|
“ให้พิจารณาความตาย…ชีวิตคนเราสั้นนิดเดียว เปรียบเหมือนหม้อน้ำอยู่กลางแดด มันจะระเหยไปเรื่อยๆ…อย่าประมาท ให้ดูใจเจ้าของ”
#หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร
#ธรรมะเข้าพรรษา
การบรรลุธรรมนั้นคือรู้เห็นตามความเป็นจริงว่าทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ไม่ใช่เราจะได้อะไร ถ้าเราประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ พระนิพพานก็จะปรากฏแก่ใจของเราเองทุกคนนะ
คนเรานะต้องมีความสุขในการทำงานการปฏิบัติธรรม มีความสุขมาก สุขพิเศษ เหมือนเราทานอาหารอร่อย ทานไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็อิ่มเอง เราไม่ต้องไปถามผู้วิเศษที่ไหนว่าเราบรรลุขั้นไหน เพราะเราเข้าถึงความสุขความดับทุกข์มันจะรู้เอง เหมือนคนทานอาหารนี้แหละ เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นหลักของวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เค้าตรวจสอบได้ แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นมันก้าวไปไกลกว่าวิทยาศาสตร์ เพราะมันเน้นทั้งทางวัตถุ และเน้นความสุขทางใจไปพร้อม ๆ กัน ถ้าทางวิทยาศาสตร์นั้นมันยังเป็นโรคประสาทอยู่ ถ้าเราเพิ่มเติมทั้งวิทยาศาสตร์และเพิ่มเติมใจมีความสุข เราจะไปไกลกว่าทางวิทยาศาสตร์น่ะ ญาติโยมประชาชนนั้นน่ะ พระพุทธเจ้าให้เราพากันเข้าใจนะ ว่าการปฏิบัติธรรมนั้น เค้าต้องปฏิบัติที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ครอบครัว ต้องมีความสุขในการทำงานที่บ้านที่สำนักงาน ทุกหนทุกแห่งนั้นมีความสุขน่ะ กลับมาบ้านก็มีความสุขกับครอบครัวญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล มันมีความสุขใจสบายใจ มีศีล ๕ ไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิ ถ้าเราไม่มีศีล ๕ ไหว้พระ สวดมนต์นั่งสมาธิ พักผ่อนใจจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ความยึดมั่นถือมั่นน่ะ ใจของเราก็มีตำแหน่งมีฐานะเท่ากับสัตว์เดรัจฉาน ช้างม้าวัวควาย หมูหมากาไก่ มันกินแล้วนอนพักผ่อนกายา ฐานะของเรามันก็พอ ๆ กับเค้า มันยังตกอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิด ความยึดมั่นถือมั่น ความหลงความเพลิดเพลิน ลาภยศสรรเสริญ
เราจะทำงานอะไรอาชีพอะไรเราต้องมีความสุขกับการทำงาน อาชีพเราต้องเป็นอาชีพที่สุจริต ไม่ทำให้คนอื่นสัตว์อื่นเดือดร้อน ต้องเอาธรรมเป็นใหญ่ ครอบครัวเป็นใหญ่ สังคมเป็นใหญ่ ไม่บริโภคอบายมุข เช่น ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ดื่มเครื่องดองของเมา เจ้าชู้ ลักเล็กขโมยใหญ่ เล่นการพนัน
คนเรานะ ถ้ามีความสุขในการทำงานมันต้องรวยต้องเฮง มีความสุขในการขยันซื่อสัตย์กตัญญูกตเวที มันต้องรวยต้องเฮงอยู่แล้ว กายวาจาเราก็ดี กิริยามารยาทเราก็ดี เอาในหลวงมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นตัวอย่างแบบอย่าง ท่านไม่ก๋าไม่กร่าง
พวกผู้ที่เป็นพ่อเป็นแม่ก็เป็นตัวอย่างของลูกของหลาน เพราะว่าเค้าตั้งให้เราเป็นพระอรหันต์ประจำบ้านประจำครอบครัว พ่อแม่คือพระอรหันต์ของลูก เราต้องเป็นพระอรหันต์ประจำบ้านประจำครอบครัว ลูกเค้าก็จะได้เคารพกราบไหว้ เป็นตัวอย่างแบบอย่าง ถ้าเรามีความสุขใจสบายใจ มีศีลมีธรรม ลูกหลานของเราก็เอาตัวอย่างแบบอย่าง ถ้าพ่อแม่ดี มีศีลมีธรรมมีคุณธรรม ลูกหลานมันก็รวยก็เฮงมันก็เจริญ
ให้ทุกคนนั้นสบายใจนะ ที่ผ่าน ๆ มาน่ะจิตใจของเราตกอยู่ในนรก เมื่อได้ฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าถึงจะปรินิพพานแล้ว พระธรรมคำสั่งสอนของท่านยังเป็นอมตะอยู่ตลอดกาลตลอดเวลา เราต้องน้อมเอามาใส่จิตใจใส่ของเรา
คณะสงฆ์ พระภิกษุสามเณร ญาติธรรม ญาติพี่น้อง ได้บำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศลน้อมถวายหลวงพ่อน้อม นมกาโร ที่ละสังขารวายชนม์ทางร่างกายจากเราไปไม่มีวันกลับ ไปแล้วไปเลย ขออาราธนาหลวงพ่อน้อม รับเอาส่วนบุญส่วนกุศลที่ทางคณะสงฆ์ องค์ภิกษุสามเณร ญาติธรรม พ่อค้าประชาชน ที่อุทิศบุญกุศลให้ ณ โอกาสนี้ และขอเชิญ โยมโกวิท และโยมค้อนรับอนุโมทนาบุญกุศลในโอกาสนี้ ถ้ามีความสุขแล้วก็มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป เข้าถึงพระนิพพานทุกท่านทุกคน ณ โอกาสนี้ด้วยเทอญ
ขออำนวยอวยชัย เอาคุณพระศรีรัตนตรัย คุณของพระพุทธเจ้า คุณของพระธรรม คุณของพระอริยสงฆ์ ให้คณะสงฆ์ พระภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ข้าราชการ พ่อค้าประชาชน จงได้รับพรอันประเสริฐจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประกอบด้วยบริสุทธิคุณ พระปัญญาบริสุทธิคุณ พระกรุณาบริสุทธิคุณ จงเข้าถึงคุณธรรมอันประเสริฐ ได้แก่ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พระนิพพานสมบัติด้วยกันทุกท่านทุกคน ณ โอกาสนี้ด้วยเทอญ...
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เมตตาให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
การบรรลุธรรมนั้นคือรู้เห็นตามความเป็นจริงว่าทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ไม่ใช่เราจะได้อะไร ถ้าเราประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ พระนิพพานก็จะปรากฏแก่ใจของเราเองทุกคนนะ
คนเรานะต้องมีความสุขในการทำงานการปฏิบัติธรรม มีความสุขมาก สุขพิเศษ เหมือนเราทานอาหารอร่อย ทานไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็อิ่มเอง เราไม่ต้องไปถามผู้วิเศษที่ไหนว่าเราบรรลุขั้นไหน เพราะเราเข้าถึงความสุขความดับทุกข์มันจะรู้เอง เหมือนคนทานอาหารนี้แหละ เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นหลักของวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เค้าตรวจสอบได้ แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นมันก้าวไปไกลกว่าวิทยาศาสตร์ เพราะมันเน้นทั้งทางวัตถุ และเน้นความสุขทางใจไปพร้อม ๆ กัน ถ้าทางวิทยาศาสตร์นั้นมันยังเป็นโรคประสาทอยู่ ถ้าเราเพิ่มเติมทั้งวิทยาศาสตร์และเพิ่มเติมใจมีความสุข เราจะไปไกลกว่าทางวิทยาศาสตร์น่ะ ญาติโยมประชาชนนั้นน่ะ พระพุทธเจ้าให้เราพากันเข้าใจนะ ว่าการปฏิบัติธรรมนั้น เค้าต้องปฏิบัติที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ครอบครัว ต้องมีความสุขในการทำงานที่บ้านที่สำนักงาน ทุกหนทุกแห่งนั้นมีความสุขน่ะ กลับมาบ้านก็มีความสุขกับครอบครัวญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล มันมีความสุขใจสบายใจ มีศีล ๕ ไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิ ถ้าเราไม่มีศีล ๕ ไหว้พระ สวดมนต์นั่งสมาธิ พักผ่อนใจจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ความยึดมั่นถือมั่นน่ะ ใจของเราก็มีตำแหน่งมีฐานะเท่ากับสัตว์เดรัจฉาน ช้างม้าวัวควาย หมูหมากาไก่ มันกินแล้วนอนพักผ่อนกายา ฐานะของเรามันก็พอ ๆ กับเค้า มันยังตกอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิด ความยึดมั่นถือมั่น ความหลงความเพลิดเพลิน ลาภยศสรรเสริญ
เราจะทำงานอะไรอาชีพอะไรเราต้องมีความสุขกับการทำงาน อาชีพเราต้องเป็นอาชีพที่สุจริต ไม่ทำให้คนอื่นสัตว์อื่นเดือดร้อน ต้องเอาธรรมเป็นใหญ่ ครอบครัวเป็นใหญ่ สังคมเป็นใหญ่ ไม่บริโภคอบายมุข เช่น ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ดื่มเครื่องดองของเมา เจ้าชู้ ลักเล็กขโมยใหญ่ เล่นการพนัน
คนเรานะ ถ้ามีความสุขในการทำงานมันต้องรวยต้องเฮง มีความสุขในการขยันซื่อสัตย์กตัญญูกตเวที มันต้องรวยต้องเฮงอยู่แล้ว กายวาจาเราก็ดี กิริยามารยาทเราก็ดี เอาในหลวงมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นตัวอย่างแบบอย่าง ท่านไม่ก๋าไม่กร่าง
พวกผู้ที่เป็นพ่อเป็นแม่ก็เป็นตัวอย่างของลูกของหลาน เพราะว่าเค้าตั้งให้เราเป็นพระอรหันต์ประจำบ้านประจำครอบครัว พ่อแม่คือพระอรหันต์ของลูก เราต้องเป็นพระอรหันต์ประจำบ้านประจำครอบครัว ลูกเค้าก็จะได้เคารพกราบไหว้ เป็นตัวอย่างแบบอย่าง ถ้าเรามีความสุขใจสบายใจ มีศีลมีธรรม ลูกหลานของเราก็เอาตัวอย่างแบบอย่าง ถ้าพ่อแม่ดี มีศีลมีธรรมมีคุณธรรม ลูกหลานมันก็รวยก็เฮงมันก็เจริญ
ให้ทุกคนนั้นสบายใจนะ ที่ผ่าน ๆ มาน่ะจิตใจของเราตกอยู่ในนรก เมื่อได้ฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าถึงจะปรินิพพานแล้ว พระธรรมคำสั่งสอนของท่านยังเป็นอมตะอยู่ตลอดกาลตลอดเวลา เราต้องน้อมเอามาใส่จิตใจใส่ของเรา
คณะสงฆ์ พระภิกษุสามเณร ญาติธรรม ญาติพี่น้อง ได้บำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศลน้อมถวายหลวงพ่อน้อม นมกาโร ที่ละสังขารวายชนม์ทางร่างกายจากเราไปไม่มีวันกลับ ไปแล้วไปเลย ขออาราธนาหลวงพ่อน้อม รับเอาส่วนบุญส่วนกุศลที่ทางคณะสงฆ์ องค์ภิกษุสามเณร ญาติธรรม พ่อค้าประชาชน ที่อุทิศบุญกุศลให้ ณ โอกาสนี้ และขอเชิญ โยมโกวิท และโยมค้อนรับอนุโมทนาบุญกุศลในโอกาสนี้ ถ้ามีความสุขแล้วก็มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป เข้าถึงพระนิพพานทุกท่านทุกคน ณ โอกาสนี้ด้วยเทอญ
ขออำนวยอวยชัย เอาคุณพระศรีรัตนตรัย คุณของพระพุทธเจ้า คุณของพระธรรม คุณของพระอริยสงฆ์ ให้คณะสงฆ์ พระภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ข้าราชการ พ่อค้าประชาชน จงได้รับพรอันประเสริฐจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประกอบด้วยบริสุทธิคุณ พระปัญญาบริสุทธิคุณ พระกรุณาบริสุทธิคุณ จงเข้าถึงคุณธรรมอันประเสริฐ ได้แก่ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พระนิพพานสมบัติด้วยกันทุกท่านทุกคน ณ โอกาสนี้ด้วยเทอญ...
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เมตตาให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ความดีมีอยู่ในตัวเราเอง ซึ่งเป็นคนดีขึ้น เพราะทำดี เมื่ออยากดูหน้าตาของความดี ก็จงส่องกระจกดูหน้าตัวเราเอง จะรู้สึกภูมิใจ ซึ่งแฝงอยู่ในใบหน้า ในสายตา อันส่อเข้าไปถึง จิตใจที่ดี อาจมีความอิ่มใจในความดีของตน เป็นอย่างมาก แต่ถ้าตัวของเราเองทุกคน ทำไม่ดีต่างๆ ก่อให้เกิดทุกข์ร้อนเสียหายแก่ใครๆ ก็จะเป็นที่ติฉินนินทา เพราะการทำนั้นก่อให้ เกิดโทษ นี่คือความชั่วที่มีอยู่ในตัวเราเอง ซึ่งเป็นคนชั่วเพราะทำชั่ว เมื่ออยากดูหน้าตา ของความชั่ว ก็จงส่องกระจกดูหน้าของตัวเราเอง จะรู้สึกถึงความอัปยศอดสู ความปิดบังซ่อนเร้น แฝงอยู่ในใบหน้า ในสายตา อันส่อเข้าไปถึงจิตใจ ที่ไม่ดี อาจมีความเศร้าสร้อยตำหนิตนเอง รังเกียจตนเอง ... ... ๑๐๐ คำสอน สมเด็จพระญาณสังวรฯ คำสอนที่ ๗๒
“ . . หลงลมออกเข้าก็หลงหนังเหมือน ถ้าไม่หลงหนังก็ไม่หลงลมออกเข้าโดยนัยเดียวกัน
ดูโลกก็ดูทุกข์ ดูทุกข์ก็ดูโลก ดูสังขารก็ดูทุกข์ ดูทุกข์ก็ดูสังขาร
พ้นโลกก็พ้นทุกข์ พ้นทุกข์ก็พ้นโลก พ้นสังขารก็พ้นทุกข์ พ้นทุกข์ก็พ้นสังขาร
มีความหมายอันเดียวกันทั้งนั้นไม่ผิด . . ”
โอวาทธรรม หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
#หลวงปู่จาม_มหาปุญฺโญ #โอวาทธรรม
โอวาทธรรมหลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ
"โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันต้องอาศัยการควบคุมตนให้ได้ใจให้สงบระงับ มั่นคงบริสุทธิ์อยู่ ไม่เบียดเบียนใครผู้ใดเช่นนี้ ก็พอจะอยู่ได้บ้างอย่างมีสุข"
หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย คำชะอี จ.มุกดาหาร
ธรรมชาติมีสองอย่าง
หนึ่งธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากศีลสมาธิและปัญญาในใจ ทรงสภาวธรรมที่มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ ธรรมชาติอย่างที่สองคือธรรมชาติของใจที่มีกิเลสย่อมกระทำไปตามธรรมชาติของกิเลสภายในใจ ไม่มีธรรมะครอง มีกิเลสเป็นเจ้าเรือนนำทางไป นี้คือธรรมชาติของผู้มีกิเลส
สมาธิหากมีแล้วมีความประสงค์จะจัดการกิเลสในใจท่านเรียกว่าความดำริชอบ สมาธิเมื่อมีแล้วปรารถนาต้องการอย่างที่ใจอยาก เช่น อยากได้ อยากรวย อยากเห็นหวย ท่านเรียกว่า มีจิตอันปรารถนาลามก
ผู้รู้แล้วย่อมไม่หลง
ถือตนเข้าใจว่าตนรู้แล้ว แต่หลงอยู่ กระทำอยู่ซึ่งอบายมุก เรียกว่า ผู้มืดบอด พวกนี้ศิษย์เทวทัต ไม่รู้จักประมาณตนเอง ไม่รู้จักบุญบาป ก่อนเราจะบอกว่าไม่มีบุญไม่มีบาป เรารู้จักบุญบาปหรือเหตุของมันแจ่มชัดแล้วหรือยัง แม้แต่สิ่งพวกนี้ยังไม่รู้ เราจะพูดได้ไงว่าไม่ยึดบุญ ไม่ยึดบาป ถ้ายังไม่รู้ เราก็ยังวางบุญบาปไม่ได้หรอก อย่าเป็นผู้รู้ที่รู้ไม่จริง เพราผู้รู้จริงเขาไม่กระทำเรื่องของอบายมุก
โอวาทธรรม พระชินวัตร ฐิตโสภโณ (ครูบาแหวง)
|