นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 05 ก.พ. 2026 8:05 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ความเจริญ
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 31 ธ.ค. 2025 5:12 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5199
"...วาสนานั้นเป็นไปตามอัธยาศัย บุคคลควรพยายามคบแต่บัณฑิตเพื่อเลื่อนภูมิวาสนาให้สูงขึ้น..."

โอวาทธรรม
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต





ให้จิตอยู่กับกาย พุทโธอยู่กับใจ ขันติความอดทน วิริยะความเพียร อย่าคลุกคลีกับหมู่คณะมันเป็นสัญญา ภาวนาถ้าจิตสบาย 3 เดือนมันบ่โดน บึดเดียว (ภาวนาถ้าจิตสบาย 3 เดือนมันไม่นาน แป๊บเดียว)

#หลวงพ่อสมศรี อตฺตสิริ
วัดป่าเวฬุวนาราม ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย





..วันนี้ได้มาถึงสถานที่นี้แล้วก็สำเร็จความปรารถนาของตน ได้ทำบุญทำทานการกุศลเอาไว้ ในใจก็มีความสุข เป็นคนที่มีความสุขอยู่กับบุญกับกุศลกับคุณงามความดีที่ตนได้สร้างเอาไว้ ก็เรียกว่าคนมีความสุขทางใจ ใจมีที่พึ่งก็เลยมีความสุข หากบุคคลที่ขัดข้องหมองใจหรือใจไม่ดีใจวุ่นวายอย่างนั้น ก็พยายามที่จะน้อมระลึกถึงคุณงามความดีที่ตนเองได้สร้างเอาไว้ ไปให้ครอบครัวก็ดีลูกหลานก็ดี เพื่อนฝูงก็ดีคนเจ็บคนป่วยก็ดี บางคนทุกข์ยากลำบากเข็ญใจต่างๆ เราคิดเป็นผู้ที่มีเมตตาได้ทำคุณงามความดีก็ได้แผ่เมตตาให้เขา ให้พวกเขาทั้งหลายเหล่านั้นหายจากความขัดข้องความเจ็บป่วยความทุกข์ยากลำบากทั้งหลาย ด้วยน้ำใจของเราที่มีความสุขนั้นเอง แผ่เมตตาให้คนทุกคน แผ่เมตตาบ่อยๆ นอนตื่นขึ้นมาก็มีจิตใจแช่มชื่นเบิกบาน พูดจาปราศรัยก็มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มองหน้ามองตากันด้วยความแช่มชื่นเบิกบาน ก็คือใจดีนั่นเอง คนใจดีมันก็มีความสุขอยู่สบาย ยืนเดินนั่งนอนไปที่ไหนมาที่ไหนก็ดี ถ้าจิตใจของเรารื่นเริงอยู่ในคุณงามความดี ว่าชีวิตของเรานี้ได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้ ยังไงๆถ้ายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้อยู่ บุญกุศลทั้งหลายที่ตนเองได้สร้างสมอบรมบุญบารมีเอาไว้ ก็จะทำให้ตนเองนี้ไปเกิดในสถานที่ที่มั่งมีศรีสุขสมบูรณ์ มีความสุขความสบายเป็นอานิสงส์ที่ได้สร้างเอาไว้..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..





บุคคลใด “ปฏิบัติชอบแล้ว” บุคคลนั้น
ย่อมพิจารณาความเป็นไปแห่งสังขารทั้งหลาย
ย่อมเห็นความเกิด ความแก่ ความเจ็บไข้
และความตาย ในสังขารทั้งหลายเหล่านั้น

ย่อมไม่เห็นความสุข ความยินดีน้อยหนึ่ง
ในสังขารทั้งหลายเหล่านั้น ไม่เห็นซึ่งอะไรๆ
ในเบื้องต้น ท่ามกลาง หรือที่สุด ในสังขาร
ทั้งหลายเหล่านั้น ซึ่งจะเข้าถึงความเป็น
ของ “ไม่ควรถือเอา” ...
-
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต





ท่านพ่อลี สอนว่า .....

"เมื่อท่านบวชเข้ามาแล้ว หมดจากญาติ
หมดจากพี่น้อง วงศ์วารต่างๆ

ท่านต้องอาศัยบาตรลูกหนึ่ง แล้วก็อุ้มไป
เที่ยวบิณฑบาตกินจนกว่าท่านจะสิ้นชีวิต
คือแปลว่า เราไม่แสดงตนว่าเป็นคนมั่งมี
เที่ยวซื้อถูกขายแพงมาหากิน

เราหากินอย่างนก ซึ่งธรรมดานกนั้น
ถึงตอนเวลาหากิน ก็บินไป
เมื่อไปเจอกับต้นไม้ใหญ่ มีในสถานที่ใดก็กินกัน กินอิ่มแล้วก็ไม่ต้องคาบใส่ปีกบินกลับมา
มาแต่ตัว

พระผู้บวชในศาสนาก็เช่นกัน ไม่ต้องสะสมอะไรต่างๆ นี่พระพุทธเจ้าท่านก็สอนเรา"





#วิธีนั่งสมาธิโดยหลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต

"..หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระปรมาจารย์ใหญ่สายกรรมฐาน องค์ท่านเมตตาสอนว่า..."
“การบำรุงรักษาสิ่งใดๆ ในโลก การบำรุงรักษาตนคือใจเป็นเยี่ยม จุดที่เยี่ยมยอดของโลกคือใจ ควรบำรุงรักษาด้วยดี ได้ใจแล้วคือได้ธรรม เห็นใจตนแล้วคือเห็นธรรม รู้ใจแล้วคือรู้ธรรมทั้งมวล ถึงใจตนแล้วคือถึงพระนิพพาน ใจนี่แลคือสมบัติอันล้นค่า จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป คนพลาดใจ คือไม่สนใจปฏิบัติต่อใจดวงวิเศษในร่างนี้ แม้จะเกิดสักร้อยชาติพันชาติก็คือผู้เกิดผิดพลาดนั่นเอง.."
"..การนั่งสมาธิภาวนา คือการทำจิตใจของตน
ให้ตั้งมั่น ชำระจิตใจของตนให้ผ่องใส ทำใจ
ให้สงบสบาย หลวงปู่มั่น องค์ท่านกล่าวว่า “การภาวนา คือการอบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผล อรรถธรรม รู้จักวิธีปฏิบัติต่อตัวเองและสิ่งทั้งหลาย ไม่ให้จิตผาดโผนโลดเต้นแบบไม่มีฝั่งมีฝา ยึดการภาวนาเป็นรั้วกั้นความคิดฟุ้งของใจให้อยู่ในเหตุผล อันจะเป็นทางแห่งความสงบสุขใจ ที่ยังมิได้รับการอบรมจากการภาวนา”
ก่อนอื่นที่เราจะนั่งสมาธิภาวนา ให้หาสถานที่อันเป็นมุมสงบ นั่งเข้าที่เอาขาขวาทับขาซ้าย เอามือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรงดำรงสติให้มั่น ไม่เอียงซ้ายนัก ไม่เอียงขวานัก ไม่ก้มนัก ไม่เงยนัก ทำตัวให้สบายๆ ดูท่าการประทับนั่งของพระพุทธรูปเป็นแบบอย่าง (หากไม่สะดวกที่จะนั่งอยู่ขัดสมาธิอยู่กับพื้น ก็ให้นั่งบนเก้าอี้หรืออะไรก็ได้ตามแต่สะดวก) เราเริ่มฝึกหัดนั่งใหม่ๆ อาจจะปวดแข้งเจ็บขาบ้างเป็นธรรมดา แต่ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า ให้พยายามอดทนต่อสู้กับเวทนาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น หากสู้ไม่ไหวจริงๆ ให้สลับสับเปลี่ยนอิริยาบถ ออกไปเดินจรงกรมเพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด
เมื่อนั่งเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ให้กล่าวคำอธิษฐานภาวนา เพื่อเป็นการบูชาคุณพระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาเอกของโลก ผู้เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บูชาคุณพระธรรม บูชาคุณพระสงฆ์ กล่าวตามดังนี้
“สาธุ ข้าพเจ้าจะนั่งสมาธิภาวนา บูชาคุณพระพุทธเจ้า บูชาคุณพระธรรม บูชาคุณพระสงฆ์ บูชาคุณบิดามารดา บูชาคุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทั้งหลาย ขอจงเป็นพลวปัจจัยแด่พระนิพพานของข้าพเจ้า และขอให้ข้าพเจ้ามีสติปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถรู้แจ้งถึงพระนิพพาน เอาชนะกิเลสความไม่ดีทั้งหลายที่อยู่ภายในใจได้ตลอดกาลนานเทอญ”
ภายหลังจากที่กล่าวคำอธิษฐานเสร็จ ให้กำหนดคำบริกรรมภาวนาพร้อมกับลมหายใจเข้าว่า “ #พุท ” หายใจออก “ #โธ ” หายใจเข้า “#ธัม ” หายใจออก “#โม ” หายใจเข้า “#สัง” หายใจออก “#โฆ ” และให้ระลึกคำบริกรรมภาวนา
“#พุทโธ_ธัมโม_สังโฆ ” ๓ หน แล้วให้ระลึก
เอาคำบริกรรมภาวนาว่า “#พุทโธ ” แต่เพียง
คำเดียว โดยตั้งสติไว้ที่ปลายจมูก ลมหายใจเข้า “#พุท” ก็กำหนดรู้ ลมหายใจออก “#โธ ”
ก็กำหนดรู้ สติกำหนดอยู่กับคำบริกรรมภาวนา หากจิตคิดแส่สายไปทางอื่น ก็ดึงจิตกลับมาให้อยู่กับคำบริกรรมภาวนานั้น หากยังไม่ได้ผล ให้เร่งคำบริกรรมภาวนาเร็วๆ
“#พุทโธๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

"ให้หมั่นกระทำบำเพ็ญอยู่เป็นประจำ การทำครั้งสองครั้งอยากจะให้จิตสงบก็เป็นไปได้ยาก #หลวงปู่ฝั้น_อาจาโร ท่านมักจะสอนลูกศิษย์ที่มานั่งสมาธิภาวนากับองค์ท่านเสมอว่า “เหมือนกะเราปลูกต้นไม้ เราต้องรักษาต้นรักษาโคนมัน ใส่ปุ๋ยรดน้ำ โคนมันดีต้นมันก็ต้องดี ดอกผลไม่มีใครบังคับมันเกิดเอง ต้นมันดีดอกผลมันดี อันนี้เอาอะไรเป็นต้น คือดวงใจเป็นต้น เมื่อใจเราดีแล้ว ทำอะไรก็ดี
หาอะไรก็ดี เมื่อใจไม่ดีแล้ว นึกพุทโธ พุทโธ ตัดมันเสีย ”
คำบริกรรมภาวนานั้นจะใช้บทใดก็ได้ตามความชอบ บางท่านจะใช้กรรมฐานห้าเป็นคำบริกรรม คือ เกสา (ผม) โลมา (ขน) นะขา (เล็บ) ทันตา (ฟัน) ตะโจ (หนัง) หรือระลึกมรณัสสติเป็นอารมณ์ คือ ตาย ตาย ตาย ฯลฯ
ที่ครูบาอาจารย์พระกรรมฐานสาย
#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต ท่านสอนให้ใช้คำบริกรรมภาวนาบทว่า
#พุทโธ_นั้นเพื่อต้องการให้น้อมเอาคุณของพระพุทธเจ้ามาไว้ที่ใจ
#ธัมโม_น้อมเอาคุณของพระธรรมเจ้ามาไว้ที่ใจ
#สังโฆ_น้อมเอาคุณของพระสงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาไว้ที่ใจ ท่านถึงว่า
“#พระอยู่ที่ใจ ” คือมีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในใจของเรานั่นเอง
เมื่อจะเลิกจากการนั่งสมาธิภาวนา ให้ยกมือประนมขึ้นระหว่างคิ้วตรงศีรษะครั้งหนึ่ง พร้อมกับกล่าวคำว่า “#สาธุ ” ภายในใจ ต่อจากนั้นตั้งใจแผ่เมตตาให้กับตัวเอง ครั้นเมื่ออธิษฐานเสร็จ ก็ตั้งใจแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้กระทำบำเพ็ญในครั้งนี้ ไปให้กับผู้มีอุปการะคุณ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย กล่าวตามดังนี้...
“ด้วยอานิสงส์ผลบุญที่เกิดจากการนั่งสมาธิภาวนา ข้าพเจ้าขอแผ่ส่วนบุญไปให้แก่บิดามารดา ปู่ย่าตายาย ญาติพี่น้องทั้งหลาย มิตรสหายทั้งหลาย เทวาอารักษ์ทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย พระอินทร์ พระพรหม ยม ยักษ์ ครุฑ คนธรรภ์ กุมภัณฑ์ นาคทั้งหลาย รุกขเทวดา อากาศเทวดา ภุมเทวดา เปรต ผี อสุรกายทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่มีชีวิตอยู่และหามีชีวิตไม่ ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ อย่าได้มีเวรมีภัย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย จงอยู่เป็นสุขเสมอเถิด ขอจงได้รับส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้กระทำบำเพ็ญในครั้งนี้ด้วยเทอญ..

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







"ไม่ต้องตื่นเต้นกับวันใหม่ปีใหม่
อันนั้นมันหมุนไปตามเรื่องของมัน
วันหนึ่ง เดือนหนึ่ง ปีหนึ่ง อันนั้น
เป็นสมมุติบัญญัติขึ้นมา

อันที่เราควรจะตื่นเต้นนั้น
ควรตื่นเต้นที่ตัวของเราว่าวันหนึ่งๆ
เดือนหนึ่งปีหนึ่ง เราเจริญขึ้น หรือว่า
เราเสื่อมลง อันนั้นต่างหาก

เราเห็นความเสื่อม ความเจริญของเรา
แท้จริงร่างกายของเรา
มันเจริญขึ้นไม่มีหรอก มีแต่เสื่อมลง
มันเกิดขึ้นมาแล้ว ก็เสื่อมลงทุกทีๆ"

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี







#พรุ่งนี้หรือชาติหน้า #ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะมาก่อน

“ความจริงอย่างหนึ่งที่ผู้คนไม่อยากนึกถึงก็คือ ความตายสามารถเกิดกับเราได้ทุกเวลา การเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเผชิญความตายอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่คนส่วนใหญ่กลับมองข้ามความจริงข้อนี้โดยให้เหตุผลว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว แท้จริงแล้วความตายอยู่ใกล้ตัวเราอย่างยิ่ง มีภาษิตธิเบตกล่าวว่า “ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครรู้หรอกว่าอะไรจะมาก่อน” นี้คือความจริงที่ใครเล่าจะกล้าปฏิเสธ ใครที่คิดว่าพรุ่งนี้จะมาก่อนชาติหน้า ล้วนแต่คาดเดาด้วยความประมาททั้งนั้น เพราะเราแน่ใจได้อย่างไรว่า วันนี้จะไม่ใช่วันสุดท้ายของเรา พ้นจากวันนี้ไปแล้วก็อาจเป็นชาติหน้าเลย หามีพรุ่งนี้ไม่”

พระไพศาล วิสาโล





“พรที่ปรารถนาจะให้ในวันมงคลขึ้นปีใหม่
นี่คือ ... ขอให้พากันไม่ลืมนึกถึงความจริง
ที่สำคัญประการหนึ่งไว้ให้เสมอว่า วันเวลา
กำลังเคลื่อนไป พร้อมกับวัยของเราทุกคน
และจะไม่มีการถอยหลังย้อนกลับมาได้อีกเลย
อะไรที่ดีงามให้รีบทำเสีย อย่าผลัดวัน
ประกันพรุ่ง เมื่อโอกาสที่ทำได้
ผ่านพ้นไป จะไม่มีโอกาสเช่นนั้นอีก” ...
-
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร
(เจริญ สุวฑฺฒนมหาเถระ)


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO