้ตน แล้วก็จะรู้ในสิ่งทั่วไป
เพราะตนนั้นแหล่ะเป็นเหตุ เป็นต้นเหตุของทุกสิ่ง"

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท
วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จังหวัดปทุมธานี





เห็นเช่นนี้แล้ว หรือยัง?

"การที่มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
อันนั้นแหละ! ท่านเรียกว่า...
“อนิจจัง” ของไม่เที่ยง
อนิจจัง เป็นอนัตตา นี่แหละ! มันจึงได้เป็นทุกข์ หรือทุกขัง

ความจริงเรื่องกาย
และใจของเรา เป็นอย่างนี้
เราเห็นเช่นนี้แล้วหรือยัง?"
๓๒/๖

พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์
( หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง )


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 21 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO