นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 13 ก.ย. 2026 10:01 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: โลกอยู่ด้วยเมตตา
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 13 ส.ค. 2026 12:49 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5423
“..โลกอยู่ได้ด้วยเมตตา คือความเอ็นดูสงสารกันทุกตัวสัตว์ที่มีชีวิตครองตัวอยู่ ไม่พึงเบียดเบียนทำลายกันด้วยความโกรธแค้น หรือด้วยความเห็นแก่ปากแก่ท้อง ซึ่งไม่มีประมาณแห่งความอิ่มพอและไม่มีทางสิ้นสุดแห่งการทำลายกัน พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษของมันด้วยพระปัญญาอันแหลมคมไม่มีทางสงสัย และทรงเห็นคุณในความเมตตาว่า เป็นธรรมอ่อนโยนและสมัครสมานรักใคร่ไมตรีต่อกันระหว่างสัตว์โลกทุกชั้นทุกภูมิ ซึ่งมีความรักสุขเกลียดทุกข์เสมอหน้ากัน จึงประทานไว้เพื่อความมั่นคงแห่งสันติสุขแก่โลกตลอดกาลนาน หากเมตตาธรรมยังมีอยู่ในใจของสัตว์โลกอยู่ตราบใด โลกยังจะมีหวังความสุขความสมหวังอยู่ตราบนั้น แต่ถ้าเมตตาได้ห่างเหินจากใจของสัตว์โลกกาลใด กาลนั้นแม้สัตว์โลกจะมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิดอย่างพึงพอใจก็ตาม แต่จะไม่มีความสงบสุขตกค้างอยู่ในวงสัตว์โลกนั้น ๆ เลย ส่วนที่ได้รับจะมีแต่ความเดือดร้อนขุ่นเคืองไปทุกหย่อมหญ้า..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






"ความดีนั้น เราต้องทำอยู่เสมอ ให้เป็นที่อยู่ของจิต
เป็นอารมณ์ของจิต ให้เป็นมรรค คือทางดำเนินไปของจิต
มันจึงจะเห็นผลของความดี

ไม่ใช่เวลาใกล้จะตาย จึงนิมนต์พระไปให้ศีลให้ไปบอก
พุทโธ หรือตายไปแล้วให้ไปรับศีล เช่นนี้ เป็นการกระทำที่ ผิดทั้งหมด

เหตุว่าคนเจ็บ จิตมัวติดอยู่กับเวทนา ไฉนจะมาสนใจไยดี
กับศีลได้ เว้นไว้แต่ผู้ที่รักษาศีลมาเป็นปกติเท่านั้น
จึงจะระลึกได้ เพราะตนเองเคยทำมา จนเป็นอารมณ์ของจิตแล้ว

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ





“..เป็นนักปฏิบัติธรรม ต้องพิจารณาให้เห็นทุกอย่างว่าไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ควรรู้เท่าและอาศัยของไม่เที่ยงนี้ (กายก็ไม่เที่ยง จิตก็อาศัยกายอยู่ อาหารที่อาศัยยังกายก็ของไม่เที่ยง) ของไม่เที่ยงกับของไม่เที่ยงมาบำรุงกัน ถ้าเที่ยงแล้วก็ไม่ต้องบำรุงกัน เป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น

แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง มีแต่พระนิพพานที่เที่ยง ไม่วิบัติ ไม่ผันแปร เราก็ต้องทำใจให้ยินดีในพระนิพพาน ด้วยการไม่ยึดถือในตัวตนขันธ์ ๕ อันไม่เที่ยง

ตัณหา เป็นปัจจัยให้เกิด อุปาทาน เมื่ออยาก ก็ยึดไม่ได้คราวนี้ ต่อไปก็จะต้องเอาให้ได้ ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ขอให้เข้าใจ อย่าคิดว่าเป็นผู้ครองเรือนปฏิบัติธรรมอันลึกซึ้งไม่ได้ พระโสดาบันมีสามี-ภรรยา-ลูก ทำไร่นา ทำงาน ค้าขาย ตามความสามารถอยู่ แต่ท่านไม่ทำบาป ขอทานก็เป็นพระโสดาบันได้

เคยมีคนโรคเรื้อน ฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้า ก็บรรลุโสดาบันแล้วกราบปฏิญาณตนถึงพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ พระอินทร์ ได้ยินข่าวเรื่องนี้เข้า ก็ลงมาทดสอบ ให้ปฏิเสธคุณพระพุทธพระธรรม และพระสงฆ์แล้วจะหายาแก้โรคเรื้อนมาให้หายจากโรค ชายโรคเรื้อนนั้นก็ตอบพระอินทร์ว่า ท่านเป็นใคร จึงมาแนะให้ข้าพเจ้าถอนตัวจากที่พึ่งอันประเสริฐคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าถอนไม่ได้ หาได้หวั่นไหวกับโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้ไม่

พระอินทร์ฟังดังนี้ จึงไปกราบต่อพระพุทธเจ้าว่า ผู้นี้บรรลุโสดาบันแล้วจริงๆ ด้วยได้ไปสัมภาษณ์มาแล้ว
ขอให้เข้าใจ มรรคผล ธรรมวิเศษ ไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย แต่จิตเอาร่างกายเป็นอารมณ์ เห็นว่ากายนี้ไม่เที่ยงหนอ เมื่อโรคภัยมากระทบร่างกาย ก็มากระทบจิต จิตก็เดือดร้อน

พระโสดาบันอาจจนกาย แต่ทรัพย์ภายในไม่จนเลย ความเห็นของพระโสดาบันก็คือ สิ่งใดมีความเกิดขึ้นแล้ว สิ่งทั้งปวงย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา ด้วยอำนาจแห่งปัญญา ใครได้บรรลุความเห็นเช่นนี้ ด้วยปัญญาอันบริสุทธิ์ แล้ว ท่านผู้นั้นก็จะบรรลุพระโสดาบัน..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) วัดอรัญญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย





#การสาธยายพระพุทธมนต์..!!
"... ใครสวดก็ตาม เพียงแต่.. ระลึกในใจ
มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล พูดออก
เสียงพอฟังได้มีอานุภาพแผ่ไปได้ถึงแสนจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่มีอานุภาพแผ่
ไปได้เป็นอนันตจักรวาล.. แม้สัตว์ที่อาศัย
อยู่ในมหานรกอเวจี ยังได้รับความสุขเมื่อ
แว่วเสียงพระพุทธมนต์ ..."

""”""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
#พระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต)
วัดป่าสุทธาวาส​ ต.เชิงชุม อ.เมือง​
จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓ - ๒๔๙๒)






#อยากพ้นทุกข์ต้องปฏิบัติ
ถ้าได้แค่สมาธิ เสื่อมแน่นอน
จิตของเราต้องให้เหนือสมาธิ ผู้รู้ถึงไม่เสื่อม
แต่ผู้รู้ต้องเห็นธาตุ ๔ เป็นไตรลักษณ์ให้ได้
และขันธ์ ๕ เป็นไตรลักษณ์ให้ได้ นั่นเสื่อมไม่ได้เลย

#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
จังหวัดสุรินทร์




วันนี้เป็นวันพระ ถ้าเป็นไปได้สมาทานศีล ๕ ไว้ก็ดีเหมือนกันนะ ตั้งจิตอธิษฐาน ข้าพเจ้าจะรักษาศีล ๕ วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ณ เวลาวันนี้ ข้าพเจ้าจะไม่ฆ่าสัตว์ จะเป็นมดเป็นยุงเป็นอะไรก็ตาม จะไม่ตบไม่ฆ่าอย่างเด็ดขาด ข้าจะไม่ขโมยสิ่งของของเขา ข้าพเจ้าจะเคารพสิทธิ์ในสามีภรรยาคนอื่นเขา ข้าพเจ้าไม่โหกต้มตุ๋นหลอกลวงเขา ข้าพเจ้าจะไม่ดื่มสุรา กัญชา ยาฝิ่น พวกเบียร์อะไรของมึนเมา ข้าพเจ้าจะงดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง อันนี้ก็เป็นศีลแล้วนะ

สีเลนะ สุคะติง ยันติ ผู้จะไปสู่สุคติได้เพราะศีล

สีเลนะ โภคะสัมปะทา ผู้จะครอบครองทรัพย์สมบัติร่มเย็นเป็นสุขได้เพราะเป็นคนมีศีลคุ้มครอง

สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ผู้จะไปสู่นิพพานได้ก็เพราะศีล

ศีลเป็นเครื่องเป็นฐานของคุณงามความดี ถ้าคนไม่มีศีลเป็นคนเลวเป็นคนอันธพาล เป็นคนชั่วได้ง่ายๆ นะถ้าคนไม่มีศีล เพราะฉะนั้นศีลเป็นพื้นฐาน ผู้ที่มีศีล ๕ เป็นมนุษย์ก็ไม่ติดคุกไม่ติดตะราง เป็นคนดีในชุมชนในสังคม ถ้าตายไปแล้วก็ไม่ตกนรกไปสู่สวรรค์เท่านั้น อันนี้พระพุทธเจ้ารับรองถึงขนาดนั้นนะ

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ต่างภพ ต่างความถี่ ผีกับคน”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๙






"...ตราบใดที่ยังเห็น ว่า จิต คือตัวเรา เป็นของ
ของเรา เราที่ต้องช่วยให้จิตหลุดพ้น ตราบนั้น
ตัณหา หรือสมุทัย ก็จะสร้างภพของจิตว่างขึ้น
มาร่ำไป ขอย้ำว่าขั้นนี้ จิต จะดำเนินวิปัสสนา
ไปเอง ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติจงใจกระทำ ดังนั้นจึงกล่าว
ได้ว่า ไม่มีใครเลยที่จงใจ หรือตั้งใจบรรลุมรรค
ผล นิพพานได้ มีแต่จิตเค้าปฏิบัติตนเองไป เท่า
นั้น

เมื่อจิตทรง ตัวรู้แต่ไม่คิดอะไรนั้น บางครั้งจะมี
บางสิ่งผุดขึ้นมา สู่ภูมิรู้ ของจิต แต่จิตไม่สำคัญ
มั่นหมายว่ามันคืออะไรเพียงแค่รู้เฉย ๆ ถึงความ
เกิดดับนั้น เท่านั้น ในขั้นนี้ เป็นการเดินวิปัสสนา
ขั้นละเอียดที่สุด ถึงจุดหนึ่ง จิตจะก้าวกระโดด
ต่อไปเอง

การเข้าสู่มรรคผลนั้น รู้มีตลอด แต่ไม่คิด และ
ไม่สำคัญมั่นหมาย ในสังขารละเอียด คือความ
สงบอันประณีต ที่ผุดขึ้นมานั้น เมื่อจิตถอนออก
จากอริยะมรรคและอริยะผลที่เกิดขึ้นแล้ว ผู้ปฏิ
บัติจะรู้ชัดว่า ธรรมเป็นอย่างนี้

สิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นต้องดับไป ธรรมชาติบางอย่าง
มีอยู่ แต่ก็ ไม่มีความเป็นตัวตนสักอณูเดียว นี้เป็น
การรู้ธรรม ในขั้นพระโสดาบัน คือ ไม่เห็นว่า
สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้แต่ตัวจิตเองเป็นตัวเรา แต่ความ
ยึดถือในความเป็นเรายังมีอยู่ เพราะขั้นความเห็น
กับความคิด นั้นมันคนละขั้นกัน..."

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล






“..โลกอยู่ได้ด้วยเมตตา คือความเอ็นดูสงสารกันทุกตัวสัตว์ที่มีชีวิตครองตัวอยู่ ไม่พึงเบียดเบียนทำลายกันด้วยความโกรธแค้น หรือด้วยความเห็นแก่ปากแก่ท้อง ซึ่งไม่มีประมาณแห่งความอิ่มพอและไม่มีทางสิ้นสุดแห่งการทำลายกัน พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษของมันด้วยพระปัญญาอันแหลมคมไม่มีทางสงสัย และทรงเห็นคุณในความเมตตาว่า เป็นธรรมอ่อนโยนและสมัครสมานรักใคร่ไมตรีต่อกันระหว่างสัตว์โลกทุกชั้นทุกภูมิ ซึ่งมีความรักสุขเกลียดทุกข์เสมอหน้ากัน จึงประทานไว้เพื่อความมั่นคงแห่งสันติสุขแก่โลกตลอดกาลนาน หากเมตตาธรรมยังมีอยู่ในใจของสัตว์โลกอยู่ตราบใด โลกยังจะมีหวังความสุขความสมหวังอยู่ตราบนั้น แต่ถ้าเมตตาได้ห่างเหินจากใจของสัตว์โลกกาลใด กาลนั้นแม้สัตว์โลกจะมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิดอย่างพึงพอใจก็ตาม แต่จะไม่มีความสงบสุขตกค้างอยู่ในวงสัตว์โลกนั้น ๆ เลย ส่วนที่ได้รับจะมีแต่ความเดือดร้อนขุ่นเคืองไปทุกหย่อมหญ้า..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







ผู้ที่มี “ปัญญา” ย่อมตระหนักดีว่าชีวิตนั้น
เต็มไปด้วยความผันผวนปรวนแปร
หาความจีรังยั่งยืนมิได้ จึงมองพ้นความสุข
เฉพาะหน้า ไม่ฝากความหวังไว้กับเงินทอง
ชื่อเสียง และอำนาจ หากมุ่งบำเพ็ญธรรม
หมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเพื่อ กาย วาจาที่สะอาด
จิตที่สงบ และปัญญาที่สว่างไสว
มิใช่เพียงเพื่อความสุขในปัจจุบันเท่านั้น
แต่เพื่อความสงบเย็น ในยามที่ต้องเผชิญกับ
ความพลัดพรากสูญเสีย และความแปรเปลี่ยน
ในวันข้างหน้า ความผันผวนปรวนแปรเป็น
สิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องเป็น
ทุกข์เพราะมันก็ได้ เราสามารถ “รักษาใจ”
ให้เป็นสุขได้ นี้คือประโยชน์ที่ได้จาก “ธรรม”
อันน้อมนำมาสู่ใจ และยังช่วยให้เราสามารถ
บำเพ็ญประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์และ
สรรพสัตว์ได้อย่างไม่มีประมาณ ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 31 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO