นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 21 มิ.ย. 2026 3:52 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ศีลเสมอกัน
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 16 มิ.ย. 2026 8:13 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5341
"ผู้ประพฤติธรรม...ต้องเป็นผู้มีปัญญา"

"ผู้ประพฤติปฏิบัติในธรรมวินัยที่ถูกต้องแล้ว "#จะต้องเป็นผู้มีปัญญา"
พยายามแนะนำพร่ำสอนตัวของตัว
และพยายามแนะนําสอนบุคคลอื่นให้มีเหตุมีผล
รู้จักบาปบุญคุณโทษตามกัน

ส่วน “สุปฏิปันโน” ของโยมนั้นก็คือ ให้พากันรู้จักปฏิบัติพระ
ให้รู้จักอุปัฏฐากพระพอควร ให้มันสมดุลกัน

เหมือนกันกับ....คนอยู่บน คนหนึ่งอยู่ล่าง ยื่นของให้กัน
ถ้ามันไม่ถึงกัน คนอยู่บนก็ต้องหย่อนแขนลงมา
คนอยู่ต่ำมันไม่ถึงก็ยื้อขึ้นไป คนนี้ก็หย่อนลงมา
คนนั้นก็ยื่นขึ้นไป ก็เลยได้ของด้วยกัน

ทีนี้ศาสนาพระพุทธเจ้า....จะเสื่อมหรือจะเจริญ
ก็เพราะพระเณรของเราและพุทธบริษัททั้งหลาย
พวกเรานี้แหละจะพากันย่ำยีศาสนา
ที่จะทำให้ศาสนาเจริญก็พวกเรานี่เอง

ถ้าเราทำให้มันเสื่อมไป เราก็อยู่ไม่สบาย พระก็อยู่ไม่สบาย
โยมก็อยู่ไม่สบาย ต่างคนต่างไม่สบายก็ เพราะเราไม่รู้จักหน้าที่ของเรา

พระเณรไม่รู้จักหน้าที่ของพระเณร
ญาติโยมก็ไม่รู้จักหน้าที่ญาติโยม
ไปก้าวก่ายหน้าที่ของกันและกัน มันก็เลยยุ่งกันไป

มันเรื่องอย่างนี้...เพราะอะไร
เพราะเราเดินไม่ถูกทางของมัน ไม่รู้จักหน้าที่ของเรา

พระไม่รู้จักหน้าที่ของพระ โยมไม่รู้จักหน้าที่ของโยม
พระเอาหน้าที่ของโยมไปทำ
โยมเอาหน้าที่ของพระไปทำ มันเลยยุ่งกันใหญ่..."

#พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)
วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
"ภาวนาคือพิจารณาให้รู้ตามเป็นจริง"

#ขอน้อมกราบพ่อแม่ครูอาจารย์
ที่มาธรรมะดีๆจากเพจ มรดกธรรมพระโพธิญาณเถร หลวงปู่ชา สุภทฺโท





"บุคคลผู้เป็นบัณฑิต"

"ย่อมเชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ
เช่นเชื่อว่า...ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น

แต่เหตุชั่ว ใครจะบัญญัติเอาตามกิเลสของตน
สักเพียงไรก็ตามว่า..เหตุดี
"เหตุชั่วนั้น" จะกลายเป็น"เหตุดี" ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้อีก
"เหตุดีแท้ๆ" จะบัญญัติผิดว่า..."เหตุชั่ว"
เหตุนั้นก็เป็นเหตุชั่วไปไม่ได้เพราะมีผลในเหตุนั้นๆ

เป็นศาลยุติธรรม ตัดสินอยู่ปลายทางไม่ลำเอียง

ในโลกไหนๆ ในธรรมไหนๆ
ผู้ที่จะเลือกเหตุดี เหตุชั่วได้สนิทใจไม่ลังเล
ก็ต้องเป็นผู้แยบคายในเหตุดีเหตุชั่วมาแล้ว
พร้อมผลลัพธ์ทั้งสองฝ่ายมาชำนิชำนาญ
เป็นอาจารย์สอนตัวให้รู้ตัว ทั้งทางขึ้นทางล่องว่า...

สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งสุข สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งทุกข์
สุขเป็นผลแห่งเหตุอันนี้ ทุกข์เป็นผลแห่งเหตุอันนี้
โดยชัดแจ้ง

มิฉะนั้นแล้ว....ก็เลือกเหตุเลือกผลไม่ได้จนวันตาย
ย่อมถูกต้มตุ๋นโดยความไม่แยบคายของตนอยู่ตราบนั้น

กรรมและผลของกรรม เหตุและผลของเหตุ
พืชและผลของพืช เจตนาและผลของเจตนา
การลงมือทำและผลของการลงมือทำ
ก็มีความหมายอันเดียวกัน แต่ให้ผลต่างกันในทางดีทางชั่ว..."

#โอวาทธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
วัดบรรพตคีรี(ภูจ้อก้อ) อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร





” วิธีออกกำลังกายของพระ “

ถาม : ผมมีความเข้าใจว่าร่างกายกับจิตใจมีความต่อเนื่องกัน สงสัยว่าในทางพระพุทธศาสนานี่มีความจำเป็นต้องออกกำลังกายอะไรบ้างไหมครับ หรือเน้นที่การปฏิบัติทางใจเป็นหลักครับ

พระอาจารย์ : ก็ต้องออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย วิธีออกกำลังกายของพระก็คือเดินจงกรมเป็นส่วนใหญ่ พระบางรูปเดินเป็นชั่วโมง

วันๆ ท่านเดินหลายชั่วโมง นอกจากนั้นก็ไปเดินบิณฑบาต
บางแห่งก็เดินไกลเป็นหลายกิโล เดินไปกลับก็หลายกิโลด้วยกัน นี่คือวิธีออกกำลังกายของพระ

งั้นพระส่วนใหญ่จะแข็งแรง เป็นพระปฏิบัติพระป่า
จะไม่อ้วนเหมือนพระในบ้านในเมือง พระในบ้านในเมือง
ท่านไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ท่านเอาแต่บุญบังสังสวด
ท่านก็เลยไม่มีเวลาออกไปบิณฑบาต ไม่มีเวลาเดินจงกรม ท่านก็เลยเจอโรคอ้วนขึ้นมา

งั้นสำหรับพระปฏิบัติ

ไปดูวัดปฏิบัตินี่....จะไม่มีพระอ้วนเพราะท่านเดินเยอะ
และนอกจากนั้นยังทำงานในวัด ยังช่วยปัดกวาดลานวัด
ช่วยทำอะไรต่างๆ ทุกอย่างของวัดป่านี่จะทำกันเองไม่จ้างญาติโยมมาช่วยทำให้ ก็เลยมีการออกกำลังกายโดยปริยาย โดนที่ไม่ต้องไปทำท่าออกกำลังกายเหมือนที่ญาติโยมทำกัน.

#ธรรมะหน้ากุฏิ
วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘

#พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี







“#เมื่อผู้ใดรักษาศีลห้า..."

"ได้สมบูรณ์บริสุทธิ์แล้ว...
จะเป็นบุญกุศล เป็นคุณหนุนนำของจิต

ให้หมั่นภาวนา " #พุทโธ "

ซักฟอกจิตใจให้สูงยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
ร่างกาย...พอได้อยู่อาศัยชีวิตนึงเท่านั้น
ไม่นานก็แตกดับไป ชีวิตนี้ไม่มีหรอกอะไรที่สมหวัง
พอได้อยู่ได้กิน แล้วก็พลัดพรากจากกันไป

โลกนี้....เป็นโลกสงสาร
เกิดมาก็พบเจอแต่ของเก่า เรื่องเก่า แบบนี้อยู่ร่ำไป
ไม่มีอะไรมั่นคงถาวร พิจาราณาดู...”

#โอวาทธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์
พระราชมงคลวชิรปรีดา (ปรีดา ฉทนากโร)
วัดป่าดานวิเวก บ้านแสงอรุน อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ






การฝึกใจ
...
“ใจของเรานี่มันอยู่ในกรง ยิ่งกว่านั้นมันยัง
มีเสือที่กำลังอาละวาดอยู่ในกรงนั้นด้วย
ใจที่มันเอาแต่ใจของเรานี้ ถ้าหากมันไม่ได้
อะไรตามที่มันต้องการแล้ว มันก็อาละวาด
เราจะต้องอบรมใจด้วยการปฏิบัติภาวนา
ด้วยสมาธิ นี้แหละที่เราเรียกว่า การฝึกใจ”
...
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)





" อย่าดูถูกตัวเองชีวิตคนเรานั้นมีค่าเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะทำตัวให้มีค่าหรือไม่ "

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม






ท่านพ่อลี สอนว่า ....
"...อย่าหวั่นไหวในคำติชมของคนทั้งหลาย เราทำดีเขาว่าดีก็มี เราทำชั่วเขาว่าดีก็มี เราทำดีเขาว่าชั่วก็มี ทั้ง ๓ อย่างนี้ ล้วนเป็นเครื่องหวั่นไหวทั้งสิ้น

ฉะนั้น ให้ยึดเอาการกระทำดี กระทำถูกของตนเองบนพื้นฐานแห่งองค์ศีลและหลักธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นสำคัญ ใครจะติชมอย่างไร ไม่ต้องยินดียินร้าย ธรรมดาลมมันจะต้องพัด เปรียบเหมือนผลไม้ที่พอเริ่มเกิดออกมา มันก็จะต้องมีด้วงแมลง คอยกัดกินทำอันตราย คนเราที่ตั้งใจจะทำความดี ก็มักมีศัตรูคอยปองร้ายเช่นเดียวกัน

ให้เราทุกคนทำตัวให้เป็นประโยชน์เหมือนต้นไม้ ยึด พุทธานุสสติ เป็นราก, เมตตา เป็นลำต้น และขันติ เป็นยอดพุทธคุณให้ฝังไว้ในจิตใจ เมตตา ฝังไว้ในกายวาจา ขันติ เป็นแม่เหล็กอย่างแข็งแกร่ง..."






"...การพิจารณาธรรมนี่ ให้มีสติกำหนด
ลงที่จิตของเรานี่เอง อนิจจัง ทุกขัง
อนัตตา มันเกิดที่จิต ดี ชั่ว มันเกิดที่จิต
เราพิจารณาสังขารทั้งหลายทั้งปวง
ไม่เที่ยง เราไปกำหนอดเอา คน สัตว์
ต้นไม้ ภูเขา ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา อันนั้นเป็นเพียงเครื่องหมาย
แต่ อนิจัง ทุกขัง อนัตตาที่แท้จริงคือจิต..."

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย






#ศีลแท้
"...ศีลแท้ คือ หิริโอตตัปปะ
นั่นคือ จะไม่ก่อทุกข์ก่อโทษกับใครเลย
ทั้งต่อหน้า และลับหลัง ละอายตัวเอง
เมื่อรู้ว่าเป็นสิ่งผิด จิตจะเป็นทุกข์เร่าร้อน
จะติเตียนลงโทษตัวเองทันที
ผู้มีศีลแท้ จะเป็นผู้สอนผู้ลงโทษตัวเอง
ในขณะนั้นทันที..."

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต





“..ถ้าหาคนที่มี “ศีลเสมอกันหรือสูงกว่า”
เดินไปด้วยกัน ไม่ได้.

พระพุทธองค์ทรงให้เลือก
“เดินไปคนเดียว”
เพราะเลือกคบคนอย่างไร
เราก็จะเป็นอย่างนั้น

ถ้าคบคนพาล คนโกง
หลงโลก หลงกามคุณ
ถ้าสติเราไม่พอ
อีกไม่นานเราก็จะซึมซับสิ่งเหล่านั้น
โดยไม่รู้ตัว

คนฉลาดใช้ชีวิต
จึงเลือกคบ “กัลยาณมิตร”

ถ้าไม่มีคนมีศีลมีธรรมรอบตัวเลย
จงเลือก “เดินคนเดียว”
และมี “สติ” เป็นเพื่อน..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
(พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔)







”เราจึงควรฝึกเสียสละ
อาศัยสิ่งภายนอกให้น้อยที่สุด
เอาตามมีตามเกิด
จะสุขบ้างทุกข์บ้างก็ไม่เป็นไร“

#คติธรรม
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 38 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO