..จริงหรือที่คนไข้ไอซียู ได้ถวายสังฆทานแล้ว วันต่อมาลุกขึ้นนั่งได้?.. ..ถ้าพูดตามความจริง ถ้าเป็นเรื่องของกรรม เรื่องของกรรมของบุคคลที่ป่วยอยู่ บัดนี้เมื่อถวายสังฆทาน ทำบุญ ทำกุศล อุทิศส่วนกุศลให้แล้ว อำนาจของบุญอาจจจะไปเพิ่มพูนจิตใจ ให้จิตใจแช่มชื่นขึ้นมาได้ นั่นอย่างหนึ่ง สอง จะลดจากกรรมที่ผู้เป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกันนั้น เขาอนุโมทนารับส่วนบุญ เขาก็จะไม่ลงโทษต่อไป ก็ว่าแล้วกันลดโทษให้ อโหสิกรรมให้ ก็ทำให้คนนั้นสบายขึ้นมาได้ ดีไม่ดีก็หายไปได้ด้วยอำนาจว่าหมดกรรม มันใกล้จะหมดกรรมแล้ว มันจึงจะหายนะ บางทีเราทำไป คนนั้นจะหมดกรรมจะหายอยู่แล้วล่ะ เหลืออยู่อีกนิดเดียว เวลาไปแก้ไขให้ ..ก็เหมือนเขาติดหนี้เหลือสักร้อยหนึ่ง เราก็ไปให้เสียร้อยหนึ่ง ก็เลยหมดหนี้ คนนั้นก็เลยสบายใจ ว่าอย่างนั้นก็แล้วกันถ้าติดหนี้เป็นล้านๆ ก็คงสู้ไม่ไหว ก็ต้องค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ มันจึงจะหมด มีเยอะอย่างนี้ คนที่ใกล้จะตายแล้วนอนลุกไม่ได้ ไปสวดอภิธรรม ไปทำอะไร ไปทำบุญต่อหน้าเขา นี่แหม..หายไป บางคนนี่เป็น ๔ ๕ วัน ลุกขึ้นมาได้เลย นอนลุกไม่ได้ตั้ง ๕ เที่ยวแล้วก็มีบางคน ทางอีสานโน่น อยู่กรุงเทพฯ ก็อาจจะมีครูบาอาจารย์ทางอีสานโน่นทำให้ ก็มีกำลังใจ มันเป็นของสำคัญอยู่ มันเจ็บนิดหน่อยหายไม่รู้ตัวเลย กำลังใจนี่ มันตึงตังขึ้นมาก็หาย ถ้าอ่อนแอ อ่อนเข้าไป โรคยิ่งเหยียบเข้าไป พอคิดดูรึ จะคิดออกไหม ..ถ้าเราเดินไปในที่มืดนี่ เกิดไปคล้องเชือกหรืออะไร ไปเหยียบไม้กระเดื่อง แล้วไปโดนแก้วเหยียบแก้ว มันบาดเท้าเลือดออก โอ๊ย ว่าเป็นงูกัดเป็นงู สลัดวิ่งไปหาหมอ โอ๊ย..งูจริงๆ ใจอ่อนแอคิดเข้าไปนั่น ผู้ที่วิ่งไปตรวจ ไปตรวจเป็นเชือก หรือเห็นว่าไม้กระเดื่อง โอ๊ย..มีแต่ไม้ งูมันไม่มีหรอก หายตึงตังลุกขึ้นมาเลย กำลังใจหายโรคได้ ไม่ต้องฉีดเซรุ่มเลย หายออกจากโรงพยาบาลได้เลย เพราะขวดแก้วบาด ไม่ใช่งู นี่..กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้น แพทย์ก็คงอยากได้คนไข้ที่ใจกล้าแข็ง ไม่อ่อนแอ โรคก็หายง่าย ก็สบายกับหมอกับพยาบาล พยาบาลอยู่แถวนี้มีหลายคนมั้งนี่ พยาบาลก็สบาย เอายาไปให้กินก็กินสบาย เขาก็ภาวนาไปเรื่อยๆ ใจก็กล้า โรคก็หายได้ง่าย มีกำลังใจ..
..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..
"..ธาตุมนุษย์เป็นธาตุตายตัว ไม่เป็นอื่นเหมือน นาค เทวดาทั้งหลายที่เปลี่ยนเป็นอื่นได้ มนุษย์ มีนิสัยภาวนาให้สำเร็จง่ายกว่าภพอื่น อคฺคํ ฐานํ มนุสฺเสสุ มคฺคํ สตฺต วิสุทฺธิยา มนุษย์มีปัญญาเฉียบแหลมคม คอยประดิษฐ์ กุศล อกุศล สำเร็จอกุศล...มหาอเวจีเป็นที่สุด ฝ่ายกุศล มีพระนิพพานให้สำเร็จได้ ภพอื่นไม่เลิศเหมือนมนุษย์ เพราะมีธาตุที่บกพร่อง ไม่เฉียบขาดเหมือนมนุษย์ ไม่มีปัญญากว้างขวางพิสดารเหมือนมนุษย์ มนุษย์ธาตุพอหยุดทุกอย่าง สวรรค์ไม่พอ อบายภูมิธาตุไม่พอ มนุษย์มีทุกข์ สมุทัย...ฝ่ายชั่ว ฝ่ายดี...กุศลมรรคแปด นิโรธ รวมเป็น ๔ อย่าง มนุษย์จึงทำอะไรสำเร็จ ดังนี้ ไม่อาภัพเหมือนภพอื่น.."
ภูริทตฺธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ. สกลนคร บันทึกธรรมโดยหลวงปู่หลุย จันทสาโร
“ความพอใจเป็นเรื่องของใจ ที่ไม่เกี่ยวกับ ฐานะภายนอก คนรวยที่ไม่รู้จักพอ ก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา คนจนที่รู้จักพอ ก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดเวลา” ... พระคติธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
รักเป็น คือ ไม่ทุกข์เพราะรัก ไม่เบียดเบียน เพราะรัก รักเป็น เพราะรักตัวเองได้ รักตัวเองได้ เพราะเพียรละสิ่งทั้งหลาย ในจิตใจที่ไม่น่ารัก (คือ บาปทั้งปวง) ทำสิ่งที่น่ารักทั้งหลายในตัวเอง (คือ กุศลธรรม)ให้ถึงพร้อม และค่อยชำระจิตให้ขาวสะอาด และรักตัวเองได้ เพราะยอมรับว่าความ เป็นอิสระจากกิเลส เป็นสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ ควรจะได้ เห็นความสำคัญยิ่งของการฝึก ความอดทน ไม่พูดร้าย ไม่ทำร้าย บริหารกาย วาจาภายในกรอบของศีลธรรมได้ รู้จักพอดี ในการบริโภค เวลาอยู่คนเดียวอยู่ได้ ไม่เหงา มีความสุขได้ ไม่ประมาทในการฝึกหัดจิตใจ ให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป รักตัวเองได้แล้วก็จะ ระวัง และมีปัญญาในการคบคน เพราะรักแท้ต้องรักษ์ ... ... พระอาจารย์ชยสาโร
"...อาตมารู้สึกว่าชีวิตนี้มีบุญที่ได้พบครูบาอาจารย์ผู้ประเสริฐหลายท่าน จากการสังเกต อาตมาได้ข้อสรุปบางประการเกี่ยวกับคุณลักษณะของอาจารย์ที่ดี ดังนี้ อาจารย์ที่ดีไม่เคยลืมพระคุณครูบาอาจารย์ของท่านเอง อาจารย์ที่ดีสอนถูกกาละเทศะ เหมาะกับตัวบุคคลและคณะที่ท่านสอน อาจารย์ที่ดีย่อมปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านสอน อาจารย์ที่ดีไม่โอ้อวดความรู้ แต่สั่งสอนในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ที่สุดต่อลูกศิษย์ เช่นเดียวกับหมอที่สั่งยาให้คนไข้ อาจารย์ที่ดีไม่เรียกร้องให้ลูกศิษย์เชื่อแบบไม่ลืมหูลืมตาหรือจงรักภักดีไปเสียทุกอย่าง แต่จะเปิดใจกว้างอย่างแท้จริงเพื่อรับฟังเสียงสะท้อน อีกทั้งสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้ลูกศิษย์กล้าแสดงความเห็น อาจารย์ที่ดีไม่ต้องการให้ลูกศิษย์ศรัทธาเฉพาะตัวท่าน แม้ว่าบ่อยครั้งจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม ท่านจะไม่ส่งเสริมหรือยกย่องการกระทำนั้น และหากมีคนเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่าน ท่านจะระมัดระวังไม่ให้เกิดความยินดี ท่านจะไม่หวงลูกศิษย์และไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ จากศรัทธาของลูกศิษย์ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม อาจารย์ที่ดีจะไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ดูหมิ่นครูบาอาจารย์ท่านอื่น ไม่ลบหลู่คำสอนหรืออุบายในการภาวนาแบบอื่นๆ ท่านจะไม่ส่งเสริมความคิดที่ว่า “มีเราเท่านั้นที่ถูก คนอื่นผิดหมด” หรือ “คำสอนของเราเท่านั้นที่ลึกซึ้ง ของคนอื่นตื้นเขิน” อาจารย์ที่ดีสอนให้เราเชื่อมั่นในตนเองและมอบเครื่องมือฝึกตนให้เรา เพื่อให้ลูกศิษย์พึ่งตัวเองได้ในท้ายที่สุด..."
พระอาจารย์ชยสาโร
ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่ ............................. #ทำบุญทำทานเหมือนกัน #แต่ว่าผลต่างกัน #ด้วยจิตเจตนาต่างกัน
ทานเป็นสิ่งที่ให้ผลเป็นทรัพย์ ให้ผลเป็นความสุข ทานที่บุคคลที่ทำไว้จะเป็นเหมือนญาติที่รอรับ บุญที่สั่งสมดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้ บุญเป็นที่พึ่งในสัมปรายภพ
ทำบุญทำทานเหมือนกัน แต่ว่าผลต่างกัน ด้วยจิตเจตนาต่างกัน ทำเหมือนกัน เจตนาต่างกัน ผลต่างกัน มีผลมากมีผลน้อย อานิสงส์มากอานิสงส์น้อยต่างกัน เป็นเพราะเหตุอย่างใด ทำอย่างไรมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ทำทานอย่างไหนมีผลมาก มีอานิสงส์น้อย
เรื่องนี้พระพุทธเจ้าได้เคยตรัส ครั้งนั้นพระองค์ประทับอยู่ที่ใกล้ฝั่งสระโบกขรณีคัคครา ใกล้กรุงจัมปา ครั้งนั้นอุบาสกชาวเมืองจัมปาหลายท่านได้เข้าไปหาพระสารีบุตร หลังจากอภิวาทกราบไหว้แล้วก็กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าไม่ได้ฟังธรรมิกถาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นเวลานานแล้ว ทำไฉนข้าพเจ้าจะได้มีโอกาสได้ฟังธรรมต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์
พระสารีบุตรก็จึงได้กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นท่านทั้งหลายก็จงมาในวันอุโบสถเถิด จะได้มีโอกาสได้ฟังแน่นอน ได้พบ ได้ฟังธรรมแน่นอน
ดังนั้นอุบาสกก็ได้ลาพระสารีบุตรกลับไป
พอถึงวันอุโบสถ คณะอุบาสกเมืองจัมปาก็พากันมาที่พระสารีบุตร พระสารีบุตรก็ได้พาเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หลังจากกระทำอภิวาทแล้ว พระสารีบุตรได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทานที่บุคคลทำแล้วมีผลมาก มีอานิสงส์น้อย มีหรือพระเจ้าข้า หรือทานที่บุคคลทำแล้วมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีหรือไม่พระเจ้าข้า
พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า มี ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์ไม่มาก ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มากมีอยู่
อย่างไรพระพุทธเจ้าข้า
พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสว่า ดูก่อนสารีบุตร ... คนบางคนในโลกนี้มีความผูกพันในผลของทาน คิดว่าเราจะได้ไปเสวยผลบุญในสัมปรายภพเบื้องหน้า ให้ทานด้วยจิตที่ผูกพันในผลของบุญ หวังบุญ หวังผลบุญ ทำบุญด้วยคิดว่าจะสั่งสมบุญเพื่อเราจะไปเสวยผลบุญ
ดูก่อนสารีบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลในโลกนี้ให้ทานเห็นปานนี้มีหรือ
อย่างนั้นพระพุทธเจ้าข้า
ก็มีคิดแบบนี้ ทำทานก็หวังว่าจะได้ผลของทานในสัมปรายภพเบื้องหน้า
ดูก่อนสารีบุตร บุคคลที่ให้ทานด้วยจิตผูกพันในผลของทาน สั่งสมทานเพื่อหวังว่าเมื่อเราตายแล้ว เราจะได้ไปเสวยผลบุญของทานเหล่านี้ หลังจากเขาตายแล้วก็จะไปถือกำเนิดเป็นสหายของเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ชั้นจาตุมหาราชิกาก็เป็นสวรรค์ชั้นที่ ๑ ไปเกิดในสวรรค์ชั้นที่ ๑
หลังจากสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่แล้ว เขาก็ยังกลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก ก็คือกลับมาสู่เป็นมนุษย์ เวียนว่ายตายเกิด บางครั้งก็ไปลงนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานอีก
พระพุทธเจ้าตรัสต่อไปว่า ... คนบางคนในโลกนี้ให้ทานก็ไม่ได้คิดถึงว่าเราจะหวังผลทาน ไม่ได้มีจิตผูกพันในผลของทาน ... แต่คิดว่าการให้ทานเป็นความดี เขาก็จึงให้ทาน มีการให้ข้าวให้น้ำ ให้ผ้า ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก เครื่องอุปกรณ์แก่สมณพราหมณ์ ด้วยคิดว่าการให้ทานเป็นการดี เขาก็ให้ทาน
สารีบุตร บุคคลให้ทานเห็นปานนี้มีหรือ
อย่างนั้นพระเจ้าข้า
ก็มี บางคนเขาก็คิดแค่มันเป็นความดี เป็นสิ่งที่ดี ก็ให้ ไม่ได้คิดถึงจะไปหวังผลบุญอะไร
พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลที่คิดว่าการให้ทานเป็นความดี เขาจึงให้ทาน ไม่ได้คิดว่าจะไปหวังผลบุญอะไร หวังเพียงว่ามันเป็นความดี ก็ให้ทาน หลังจากตายแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สวรรค์ชั้นที่ ๒ มีชื่อว่าชั้นดาวดึงส์ อยู่ไปจนหมดอายุขัย เรียกว่าหมดกรรม สิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่แล้ว ก็จะกลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้ กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอย่างนี้อีก อาจจะเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเปรต อสุรกาย ถ้าทำบาปก็ไปลงนรกได้อีก
...คนบางคนในโลกนี้ให้ทานด้วยคิดว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายก็ทำบุญทำทานกันมาแต่ไหนแต่ไร เราจะไม่ให้ทานมันก็จะเสียประเพณีของเรา เขาจึงให้ทาน ให้ข้าวให้น้ำ ให้ผ้า ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครื่องที่พัก ที่หลับที่นอน อุปกรณ์ต่าง ๆ กับสมณพราหมณ์
สารีบุตร คนบางคนในโลกนี้ให้ทานเห็นปานนี้หรือ
อย่างนั้นพระเจ้าข้า
มันก็มีใช่ไหมคนเขาให้ตามประเพณี พ่อแม่ปู่ย่าตายายให้มาก็ทำต่อไป บุคคลเหล่านี้เมื่อตายแล้วย่อมไปถือกำเนิดเป็นสหายของเทวดาชั้นยามา ชั้นยามาก็เป็นสวรรค์ชั้นที่ ๓ เมื่อสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่ ก็กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก เวียนว่ายตายเกิด อาจจะลงนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน
... คนบางคนในโลกนี้มห้ทานด้วยคิดว่าสมณพราหมณ์ท่านไม่ได้หุงหาอาหารกินเองได้ แต่เราเป็นผู้หุงหาอาหารทานได้ เราจะไม่ให้ มันก็ไม่สมควร สมณะท่านเป็นอยู่ด้วยการที่ได้อาหารจากอุบาสกอุบาสิกา ฉะนั้นเราหุงหาได้ เราจะไม่ให้กับผู้ที่หุงหากินเองไม่ได้ จะไม่สมควร เขาก็จึงให้ทาน มีการให้ข้าวให้น้ำ เป็นต้น แก่สมณพราหมณ์
สารีบุตร เธอจะสำคัญความข้อนี้อย่างไร คนบางคนในโลกนี้ให้ทานเห็นปานนี้หรือ
อย่างนั้นพระเจ้าข้า บางคนเขาก็คิดอย่างนั้น
บุคคลให้ทานด้วยคิดว่าเราหุงหากินเองได้ สมณพราหมณ์หุงหาไม่ได้ เราก็ควรให้ หลังจากตายแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต ชั้นดุสิตเป็นสวรรค์ชั้นที่ ๔ เมื่อหมดฤทธิ์ เมื่อสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่ในสวรรค์นั้นแล้ว ก็กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก จะมาเป็นมนุษย์ ทำชั่วทำบาปลงนรก เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานเหมือนเดิม
... คนบางคนในโลกนี้คิดให้ทานแบบฤาษี ที่จะจำแนกแจกทานแบบฤาษีในครั้งก่อน ฤาษีเขาจะบูชายันต์ ก็คงจะหมายถึงจัดของต่าง ๆ หลากหลายหลายชนิด จัดโอฬาร ก็อยากจะทำแบบนั้น ทำทานแบบจำแนกแจกทานหลายอย่าง จึงได้ถวายทานแก่สมณพราหมณ์
หลังจากตายแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นนิมมานรดีซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่ ๕ หมดฤทธิ์ สิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่ ก็กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก เวียนว่ายตายเกิด ทำบาปทำชั่วลงนรก เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานเหมือนเดิม
... บุคคลบางคนในโลกนี้ให้ทานด้วยคิดว่าจิตของเราจะได้เลื่อมใส จิตเราจะได้มีความปลาบปลื้ม จะได้ปลื้มใจ จะได้มีความโสมนัสปีติใจ เขาก็จึงให้ทานแก่สมณพราหมณ์
พระพุทธเจ้าถาม สารีบุตร บุคคลให้ทานเห็นปานนี้มีหรือ
อย่างนั้นพระเจ้าข้า
เมื่อเขาให้ทานด้วยคิดว่าจิตเราจะได้เลื่อมใส จิตเราจะได้ปลื้มใจ จะได้เกิดโสมนัส จึงให้ทาน หลังจากตายแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตีอันเป็นสวรรค์ชั้นที่ ๖ จนหมดจนสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่ ก็กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้ เป็นมนุษย์ ทำชั่วทำบาปลงนรก เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานได้อีก
#บุคคลบางคนในโลกนี้นึกคิดให้ทานเพียงว่าจะเป็นเครื่องปรุงแต่งจิต #เป็นบริขารของจิต #หมายถึงว่าเพื่อปฏิบัติ #เพื่อเป็นบาทฐานของการเจริญภาวนา #โดยเฉพาะเจริญกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐาน
หลังจากตายจากโลกนี้แล้วก็ไปสู่พรหมโลก ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก อันนี้ก็คงจะหมายถึงว่าปฏิบัติจนสำเร็จเป็นอริยบุคคลระดับชั้นอนาคามี อนาคามีจะไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก เกิดเป็นพรหมแล้วก็ปรินิพพาน สำเร็จเป็นพระอรหันต์ปรินิพพานที่นั่น พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
พระพุทธเจ้าได้สรุปตอนท้ายว่า ดูก่อนสารีบุตร นี่แหละทางที่บุคคลทำแล้วมีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มาก และบุคคลที่ทำทานมีผลมาก มีอานิสงส์มากอย่างนี้แล
#ฉะนั้นโยมก็เลือกเอาเราจะทำทานแบบไหนอย่างไร #ก็เป็นบุญทั้งนั้น #แค่มันระดับชั้นสวรรค์ไม่เท่ากัน #ถ้าสามารถวางใจให้มันเป็นเพียงเป็นเพื่อปรุงแต่งจิต #เป็นบริขารของจิต #เจริญสติปัฏฐาน #เจริญวิปัสสนากรรมฐาน #จนบรรลุธรรมบรรลุมรรคผลนิพพาน #นี่แหละที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ #ถือว่าเป็นทานที่มีผลมาก #มีอานิสงส์มาก
สัมโมทนียกถา วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ............................. ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา
รักเป็น คือ ไม่ทุกข์เพราะรัก ไม่เบียดเบียนเพราะรัก รักเป็น เพราะรักตัวเองได้ รักตัวเองได้ เพราะเพียร: ละสิ่งทั้งหลายในจิตใจที่ไม่น่ารัก (คือ บาปทั้งปวง) ทำสิ่งที่น่ารักทั้งหลายในตัวเอง (คือ กุศลธรรม)ให้ถึงพร้อม และค่อยชำระจิตให้ขาวสะอาด และรักตัวเองได้ เพราะ ยอมรับว่าความเป็นอิสระจากกิเลส เป็นสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้ เห็นความสำคัญยิ่งของการฝึกความอดทน ไม่พูดร้าย ไม่ทำร้าย บริหารกายวาจาภายในกรอบของศีลธรรมได้ รู้จักพอดีในการบริโภค เวลาอยู่คนเดียวอยู่ได้ ไม่เหงา มีความสุขได้ ไม่ประมาทในการฝึกหัดจิตใจให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป รักตัวเองได้แล้วก็จะระวังและมีปัญญาในการคบคน เพราะรักแท้ต้องรักษ์
พระอาจารย์ชยสาโร
ธรรมะกับการทำงาน
สิ่งที่เจอนั้น ถ้าง่ายเราก็ได้ฝึกตัวน้อย แต่ถ้าอะไรยากเราก็ได้ฝึกตัวเองมาก เพราะฉะนั้น สูตรของผู้มีจิตสำนึกในการ ฝึกตน จึงมีว่า ... ยิ่งยากยิ่งได้มาก เพราะฉะนั้นจึงชอบใจนักเรื่องงานยาก เปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา ... ... สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
|