"คุณเอ้ย โลกมันสอนเรา บางทีก็สนุกสำราญ บางทีก็เศร้าโศก บางทีก็ทารุณโหดร้าย คุณต้องเรียนได้ทุกบท คุณจะบอกว่าไม่ชอบวิชานี้ ไม่เรียน มันไม่ได้ เราชอบสุขเกลียดทุกข์ แต่เราก็ต้องเรียนทั้งสองอย่าง
เมื่อคุณผ่านการสอบหนึ่งครั้ง คุณจะพัฒนาไปอีกขั้น บทเรียนบางบท มันอาจจะแพงไปสักหน่อย ต้องแลกมาด้วยเงินทอง อวัยวะ หรือแม้แต่ชีวิต แต่คุณอย่าลืมนะ วิชาดี ราคามันต้องแพง โลกสอนให้คุณรู้จักโลก ในทุกรูปแบบ ทุกรสชาติ คุณจะได้เบื่อโลก หน่ายโลก อย่างแท้จริง นิพพานของคุณ ก็จะเป็นนิพพานจริงๆ
อย่าเพิ่งลาออกจากโรงเรียนกลางคันก็แล้วกัน"
หลวงปู่หา สุภโร
"การกระทำผิดของผู้อื่นเป็นครูของเรา เมื่อเห็นคนนั้นทำไม่ดี ก็สอนตนเองว่า เราจะไม่ทำอย่างนั้น หรือเห็นคนนี้พูดไม่ดี เราก็จะไม่พูดอย่างนี้ เหล่านี้ก็คือการสอนใจตนเอง"
หลวงปู่ชา สุภัทโท
"..อย่าปล่อยให้ตัวมานะ เข้าไปยื้อแย่งครอบครองศีลธรรมภายในใจได้ จะกลายเป็นผู้มีเขี้ยวมีเขาแฝงขึ้นมาในศีลธรรมอันเป็นธรรมชาติเยือกเย็นมาดั้งเดิม การฝึกหัดทรมานตนให้เป็นเหมือนผ้าเช็ดเท้าจนเคยชิน โดยไม่ยอมให้ตัวทิฏฐิมานะโผล่ขึ้นมา ว่าตัวมีราคาค่างวดนี้ เป็นทางก้าวหน้าของธรรมภายในใจโดยสม่ำเสมอ จนกลายเป็นใจธรรมชาติ ไม่หวั่นไหวเหมือนแผ่นดิน ใครจะทำอะไร ๆ ก็ไม่สะเทือน จิตที่ปราศจากทิฏฐิมานะทุกประเภทโดยประการทั้งปวงแล้ว ย่อมเป็นจิตที่คงที่ต่อเหตุการณ์ดีชั่วทั้งมวล.."
ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
อัดเทปภายใน
คำสอนที่ผมขอมอบให้ในวันนี้ ถ้าการฟังธรรม ทำให้ใจว่างสงบ ก็ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องจดจำ อะไร บางท่านอาจจะไม่เชื่อ ถ้าเราทำใจ ให้สงบ ฟังแล้วก็ให้ผ่านไป แต่นำมาพิจารณา อยู่เรื่อย ๆ อย่างนี้ เราก็เหมือนเครื่องบันทึก เสียง เมื่อเราเปิดมัน มันก็อยู่ตรงนั้น อย่ากลัว ว่าจะไม่มีอะไร เมื่อใดที่ท่านเปิดเครื่องบันทึก เสียงของท่าน ทุกอย่างก็อยู่ในนั้น
เทปภายนอกนี่มันเสื่อมได้ ซื้อมาแล้วมันก็ เสื่อมได้ เทปภายในของเรานั่นน่ะ เมื่อมัน ถึงใจแล้ว มันดีเหลือเกินนะโยม มันมีอยู่ ตลอดเวลา ไม่เปลืองถ่าน ... ... พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) รวมธรรมอุปมา
#พระโสดาบันสำคัญที่ศีล สำหรับพระโสดาบันนี่ญาติโยมพุทธบริษัทโปรดทราบ หรือ สกิทาคามีก็ตามยังมีอารมณ์ของชาวบ้านตามปกติ แต่ว่าเป็นชาวบ้านชั้นดี ให้ดูศีลเป็นสำคัญ #พระโสดาบัน ๑. ไม่ฆ่าสัตว์ ๒. ไม่ลักทรัพย์หรือไม่โกงทรัพย์เขา ๓.ไม่ประพฤติผิดในกาม ๔.ไม่พูดปด ๕ ไม่ดื่มสุราเมรัย
▪︎มีครอบครัวได้▪︎
พระโสดาบัน หรือ สกิทาคามียังไม่ห้ามการแต่งงาน คนแต่งงานแล้วไม่ต้องเลิก แต่ว่าก็ยังไม่ห้ามการแต่งตัวๆสวยกว่า แบบไหนก็ตาม คิ้วปกติ คิ้วโกน คิ้วปลวก คิ้วไหลใช้ได้หมด มีไหมใครเอาคิ้วไหลมาบ้าง ระวังนะนี่ถ้าหน้าร้อนๆอย่าเขียนคิ้วให้มันหนาเกิน มันจะไหลยาว ที่ฉันพูดนี่ไม่ได้เดานะ ฉันเห็นนะ แต่ก็สงสัยว่า..ไอ้เราน่ะแก่แล้วไม่มีฤทธิ์ คิ้วไม่ไหล แหมสาวๆคิ้วไหลได้ เขาเก่งมากสาวๆสมัยนี้นะ บางคนไม่ไหลนะ
ก็รวมความว่า ไม่ต้องทำตามลำดับการปฏิบัติจริงๆ เมื่อถึงพระโสดาบัน อย่าลืมนะ พระโสดาบัน คือชาวบ้านธรรมดา แต่ว่าเป็นชาวบ้านชั้นดี พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า "พระ" แล้วนะ
ถ้าพระที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาโกนหัวนุ่งเหลืองห่มเหลือง ถ้ายังไม่ถึงพระโสดาบันเพียงใดพระพุทธเจ้าไม่ทรงเรียกว่าพระ เรียกว่า #สมมติสงฆ์ ฆราวาสที่มีสามีหรือภรรยามีบุตรธิดายังครองเรือนตามปกติ
#ถ้าเป็นพระโสดาบันพระพุทธเจ้าทรงเรียกว่าพระ #นี่พระจริงๆอยู่ที่การตัดสังโยชน์ คือ ความแน่นอน ถ้าทรงอารมณ์ของพระโสดาบันได้ บาปทั้งหมดที่เราทำมาแล้วทั้งหมดจะไม่สามารถให้ผลนำลงอบายภูมิได้เลย ถ้าจะต้องตกนรกเป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉานไม่มีอีกเพราะกำลังบุญเหลือแล้ว
#หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดจันทาราม(ท่าซุง) จ.อุทัยธานี หนังสือธรรมปฏิบัติ ๒๙ หน้า ๘๙-๙๑
" สมมุติ ว่า... ใครทำไม่ถูกใจ ก็เกิดเวทนาทางจิต ถ้าขาดสติ...ก็จะไม่เห็นหน้าตาเวทนา กลายเป็นโทสะเข้าครอบงำ ก็ตกเข้าไป สู่...ในอำนาจอกุศล
เพราะฉะนั้น ให้ตามรักษาจิตของตน อยู่...เสมอ ถ้ามีปัญญาแล้ว...ก็จะเสมือน มีนายแพทย์ประจำตนทีเดียว เพราะรู้จักผ่อนปรน แก้ไขด้วย สติพลัง... ปัญญาพลัง... โดยมีอธิวาสนขันติ อยู่แล้ว ย่อมชนะเหตุใดๆ ทั้งสิ้น
เปรียบเหมือน...ฅนขยัน หมั่นกวาดบ้าน ถูบ้าน บ้านย่อมสะอาด ไม่มี ฝุ่นละอองเปื้อน ฉันใด
ผู้ปฏิบัติ... มีความเพียรเผาทุกข์อยู่ ย่อม สิ้นอาสวะกิเลส ก็ ฉันนั้น."
คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม
"...ตา ไปเห็นรูปไม่ดีก็เก็บมายึดไว้ หู ไปฟังเสียงไม่ดีมาก็ยึดไว้ จมูก ไปได้กลิ่นดี ไม่ดีมาก็ยึดไว้ ลิ้น ได้รับรสดีไม่มดีมาก็ยึดไว้ กาย ได้รับสัมผัสดีไม่ดีมาก็ยึดไว้ ใจ ได้รับอารมณ์ดีไม่ไดีมาก็ยึดไว้
คราวนี้รูปต่างๆ มันก็จะมาห้อยอยู่ที่ตาของเรา เสียงต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่หูสองข้าง กลิ่นต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ปลายจมูก รสต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ปลายลิ้น สัมผัสต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ตัว อารมณ์ต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ใจ เกะกะรุงรังไปหมด คราวนี้นี้รูปมันก็จะต้องมาปิดตาไว้ เสียงก็ปิดหูไว้ กลิ่นก็มาปิดรูจมูกไว้ รสก็มาปิดกั้นลิ้นไว้ สัมผัสก็มาปิดตัวไว้ ธรรมารมณ์มาปิดใจไว้
เมื่อทวารทั้งหกของเราถูกปิดตันไปหมดทุกช่องทุกทางเช่นนี้ คนนั้นก็จะต้องเป็นผู้มืด คือมืดด้วยอวิชชา คลำหาหนทางไม่พบ จะไปทางไหนก็ไปไม่รอด ตัวก็หนัก ใจก็มืด คนนั้นก็ต้องหมดความสุข นอนที่ไหนก็ต้องยกมือก่ายหน้าผาก นั่งที่ไหนก็ต้องเอามือกอดเช่า หน้าตาก็ดำเกรียมไมมีสง่าราศี นี่เรียกว่า เบียดเบียนตัวเอง ฆ่าตัวเอง และทำลายตัวเองให้เสื่อมจากความเจริญ..."
#ท่านพ่อลี ธัมมธโร
"...ผู้ปฏืบัติที่แท้จริงนั้น ไม่จำเป็นต้องคำนึง ถึงชาติหน้าชาติหลัง หรือนรก สวรรค์อะไร ก็ได้ ให้ตั้งใจปฏืบัติให้ตรง ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ ถ้าสวรรค์มีจริงถึง ๑๖ ชั้น ตามตำรา ผู้ปฏิบัติดีแล้ว ย่อมได้เลื่อนฐานะ ของตนเองโดยลำดับ หรือถ้าสวรรค์ นิพพาน ไม่มีเลย ผู้ปฏืบัติดีแล้วก็ย่อมไม่ไร้ประโยชน์ ย่อมอยู่เป็นสุขเป็นมนุษย์ชั้นเลิศ การฟังจาก คนอื่น การค้นคว่าจากตำรา ไม่อาจแก้ข้อสง สัยได้ ต้องเพียรปฏิบัติ ทำวิปัสสนาญาณให้ แจ้ง ความสงสัยก็จะหมดไปเองโดยสิ้นเชิง..."
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ถ้าเข้าใจเรื่องโลกธรรม ๘ อย่างน้อยก็ทำให้ จิตใจไม่เกิดความยินดียินร้าย ก็เรียกว่าจิต เมื่อมีอะไรมากระทบ จิตก็ไม่หวั่นไหว ใจก็ไม่กระเพื่อม อย่างที่ในมงคลสูตร ท่านได้กล่าวไว้ในตอนสุดท้ายว่า จิตของผู้ใดอันโลกธรรมทั้งหลายถูกต้องแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหว ไม่เศร้าโศก ไร้ธุลีกิเลส เป็นจิตเกษมศานต์ โลกธรรมที่ว่านี้หมายถึงทั้งโลกธรรม ฝ่ายบวกและฝ่ายลบ โลกธรรมฝ่ายลบ เราก็เรียกว่าทุกข์ไม่มีใครชอบ แล้วก็ ไม่อยากให้เกิด แต่ว่าห้ามไม่ได้ แต่สำหรับจิตของผู้ใดที่ฝึกไว้ดีแล้ว มีปัญญา ทำให้เข้าใจแจ่มแจ้งในความจริงของโลก เมื่อมีก็ไม่ยินดี ดังนั้นเมื่อเสียก็ไม่ทุกข์ ไม่ยินร้าย ใครชมก็ไม่ปลื้ม พอเจอคำตำหนิ ก็ไม่หม่นหมอง หรือถ้าหากว่ามีปัญญาเข้าใจ ไตรลักษณ์ รู้ว่าไม่ใช่แค่สิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง แต่มันเป็นทุกข์ แม้สิ่งที่เราคิดว่าเป็นสุข แต่ก็เจือไปด้วยทุกข์ อะไรที่ให้สุขมันก็แค่ ชั่วคราว แต่ก็ตามไปด้วยทุกข์ที่ยาวนาน มันก็ทำให้ไม่เกิดความยึดติดในสิ่งทั้งปวง … ... “ดูแลใจอย่าให้ตัวกูครอบงำ” พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมเย็นวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘
"..อย่าปล่อยให้ตัวมานะ เข้าไปยื้อแย่งครอบครองศีลธรรมภายในใจได้ จะกลายเป็นผู้มีเขี้ยวมีเขาแฝงขึ้นมาในศีลธรรมอันเป็นธรรมชาติเยือกเย็นมาดั้งเดิม การฝึกหัดทรมานตนให้เป็นเหมือนผ้าเช็ดเท้าจนเคยชิน โดยไม่ยอมให้ตัวทิฏฐิมานะโผล่ขึ้นมา ว่าตัวมีราคาค่างวดนี้ เป็นทางก้าวหน้าของธรรมภายในใจโดยสม่ำเสมอ จนกลายเป็นใจธรรมชาติ ไม่หวั่นไหวเหมือนแผ่นดิน ใครจะทำอะไร ๆ ก็ไม่สะเทือน จิตที่ปราศจากทิฏฐิมานะทุกประเภทโดยประการทั้งปวงแล้ว ย่อมเป็นจิตที่คงที่ต่อเหตุการณ์ดีชั่วทั้งมวล.."
ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
|