นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อังคาร 28 ก.ค. 2026 6:33 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


Switch to mobile style


โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: สร้างบุญบารมี
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 24 ก.ค. 2026 12:59 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5378
“..เกิดมาเพื่ออะไร..”

“..ตนเกิดมาแล้วนึกไม่ได้เลยว่า ตนเกิดมาสร้างบุญบารมี นึกไม่ได้ ก็เลยเมาอยู่กับโลกอันนี้ไปโดยส่วนเดียว ดังที่เราเห็นกันอยู่บางคนน่ะไม่ได้สนใจในการบุญการกุศลอะไรเลย ไม่สนใจในการที่จะละความชั่ว ทำความดีอะไร ก็อยู่ไปกินไปตามยถากรรมอย่างนั้นมีอยู่ถมไป นี่เรียกว่า คนเรามันลืมตัวนะ มันลืมเหตุปัจจัยของชีวิต มืดแปดด้านเอาจริงๆ ไม่รู้ว่าตนเกิดมาเพื่ออะไร ไม่รู้จุดประสงค์เลยนั่นแหละ

ทีนี้ผู้ที่เคยมีสติสัมปชัญญะ เคยมีศรัทธามั่นในบุญในกุศลมาแต่ชาติก่อนโน้น พอเกิดมาชาตินี้บุญเก่านั่นแหละมาเตือนใจให้ระลึกได้ ให้ระลึกว่าเออนี่เราเกิดมานี่เราเกิดมาเพื่อสร้างบุญบารมี บุญบารมีที่เราทำมานั้นมันยังไม่เต็ม มันยังน้อยอยู่ จำเป็นที่เราจะต้องสร้างบุญบารมีให้มันมากที่สุดในชีวิตของเรา แล้วก็ในขณะเดียวกันสิ่งใดที่เป็นบาปเป็นโทษ เราจะพยายามละเว้นหมดไปเลย จะไม่สะสมมันไว้ขึ้นชื่อว่าบาป เพราะมันก่อให้เกิดทุกข์

อันผู้ใดมาระลึกถึงตัวเองได้อย่างนี้นับว่าโชคดีเหลือเกินนะ นับว่าเป็นคนมีมงคลอยู่ในตนมากมายทีเดียวแหละ เพราะว่าผู้นั้นจะได้พยายามสั่งสมบุญกุศลให้มากขึ้นในตนของตน ในเวลาที่มีชีวิตเป็นอยู่นี่ เพราะว่าชีวิตของคนเราในยุคนี้สมัยนี้มันน้อยเหลือเกินนะ ถ้าใครไม่รีบเร่งทำความดี ไม่รีบเร่งละความชั่วแล้วก็จะไม่ได้ทำเลย พอแต่อ้างนู่นอ้างนี่อยู่อย่างนี้ล่ะก็ ไปๆหน่อยหนึ่งความตายมาถึงแล้วก็แล้วเลย ไม่ได้สั่งสมบุญกุศลแล้วไม่ได้ละความชั่ว ความชั่วมีอยู่ในใจอย่างไรมันก็ติดสอยห้อยตามก่อทุกข์ให้ไปในชาติหน้าต่อไปอีก..”

วรลาโภวาท
พระสุธรรมคณาจารย์ วิ. (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) วัดอรัญญบรรพต ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
(พ.ศ.๒๔๕๕-๒๕๔๘ )





สติ ... เมื่อถูกประกอบให้สมบูรณ์มากขึ้น ๆ แล้ว สติตัวนี้เองจะแผลงเป็น มรรคปัญญา หรือ ปัญญาญาณ อันทรงพลัง เป็นญาณที่เพียบพร้อมไปด้วย วิชชา คือ ความรอบรู้...

#หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

สวนพุทธธรรมป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ธรรมะข้อนี้ของ หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเจริญสติอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อ "สติ" ได้รับการฝึกฝนจนสืบเนื่อง ชำนาญ และสมบูรณ์เต็มที่ (สติสัมโพชฌงค์ / สติปัฏฐาน) สตินั้นจะไม่ใช่แค่การระลึกรู้ธรรมดาอีกต่อไป แต่จะพัฒนาและส่งกำลังต่อให้เกิด "มรรคปัญญา" หรือ "ปัญญาญาณ" ที่แทงตลอดในสภาวะธรรมตามความเป็นจริง

​สรุปใจความธรรมะ

​การสั่งสมสติ: การเจริญสติอย่างสม่ำเสมอเปรียบเหมือนการสะสมกำลังทีละน้อย

​การแผลงเป็นปัญญา: เมื่อสติแก่กล้าจนบริบูรณ์ สตินั้นเองจะเป็นฐานที่ทำให้เกิด วิชชา (ความรู้แจ้ง) ตัดอวิชชาและความเด็ดขาดในกิเลสได้อย่างทรงพลัง

​ผลของการปฏิบัติ: นำไปสู่ความรอบรู้ตามความเป็นจริง (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) และหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น





“..ถ้าใครกลัวตายเพราะความเด็ดเดี่ยวทางความเพียร ผู้นั้นจะต้องกลับมาตายอีกหลายภพหลายชาติไม่อาจนับได้ ส่วนผู้ใดไม่กลัวตายผู้นั้นจะตัดภพชาติให้น้อยลงถึงกับไม่มีภพชาติเหลืออยู่ และผู้นั้นแลจะเป็นผู้ไปไม่กลับหลังมาหาบทุกข์อีก ตัวผมเองสลบไปถึง ๓ หน เพราะความเพียรกล้าเวทนาทับถม ยังไม่เห็นตายและยังรอดมาเป็นอาจารย์สอนหมู่คณะอยู่ได้ หมู่เพื่อนทำความเพียรยังไม่ถึงขั้นสลบไสลเลย ทำไมจึงกลัวตายกันนักหนาเล่า ถ้าไม่ตายไปพักหนึ่งก่อนก็น่ากลัวไม่เห็นธรรมชาติอัศจรรย์..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
(พ.ศ.๒และหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น




“..เกิดมาเพื่ออะไร..”

“..ตนเกิดมาแล้วนึกไม่ได้เลยว่า ตนเกิดมาสร้างบุญบารมี นึกไม่ได้ ก็เลยเมาอยู่กับโลกอันนี้ไปโดยส่วนเดียว ดังที่เราเห็นกันอยู่บางคนน่ะไม่ได้สนใจในการบุญการกุศลอะไรเลย ไม่สนใจในการที่จะละความชั่ว ทำความดีอะไร ก็อยู่ไปกินไปตามยถากรรมอย่างนั้นมีอยู่ถมไป นี่เรียกว่า คนเรามันลืมตัวนะ มันลืมเหตุปัจจัยของชีวิต มืดแปดด้านเอาจริงๆ ไม่รู้ว่าตนเกิดมาเพื่ออะไร ไม่รู้จุดประสงค์เลยนั่นแหละ

ทีนี้ผู้ที่เคยมีสติสัมปชัญญะ เคยมีศรัทธามั่นในบุญในกุศลมาแต่ชาติก่อนโน้น พอเกิดมาชาตินี้บุญเก่านั่นแหละมาเตือนใจให้ระลึกได้ ให้ระลึกว่าเออนี่เราเกิดมานี่เราเกิดมาเพื่อสร้างบุญบารมี บุญบารมีที่เราทำมานั้นมันยังไม่เต็ม มันยังน้อยอยู่ จำเป็นที่เราจะต้องสร้างบุญบารมีให้มันมากที่สุดในชีวิตของเรา แล้วก็ในขณะเดียวกันสิ่งใดที่เป็นบาปเป็นโทษ เราจะพยายามละเว้นหมดไปเลย จะไม่สะสมมันไว้ขึ้นชื่อว่าบาป เพราะมันก่อให้เกิดทุกข์

อันผู้ใดมาระลึกถึงตัวเองได้อย่างนี้นับว่าโชคดีเหลือเกินนะ นับว่าเป็นคนมีมงคลอยู่ในตนมากมายทีเดียวแหละ เพราะว่าผู้นั้นจะได้พยายามสั่งสมบุญกุศลให้มากขึ้นในตนของตน ในเวลาที่มีชีวิตเป็นอยู่นี่ เพราะว่าชีวิตของคนเราในยุคนี้สมัยนี้มันน้อยเหลือเกินนะ ถ้าใครไม่รีบเร่งทำความดี ไม่รีบเร่งละความชั่วแล้วก็จะไม่ได้ทำเลย พอแต่อ้างนู่นอ้างนี่อยู่อย่างนี้ล่ะก็ ไปๆหน่อยหนึ่งความตายมาถึงแล้วก็แล้วเลย ไม่ได้สั่งสมบุญกุศลแล้วไม่ได้ละความชั่ว ความชั่วมีอยู่ในใจอย่างไรมันก็ติดสอยห้อยตามก่อทุกข์ให้ไปในชาติหน้าต่อไปอีก..”

วรลาโภวาท
พระสุธรรมคณาจารย์ วิ. (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) วัดอรัญญบรรพต ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
(พ.ศ.๒๔๕๕-๒๕๔๘ )


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO