ซัน : ในอนาคตจะทำยังไงให้ศาสนาดีขึ้นได้บ้างครับ
หลวงปู่ : เริ่มที่ตัวเองก่อน อันนี้สำคัญมาก ในประเทศไทยมีพระอริยะบุคคลสูง…ไม่พูดดีกว่า และพวกเราทุกคนทำดีได้ ขันติได้ มีโอกาสดีมาก ไม่ปล่อยโอกาสนะ เราเป็นมนุษย์แล้ว และได้ข้องเกี่ยวกับศาสนาด้วย
ใครปฏิบัติในศาสนาจะสัมผัสได้แน่นอนนะ เริ่มที่ตัวเองก่อน อันนี้สำคัญมาก แต่ไม่มีไม่ได้ พระปฏิบัติ เราเข้าใจว่ามี แต่ไม่กี่องค์เท่าไหร่
#หลวงปู่เชอรี่ อภิเจโต วัดป่าบ้านตาด
วิธีฝึก ๘ อย่าง จะได้ไม่ “ทุกข์”
๑. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป
๒. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย
๓. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง
๔. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมากไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว
๕. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย
๖. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่อง ของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า “เรามาถูกทางแล้ว” แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกา กับคำนินทาก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา
๗. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจาก ความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน
๘. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
พุทธคุณมีครอบคลุมอยู่ในทุกอณูอากาศรอบตัวเรา อยู่ที่เราจะน้อมใจเชื่อด้วยความศรัทธา แล้วน้อมนำเอาพุทธคุณนั้นมาหรือไม่เท่านั้นเอง ..
รอบตัวเรามีแต่คุณพระศรีรัตนตรัย มีแต่คุณความดีของพรหมเทวดา ถ้าเรารู้จักมองโลกในแง่ดี เราก็เลือกเอาแต่ส่วนที่ดี ๆ มาใช้งาน แต่บางคนมองโลกในแง่ร้าย.. ไม่เคยชมใคร มีแต่ว่า มีแต่นินทาอย่างเดียว.. นั่นคือลักษณะของคนที่มองโลกในแง่ร้าย เอาทุกข์เข้าว่า
ในเมื่อเอาทุกข์เข้าว่าแล้ว ชีวิตนี้อย่าหวังเลยว่าจะพบความสุข แต่ถ้าเราเอาสุขเข้าว่า มโนเสฏฺฐา มโนมยา สูงสุดก็ที่ใจ สำเร็จก็ที่ใจ เพราะใจประเสริฐสุด เราคิดแต่ในด้านดี เราก็จะได้รับผลแต่ในด้านดี เพราะว่าความดีดึงดูดกันเอง ขณะเดียวกัน..ความชั่วก็ดึงดูดกันเอง
สมัยก่อนกระผม/อาตมาภาพกราบหลวงปู่ฝั้นเป็นครูเป็นอาจารย์ ท่านบอกว่า “ถ้าใจดี อะไร ๆ ก็ดีหมด ทำไร่ไถนาก็ดี ทำมาค้าขายก็ดี เรือนชานบ้านช่องก็ดี” ใจดีครับ ถ้าใจดีทุกอย่างดีหมด นี่แหละครับ ลักษณะที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เขาสอนให้คิดในแง่บวก (Positive Thinking) คิดในแง่บวกไว้ แล้วจะดึงเอาความดีเข้ามา ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ The secret ที่ขายดีนักหนา เขาบอกวิธีการคิดในด้านบวกนี่แหละ
ฉะนั้น..วิธีคิดในด้านบวกที่ดีที่สุดของพวกเรา คือ อนุสติครับ ระลึกถึงพระพุทธ ระลึกถึงพระธรรม ระลึกถึงพระสงฆ์ ระลึกถึงคุณความดีของพรหมเทวดา ระลึกถึงความตายเพื่อไม่ประมาท ระลึกถึงความเป็นจริงของร่างกายนี้ ระลึกคุณของทาน ระลึกถึงคุณของศีล ท้ายสุดไม่มีอะไรจะทำก็ระลึกถึงพระนิพพานเอาไว้ จิตของเรามีสภาพจำ โดยเฉพาะจิตเรานั้น รับความดีรับความชั่วได้ทีละอย่างเดียว รับสองอย่างพร้อมกันไม่ได้ เหมือนกับที่ไม่มีใครหัวเราะและร้องไห้พร้อมกันได้ ต้องทำทีละอย่าง
ในเมื่อเราเอาความดีเข้ามาไว้ในใจเราแล้ว ความชั่วย่อมเข้ามาไม่ได้ ถ้าความดีอยู่ในใจของเรามาก ๆ ก็ดึงดูดเอาของดี คนดีเข้ามา ถ้าความชั่วอยู่ในใจของเรามาก ๆ ก็จะดึงเอาของไม่ดี คนไม่ดีเข้ามา นี่เป็นหลักการที่เป็นวิทยาศาสตร์เลย เพียงแต่ว่าพิสูจน์ได้ยากเท่านั้นเอง ............................... พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
"..อันนี้พระพุทธเจ้าก็ว่าอยู่ กิจโฉ มนุสสปฏิลาโภ การที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นลาภใหญ่ เกิดมาชาติหนึ่ง ๆ แสนทุกข์แสนยากแสนลำบาก เราได้มาแล้ว เราเป็นผู้ไม่ประมาท รีบเร่งเอาทรัพย์ภายในไว้เสีย ความได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์เป็นลาภอันสำคัญ มนุษย์เป็นชาติอันสูงสุด เป็นสัตว์ใจสูง มีเมตตาซึ่งกันแลกัน ได้สมบัติมาดีแล้วก็รีบเอามัน รับทำเอาเสีย อบรมบ่มอินทรีย์ให้มันแก่กล้า แก่กล้ามันสุก สุกมันก็ดี หมากไม้มันสุกมันก็หวานไม่ใช่สุกแกมดิบ นอกจากอัตภาพร่างกายของเราแล้วสิ่งอื่นไม่มีเรื่องนอกธรรม เรื่องข้างนอกกว้างขวาง ต้องเข้ามาพิจารณาแต่กายกับใจของเราเท่านั้น อันนี้ได้ชื่อว่าเข้ามาใกล้แล้ว ใกล้เข้ามาทุกที ใกล้ทางพระนิพพาน เป็นผู้อยู่ต้นทางพระนิพพานก็ว่าได้เป็นผู้ไม่ประมาท เข้าใกล้เข้าทุกที ๆ ครั้นบารมีของเราพร้อมบริบูรณ์แล้วก็สามารถที่จะพิจารณาได้.."
อนาลโยวาท หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)
"...สติ เป็นอาการของจิต สติจะตามรู้เห็น กิริยาของจิต แต่มิใช่เห็นตัวจิต จิตแท้คือ ผู้รู้ ผู้ตามรู้ตามเห็นอาการของจิตไม่มีวัน จะทันจิตได้ เหมือนบุคคลผู้ตามรอยโคที่ หายไป ไม่เห็นตัวมัน จึงตามหารอยของ มันไป แต่โคเป็นวัตถุ ไม่เหมือนจิตที่เป็น นามธรรม เอาจิตไปตามอาการของจิตมัน ก็ผิดวิสัย เมื่อไรจะเห็นจิตสักที อย่าหลงอา อาการของจิตเป็นผู้รู้ เมื่อเราทำจิตหรือผู้รู้ ให้นิ่งแนบอยู่กับสติแล้ว อาการของจิตก็ไม่ มี เมื่อจิตผู้รู้ สติผู้ระลึกได้เข้ามาทำงานรวม อยู่ในที่แห่งเดียวกันแล้ว การไปการมา การ หลง แส่ส่ายแสวงหา ก็จะหมดสิ้นไป จะพบ ของจริงที่จิตสงบนิ่งอยู่ที่แห่งเดียว..."
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
อยากบวชเพราะไม่อยากเกิดอีก……
เมื่อท่านพระอาจารย์ตั๋น ถิรจิตฺโต พบหลวงพ่อชา สุภัทโท
และเมื่อหลวงพ่อชา ทราบว่าเราอยากจะบวช หลวงพ่อชาหันมาถามว่า "ทำไมถึงอยากบวช ?"
เราตอบท่านสั้นๆ ว่า "ผมไม่อยากเกิดอีกครับ"
# หลวงพ่อชาท่านก็เงียบไปสักครู่หนึ่ง ท่านก็พูดให้เราฟังว่า "เราน่ะบ้า รู้ตัวมั้ย? มีสองอย่างนะ คือ บ้าข้างบนกับบ้าข้างล่าง
คนบ้า บ้าข้างล่างหมายถึงคนวิกลจริต พูดจาเพ้อเจ้อ ไม่รู้เรื่อง ไม่มีสติ เขาถึงเรียกว่าคนบ้า
คนอยู่ตรงกลาง คือ คนปกติธรรมดาสามัญชนทั่วๆ ไป
# บ้าข้างบน หมายถึงพระอริยเจ้า เราน่ะมันบ้าข้างบน รู้ไหม? เป็นพระอริยเจ้า !"
การบวชอยู่ในเพศสมณะนี้ เป็นเพศที่ประมาณค่ามิได้
หลวงพ่อชาถามว่า "เราเข้าใจไหม?"
เราจึงเรียนตอบว่า "เข้าใจครับ"
หลวงพ่อชาถามว่า "เข้าใจว่าอย่างไร?"
เราเรียนตอบท่านว่า "หมายถึงว่า ไม่มีทรัพย์สมบัติ หรือสิ่งมีค่าอะไร จะมามีค่าหรือเทียบเท่ากับการอยู่ในเพศสมณะได้ครับ จึงว่าประมาณค่ามิได้"
หลวงพ่อชากล่าวว่า "ถูกต้องแล้ว"
การบวชเป็นพระ เหมือนอยู่คนละส่วนหรือคนละโลกกับฆราวาสเลย ต้องอดทนมากพอสมควร แต่ก็ได้รับความสงบ อันเกิดจากธรรมเป็นที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในจิตใจ นำสุขมาให้แทน
บางครั้งเราเดินจงกรมอยู่ เราพิจารณาถึงสภาพที่เรามาอยู่ในเพศสมณะนี้แล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่า เรานี้ก็เป็นผู้โชคดีคนหนึ่งทีเดียวนะ ที่ไม่ทราบว่าหลุดรอดเข้ามาได้อย่างไร เราอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วในขณะนี้
ช่างน่าสงสารคนทั้งหลาย ที่ยังหลงยังเพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เขานึกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของเขาแล้ว คือการเที่ยวสนุกสนาน เพลิดเพลินในกามคุณ ๕ ทั้งที่
ความตายกำลังคืบคลานติดตามมาข้างหลังของพวกเขาอยู่ กิเลสตัณหานี้สำคัญนัก น่าสงสารคนทั้งหลายจริงๆ
พระอาจารย์อัครเดช ถิรจิตฺโต
คัดลอกบทความจากหนังสือธรรมะ พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตฺโต วัดบุญญาวาส อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
ความเจ็บป่วยมีประโยชน์ไม่น้อย เพราะมาทำให้เราตระหนักว่า ตอนที่ไม่เจ็บป่วยนั้น เป็นช่วงที่วิเศษอย่างยิ่ง เป็นช่วงที่เรามีความสุขอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว ... ... พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
|