นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 31 ส.ค. 2025 11:23 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: แผ่ขยายให้กว้างใหญ่
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 19 ก.ค. 2025 11:18 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5034
อริยสงฆ์ผู้พ้นทุกข์แล้ว
การนับถือพระสงฆ์ก็ต้องนับถือด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องว่าพระสงฆ์ในที่นี้ (พระรัตนตรัย) คือ อริยสงฆ์ผู้พ้นทุกข์แล้ว พ้นทุกข์ในระดับต้นเรียกว่าโสดาบัน ถ้าพ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิงเรียกว่าอรหันต์ ไม่ใช่สมมติสงฆ์ สมมติสงฆ์เป็นปุถุชนคนธรรมดาที่โกนหัวห่มเหลือง อาจจะมีนิสัยใจคอเหมือนปุถุชน อาจจะมีการปฏิบัติที่พลั้งพลาดได้

จะเสื่อมศรัทธาในพระสงฆ์ที่เป็นสมมติสงฆ์ ไม่เป็นไร เป็นเรื่องความสมัครใจ จะนับถือไม่นับถือก็ได้ แต่อย่าเสื่อมศรัทธาในพระรัตนตรัย อันนี้สำคัญมาก จะไม่นับถือพระสงฆ์ที่นุ่งห่มเหลืองก็ได้ แต่อย่าเสื่อมศรัทธาละทิ้งพระรัตนตรัย เพราะพระรัตนตรัยจะเป็นเครื่องนำพาชีวิตเราให้ประสบความสุขความเจริญ รวมทั้งการนับถือพระอริยสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เดี๋ยวนี้เราเข้าใจผิดว่าใครที่นุ่งเหลืองโกนหัวแล้วเป็นสงฆ์ในพระรัตนตรัย อันนั้นไม่ใช่ เพราะฉะนั้น เมื่อมีข่าวคราวที่ไม่สู้ดีเกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์ หลายคนก็เสื่อมศรัทธา บอกว่าจะไม่นับถือพระแล้ว ไม่นับถือพระก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้นับถือพระรัตนตรัย

#พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
(ธรรมบรรยาย 10 ก.ค. 2568)








"..อย่าน้อยใจในวาสนาของตน การที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ย่อมมีบุญวาสนามาก ยิ่งได้มาพบ พระพุทธศาสนาแล้ว นับว่า สั่งสมบุญมาไม่น้อย จึงควรรีบ ตักตวงเอาบุญกุศลในอัตภาพนี้เสีย อย่าได้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งสัตว์ทั้งหลายไม่มีโอกาสอย่างนี้.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
วัดป่าสุทธาวาส
จังหวัดสกลนคร









"..ดีชั่วมิได้เกิดขึ้นมาเอง
แต่อาศัยการทำบ่อยก็ชินไปเอง เมื่อชินแล้วก็ กลายเป็นนิสัย
ถ้าเป็นฝ่ายชั่วก็แก้ไขยาก คอยแต่จะไหลลงไปตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอ
ถ้าเป็นฝ่ายดีก็นับวันคล่องแคล่วแกล้วกล้าขึ้นเป็นลำดับ
นิสัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ในตัวบุคคล และสัตว์การทําอะไรจนกลายเป็นนิสัยแล้ว
เป็นสิ่งแก้ไขได้ยาก แต่นิสัยก็เป็นสิ่งที่ฝึกได้ไม่ยาก
เพียงแต่ต้องใช้ความเพียรพยายามบ้างในเบื้องต้น
การฝึกเด็ก หรือตัวเราเองก็ฝึกในทํานองเดียวกัน เราต้องการของดี
คนดีก็จำต้องฝึก ฝึกจนดี จะหลีกหนีการฝึกไปไม่ได้
แม้งานอะไรๆ ย่อมต้องมีการฝึกกันทั้งนั้น.."

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
วัดป่าสุทธาวาส
จังหวัดสกลนคร









"..อย่าน้อยใจในวาสนาของตน การที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ย่อมมีบุญวาสนามาก ยิ่งได้มาพบ พระพุทธศาสนาแล้ว นับว่า สั่งสมบุญมาไม่น้อย จึงควรรีบ ตักตวงเอาบุญกุศลในอัตภาพนี้เสีย อย่าได้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งสัตว์ทั้งหลายไม่มีโอกาสอย่างนี้.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
วัดป่าสุทธาวาส
จังหวัดสกลนคร





"...พี่น้องญาติโยมชาวพุทธทุกท่าน เราเป็นผู้มีศีลมีธรรม ศีลก็คือความเรียบร้อย ศีลก็คือความดีความงาม ความเรียบร้อยอยู่ที่ใด มันเกิดธรรมคือความงาม ความงามภาษาเราเรียกว่า สุภาพเรียบร้อย ความสุภาพเรียบร้อยนี้มันเป็นคนที่มีความละอายต่อความชั่ว เป็นคนที่มีความกลัวต่อบาป เป็นคนที่มีความกลัวต่อความไม่ดีไม่งาม ฉะนั้นมันเป็นศีลเป็นธรรมขึ้นมา ความดีส่วนนี้เราพยายามสำรวมพยายามระวัง ระงับกิเลสทั้งหลาย ตัณหาทั้งหลายที่มันเป็นฟืนเป็นไฟ ให้มันเบาบางลง อยู่ในขอบเขตความพอควบคุมพอเหมาะพอควร..."

#โอวาทธรรม
#หลวงปู่อุทัย สืริธโร






“ถ้าพระเสีย แต่โยมยังอยู่
อุบาสก อุบาสิกา
ก็ต้องรักษาพระพุทธศาสนาไว้
ยามใดที่พระสงฆ์เพลี่ยงพล้ำ
อุบาสา อุบาสิกา ต้องเป็นหลัก
กลับมาช่วยฟื้นฟูหนุนให้มีพระดี
มารักษาพระพุทธศาสนา”

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต)









"มัวสนใจอะไรกับสิ่งเหล่านั้น
ธรรมดาแสง ย่อมสว่าง
ธรรมดาเสียง ย่อมดัง
หน้าที่ของมัน เป็นเช่นนั้นเอง
เราไม่ใส่ใจฟังเสียอย่าง ก็หมดเรื่อง

จงทำตัวเรา ไม่ให้เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม
เพราะมันมีอยู่อย่างนี้ เป็นอยู่อย่างนี้เอง
เพียงแต่ทำความเข้าใจกับมัน ให้ถ่องแท้
ด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง เท่านั้นเอง"

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล






"...สมาธิที่เป็นเองนั้น เกิดขึ้นได้ทุกขณะ
ในบางครั้ง ได้ยินเสียงเขาด่ามา พอได้
ยินปั๊บ แทนที่มันจะไปยุ่งอยู่กับเรื่องด่า
มันจะวิ่งเข้าที่สงบของมัน อันนี้หมายถึง
สมาธิที่เป็นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ

เพราะฉะนั้น นักปฏิบัติทั้งหลาย อย่าไป
สำคัญมั่นหมายว่า สมาธิเราต้องนั่งหลับ
ตาแต่เพียงอย่างเดียว แม้แต่ว่าเราฝึกสติ
ให้รู้พร้อม อยู่กับการ ยืน เดิน นั่ง นอน
รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ทุกขณะจิต
ทุกลมหายใจ ก็ได้ชื่อว่าเป็นการฝึกสมาธิ
ปฏิบัติสมาธิอยู่ตลอดเวลา

ถ้าหากเราจะไปถือเอาเพียง แค่ว่าเวลานั่ง
สมาธิหลับตา จึงจะได้ชื่อว่า ปฏิบัติสมาธิ
เมื่อออกจากที่นั่งหลับตาสมาธิ มาแล้ว เรา
ไม่มีสติสำรวมระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย
และใจ มันก็ไม่คุ้มค่าเพราะวันหนึ่งเราอาจ
จะมีเวลานั่งสมาธิไม่ถึง๔ชั่วโมงนั่งกันเพียง
อย่างเดียว แต่เมื่อออกจากการ นั่งสมาธิ
มาแล้ว ปล่อยจิตปล่อยใจให้เป็นไปตามบุญ
ตามกรรม ไม่มีการสำรวมสติสัมปชัญญะมัน
ก็ไม่คุ้มค่า

ดังนั้น การฝึกปฏิบัติสมาธินี่ เราจะอยู่ในอิริ
ยาบถใด เมื่อเรามีสติกำหนดรู้จิต ของเรา
อยู่ได้ชื่อว่าเป็นการปฏิบัติสมาธิ ทั้งนั้น อย่า
ไปเข้าใจในเรื่องของสมาธิ อยู่ในวงแคบจน
เกินไป..."

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา








ผู้ถาม : คนที่เกิดเป็นมหาเศรษฐีได้เขาทำบุญอะไรคะ ?
หลวงพ่อ : คนที่เกิดเป็นมหาเศรษฐี คืออานิสงส์สังฆทาน
คนเคยถวายสังฆทานครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยศรัทธาแท้
ท่านบอกว่าตายไปแล้วกี่ชาติก็ตาม ถ้ายังไม่ถึงนิพพานเพียงใด คำว่ายากจนไม่มี
แต่ว่าอย่าลืมนะว่าโลกนี้เขาไม่ได้ถวายสังฆทานกันทุกคน

ผู้ถาม : แต่ว่าลูกศิษย์หลวงพ่อเป็นแสน ๆ

หลวงพ่อ : ก็แสน ๆ นั่นบุญเก่าเขามีมามากเขาจึงทำอย่างนี้ได้แสน ๆ น่ะคนในประเทศไทยกี่ล้านล่ะใช่ไหม
อย่างพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก ในสมัยของท่านจึงมีมหาเศรษฐีมาก
เพราะคนอธิษฐานติดตามใช่ไหม ก็ทำบุญเรื่อย ๆ ไป
หรือในคราวนั้นอย่างคนเป็นอนุเศรษฐีมีเงินตั้งแต่ ๔๐ โกฏิขึ้นไปเรียกว่า อนุเศรษฐี
เขามีขั้นตอนเลยนะถ้าตั้งแต่ ๘๐ โกฏิขึ้นไปเขาเรียก มหาเศรษฐี
บางคนมีถึง ๑๖๐ โกฏิ
อย่างตระกูลนางวิสาขามีเงินนับโกฏิไม่ได้ ไม่มีใครจะนับได้เลย ต้องตวงกันเป็นร้อย ๆ เล่มเกวียน ขนาดนางวิสาขาแต่งงานนี่ พ่อบอก เอาไปใช้เล็กๆน้อยๆ ก่อนนะลูก ชั่วคราว ไม่พอมาเอาใหม่
เอาเงินไป ๕๐๐ เล่มเกีวยน
เอาทองคำไป ๕๐๐ เล่มเกวียน ทองคำแท่งนะ

ถ้ามีเงินต่ำกว่า ๔๐ โกฏิแม้แต่บาทเดียวเขาเรียก คหบดี
ตั้งแต่ ๔๐ โกฏิไปหย่อนกว่า ๘๐ โกฏิบาทเดียวเขาเรียก อนุเศรษฐี
ถ้า ๘๐ โกฏิขึ้นไปเรียก มหาเศรษฐี
อันนี้พระราชาตั้ง

ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๔๑ หน้า ๗๕-๗๖







"..เกิดมาแล้ว ก็ แก่ เจ็บ ตาย แต่ก่อนจะตาย ทานยังไม่มี ก็ให้มีเสีย ศีลยังไม่เคยรักษา ก็รักษาเสีย
ภาวนายังไม่เคยเจริญ ก็เจริญให้พอเสีย จะได้ไม่เสียที ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา จึงจะสมกับที่ได้เกิดมาเป็นคน.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
วัดป่าสุทธาวาส
จังหวัดสกลนคร







#ปล่อยนกจะได้บุญไหม
ธรรมทาน #หลวงพ่อตอบปัญหา

ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ ถ้าหากเราจะทำบุญด้วยการปล่อยนก เราจะได้บุญไหมคะ

หลวงพ่อ : ได้

ผู้ถาม : ทีนี้มาคิดดูอีกที ถ้าเราไปซื้อมาปล่อยบ่อยๆ เขาก็จะไปจับนกมาอีก อย่างนี้เรียกว่าเป็นความผิดหรือเปล่าคะ

หลวงพ่อ : ความคิดนี่ไม่ผิด แต่ว่าขาดดีไปนิด ถ้าเราซื้อมาปล่อยมันก็ไม่ตาย

ถ้าเราไม่ซื้อมาปล่อยเขาอาจจับมาแกงก็ได้ นกตัวนั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่ฆ่าให้ตายแต่ก็เสียอิสรภาพ #ถ้าเราปล่อยไปนกตัวนั้นก็พ้นจากการถูกขัง และเขาถือเป็น การให้อภัยแก่ชีวิตสัตว์เหมือนกัน

ผู้ถาม : จะไม่เป็นการส่งเสริมให้คนนั้นเขาทำบาปหรือคะ

หลวงพ่อ : จะไปส่งเสริมเขายังไง ถ้าเราไม่ซื้อก็ไม่เสียหายอะไร ถ้านกตัวนั้นอยู่นานๆ น่ากลัวตาคนนั้นแกแกงนะ หรือแกจะปล่อย ดีละ... ไม่มีใครซื้อ ฉันปล่อยเองก็ได้ ปล่อยลงท้องไปเลย..

ผู้ถาม : (หัวเราะ)

หลวงพ่อ : ว่าไง..จะปล่อยหรือไม่ปล่อย

โยมยิ้มไม่ตอบ หลวงพ่อจึงสรุปว่า

หลวงพ่อ : #การปล่อยนกมันก็มีเมตตา ส่วนหนึ่ง มันมีโอกาส

ให้นกเป็นอิสรภาพ นกไม่ถูกขัง และ
เงินที่ให้ไปเขาก็ได้เลี้ยงชีวิต

เป็นอันว่าเราได้ ๒ ทาง
เสียสตางค์ ๑ บาท ได้ ๒ ส่วน ดีไหม..
ถ้าคิดว่าเราปล่อยนกอย่างเดียว
เป็นการให้อภัยแก่นก #เป็นเมตตาบารมี

ถ้าเราซื้อนกปล่อย นกก็ไม่ถูกขัง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ตาย แต่ก็ลำบากต้องพลัดพ่อพลัดแม่ใช่ไหม

ถ้าเราซื้อคนที่ขาย เขาก็ได้เงินไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็เอาทั้ง ๒ ทางเลย #ถือเป็นการให้ทานไป

=============================
จากหนังสือ ​ธัมมวิโมกข์ฉบับรวมเล่มปีที่ ๒ ปี ๒๕๒๔ ฉบับที่ ๙-๑๘ หน้า ๕๒๐








.

#ให้รู้เท่าทัน

รู้เท่าทันมันเสียให้หมด
ว่าปกติของโลกก็ดี
ปกติของชาวโลกก็ดี
ไม่มีอะไรจริง
คำว่าไม่เที่ยงก็คือไม่จริงจัง
ร่างกายของเรามันเป็นของเรา
มันก็เป็นของเราไม่จริง
ไม่ช้ามันก็พัง
อาการป่วยไข้ไม่สบายเป็นอาการปกติของร่างกาย
ความแก่เฒ่าเป็นความปกติของร่างกาย การสัมผัสกับอารมณ์ที่เราชอบใจบ้างไม่ชอบใจบ้างเป็นธรรมดาอารมณ์ของชาวโลก
เวลาเกิดมาแล้ว
มีกิจที่จะต้องทำในฐานะที่เป็นหัวหน้าครอบครัว
ในฐานะที่เป็นบุคคลใต้บังคับบัญชาของครอบครัว
เราปฏิบัติตามหน้าที่ให้ครบถ้วนเพราะว่าเราไม่ทุกข์

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
_____
จากหนังสือ "ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า" หน้า ๙
คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์






.

#ให้รู้เท่าทัน

รู้เท่าทันมันเสียให้หมด
ว่าปกติของโลกก็ดี
ปกติของชาวโลกก็ดี
ไม่มีอะไรจริง
คำว่าไม่เที่ยงก็คือไม่จริงจัง
ร่างกายของเรามันเป็นของเรา
มันก็เป็นของเราไม่จริง
ไม่ช้ามันก็พัง
อาการป่วยไข้ไม่สบายเป็นอาการปกติของร่างกาย
ความแก่เฒ่าเป็นความปกติของร่างกาย การสัมผัสกับอารมณ์ที่เราชอบใจบ้างไม่ชอบใจบ้างเป็นธรรมดาอารมณ์ของชาวโลก
เวลาเกิดมาแล้ว
มีกิจที่จะต้องทำในฐานะที่เป็นหัวหน้าครอบครัว
ในฐานะที่เป็นบุคคลใต้บังคับบัญชาของครอบครัว
เราปฏิบัติตามหน้าที่ให้ครบถ้วนเพราะว่าเราไม่ทุกข์

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
_____
จากหนังสือ "ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า" หน้า ๙









"มรดกธรรมของหลวงปู่ที่ฝากไว้เตือนใจ
ขณะอาพาธหนักในช่วงบั้นปลายของชีวิตก่อนที่จะละสังขาร"

"... พึ่งร่างกาย กายก็แตก พึ่งน้ำในกาย
น้ำก็สลาย พึ่งไฟในกายไฟก็แตกกระจาย

... กายทั้งร่างมีแต่เรื่องแตกกระจาย แล้วจะ
พึ่งอะไร พึ่งบ้าน บ้านก็จะพัง พึ่งสมบัติเงินทอง ก็ล้วนแต่สิ่งจะพังทลาย ยังเพลินเมามัว มั่วสุมอยู่หรือ

... มนุษย์เราตัวฉลาดแท้ๆ ไม่สมควรกับความเป็นดังที่กล่าวมา ความดีมีอยู่ แสวงหาสิมนุษย์ทั้งหลาย
ท่านหาความดีได้ ทำไมเราหาไม่ได้เวลาไพล่ไปหาความเลวทรามต่ำช้า ทำไมหาได้สิ่งเหล่านั้นมันวิเศษวิโสอะไร

... ถ้ามันพาคนให้วิเศษ มนุษย์พากันวิเศษ
เลิศโลกไปนานแล้ว ไม่จมปลักดังที่เห็นกัน
อยู่นี้เลย
จึงไม่ควรเพลิดเพลิน ไม่ควรมัวเมา ไม่เข้าเรื่องอยู่เปล่าๆ อะไรดี มีสาระ รีบแสวงหา ..."
---------------------------------------------------------
#หลวงปู่ขาว_อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
(พ.ศ.๒๔๓๑ -​ ๒๕๒๖)








เมตตาที่แท้จริงในใจนั้นสั่งสมให้มากขึ้นได้
แผ่ขยายให้กว้างใหญ่ได้ จนถึงไพศาลไป
ทั้งโลกได้ พระพุทธองค์ทรงเป็นพยานยืนยัน
ความจริงนี้แล้ว ทรงอบรมพระเมตตามาหลาย
กัปกัลป์ จนได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ
เป็นพระพุทธเจ้า เป็นความจริงที่พึงยอมรับ
คือ พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้เป็นสมเด็จ
พระบรมศาสดา ตั้งพระพุทธศาสนาขึ้นได้
เพราะพระเมตตาพระกรุณา เป็นจุดเริ่มต้น
ที่สำคัญที่สุดจริงๆ

พระเมตตากรุณาของพระพุทธองค์ เป็นความ
รู้สึกลึกซึ้งจริงพระหฤทัย ไม่มีอะไรอื่นอาจ
ลบล้างให้บางเบาได้ ความเหนื่อยยากลำบาก
ตรากตรำพระวรกาย แม้มากมายหนักหนา
ก็ไม่ทำให้ทรงเปลี่ยนพระหฤทัยกลับคืนสู่
ความพรั่งพร้อมที่รออยู่ ทรงมุ่งมั่นแสวงหา
ทางช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ โดยมิทรงพ่าย
แพ้ให้แก่อำนาจเย้ายวนใดๆ ทั้งสิ้น
พระมหากรุณาชนะได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ...
...
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร









ขอให้เจ้าของถ้ำ ช่วยปิดรูน้ํารั่ว
ช่วงที่หลวงปู่ขาว อนาลโย มาอยู่ที่ถ้ำกลองเพลใหม่ๆ ได้มี การปรับปรุงถ้ำกลองเพล เพื่อใช้เป็นที่สักการะและใช้เป็นที่สวดมนต์ไหว้พระและประชุมฟังธรรม

ได้มีการปรับพื้นและเทพื้นถ้ำให้ได้ระดับเรียบสม่ําเสมอพร้อมทั้งตกแต่งให้ดูสะอาดตา เหมาะสําหรับพระภิกษุ และ พุทธศาสนิกชนจํานวนมากๆ สามารถใช้ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาต่อไป

ปัญหาที่สําคัญ คือ เมื่อฝนตกคราวใดก็จะมีน้ําไหลผ่านลงมา หน้าถ้ำอยู่เป็นประจํา เพราะที่เพดานถ้ำเป็นรูหิน พระเณรและช่าง ไม่สามารถทําให้รูตรงนั้นหายรั่วได้
จึงได้อาราธนาให้หลวงปู่ ได้ช่วยพูดกับเจ้าของถ้ำ เพราะบรรดาลูกศิษย์ลูกหาหมดปัญญาที่จะอุดไม่ให้น้ําไหลลงมาได้

หลวงปู่จึงได้อธิษฐานขอให้เจ้าของถ้ำช่วยปิดรูน้ําในถ้ำให้ด้วย แล้วจะอุทิศบุญกุศลไปให้

หลังจากนั้น ไม่ว่าฝนจะตกลงมาหนักเพียงไรก็ตาม น้ําที่เคย ไหลรั่วลงมาก็หยุดสนิท ไม่มีน้ําไหลลงมาอีกจนตราบเท่าทุกวันนี้

พระอาจารย์บวร ผู้บันทึกเรื่องราว ได้ให้ความเห็นเชิงสรุปว่า “เพราะผู้มีศีลาจารวัตร เคร่งครัดในพระวินัย จะอยู่ในที่ใดไปในที่ใด ย่อมเป็นที่พอใจ ปีติยินดี และเลื่อมใสศรัทธา ทั้งแก่บรรดาเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลาย”

จากหนังสือ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โครงการหนังสือบูรพาจารย์เล่ม ๔
#หลวงปู่ขาว #ประวัติ








"คนเรานั้น เข้าใจผิดกันไปใหญ่โต เห็นพระมีฤทธิ์นิดๆ หน่อยๆ เสกพระขลัง ยิงไม่เข้าฟันไม่ออก ก็นึกว่าท่านต้องสำเร็จเป็นพระอรหันต์กันไปโน่นแล้ว พวกเรียกคาถามนต์ไสยศาสตร์นี้ ตายไป ไม่ได้ไปเกิดเป็นเทวดาอะไรหรอก แต่ต้องไปเกิดเป็นผีใหญ่(มหิทธิกาเปรต)หมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกจิดังๆ ที่เล่นมนต์ไสยศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงมากๆ นั้น ตายแล้วไปเป็นผีใหญ่แทบทั้งสิ้น ก็บรรดามนต์ขลัง หรือเครื่องรางที่อาจารย์ไสยศาสตร์นี้ทำไว้มันขลัง เพราะพวกอาจารย์ไสยศาสตร์ ที่ตายไปเป็นผีใหญ่มหิทธิการเปรตนี้ เขาก็มีฤทธิ์เหมือนกัน เมื่อคนที่มีของขลังที่ทำเอาไว้มีอันตราย เขาก็จะส่งฤทธิ์มาช่วยให้เหนียวบ้าง คงกระพันบ้างไปตามเรื่องนั่นเอง"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO