นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 31 ส.ค. 2025 11:23 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: พิจารณาธรรม
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 01 ส.ค. 2025 10:25 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5034
"#อานิสงส์บุญบาทเดียว"

ไปฉันเช้าที่โคราช มีโยมจะมาถวายปัจจัย แกมาทั้งน้ำตานะ บอกว่าหลวงพ่อ โยมจน อยากถวายปัจจัย แกใส่ซองมาประเคนหลวงพ่อ ก็ถามว่ามีปัจจัยในซองไหม แกว่ามี ก็เลยบอกให้แกะออกจากซองไป แล้วเอาแต่ซองเปล่ามาถวายหลวงพ่อ มีเงินอยู่บาทนึง นั่นดูสิ ไม่ใช่ธรรมดานะ น้ำใจศรัทธาของแก ขนาดเขาจนเขายังมีศรัทธา คุณค่าของเงินบาทนึง มหาศาล มูลค่าเงินถึงจะน้อยด้วยความยากจนของเขา แต่ด้วยศรัทธานะ อานิสงส์มากมายมหาศาล ประมาทไม่ได้นะโยมคนนี้ หลวงพ่อนึกสรรเสริญ คนเขามีมากบางทีจะทำก็ทำไม่ได้นะ นี่เขาไม่มียังเอาออกจากความจนมาได้บาทหนึ่ง อยากทำบุญ บาทเดียวเขาก็ได้ทำ เจอแบบนี้หลวงพ่อสรรเสริญเลย
นั่นล่ะจึงบอกว่าทำบุญไม่ต้องทำทีละเยอะๆ แต่ให้ทำบ่อยๆ ทีละห้าบาทสิบบาทแล้วแต่กำลังเรา อย่าให้เดือดร้อนเท่านั้นแหละ

#หลวงพ่อสมบูรณ์ กันตสีโล

วัดป่าสมบูรณ์ธรรม อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก






"ถ้าอะไรเราไม่ได้ทำไว้ อยากได้มันก็ไม่ได้
ถ้าได้ทำไว้แล้ว สร้างไว้แล้ว อยากได้มันก็ได้
นี่แหละทานบารมี"

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร





"... การที่มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีไข้ มีตายอยู่
อย่างนี้แหละ ท่านว่าเราอยู่ในก้อนทุกข์อยู่
ในกองทุกข์ นั่งอยู่ในความทุกข์ความเดือดร้อน ตลอดเวลา จะไม่ให้มันไม่ทุกข์ไม่ได้

... มีทางเดียวอยู่ก็คือว่า ภาวนาทำใจให้
ตั้งมั่นเป็นสมาธิ จนเกิดปัญญาวิชชาความรู้
ในธรรมะขึ้นมาในใจ
จิตใจเราก็จะแก้ไขสถานการณ์ อันมันเป็น
ทุกข์เป็นร้อนนั้นให้หมดไปสิ้นไปเพราะการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนี้แหละ

... จึงให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติบูชา
ภาวนาให้ได้ตลอดไปชั่วชีวิตที่เรายังเหลือ
อยู่ในโลกไม่มากเท่าไหร่ ไม่ถึง ๑๐๐ ปี ..."
-------------------------------------------------------------
#พระญาณสิทธาจารย์
#หลวงปู่สิม_พุทธาจาโร
วัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ (พ.ศ.๒๔๕๒ — ๒๕๓๕)








เดินทางอย่างสม่ำเสมอ
บนเส้นทางที่ไม่สม่ำเสมอ

“ชีวิตเราจะขลุกขลักอย่างไร จะมีปัญหา
อะไรเกิดขึ้น อันนี้ก็เป็นเรื่องของเส้นทาง
สำหรับคนเราทุกคน อาตมาเชื่อมั่นว่าเรา
สามารถเดินทางอย่างสม่ำเสมอบนเส้นทาง
ที่ไม่สม่ำเสมอได้ ด้วยการทำความเพียร
ด้วยการตั้งอก ตั้งใจ ประพฤติปฏิบัติตาม
หลักคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพราะสิ่งที่
เกิดขึ้นไม่ว่าที่ไหนก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลก
แต่จิตใจของเราจะเป็นทุกข์กับมัน หรือจะ
ได้กำไรจากมัน ก็อยู่ที่เราฝึกตนให้มีสติ
ให้มีปัญญาเป็นที่พึ่งภายใน” ...

พระพรหมพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร







"..ผู้ปฏิบัติพึงใช้อุบายปัญญาฟังธรรมเทศนาทุกเมื่อ ถึงจะอยู่คนเดียวก็ตาม คืออาศัยการกำหนดพิจารณาธรรม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็เป็นรูปธรรมที่มีปรากฏอยู่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ก็มีอยู่ ได้ยินอยู่ สัมผัสอยู่ ปรากฏอยู่ จิตใจเล่าก็มีอยู่ ความนึกคิด รู้สึกในอารมณ์ต่างๆ ทั้งดี และร้ายก็มีอยู่ ความเสื่อม ความเจริญ ทั้งภายนอก ภายใน ก็มีอยู่ ธรรมชาติอันมีอยู่โดยธรรมดา เขาแสดงความจริงคือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ให้ปรากฏอยู่ทุกเมื่อ เช่น ใบไม้มันเหลืองหล่นร่วงลงมา พินิจพิจารณาด้วยสติปัญญา โดยอุบายมีอยู่เสมอแล้ว ชื่อว่า ได้ฟังธรรมทุกเมื่อแล.."

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร
(หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)
วัดป่าสุทธาวาส
ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง
จ. สกลนคร
(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)








.

#จิตเข้าฌานจะตัดหลับ

เวลาที่ท่านนอนภาวนา หลังจากนอนหลับภาวนาไป เวลานั้นถ้าบังเอิญจิตเข้าถึงฌานใดฌานหนึ่ง

ฌานนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าฌาน ๑ เสมอไปไม่แน่นอนนัก บางครั้งก็เข้าถึงฌาน ๑ มันก็หลับ บางครั้งฌาน ๑ มันไม่เข้า มันเข้าถึงฌาน ๒ ฌาน ๓ เลยก็มี บางครั้งพอจิตสงบปับเข้าถึงฌาน ๔ เลยก็มี

ก็รวมความว่าขณะที่หลับจิตเข้าถึงฌานไหน เวลานั้นกว่าจะตื่นเขาถือว่าทรงฌานนั้นอยู่ จนกว่าจะตื่นนะ

เราภาวนาไป รู้ลมหายใจเข้าออกไปด้วย ภาวนาไปด้วย แล้วก็หลับ สมมุติถ้าหลับเวลานั้นจิตเข้าถึงฌาน

และขณะที่หลับอยู่กี่ชั่วโมงท่านถือว่าทรงฌานนั้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าตายเวลาหลับจะมีผลไปตามฌานทันที

ถ้าภาวนาจนถึงหลับก็ถือว่าเป็นการทรงจิตให้เป็นสมาธิทรงฌานได้นาน

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
_______
จากหนังสืิอ "ธัมมวิโมกข์" ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๔๒๔ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๙ หน้า ๓๐
คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์








“ วิปัสสนา คือเมื่อจิตเราสงบแล้วก็เห็น
ที่เกิดแห่งสังขาร (ความคิดปรุงแต่ง)
โอ ... เกิดจากจิตของเรา เราก็ดับสังขาร
ที่จิตของเรา ก็ดับได้เพราะเหตุใด
เราเห็นโทษแห่งสังขาร เห็นภัยแห่งสังขาร
ทั้งหลาย เห็นทุกข์แห่งสังขารทั้งหลาย
นี่ ... มันจะดับได้ก็ตรงนี้ เมื่อเป็นทุกข์เห็นโทษ
แล้วมันก็ตัด จึงเรียกว่าเป็นวิปัสสนา
ความรู้แจ้งเห็นจริง เห็นสัจจธรรม” ...

พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO