นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พุธ 06 พ.ค. 2026 7:52 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: บำเพ็ญเพียรภาวนา
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 08 เม.ย. 2026 8:14 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5294
ทำอะไรให้ทำจริง อย่าทำเล่น
ถ้าเราทำเล่น เราก็จะได้ของเล่น
ถ้าเราทำจริง เราก็ได้ของจริง

โอวาสธรรม องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต






..เจ้ากรรมนายเวรแท้จริงคือใคร อยู่ที่ไหน..
..พระพุทธเจ้าแสดงไว้ ทางไปนรก ทางไปสวรรค์ ทางไปพรหมโลก ทางไปนิพพาน พระองค์ก็บอกไว้แล้ว ให้วางกายเป็นสุจริต วาจาให้บริสุทธิ์ ใจให้บริสุทธิ์ นี้ทางไปสวรรค์ ทางมามนุษย์ ทางไปพระนิพพานให้บริสุทธิ์อย่างนี้ ทางไปนรกนั่นเรียกว่าทุจริตนั้นทางกาย ทางวาจา ทางใจ อันนี้ทางไปนรก เราจะเว้นเสียไม่ไปละ รู้จักแล้ว เราจะไปแต่ทางที่ราบรื่น ทางสบาย การเดินก็ทางกายวาจาใจเท่านั้นแหละ
..ผู้ที่จะเที่ยวเอาภพเอาชาติ นับกัปนับกัลป์ไม่ได้ตั้งแต่โลกเป็นโลกมา คือดวงจิตของเรานี่เอง ดวงจิตของเรานี่เองเป็นผู้ก่อกรรมก่อเวรแล้วก่อเล่า ไม่เบื่อสักที ก็แม่นดวงจิตของเรานี่แหละ เพราะเหตุนั้น เราจึงต้องอบรมจิตใจเราให้ดี ให้ใจรู้เสีย ใจนี่แหละเป็นผู้หลงจนนับภพนับชาติไม่ได้ ภพน้อยภพใหญ่ เที่ยวอยู่ในสังสารจักร์นี่ จึงให้เข้าใจเสียว่าเจ้ากรรมนายเวรคือใจ ตัวกรรมแม่นใจ ดวงใจอันเดียว วิญญาณอันเดียวเป็นตัวกรรม แต่งกรรมเสียแล้วให้เวียนว่าตายเกิดที่นี่ ไม่เลิก
เรารู้จักแล้วเราต้องควบคุมใจ แนะนำสั่งสอนใจ ทำใจเราให้ผ่องแผ้ว ว่าเอาย่อๆนี่แหละ กว้างขวางก็ได้ยินมาพอแฮงแล้ว เอาย่อๆควบคุมใจเท่านั้นแหละ เดี๋ยวนี้ ใจนี้ เจ้าของนรกก็แม่นใจนี่แหละ ม่าง(เลิก,ทิ้ง) นรกก็แม่นใจนี่แหละ..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่ขาว อนาลโย..








“..หาคนดีมีธรรมในใจนี้หายากยิ่งกว่าหาเพชรนิลจินดาเป็นไหน ๆ ได้คนเป็นคนเพียงคนเดียวย่อมมีคุณค่ามากกว่าได้เงินเป็นล้าน ๆ เพราะเงินล้าน ๆ ไม่สามารถทำความร่มเย็นให้แก่โลกได้อย่างถึงใจเหมือนได้คนดีมาทำประโยชน์ คนดีแม้เพียงคนเดียวยังสามารถทำความเย็นใจให้แก่โลกได้มากมายและยั่งยืน เช่น พระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลายเป็นตัวอย่าง คนดีแต่ละคนมีคุณค่ามากกว่าเงินเป็นก่ายกอง และเห็นคุณค่าแห่งความดีของตนที่จะทำต่อไปมากกว่าเงิน แม้จะจนก็ยอมจน ขอแต่ให้ตัวดีและโลกมีความสุข..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







Thai/English
"...พวกที่มาอยู่ ที่รวมกันนี่น่ะ
เป็นภิกษุ
มีภิกษุ ภิกษุณี
เป็นคนแม่ชี เป็นผู้ปฏิบัติธรรม
พวกนี้น่ะ ทานอาหารวันละ ๑ ครั้ง พวกที่มาบวชนี้นะ
ทานข้าววันละครั้ง พวกที่อยู่ ที่มองเห็นนี่นะ
นอน ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ นะ พวกที่มองเห็นนั่งอย่างนี้
ผู้ที่มาบวช คือผู้ที่มายกเลิกตัวตนนะ
มีความสุขในการยกเลิกตัวตน
เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่อง

ทำตามหลักการ
ทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์
มันจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
พวกนี้มากันหลายบ้าน หลายเมือง หลายประเทศ ที่นั่งอยู่นี่

ศาสนาทุกศาสนาก็มีเป้าหมายอันเดียวกันน่ะ
มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง
มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ

ศาสนานี่เป็นความรู้ความเข้าใจ
มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่

ศาสนานี้จะยกเลิกเรื่องการทะเลาะกันน่ะ
ศาสนานี่ จะไม่มีสงคราม
ถ้ามีสงคราม ไม่ใช่ศาสนา
ศาสนาเป็นความรักความเมตตาอย่างมาก อย่างสูงสุด

ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ดีที่สุดในโลกน่ะ
เพราะประเทศอินเดียนี่
ทานอาหารมังสวิรัตินะ
อาหารมังสวิรัติเป็นอาหารที่ยกเลิกตัว ยกเลิกตนนะ
ศรีลังกาก็แตกกิ่งไปจากอินเดียนะ
อินโดนีเซียก็เช่นเดียวกัน
ประเทศไทยก็เหมือนกัน

ประเทศไทย
ชาวพุทธเป็นลูกหลานของศาสนาฮินดูนะ
ทุกศาสนาเราต้องเลิกตัวตน
เราต้องรักกันมากที่สุดในโลกนะ
การทำสงครามอิหร่าน อิสราเอล กับอเมริกา อย่างนี้
เป็นความไม่ถูกต้องนะ
ที่เราทะเลาะกันในครอบครัวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนะ

ดีแล้ว เราเป็นเด็ก เป็นคนรุ่นใหม่ นี่ดีมาก
คนรุ่นใหม่สมัยใหม่ ก็พากันรู้พากันเข้าใจ
มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ยกเลิกตัวตนนะ
เรามีความสุขกับการปฏิบัติ
มันก็เป็นออกซิเจน

ต่อไปนี้พระจะได้แสดงธรรมเป็นภาษาไทยนะ
เพราะว่าทำอย่างนี้ทุกวันเลย
พระนี่แสดงธรรรมดีมากนะ
คนต่างประเทศไม่รู้ไม่เข้าใจ
ก็ให้พากันนั่งให้สบายนะ
ใจมันไม่สงบ ก็ให้กายมันสงบ
ให้ตัวมันตรงไว้ก่อน

เราหายใจเข้าเพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
เราหายใจออก เพื่อเอาของเสีย เอาปฏิกูล
เอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
เราทำอย่างนี้มีความสุขนะ

ทุกคนโอเคอย่างนี้นะ..."

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
วันจันทร์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๙

หมายเหตุ : หลวงพ่อให้ธรรมะแด่ศิลปินนานาชาติที่มาจากประเทศอินเดีย ศรีลังกา และอินโดนีเซีย ก่อนจะเริ่มการแสดงธรรมบนศาลาในช่วงเช้า

◇◇◇◇◇◇◇
…Those who have come here and are gathered together—
they are monks.
There are monks and nuns,
there are mae chee (female renunciants),
there are practitioners of Dhamma.
These people eat only one meal a day.
Those who have ordained—
they eat once a day.
Those who are staying here, as you can see,
sleep at 9 p.m. and wake up at 3 a.m.
Those you see sitting here—this is how they live.
Those who ordain are those who come to eliminate the self.
They find happiness in letting go of the self,
so that their practice continues steadily and consistently.

Follow the principles.
If you do something continuously for 3 weeks,
it will change in a good way.
These people come from many homes, many cities, many countries—
all sitting here together.

All religions have the same goal:
to have right view, correct understanding,
and to be happy in conduct and in practice.

Religion is knowledge and understanding,
and happiness in practicing one’s duties.
Religion eliminates conflict and quarrelling.
Religion means there is no war.
If there is war, it is not religion.
Religion is love and compassion
at the highest and most profound level.

India is the best country in the world
because the people in India
eat vegetarian food.
Vegetarian food is food that helps eliminate the self.
Sri Lanka branched out from India,
Indonesia as well,
Thailand is the same.

Thailand—
Buddhists are descendants of Hinduism.
All religions must let go of the self.
We must love one another as much as possible in this world.
War—such as Iran, Israel, and America—
is not correct.
Even fighting within our own families
is not correct.

It is good that we are young,
that we are the new generation—this is very good.
The modern generation
comes to understand and to know,
to be happy in conduct and in practice,
to let go of the self.
When we are happy in practice,
it becomes like oxygen.

From now on, the monk will give the Dhamma talk in Thai,
because this is done every day.
The monk teach very well.

Foreigners who do not understand—
just sit comfortably.
If the mind is not calm,
then make the body calm first.
Keep the body upright.
We breathe in
to bring oxygen into the body.
We breathe out
to release waste, impurities,
carbon dioxide.
When we live like this,
we are happy.

Everyone, is this okay?

Luang Phor Gunhah Sukhakamo
At Wat Pah Subthawee Dhammaram
Monday, 6 April 2026

Note: This Dhamma was given to international artists from India, Sri Lanka, and Indonesia before the morning Dhamma talk on the sala.

#ใจดีใจสบาย
#ธรรมะใจดีใจสบาย
#หลวงพ่อกัณหา_สุขกาโม
#วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
#LuangPhorGunhah_Sukhakamo
#JaideeJaisabaai #WatSubthawee






“..พุทโธ นี่ดีหนักหนา สารพัดปราบได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งสติแน่วในพุทโธอันเดียว สามารถที่จะระงับทุกข์โศกโรคภัยทั้งหมด ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูสิ ความโกรธความฉุนเฉียวเกิดขึ้นมา ก็ตั้งสตินึกถึง พุทโธ เดี๋ยวก็หายหมด อายพระพุทธเจ้าอายพุทโธนี่แหละพุทโธดีอย่างนี้

ที่มันไม่หายเพราะไม่ได้ตั้งสติให้แน่วแน่ กำหนดพุทโธเฉยๆ หลอกๆ พุทโธเลยไม่อยู่กับเรา พุทโธพระพุทธเจ้าหายหมด มันก็มีแต่กิเลสเข้ามาครอบงำมีแต่ความโกรธวุ่นวายหมด ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นภัยอันตรายอย่างยิ่ง

ถ้าหากเราไม่มีสติตั้งอยู่ในพุทโธแล้ว สารพัดจะทำตัวของเราให้เป็นไปต่างๆ นาๆ จนกระทั่งคิดประทุษร้ายประหัตประหารฆ่าฟันผู้อื่นได้ทุกประการ

ถ้าตั้งสติกำหนดพุทโธไว้ พุทโธมาอยู่แทนที่ ความโกรธก็เลยหายจากใจหมด ฉะนั้นอย่าลืมให้ระลึกถึงพุทโธอยู่เสมอ จึงจะเป็นผลให้สำเร็จประโยชน์แก่ตน เอาพุทโธตัวเดียวเท่านั้นแหละไว้ให้มั่น ตั้งสติกำหนดลงให้จริงๆ จังๆ ในที่เดียวนี่แหละ

กายตั้งมั่นอยู่แล้วใจมันต้องให้อยู่เหมือนกัน มันพาเราวิ่งว่อนมามากต่อมาก เกิดมาอายุเท่าไรแล้วก็ไม่ทราบ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นตัวพุทโธเลยสักที จิตก็ไม่เห็น สติควบคุมจิตไม่อยู่ไม่เห็นจิตเลย ไม่เห็นพุทโธเลย พุทโธนั่นคือจิตเอาอันั้นเสียก่อน เอาพุทโธๆๆ ไว้ในจิตใจตัวนั่นแหละ

เมื่อสติควบคุมมัน มันก็อยู่กับพุทโธ เอาพุทโธเป็นจิตเสียก่อน ครั้นเมื่อคุมจิตอยู่แล้วพุทโธจะหายไป จะยังเหลือแต่จิตก็เอา ไม่ต้องไปนึกถึงพุทโธอีกเท่านี้ล่ะเป็นพอ ที่นี้ก็เอาแต่จิตนั่นแหละ..”

เทสฺรํสีธมฺโมวาท
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (เทสก์ เทสรังสี) วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
(พ.ศ.๒๔๔๕-๒๕๓๗) การฝึกหัดกัมมัฏฐาน วัดหินหมากเป้ง ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๒๕





"...ใครสามารถทำสมาธิจิตลงไปให้สงบลงไปได้แล้ว สามารถที่จะอ่านจิตใจของตัวเองให้รู้ซึ้งลงไปว่า สภาพจิตของเราเป็นอย่างไรเรามีกิเลสตัวไหนมากและควรจะแก้ไขอย่างไร นี้เป็นจุดแรกที่เราจะต้องอ่านตัวของเราเองให้ออกจะว่า สิ่งอื่นผิด สิ่งอื่นถูก นั้นไม่สำคัญ แม้ว่าเราจะรู้อะไรผิด อะไรถูก แต่เป็นเรื่องนอกตัว นั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่า เราอ่านจิตใจของเรา แล้วก็ปรับโทษตัวเองแล้วก็ตัดสินตัวเอง ว่าตัวเองผิด ตัวเองถูก นั่นแหละเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าหากเราไม่สามารถจะจับจุดนี้ได้ เราจะปฏิบัติหรือบำเพ็ญเพียรภาวนาแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะแก้ไขตัวเองได้..."

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO