|
#กายเป็นประตูพระนิพพาน
กายเป็นประตูพระนิพพาน เมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว #อนาคามีก็จะมีแก่ท่านได้เพราะการพิจารณากาย #โสดาบันก็ต้องพิจารณากาย สกิทา..อนาคา..ก็ต้องพิจารณากาย #เพราะกายเป็นสิ่งที่จิตติดอยู่ #หลงอยู่ #ติดผูกพันอยู่ กายเรา กายเขา เห็นกายเขาหน้าตาดี สวยก็ติด รูปร่างดีก็ติด เป็นทุกข์เพราะกายกัน ก็ก้อนขี้ก้อนเยี่ยวทั้งนั้น ..... หลวงพ่อเพชร อัญญา วชิรมโน
เห็นจิต….เราถึงเห็นพระพุทธเจ้า ไม่สงสัยพระพุทธเจ้า เพราะจิตจริงๆ มันเป็นธรรมชาติ ไม่มีการเปรียบเทียบ ไม่มีการปรุงเเต่ง ไม่มีการบัญญัติ ว่าเป็นอย่างโน้น…อย่างนี้ มีแต่ธรรมชาติเหนือคำพูด คำพูดทั้งหมด…โดนตัดขาด ออกจากจิตไปเลยนั้นแหละ “จิตพ้นทุกข์”
#หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล
“ เป็นเหมือนกัน ไม่ช้าก็เร็ว ”
ถาม : ทุกคนมีกรรมเป็นของตน เรามีบุตรที่มีโรคประจำตัว เป็นกรรมของลูก พ่อแม่ก็ทุกข์ไปด้วย ควรจะยึดหลักอย่างไรในการเลี้ยงดู พระอาจารย์ : ต้องแยกแยะว่าบุตรกับตัวเราเป็นคนละส่วนกัน เวลาบุตรเจ็บไข้ได้ป่วยเรามีหน้าที่ดูแลรักษาหายาหาหมอก็ทำไป แต่ไม่ต้องไปทุกข์กับเขา ไม่ได้ทำให้โรคภัยไข้เจ็บของเขาหาย แต่กลับจะทำให้เราทุกข์ เป็นการทำร้ายตัวเอง เป็นอกุศลทางจิตใจ ที่เราจะต้องระงับ ลูกเป็นอะไรเราก็ดูแลอย่างเต็มที่ แต่ต้องยอมรับว่าเขามีกรรมของเขา ชาติก่อนเขาเคยไปทำบาปทำกรรมมา จึงทำให้เขาต้องประสบเคราะห์กรรม แต่ก็เป็นบุญของเขาที่ได้มาเกิดเป็นลูกของเรา ที่มีความเมตตาต่อเขา เราก็ทำได้เท่านี้ อย่าไปเสียใจ ทุกคนต้องเป็นเหมือนกัน ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็เป็น เราก็ต้องเป็น ทุกคนที่อยู่ในศาลานี้ก็ต้องเป็นกันหมด เพราะเป็นเรื่องธรรมดาของการมาเกิด ถ้าคิดอย่างนี้แล้วก็จะหักห้ามความเศร้าโศกเสียใจได้ เพราะเห็นว่าทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครดีหรือเลวกว่ากันในเรื่องเกิดแก่เจ็บตาย.
จุลธรรมนำใจ ๑๐ กัณฑ์ที่ ๓๗๑ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๐
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
“..การภาวนาเหมือนการวาดรูปลงบนผ้าขาว..”
“..ในขณะที่เรานั่งภาวนาอยู่นี้ย่อมจะเกิดกุศลขึ้นถึง ๓ ทาง คือ "กาย" เราก็ไม่ได้เบียดเบียนประทุษร้ายใคร “วาจา” เราก็สงบไม่กล่าวร้ายต่อใคร “ใจ’’ ของเราก็อยู่ในเจตนาที่ดี คือ ระลึกถึงแต่ “พุทโธ” ทุกลมหายใจเข้าออก ไม่ได้คิดชั่วทุจริตหรือโกรธเกลียดใคร ดังนี้ “กาย วาจา ใจ” ของเราก็บริสุทธิ์ เกิดเป็นบุญเป็นกุศลขึ้นเพราะไม่ได้ทำบาปอันใด
การกำหนดนึกถึงลมหายใจด้วยการภาวนานี้ เหมือนกับได้วาดรูปภาพลงในแผ่นผ้าขาว จิตธรรมดาของเรานั้นเปรียบเหมือนผ้าขาวเฉยๆ ที่ไม่มีดอกมีดวงหรือลวดลายอะไรเลย เมื่อเราทำจิตให้สูงขึ้นไปอีกก็ได้แก่ การวาด “มโนภาพ” ลงไป
คือ นึกขึ้นในองค์ภาวนาของเรา เช่น นึกพุทโธ เข้าไปนี้เรียกว่า มโนภาพ เพราะแลไม่เห็นด้วยตาแต่เห็นด้วยการนึก ถ้าเรานึกก็เหมือนกับสีหรือน้ำหมึก ที่ซึมซาบลงในแผ่นผ้า ถ้าไม่นึกหรือนึกเพียงตื้นๆก็เท่ากับเส้นดินสอดำ มันไม่ติดแน่น อาจเปื้อนเปรอะเลอะเลือนได้..”
ธมฺมธโรวาท พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (พ.ศ.๒๔๔๙-๒๕๐๔ )
พระพุทธเจ้า ทรงตรัสว่า อเสวนา จ พาลานํ (อะเสวะนา จะ พาลานัง) ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา (ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา) ให้คบหาบัณฑิต อย่าไปคบหา คนพาล
ถ้าไปคบหา คนพาลแล้ว เราก็จะต้อง ไปพาลตามไปด้วย ถ้าไปคบหา บัณฑิตแล้ว เราก็จะเป็น บัณฑิตตามไปด้วย
บัณฑิตนั้นคือ เป็นผู้ที่ทรงคุณธรรม คุณธรรมนั้น ได้แก่ ความที่ไม่มีการทุจริต ไม่มีกายทุจริต ไม่มีวจีทุจริต ไม่มีมโนทุจริต”
ธรรมะรุ่งอรุณ เล่ม ๖ หน้า ๗๗ สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์ จิตตานุ
"รางวัลแห่งการกระทำความดีคือความดีที่ได้กระทำ เป็นคุณสมบัติแห่งบุคคลผู้กระทำความดีนั้นเสมอไป บุคคลผู้ประพฤติดีไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หรือผู้ใหญ่ ย่อมได้รับรางวัลเป็นเกียรติยศประจำตนอยู่ทุกขณะที่ได้คิดดี พูดดี และทำดี" . --- พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
"...ศีล แปลว่า ความปกติกายปกติใจ เดี๋ยวนี้ใจเราปกติหรือยังไม่ปกติ มันเป็นอย่างไร ถ้าใจมันปกติ มันก็ไม่พิกลพิการ มันไม่ทะเยอทะยาน เรื่องเป็นเช่นนี้ กายของเราปกติ มันก็ไม่พิกลพิการ ให้พิจารณาดูซิ ทำจิตให้เป็นปกติ เหมือนกับก้อนหิน ลมพัดมาทุกทิศทั้งสี่ก็ไม่หวั่นไหว นี่เราก็ทำใจเราเหมือนก้อนหิน ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ดีชั่วไม่เป็นเหมือนเขาว่า เมื่อเราไม่ดีแล้วเขาว่าดี มันก็ไม่ดีครือเขาว่า เมื่อเราดีแล้วเขาว่าไม่ดี ก็ไม่เป็นเหมือนเขาว่า เราก็ดูซิ ให้เห็นซิ นี่แหละจิตของเราเป็นศีล เราก็รู้จัก ตามที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้น นี่ให้พากันพึงรู้พึงเข้าใจ..." พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร
“..การภาวนาเหมือนการวาดรูปลงบนผ้าขาว..”
“..ในขณะที่เรานั่งภาวนาอยู่นี้ย่อมจะเกิดกุศลขึ้นถึง ๓ ทาง คือ "กาย" เราก็ไม่ได้เบียดเบียนประทุษร้ายใคร “วาจา” เราก็สงบไม่กล่าวร้ายต่อใคร “ใจ’’ ของเราก็อยู่ในเจตนาที่ดี คือ ระลึกถึงแต่ “พุทโธ” ทุกลมหายใจเข้าออก ไม่ได้คิดชั่วทุจริตหรือโกรธเกลียดใคร ดังนี้ “กาย วาจา ใจ” ของเราก็บริสุทธิ์ เกิดเป็นบุญเป็นกุศลขึ้นเพราะไม่ได้ทำบาปอันใด
การกำหนดนึกถึงลมหายใจด้วยการภาวนานี้ เหมือนกับได้วาดรูปภาพลงในแผ่นผ้าขาว จิตธรรมดาของเรานั้นเปรียบเหมือนผ้าขาวเฉยๆ ที่ไม่มีดอกมีดวงหรือลวดลายอะไรเลย เมื่อเราทำจิตให้สูงขึ้นไปอีกก็ได้แก่ การวาด “มโนภาพ” ลงไป
คือ นึกขึ้นในองค์ภาวนาของเรา เช่น นึกพุทโธ เข้าไปนี้เรียกว่า มโนภาพ เพราะแลไม่เห็นด้วยตาแต่เห็นด้วยการนึก ถ้าเรานึกก็เหมือนกับสีหรือน้ำหมึก ที่ซึมซาบลงในแผ่นผ้า ถ้าไม่นึกหรือนึกเพียงตื้นๆก็เท่ากับเส้นดินสอดำ มันไม่ติดแน่น อาจเปื้อนเปรอะเลอะเลือนได้..”
ธมฺมธโรวาท พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (พ.ศ.๒๔๔๙-๒๕๐๔ )
ใจของเรามันลุ่มหลงในกาย หลงในลาภยศ หลงในสรรเสริญ หลงในญาติโกโหติกาวัดวาศาสนา หลงในนี่แหละเป็นหัวหน้าหมู่พวกเพื่อน มันหลง คำว่าหลงจุดนี้ พอมันหลงจุดนี้มันหลงไปทางอื่น หลงไปหมด เพราะฉะนั้นต้องสอนใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนะใจนะ เห็นไหมเรื่องราวมันเป็นยังไง เราใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบ
เมื่อพิจารณาด้วยปัญญา พิจารณาถี่ถ้วนถ้วนถี่แล้ว จากนั้นก็ดูกายดูใจ ดูใจดูกาย เห็นความเกิดความเสื่อม เวลาเราไปเห็นคนล้มคนตาย เขาไปเผาคนตายอย่างนี้ อันนี้แหละเป็นยังไงร่างกาย อีกสักวันหนึ่งนะ เราไม่แพ้เขานะ ใจนะ อย่าไปลุ่มหลงมัวเมานะ ใจนะ พยายามสอนใจตัวเองอยู่เสมอ
เมื่อเราสอนใจตัวเอง ใจของเราจะรู้แจ้งเห็นจริง ดูแล้วก็ใช่ ยอมรับ ไม่สะทกไม่สะท้าน ไม่หวั่นไหว รู้เห็นตามความเป็นจริง จากนั้นจิตใจก็เบื่อหน่ายคลายหลุดพ้นเป็นพระอริยบุคคลได้ ถ้าเราพิจารณาอย่างนี้ มรรคผลนิพพานไม่ได้อยู่ที่ไหน อยู่ที่กายกับใจ อยู่ที่ใจกับกาย กายกับใจเท่านั้น
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก จากพระธรรมเทศนา “กำลังช่วยพระ หรือกำลังฆ่าพระ” แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๘
ขวานถากได้หมดทุกที่ ยกเว้น … ด้ามของมันเอง
เหมือนกับคนบางคน เที่ยวสอนติเตียนคนอื่น แต่ไม่เคยมองตนเอง เป็นอย่างไร ... ... พระครูสุทธิธรรมรังษี (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท)
ภาวนา ... ไม่ใช่การได้ เป็นการทิ้ง ทิ้งของไม่ดี ชำระของไม่ดีที่มันติดอยู่ ในใจของเรา เพราะฉะนั้น จึงมาหัดภาวนา ให้มันเห็นของไม่ดี ที่อยู่ในใจของเรา แล้วทิ้งของไม่ดีนั้นเสีย ... นี่คือการภาวนา ... หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
อย่าไปทิ้งพุทโธ อย่าไปทิ้งการบำเพ็ญทานของเรา อย่าไปทิ้งการรักษาศีลนะ อย่าไปทิ้งการภาวนานะ เครื่องเย็นที่สุด...นะ . หลวงปู่หลุย จันทสาโร
|