#ผู้จะถึงฝั่งพระนิพพาน
ต้องได้อาศัยบุญบารมีอุปถัมภ์ค้ำชู คนจะข้ามน้ำได้ก็ต้องไปเรือฉันใด มนุษย์ปุถุชนจะข้ามฝั่งไปได้ก็ต้องอาศัยบุญฉันนั้น คำว่า "บุญ" นี่ยิ่งใหญ่ บุญคือกุศล คือความดี ที่จะอุปถัมภ์ค้ำชูไปให้ถึงฝั่งต่อไป ในภาคหน้า ต่อให้เรามีสุขภาพดีแค่ไหน หากไม่หมั่นทำความดี ไม่สะสมบุญ ย่อมไม่มีวันไปถึง...ฝั่งพระนิพพาน
#หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร
"..วิธีแก้กรรมเวรในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าสอนให้ละเวรละกรรม ด้วยจิตใจเห็นโทษนั้น ๆ แล้วมีเมตตาต่อกัน ไม่ทำกรรมและเวรนั่นอีก เมื่อคู่กรรมและเวรนั้นยังมีชีวิตอยู่ ต่างก็เห็นซึ่งกรรมและเวร ที่ตนกระทำนั้นแล้ว พร้อมหน้ากันให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน กรรมและเวรนั้นเป็นอันสิ้นลงเพียงแค่นั้น ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมอโหสิกรรมให้ กรรมนั้นก็ต้องจองเวรกันต่อไป.."
โอวาทธรรมคำสอน พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย (พ.ศ.๒๔๔๕-๒๕๓๗)
...#ศาสนธรรม เอื้อมมือฉุดลากสัตว์โลกให้พ้นจากโลกันตสัตว์ทุกบททุกบาท ด้วยสวากขาตธรรมอยู่เรื่อยมา ไม่เคยมีคำว่าครึล้าสมัย นอกจากคนที่เน่าเฟะทั้งที่ยังไม่ตายเท่านั้น จะหาเรื่องตำหนิศาสนธรรมได้ลงคอแล้วก็เข้าไปขวางในหัวอกตัวเองนั่นแล
...#กิเลส สรณํ คัจฉามิ กับ #พุทธํ #ธมมํ #สงฆํ สรณํ คจฉามิ นั้นต่างกันมาก #เกิดจากใจดวงเดียวกันนี่แล(ใจเราเอง) ถ้าคว้ากิเลสมาเป็นสรณะ ก็จมไปกับมัน ถ้าคว้าธรรมมาเป็นสรณะก็ โชติๆ ปรายโน ฟังให้ถึงใจ จะถึงธรรมสรณะไม่สงสัย
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
"เรื่องโลก มีแต่เรื่องยุ่งของคนอื่นเท่านั้น ไม่มีที่สิ้นสุด เราไปแก้ไขเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องธรรมนั้นมีที่สุด มาจบที่ตัวเรา ให้มาไล่ดูตัวเอง แก้ไขที่ตัวเราเอง ตนของตน เตือนตนด้วยตัวเอง
ถ้าคิดสิ่งที่เป็นธรรมแล้ว ต้องกลับเข้ามาหาตัวเอง ถ้าเป็นโลกแล้วจะมีแต่ส่งออกไปข้างนอกตลอดเวลา เพราะธรรมแท้ๆ ย่อมเกิดจากในตัวของเรานี้ทั้งนั้น"
หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปญฺโญ
หลวงปู่ชอบเคยบอกไว้ว่า...
คนที่นั่งภาวนานานได้วันหนึ่ง เท่ากับเวลาที่ใช้นั่งกินข้าว ‘ปิดทางอบายได้เลย’ อยากไปอยู่นรก ก็ไม่ได้ไป
คนที่อยากได้อะไร ให้ตั้ง สัจจะไว้ แล้วมานั่งสมาธิ ให้จิตรวม... ‘แล้วจะสมหวังเอง’
โอวาทธรรม... หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต
คนที่มีกามราคะ พระพุทธเจ้าท่านให้พิจารณาอสุภะ อสุภะคือปฏิกูลของไม่สวยไม่งาม มันจะมีอะไรในร่างกายของเรา แยกแยะ แยกส่วนแบ่งส่วนดูซิ ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเรามีอะไรบ้าง เกสา-ผม โลมา-ขน นขา-เล็บ ทันตา-ฟัน ตะโจ-ผิวหนัง มังสัง-เนื้อ นหารู-เส้นเอ็น อัฏฐิ-กระดูก อัฏฐิมิญชัง-เยื่อหุ้มกระดูก วักกัง-ม้าม หทยัง-หัวใจ ปิหกัง-ไต ยกนัง-ตับ ปับผาสัง-ปอด กิโลมกัง-พังผืด อันตัง-กระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ อันตคุนัง-ไส้น้อย อุทริยัง-อาหารใหม่ กรีสัง -อาหารเก่า มัตถเก มัตถลุงคัง-เยื่อในสมอง แล้วมันเป็นยังไง สวยงามไหม น่ารักใคร่ไหม ชอบใจไหม
ถ้าเราพิจารณาเห็น อสุภะปฏิกูลอย่างนี้แล้ว กิเลสตัวนั้นมันก็จะต้องย่อถอยไปอีก แต่เมื่อเราไม่คิดนะ มันย่องย่องเข้ามาข้างหลังเรา มันปรุงแต่งขึ้นมา เอออันนั้นก็สวย อันนี้ก็งาม ผลที่สุดกามกิเลส กามราคะ มันกำเริบเสิบสานขึ้นมาในจิตในใจ มันทำความชั่วช้าเสียหายได้ทั้งนั้น เพราะเราไม่ได้คิดไม่พิจารณาถึงอสุภะ อย่างที่พระพุทธเจ้าที่ท่านได้ตรัสเอาไว้ ถ้าพวกเรามีใจพิจารณาอสุภะปฏิกูล มองเห็นกระดูกตัวเองหลุด อยู่ตลอดวัน เห็นแต่ความสกปรกในร่างกาย อสุภะในร่างกายของเรา ดูเข้าไปในท้อง ผ่าท้องเข้าไปเห็นแต่ลำไส้ เป็นขดๆ อยู่อย่างนั้น เห็นแต่กระดูกของเรา เออเป็นยังไง เป็นหน้าที่ของพวกเราจะต้องคิดพิจารณา ให้ตระหนักในอสุภะกรรมฐาน พิจารณาถึงความตาย พิจารณาร่างกายสังขาร ร่างกายของเรามีอะไรบ้าง ในเมื่อเราพิจารณาเห็นอยู่ในเรื่องเหล่านี้อยู่ กามกิเลสหรือกามราคะ อันไหนก็ตามที่มันเกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้นมาได้ไหม มันเกิดขึ้นมาไม่ได้ ถ้ามันไม่ได้พิจารณามันเป็นได้ทั้งนั้น ไม่ว่าอยู่บ้าน ไม่ว่าอยู่ป่า ไม่ว่าอยู่ ณ สถานที่ใด
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก จากพระธรรมเทศนา “วินัยเป็นบ้าน สติปัฏฐานเป็นตัวเดิน” แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๘
..การมาวัดก็เพื่อมาวัดจิตวัดใจของเรา วัดว่าเราได้ทำอะไร?ได้พูดได้คุยกันในเรื่องอะไร? ได้คิดได้อ่านอะไรไว้ในใจของตนเอง ได้คิดเรื่องอะไรบ้าง? ก็เรียกว่าหาที่พึ่ง เหมือนมีสมบัติ คนมีสมบัติก็มีที่พึ่ง คือการภาวนา เรียกว่ามีฌาณ มีทั้งทานมัย ศีลมัยภาวนามัย ก็เป็นคนที่มีสติปัญญาว่องไว เป็นคนเสียสละละความชั่วได้ อันไหนที่ไม่ดีไม่งามก็จะค่อยๆละ ค่อยๆปล่อย ค่อยๆวางออกไป เมื่อมีความชั่วที่เกิดขึ้นทางวาจา การพูดจาปราศรัยที่ไม่ดีไม่งามต่อกัน ก็ให้ลดน้อยถอยลงไป ละคำพูดที่ไม่ดีออกเสีย เมื่อจิตใจของเราเศร้าหมองขุ่นมัว จิตใจโศกเศร้าจิตใจไม่สบาย ไม่สบายกายและไม่สบายใจ เราก็จะได้แก้ไขทางความคิดความอ่านทางปฏิบัติของตนเอง ก็เรียกได้ว่าเป็นผู้ตรวจตราตนเอง..
..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..
#หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร นั่งสมาธิทำความเพียรตั้งแต่ค่ำจนเช้า จิตสงบ จิตมีความสุขและกล้าหาญมาก #ท่านทำความเพียรมาก อดนอนผ่อนอาหาร เอาสิ่งอื่นช่วยบังคับ เช่น ผี เสือ ช้าง อยู่ในที่ทุรกันดาร สละตายแท้ๆ ครูบาอาจารย์สมัยก่อน จากนั้นจิตก็มีความรู้จากสมาธิ จิตมีปิติในธรรม.....ทุกข์เป็นเหตุ สุขเป็นผล
#จิตสงบชั่วช้างพับหู งูแลบลิ้น ก็มีอานิสงส์หลาย การภาวนาอนาคตก็บ่ยึด อดีตก็บ่ยึด ยึดปัจจุบัน อยู่กับพุทโธ อยู่กับลมหายใจ เอาปัญญาเป็นเครื่องแก้ แก้ความหลง แก้ความยึดมั่นเจ้าของ... #โอวาทธรรม
#หลวงพ่อสมศรี อตฺตสิริ วัดป่าเวฬุวนาราม ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย
"..ผู้ที่ยังไม่รู้หัวข้อธรรมอะไรเลย เมื่อปฏิบัติอย่างจริงจัง มักจะได้ผลเร็ว เมื่อเขาปฏิบัติจนเข้าใจจิต หมดสงสัยเรื่องจิตแล้ว หันมาศึกษาตริตรองข้อธรรมในภายหลัง จึงจะรู้แจ้งแทงตลอด แตกฉานน่าอัศจรรย์ ส่วนผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนมาก่อน แล้วจึงหันมาปฏิบัติต่อภายหลัง จิตจะสงบเป็นสมาธิยากกว่า เพราะชอบใช้วิตกวิจารมาก เมื่อวิตกวิจารมาก วิจิกิจฉาก็มาก จึงยากที่จะประสบผลสำเร็จ.."
โอวาทธรรมคำสอน พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑–๒๕๒๖)
"..อย่าปล่อยให้ตัวมานะ เข้าไปยื้อแย่งครอบครองศีลธรรมภายในใจได้ จะกลายเป็นผู้มีเขี้ยวมีเขาแฝงขึ้นมาในศีลธรรมอันเป็นธรรมชาติเยือกเย็นมาดั้งเดิม การฝึกหัดทรมานตนให้เป็นเหมือนผ้าเช็ดเท้าจนเคยชิน โดยไม่ยอมให้ตัวทิฏฐิมานะโผล่ขึ้นมา ว่าตัวมีราคาค่างวดนี้ เป็นทางก้าวหน้าของธรรมภายในใจโดยสม่ำเสมอ จนกลายเป็นใจธรรมชาติ ไม่หวั่นไหวเหมือนแผ่นดิน ใครจะทำอะไร ๆ ก็ไม่สะเทือน จิตที่ปราศจากทิฏฐิมานะทุกประเภทโดยประการทั้งปวงแล้ว ย่อมเป็นจิตที่คงที่ต่อเหตุการณ์ดีชั่วทั้งมวล.."
ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
"..วิธีแก้กรรมเวรในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าสอนให้ละเวรละกรรม ด้วยจิตใจเห็นโทษนั้น ๆ แล้วมีเมตตาต่อกัน ไม่ทำกรรมและเวรนั่นอีก เมื่อคู่กรรมและเวรนั้นยังมีชีวิตอยู่ ต่างก็เห็นซึ่งกรรมและเวร ที่ตนกระทำนั้นแล้ว พร้อมหน้ากันให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน กรรมและเวรนั้นเป็นอันสิ้นลงเพียงแค่นั้น ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมอโหสิกรรมให้ กรรมนั้นก็ต้องจองเวรกันต่อไป.."
โอวาทธรรมคำสอน พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย (พ.ศ.๒๔๔๕-๒๕๓๗)
ตรงต่อศีล ต่อสมาธิ ต่อปัญญา รวมเข้าคำเดียวก็คือว่าตรงต่อธรรม ที่เป็นธรรมาธิปไตย คือ มีธรรมะเป็นใหญ่ ไม่ใช่มีโลกเป็นใหญ่ ไม่ใช่มีตนเป็นใหญ่ แต่มีธรรมเป็นใหญ่ เป็นธรรมาธิปไตย
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
|