นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อังคาร 28 ก.ค. 2026 1:54 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: คุณงามความดี
โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ 28 มิ.ย. 2026 5:44 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5378
"..ดวงจิต.." "..ก็มีกำลังตั้งอยู่โดยลำพัง จะเกิดมี "วิชา" ขึ้นอีกอย่างหนึ่งในทางจิต ที่เรียกว่า "วิปัสสนา" หรือ "วิชชาวิมุติ"

"ธาตุทั้ง ๔" เป็น "ธาตุกายสิทธิ์", "ดวงจิต" เป็น "จิตตานุภาพ"

เมื่อประสงค์ปรารถนาส่วนใดส่วนหนึ่ง อันเป็นส่วนของธรรมของโลก ก็ให้ "ขยับจิต" "เพ่งลม" ให้หนักและแรง

กำลังจิตเข้า "ไปจ่อ" ในธาตุอันบริสุทธิ์ ก็จะมี "ญาณผุด" ขึ้นในธาตุนั้น

เปรียบเหมือนเข็มของแผ่นจานเสียงซึ่งจดจ่อลงไป ย่อมเกิดเสียงของมนุษย์และสัตว์ปรากฏขึ้นในที่นั้นฉันใด

"สติ" ของเรา "จดจ่อ" เพ่งเล็งลงใน "อารมณ์" อันสะอาด

ต้องการ "รูป" ก็จะปรากฏ "รูป" ต้องการ "เสียง" ก็จะปรากฏ "เสียง"

ไม่ว่าใกล้หรือไกล ย่อมรู้ได้ ทั้งเรื่องโลกและเรื่องธรรม เรื่องตนและคนอื่น สุดแท้แต่เราประสงค์

เรื่องใด จดจ่อลงไปก็ "ให้นึกขึ้น" จะปรากฏได้ทันทีฉันนั้น

นี่แหละเรียกว่า "ญาณ" รู้ได้ใน อดีตและอนาคต พร้อมด้วยปัจจุบัน

จึงเป็น "วิชา" สำคัญอันหนึ่ง ที่เรียกว่า "ปัจจัตตัง" รู้ได้เฉพาะตน

"ธาตุนั้น" เปรียบเหมือน "กระแสไฟ" ที่แล่นอยู่ในอากาศ

"สติและจิต" มีกำลังกล้า มีวิชาความรู้สูง สามารถที่จะทำให้ "ธาตุ" นั้นเป็นสื่อสัมพันธ์ทั่วไปในโลก

เป็นทางให้ "เกิดวิชาความรู้" ขึ้นในตัวเองได้เป็นอย่างดี

"ฌานที่ ๔" นี้ เมื่อมีแล้วโดยสมบูรณ์ก็เป็นเหตุให้เกิด "วิชา ๘ ประการ" ขึ้นในตัวของเราเอง มี วิปัสสนาญาณ

มี "วิปัสสนาญาณ" คือ

๑. "วิปัสสนาญาณ" คือ "ความรู้แจ้งเห็นจริง" ใน "นามและรูป" เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป วิปัสสนาญาณนี้เป็นส่วนพิเศษ เกิดขึ้นจากการอบรม จิต มีหนทางรู้ได้ ๒ วิธี

(๑) รู้ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องนึกคิด

(๒) รู้ขึ้นจากการนึกคิด แต่ไม่ใช่การตรองให้ยืดยาวเหมือนความรู้ธรรมดา นึกเมื่อใดก็โพลงขึ้นมาเมื่อนั้น เหมือนน้ำมันเบนซินที่ชุ่มอยู่ด้วยสำลี เมื่อจ่อไฟเมื่อใดก็ลุกโพลงขึ้นได้โดยเร็ว "วิปัสสนา" ก็ดี "ญาณ" ก็ดี ย่อมมีความเร็วได้เช่นนั้น จึงต่างจาก "ปัญญาสามัญธรรมดา" (สัญญา)

๒. "มโนมยิทธิ" ฤทธิ์ในทางจิตใจ นึกเช่นไรย่อมเป็นเช่นนั้น

๓. "อิทธิวิธี" แสดงฤทธิ์ได้ให้ปรากฏแก่คนบางพวก เช่น แปลงรูป แปลงสถานที่ ให้ประชาชนแลเห็นด้วยตา บางคราวบางสมัย

๔. "ทิพพโสต" หูทิพย์ ฟังเสียงไกลได้

๕. "เจโตปริยญาณ" กำหนดรู้ในวาระน้ำใจของบุคคลอื่นได้ ว่าดี ชั่วหยาบหรือละเอียด

๖. "ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ" ระลึกชาติหนหลังได้ (ท่านจะไม่ต้องยุ่งในเรื่องตายเกิด ตายสูญ เพราะได้วิชาข้อนี้)

๗. "ทิพพจักขุ" ได้ตาทิพย์ มองเห็นรูปละเอียดและหยาบ ใกล้หรือไกลได้ (อนุปรมาณู)

๘. "อาสวักขยญาณ" รู้จักวิธีทำอาสวะกิเลสเครื่องเศร้าหมองใจ ให้เบาบางและสิ้นไปได้

วิชา ๘ ประการนี้ล้วนแล้วแต่สำเร็จมาจาก "ภูมิฐานของสมาธิ" ทั้งสิ้น

ฉะนั้นแนวทางที่จะทำให้เกิด"สมาธิญาณ"โดยทางของ"อานาปา ฯ" ที่แสดงไว้นั้น เมื่อผู้มีความมุ่งหวังในส่วนความดี ทั้งหลายนี้ จงสนใจปฏิบัติอบรมจิตใจของตนเองนั้น เทอญ ฯ.."

ธมฺมธโรวาท
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
(พ.ศ.๒๔๔๙-๒๕๐๔ )





"ความจริงอย่างหนึ่งที่ผู้คนไม่อยากนึกถึง
ก็คือ ความตายสามารถเกิดกับเราได้ทุกเวลา
การเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเผชิญ
กับความตายอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญ
แต่คนส่วนใหญ่กลับมองข้ามความจริงข้อนี้
โดยให้เหตุผลว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว"

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล





“ผู้มีปัญญา เห็นค่าของตนที่ฝึกแล้ว
ย่อมยินดีที่จะเผชิญความยาก ความยาก
แม้มากมายเพียงไรก็ตาม ย่อมให้ผล
เป็นความมีค่าแห่งจิตใจตน เป็นความมีค่า
แห่งตนเอง เป็นผลที่คุ้มกับความยากลำบาก
ที่ต้องต่อสู้ เพื่อให้การฝึกตนเป็นไปด้วยดี
มีผลสำเร็จสมดังความมุ่งมาดปรารถนา
บัณฑิตหรือคนดีมีปัญญา ย่อมกล้า ย่อมพร้อม
ที่จะรับความยากทั้งหลาย เพียงเพื่อได้
มีโอกาสฝึกตน” ...
...
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร





#โอวาทธรรม
#ท่านพ่อลี_ธัมมธโร

โอวาทธรรมท่านพ่อลี ธัมมธโร

กายนี้เปรียบเหมือนมีด
จิตของเราเปรียบเหมือนคน

ถ้าเรารู้จักใช้มีดนั้นก็เป็นประโยชน์
แต่ถ้าเราไม่รู้จักใช้มันก็เป็นโทษ
เช่นเอามีดไปฆ่าฟันเขา เขาก็ไม่ได้จับเอามีดไปใส่คุก เขาจับเอาคนที่ฆ่าไป ร่างกายนี้ไม่ทุกข์ด้วย แต่ส่วนที่จะรับทุกข์คือ “ตัวจิต” เมื่อตายก็ต้องไปทุคติ

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ





#ธมฺมวิตกฺโก_ภิกขุ
#ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต
#โอวาทธรรม

โอวาทธรรม ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต

"ถ้ามีสติ...
คุ้มครอง กาย วาจา ใจ อยู่...ทุกขณะ
จะทำอะไรไม่ผิดพลาดเลย
ที่ผิดพลาด เพราะ...
ขาดสติ คือ...เผลอ เหม่อ เลินเล่อ
ประมาท ระเริง หลงลืม...
จึงผิดพลาด."

ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต
วัดเทพศิรินทร์





“ให้หมั่นสร้างบุญบารมีใหม่
ก่อนที่กรรมเก่ามันจะตามมาทัน
กรรมเก่ามันไม่มีสัญญาณมาเตือน
บอกเราล่วงหน้า อย่าให้บารมีทดถอย
เดี๋ยวทุกข์จะมาเยือน จะต่อยอดใหม่
ก็ไม่ทันการณ์”
...
หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร





“..คนเราให้รักษาศีล รักษาธรรม ก็กลัวแต่ทุกข์ยากลำบาก มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ ศีลธรรมให้ความเบาความสบายแก่เรา ไม่มีโทษไม่มีภัย คิดไปข้างหน้า คิดไปข้างหลังก็สบาย ถ้ามีศีลธรรม คิดไปข้างหลัง ความผิดเราก็รู้จัก เมื่อรู้จักเราก็ละพวกนั้น ต่อไปก็บำเพ็ญคุณงามความดี มองไปข้างหน้าก็สบาย มองไปข้างหลังก็สบาย ดังนั้นความทุกข์ทั้งหลายมันอยู่ที่ความเห็นผิด ถ้าเห็นผิดมีทุกข์ทันที ถ้าเห็นถูกแล้วก็สบาย พระศาสดาท่านจึงให้สร้างความเห็น การฟังเทศน์ฟังธรรม ก็เพื่อสร้างความเห็นของเรา คือเรายังเห็นไม่ถูกต้อง ความจริงสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันพอดี มันสม่ำเสมออยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนต้นไม้ในป่านั่นแหละ ต้นยาวก็มี ต้นสั้นก็มี ตรงก็มีคดก็มี ต้นที่มีโพรงก็มี มีทุกอย่าง มันพอดีของมัน คนต้องการต้นคดก็ไปเอา ต้องการต้นตรงก็ไปเอา อยากได้ต้นสั้นต้นยาวก็ไปเอามันเลยพอดีของมัน ในโลกนี้ก็เหมือนกัน มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เราไม่รู้จักเอามาใช้ ถ้าเอามีดมาใช้ก็เอาสันมันมาใช้ มีดเล่มเดียวกันนั่นแหละ ใช้ไม่เป็นก็ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งหลายก็เหมือนกัน ถ้าเราพิจารณาไม่ถูกเรื่องก็ไม่ได้บุญไม่ได้ประโยชน์ เหมือนคนฟังธรรมไม่เข้าใจ ไม่ได้ธรรมะ ปัญญาก็ไม่เกิด เมื่อปัญญาไม่เกิด ความเห็นถูกมันก็ไม่มี ถ้าความเห็นไม่ถูกต้อง การปฏิบัติก็ไม่เป็นผล ผลสุดท้ายฟังเทศน์ฟังธรรมก็เลยเบื่อเพราะฟังแล้วไม่ได้อะไรอย่างนี้ก็มี อันนี้เพราะความไม่เข้าใจในธรรมะถ้าเข้าใจในธรรมะแล้วไม่มีปัญหา สบาย..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
(พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)







เรื่องดับไม่เหลือ ให้จ้องที่จะดับไม่เหลือ, ให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่น่าเอา น่าเป็น แล้วน้อมจิตไปเพื่อความดับไม่เหลืออยู่ตลอดเวลา
.
มันก็อาจจะถึงได้เร็วที่สุด, คือถึงกรรมไม่ดำไม่ขาวนี้ได้เร็วที่สุด. ทีนี้ถ้ามันไม่ได้ทันที; วินาทีสุดท้ายที่ร่างกายจะแตกดับนั้น จะต้องได้ให้จิตน้อมไปเพื่อความดับไม่เหลืออยู่ตลอดเวลา.
.
พอร่างกายจะแตกดับ หายใจครั้งสุดท้าย หรืออะไรก็ตาม ให้มันเป็นไปด้วยความแน่ใจว่า เราสมัครดับไม่เหลือ.
.
เราไม่หวังอะไรที่จะเหลืออยู่ เพราะมันไม่น่าเสน่หาเลย, ดำบ้าง ขาวบ้าง,ดำ ๆ ขาว ๆ บ้าง ไม่น่าหลงใหลเลย;
.
สมัครดับไม่เหลือ; เพียงเท่านี้ก็ยังถึงกรรมที่ว่าไม่ดำไม่ขาวนี้ได้ สักชั่วขณะจิตหนึ่งแล้วก็ตายไปเลย. จะเป็นพระอรหันต์หรือไม่เป็น อย่าไปคิดเลย ;
.
แต่ให้ทำให้ดีที่สุด. แม้ในวาระสุดท้ายอย่างนี้ ก็อย่าไปหวังว่า “กูจะเป็นพระอรหันต์สักหนึ่งแล้วตาย” ; อย่างนั้นจะกลับไม่ได้ ; เพราะไปสร้างอุปาทานขึ้นไปดักไว้ข้างหน้า.
.
วาระสุดท้ายให้นึกแต่ว่า ชีวิตจิตใจที่ประกอบอยู่ด้วยสติปัญญาความรู้นี้มันรู้สึกสิ่งต่าง ๆ มาพอสมควรแล้ว,
.
อายุเข้ามาถึงขนาดนี้แล้ว ล้วนแต่ ไม่มีอะไรที่น่าเอาน่าเป็น ; พอไปเอาไปเป็นเข้า ล้วนแต่เป็นทุกข์
.
ฉะนั้นจะต้องว่างจากการเอาการเป็นอยู่เสมอ ตัวกู - ของกูไม่เกิด, ตัวกู - ของกูดับอยู่เสมอ; แล้วก็ดับครั้งสุดท้ายที่อย่าให้เหลือเชื้อ สำหรับจะเกิดได้อีก.
.
นี่โอกาสดีมีแม้ในวาระสุดท้ายที่ร่างกายจะแตกดับให้ร่างกายดับ ชีวิตดับไปด้วยความรู้สึกไม่เอาไม่เป็น อันนี้; นี้เป็นเคล็ดลับอย่างยิ่ง เป็นทางลัด อย่างยิ่งที่เข้าถึงความสิ้นกรรมก่อนแต่จะตาย.
.
เขาเรียกว่าพร้อมกับความตายก็ตามใจ,เราเรียกว่าก่อนแต่ตาย; เพราะว่าเราได้สลัดออกไปแล้วอยู่ตลอดเวลา.
.
รู้ว่าร่างกายจะแตกดับแล้วก็สมัครดับไม่เหลือแท้จริงเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มที่เลย, แล้วก็มีผล ได้รับผลสัก ๒ - ๓ ขณะจิต ; แล้วหมดความรู้สึกไป อย่างนี้ก็ยังดี.
.
พุทธทาสภิกขุ
โอสาเรตัพพธรรม
หลักปฏิบัติเกี่ยวกับกรรมและความสิ้นกรรม หน้า_๒๙๓





#โอวาทธรรม
#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต

โอวาทธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ

มรรคที่มี อยู่ที่ตนของตนนี้เอง

...มรรคที่มี อยู่ที่ตนของตนนี้เอง
เมื่อเราจะเจริญซึ่งสมถะหรือวิปัสสนา
ก็ไม่ต้องหนีจากกายกับจิต
ไม่ต้องส่งนอก
ให้พิจารณาอยู่ในตนของตน
เป็นโอปนยิโก

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO