นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 31 ส.ค. 2025 11:22 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: มรรคผลนิพพาน
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 12 ก.ค. 2025 9:34 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5034
ทุกคนจะต้องเข้ามหายุทธสงครามสักวันหนึ่ง
คือ การต่อสู้กับมัจจุราช เมื่อถึงเวลานั้น
แต่ละคนจะต้องสู้เพื่อตนเอง และต้องสู้โดยลำพัง
ผู้ที่สู้ได้ดีก็จะไปดี คือไปสู่สุคติ
ผู้ที่เพลี่ยงพล้ำก็จะไปร้าย คือไปสู่ทุคติ
อาวุธที่ใช้ต่อสู้ มีเพียงสิ่งเดียวคือ "สติ"
ซึ่งจะสร้างสมได้ด้วย “การเจริญภาวนา” เท่านั้น

กลวงปู่ฝั้น อาจาโร






"การปฏิบัติภาวนาไม่ต้องรั้งรอ
เพราะคนเราไม่รู้ว่าความตาย
จะมาถึงตนวันไหน คืนไหน เวลาใด
ไม่มีใครรู้ เรารู้แต่ว่าเราเกิดวันนั้น
เดือนนั้น ปีนั้น แต่วันตายไม่มีใครรู้
จะรู้ได้ก็โน้นแหละ ตายไปแล้ว"

หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร







หลวงปู่จำเอาโอวาทของหลวงปู่มั่น พากันจำให้ดีนะ.

การบำรุงรักษาสิ่งใดๆในโลก
การบำรุงรักษาตนคือ "ใจ" เป็นเยี่ยม
จุดที่เยี่ยมยอดของโลกคือ " ใจ "
ได้ " ใจ " แล้วคือได้ธรรม
เห็น " ใจ " แล้วคือเห็นธรรม
ถึง " ใจ " ตนแล้วคือถึงพระนิพพาน

จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป
คนพลาดใจ คือไม่สนใจ
ปฏิบัติต่อใจดวงวิเศษในร่างนี้
แม้จะเกิดสักร้อยชาติ พันชาติ
ก็คือผู้เกิดผิดพลาดนั่นเอง.

โอวาทธรรม
หลวงปู่ทุย ฉันทกโร
ในงานบุญประทายข้าวเปลือกประจำปี ๒๕๖๖





#เตรียมตัวเข้าพรรษา

"..เตรียมความพร้อมเข้าพรรษา เตรียมกาย วาจา ใจของเราให้พร้อม น้อมรับเอาคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่เตรียมมันจะไม่พร้อม

เข้าพรรษาเข้าหาข้อวัตร อยู่ในบ้านก็สร้างบ้านให้เป็นวัด สร้างวัดไว้ที่บ้าน สร้างสมภารไว้ที่เรือน

โบราณท่านสอน บ้านเรือนของเราพากันไหว้พระสวดมนต์ทุกวัน บ้านเรือนของเราเปลี่ยนเป็นวัดนั่นแหละ สร้างสมภารไว้ที่เรือน เรานั่นแหละเป็นสมภาร

ใจของเราดื้อเราก็ห้ามเอา ใจของเราขี้เกียจก็สอนเอา อานิสงส์สอนใจเราได้ ห้ามใจเราได้ เรามีลูกก็สอนลูกเราได้ห้ามเขาได้ มีลูกมีหลานก็สอนเขาได้ทั้งหมด เรามีบุญสอนได้ เราไม่มีบุญสอนไม่ได้นะ

ตั้งต้นสร้างเอาใหม่พรรษานี้ พรรษาสามเดือนพระพุทธเจ้าเข้าพรรษาทุกปี พระสงฆ์สาวกพระพุทธเจ้าเข้าทุกปี เข้าหาข้อวัตรข้อปฏิบัติ สัจจะบารมี อธิษฐานบารมี อานิสงส์สร้างเป็นทาน อานิสงส์ทานของเรา เรามีสัจจะบารมี สัจจะวาจาของเราศักดิ์สิทธิ์ พูดคำไหนศักดิ์สิทธิ์ เราสร้างเอาท่ามกลางพุทธศาสนา นี่แหละสร้างบุญบารมี.."

โอวาทธรรม

พระราชวชิรเขมคุณ วิ.
(หลวงปู่อว้าน เขมโก)

วัดป่านาคนิมิตต์

๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๘









"น้ำใจให้อภัยสำคัญมาก"

" .. ธรรมนี้ไปที่ไหนพอดี ๆ ตลอดไปเลย คำว่าพอดี
ยังเป็นขั้น ๆ พอดีขั้นนี้ ขั้นสูง พอดีขั้นเลิศเลอ
"ใจสำคัญ" โลกเราอยู่ได้ด้วยกันนี้ คือความเห็นอก
เห็นใจกัน ความเสียสละต่อกัน ให้พี่น้องทั้งหลาย
จับอันนี้ไว้ให้ดีนะ "ความเห็นอกเห็นใจกัน ความให้อภัยกัน นี่สำคัญมาก" อย่าไปยึด หรือ ยกโทษยกกรณ์เขา
"มองดูคนมองดูตั้งแต่ความดี" ความชั่วของเขาไม่มอง
"ดูความดีความชั่วของตัวเองเสีย"

คนเราถ้าชอบมองนอก ๆ แล้วคนนั้นเป็นตัวภัยตัวพิษ
"มองแล้วแทนที่จะยกยอสรรเสริญเขากลับคอยดูถูก
หาช่องว่างเขา" เขาดีอย่างอื่นมามากขนาดไหน
"เอาไม้ขีดไฟเป็นไฟของตัวเองหาเผาเขาๆ
แล้วกรรมก็มาหาตัวเอง" คนเช่นนี้ไปที่ไหน
ไม่มีใครคบค้าสมาคม ไปด้วยน้ำใจกว้างขวาง
"น้ำใจให้อภัยสำคัญมากนะ" .. "

#โอวาทธรรมคำสอน
พระธรรมวิสุทธิมงคล
(หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี






"..คนเกิดมาไม่เหมือนกัน เพราะมีความประพฤติที่ต่างกัน ผู้ที่เขาประพฤติดี รักษาศีลมีการให้ทาน มีการสดับรับฟังพระธรรม เขาจึงมีปัญญาดี มีการศึกษาเล่าเรียนดี การจำแนกสัตว์ให้ดีให้ชั่วต่าง ๆ กัน มันเป็นเพราะกรรม ถ้ามันยังทำกรรมอยู่ ก็ต้องได้รับผลกรรมทั้งกรรมดีกรรมชั่ว มันต้องได้รับผลตอบแทน เหตุนี้ เราจึงควรทำกุศล รักษาศีลให้บริสุทธิ์สมบูรณ์ แล้วทำสมาธิจะมีความสงบสงัด จิตรวมลงได้ง่าย เพราะมันเย็น มันราบรื่นดี ไม่มีลุ่มไม่มีดอน จงพากันทำไปในอิริยาบถทั้งสี่ นั่ง นอน ยืน เดิน อะไรก็ได้ แล้วแต่ความถนัด แล้วแต่จริต อันใดมันสะดวกสบายใจ หายใจดี ไม่ขัดข้องฝืดเคือง อันนั้นควรเอาเป็นอารมณ์ของใจ พุทโธ พุทโธ หมายความว่า ให้ใจยึดเอาพุทโธเป็นอารมณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้จิตออกไปสู่อารมณ์ภายนอก.."

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
(พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)








"..ต้องพิจารณา ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันกระทบเมื่อใดเป็นต้น ก็ต้องสังวรสำรวม พิจารณา เมื่อทุกข์เกิดขึ้นมา ใครทุกข์? ทุกข์นี้ทำไมมันจึงเกิด? ท่านเจ้าอาวาสปกครองลูกศิษย์ลูกหานี่ก็เป็นทุกข์ ต้องรู้จักทุกข์เกิดขึ้นมานะ ให้มันรู้จักทุกข์ซิทุกข์มันเกิดขึ้นมา เรากลัวทุกข์ ไม่รู้จักทุกข์ จะไปสู้ที่ไหนล่ะ? ถ้าทุกข์มาก็ไม่รู้อีกจะไปสู้ทุกข์ที่ไหนล่ะนี่? เป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดต้องให้รู้จักทุกข์

การหนีทุกข์ ก็คือให้รู้จักพ้นทุกข์ ไม่ใช่ว่ามันทุกข์ทีนี้แล้วก็วิ่งไป หอบทุกข์ไปด้วย อยู่ที่นั้นทุกข์ก็เกิดขึ้นอีกก็วิ่งอีก นี่ไม่ใช่คนหนีทุกข์ เป็นคนไม่รู้จักทุกข์ ถ้ารู้จักทุกข์ต้องดูเหตุการณ์ ครูบาอาจารย์ท่านว่า อธิกรณ์เกิดที่ไหนให้ระงับที่นั้นทุกข์มันเกิดตรงนั้น เรื่องที่ไม่ทุกข์มันก็อยู่ตรงนั้น เรื่องที่ทุกข์มันจะหายก็อยู่ตรงที่มันเกิด.."

โอวาทธรรมคำสอน
พระโพธิญาณเถระ (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี (พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๕๓๕) อ้างอิงที่มา "สัมผัสบ่อเกิดปัญญา"






#ภาวนาจนหลับได้กำไร

▪️ผู้ถาม : "นอนภาวนาได้เหรอค่ะ"....?"
▪️หลวงพ่อ : "ได้....ถ้าภาวนาให้หลับไปนี่ได้กำไร ถ้าเราภาวนาอยู่ #ถ้าจิตเข้าไม่ถึงฌานมันจะไม่หลับ #พอจิตเข้าถึงฌานปั๊ปมันจะตัดหลับทันที

.นอนหลับภาวนาอยู่ ๑ ชั่วโมง มันจะมีความชุ่มชื่นดีกว่านอนหลับไม่ภาวนาหลายชั่วโมงและในช่วงแห่งการหลับเราถือว่าหลับอยู่ใน "สมาธิ" ตลอดเวลาตื่นขึ้นมาจิตจะสบาย

#เวลาที่เราหลับอยู่ในฌาน เราจะสังเกตดูได้ว่า ถ้าเราตื่นขึ้นมารู้สึกเต็มที่แล้ว นอนอยู่แบบนั้นต้องบังคับให้มันภาวนา อย่างนี้แสดงว่าขณะกลับเราเข้าถึง #ฌานหยาบ

หากตื่นขึ้นมามีความรู้สึกตัวเต็มที่ #แล้วมันภาวนามันเอง แสดงว่าเมื่อเราหลับเราเข้าถึง #ฌานอย่างกลาง

ถ้าเรารู้สึกตัวครึ่งหลับครึ่งตื่น มันภาวนาของมันเอง แสดงว่าเวลาหลับเราเข้าถึง #ฌานละเอียด

ฉะนั้นการนอนภาวนาให้หลับไปเลยควรใช้ให้เป็นปกติ การนอนภาวนานี่ถ้ามันจะหลับ อย่าไปดึงมันไว้นะ ถ้าภาวนาถึง "พุธ" ไม่ทัน "โธ" มันจะหลับปล่อยเลย #เพราะการเข้าฌานเราต้องเข้าให้เร็วที่สุด #ไม่ต้องการภาวนานาน.

...........................
หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม เล่มที่๒ (หน้าที่๕๓)









"น้ำใจให้อภัยสำคัญมาก"

" .. ธรรมนี้ไปที่ไหนพอดี ๆ ตลอดไปเลย คำว่าพอดี
ยังเป็นขั้น ๆ พอดีขั้นนี้ ขั้นสูง พอดีขั้นเลิศเลอ
"ใจสำคัญ" โลกเราอยู่ได้ด้วยกันนี้ คือความเห็นอก
เห็นใจกัน ความเสียสละต่อกัน ให้พี่น้องทั้งหลาย
จับอันนี้ไว้ให้ดีนะ "ความเห็นอกเห็นใจกัน ความให้อภัยกัน นี่สำคัญมาก" อย่าไปยึด หรือ ยกโทษยกกรณ์เขา
"มองดูคนมองดูตั้งแต่ความดี" ความชั่วของเขาไม่มอง
"ดูความดีความชั่วของตัวเองเสีย"

คนเราถ้าชอบมองนอก ๆ แล้วคนนั้นเป็นตัวภัยตัวพิษ
"มองแล้วแทนที่จะยกยอสรรเสริญเขากลับคอยดูถูก
หาช่องว่างเขา" เขาดีอย่างอื่นมามากขนาดไหน
"เอาไม้ขีดไฟเป็นไฟของตัวเองหาเผาเขาๆ
แล้วกรรมก็มาหาตัวเอง" คนเช่นนี้ไปที่ไหน
ไม่มีใครคบค้าสมาคม ไปด้วยน้ำใจกว้างขวาง
"น้ำใจให้อภัยสำคัญมากนะ" .. "

#โอวาทธรรมคำสอน
พระธรรมวิสุทธิมงคล
(หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี






“... พวกเทพยดาได้ชมวิมาน ชมความสุข
อยู่ตลอดชีวิต ชมบุญ ชมกุศล ก็ทำเอามา
แต่เมืองมนุษย์
ครั้นจุติแล้วก็ได้ไปเสวยบุญ กุศลของตน
ครั้นหมดบุญแล้วก็ลงมาเมืองมนุษย์
มาสร้างอีก แล้วแต่จะสร้างเอา อันชอบบุญ
ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเอาบุญ อันชอบบาป
ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเอาบาป เหมือนพระเทวทัตนั่น ต่างคนต่างไปอย่างนั้น

... อาตมาบอกไว้เท่านั้นว่า ให้มีสติ
คุมดวงจิต สัตว์นรก ก็แม่นจิต สัตว์อเวจี
ก็แม่นจิต พระอินทร์ พระพรหม ก็แม่นจิต
ที่เข้าพระนิพพาน ก็แม่นจิต ไม่ใช่ใคร
จิตไม่มีตนมีตัว จิตเหมือนวอก (ลิง) นี่แหละ
แล้วแต่มันจะไป บังคับบัญชามันไม่ได้ แล้ว
แต่มันจะปรุงจะแต่ง บอกไม่ได้ ไหว้ไม่ฟัง

... เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าให้วางมันเสีย
อย่าไปยึดถือมัน ก็จิตนั่นแหละ มันถือว่าตัวกู
อยู่เดี๋ยวนี้ก็ดี เราถือว่าเราเป็นผู้ชาย เราเป็น
ผู้หญิง ก็แม่นจิตนั่นแหละเป็นผู้ว่า มันไม่มีตน
มีตัวดอก แล้วพระพุทธเจ้าว่า ให้วางเสีย
ให้ดับวิญญาณเสีย ครั้นดับวิญญาณแล้ว ไม่ไปก่อภพก่อชาติอีก ก็นั่นแหละ พระนิพพานแหละ แน่ะ ...

... พระพุทธเจ้าบอกอย่างนั้น มันไม่อยู่ที่อื่น
นรกมันก็อยู่นี่ พระนิพพานก็อยู่นี่ อย่าไปค้น
ที่อื่น อย่าไปพิจารณาที่อื่น ให้ค้นที่สกนธ์
กายของตน ให้มันเห็นเป็นอสุภะอสุภัง ให้เห็นเป็นของปฏิกูล
ให้เกิดนิพพิทา ความเบื่อหน่ายมันนั่นแหละ แต่กี้มันเห็นว่า เป็นของสวยของงามของดี
ดวงจิตนั่นเมื่อมีสติควบคุม มีสัมปชัญญะ
ค้นหาเหตุผล ใคร่ครวญอยู่ มันเลยรู้เห็นว่าอัตภาพร่างกายนี้ เป็นของปฏิกูลของเน่า
เปื่อยผุพัง แล้วมัน จะเกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย

... จิตนั่นแหละเบื่อหน่าย จิตเบื่อหน่าย จิต
ไม่ยึดมั่นแล้ว เรียกว่า จิตหลุดพ้น ถึงวิมุตติ
วิมุตติ คือความหลุดพ้นจากความยึดถือ หลุดพ้นจากอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น พ้นจากภพจากชาติ ตั้งใจทำเอา ..."
_________________________
#หลวงปู่ขาว_อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
(พ.ศ. ๒๔๓๑ -​ ๒๕๒๖)







"...มนุษย์เราถ้าขาดศีลธรรมภายในใจแล้ว แม้จะมีกฎหมายบ้านเมืองอยู่ก็ตาม ย่อมมีทางก่อความเดือดร้อนแก่กันได้ เพราะกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ นั้นเพียงรักษาได้ในที่แจ้งเท่านั้น ไม่สามารถรักษาในที่ลับตาได้

คนที่ไร้ศีลธรรมภายในใจไม่มียางอาย ย่อมมีทางทำชั่วแก่กันได้ ส่วนศีลธรรมนั้นไม่มีที่แจ้งและที่ลับ เพราะศีลธรรมเป็นเครื่องปกครองใจมนุษย์ ให้มีความละอายต่อความไม่ดีทั้งหลาย ในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อ

นอกจากนั้นยังมีความเห็นอกเห็นใจ มีความรู้สึกชั่วดีระหว่างตนกับผู้อื่น มีการขยะแขยงต่อสิ่งลามกคือบาปกรรมต่างๆ ทั้งในที่แจ้งแลที่ลับ ไม่อาจทำลงได้ เพราะเห็นว่าสิ่งนั้นเมื่อทำลงไปแล้วย่อมเป็นความชั่วเสียหายได้เสมอไป ผู้มีศีลธรรมภายในใจจึงไม่กล้าทำความชั่วทั้งในที่แจ้งและที่ลับ..."

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี







“คนเราเวลาตาย ทำให้คนร้องไห้ เศร้าใจ
แต่เวลาเกิด ทำให้คนหัวเราะ ชอบใจ ดีใจ

คนที่หัวเราะ ก็หลง คนที่ร้องไห้ ก็หลง
ไม่รู้อะไร เป็นเหตุเป็นผลความจริง

ตายและเกิด ก็อันเดียวกันนั่นเอง เพียงแต่ว่า
เขาเปลี่ยนกันทำหน้าที่เท่านั้นเอง”

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม





"..ธรรมที่ลึกลับ
ผู้รู้ไม่พูด ผู้พูดไม่รู้
ธรรมที่ลึกลับ ไม่ควรพูดให้คนอื่นรู้
เพราะคนอื่นไม่เห็นตามธรรมจะเสีย
ต้องพูดต่อผู้ปฏิบัติเหมือนกัน.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
วัดป่าสุทธาวาส
จังหวัดสกลนคร








"..ธรรมอยู่ที่ใจนั่นแล ต่อไปท่านจงรักษาระดับจิตระดับความเพียรไว้ให้ดีอย่าให้เสื่อมได้ นั่นแลคือฐานของจิต ฐานของธรรม ฐานของความเชื่อมั่นในธรรม และฐานแห่งมรรคผลนิพพานอยู่ที่นั่นแล จงมั่นใจและเข้มแข็งต่อความเพียรถ้าอยากพ้นทุกข์ การพ้นทุกข์ต้องพ้นที่นั่นแน่นอนไม่มีที่อื่นเป็นที่หลุดพ้น อย่าลูบคลำให้เสียเวลา เรามิใช่คนตาบอดพอจะลูบคลำ.."

ภูริทตฺโตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร
(หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)
วัดป่าสุทธาวาส
ต.ธาตุเชิงชม อ.เมือง
จ. สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






ถ้ายังปรารภคนอื่นว่าดีหรือชั่ว แสดงว่าเรายังเลวมาก ถ้าเราไม่เลว เราก็ไม่เห็นความเลวของบุคคลอื่นหรอก ถ้าเราเห็นความเลวของบุคคลอื่นมากเพียงไร แสดงว่าเราเลวมากเพียงนั้น

อันดับแรกขอทุกท่านจงตั้งใจคิดว่า ขึ้นชื่อว่าการตำหนิติเตียนซึ่งกันและกัน เห็นว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้เลว จงให้พ้นไปจากจิต ถ้าอารมณ์จิตยังมีอยู่อย่างนี้ จงคิดว่าเรายังเลวอยู่ ก็พยายามระงับเสีย ต้องไปดูพระพุทธเจ้า ท่านตำหนิใครบ้าง มีไหม เจอไหม ไม่มี เพราะคนทุกคนที่เกิดมา ต้องการดีหมด ไม่มีใครต้องการความชั่ว แล้วทำไม ถึงได้ทำชั่ว เพราะไอ้กรรมที่ติดตามเรามา เราไม่สามารถจะต้านทานมันได้ กรรมที่เป็นอกุศลมันชี้นำ มันชักนำมันบังคับให้ทำชั่ว เราก็อย่าพลอยชั่วไปกับเขาด้วย มันเป็นการไม่สมควร นี่อย่างหนึ่งที่พระพุทธเจ้าถือว่าเป็นอุปกิเลส

รวมความว่า จงอย่าสนใจกับจริยาของบุคคลอื่น เขาจะดีมันเรื่องเขาดี เขาจะชั่วมันเรื่องเขาชั่ว แต่เราบังคับใจของเราให้อยู่ในด้านของความดี เป็นปกติก็แล้วกัน นี่อารมณ์อย่างนี้ ขอบรรดาทุกท่านต้องทรงอารมณ์ให้ได้

จากหนังสือ ธรรมสัญจร เล่มพิเศษ(รวมเล่ม ๑-๒) โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน คัดลอกโดย ด.ญ.ปุณยนุช ขจรนิธิพร






"..ธรรมอยู่ที่ใจนั่นแล ต่อไปท่านจงรักษาระดับจิตระดับความเพียรไว้ให้ดีอย่าให้เสื่อมได้ นั่นแลคือฐานของจิต ฐานของธรรม ฐานของความเชื่อมั่นในธรรม และฐานแห่งมรรคผลนิพพานอยู่ที่นั่นแล จงมั่นใจและเข้มแข็งต่อความเพียรถ้าอยากพ้นทุกข์ การพ้นทุกข์ต้องพ้นที่นั่นแน่นอนไม่มีที่อื่นเป็นที่หลุดพ้น อย่าลูบคลำให้เสียเวลา เรามิใช่คนตาบอดพอจะลูบคลำ.."

ภูริทตฺโตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร
(หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)
วัดป่าสุทธาวาส
ต.ธาตุเชิงชม อ.เมือง
จ. สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







"#ความไม่รู้แจ้งในร่างกายตามเป็นจริง"

#โลกก็สมมติเอาแต่ผิวนอกนี่แหละว่าสวยว่างาม ประกวดประชันกันก็อาศัยทรวดทรงกับผิวหนังที่หุ้มห่ออยู่ภายนอกนี่แหละ

ใครผิวดีก็ได้คะแนนนิยมไป ใครทรวดทรงดีก็ได้คะแนนนิยมสูงขึ้น ใครผิวพรรณไม่ดี ทรวดทรงไม่ค่อยดี ไม่ถูกต้องตามตำราของเขา เขาก็ไม่ให้คะแนนกามคุณทั้งหลาย

ไอ้ที่เราเป็นทุกข์เดือดร้อนอยู่ในโลกอันนี้ก็เพราะหลงรูปนามอันนี้ว่าสวยว่างาม

เมื่อมันพอใจยินดีในรูปนามที่ตนอาศัยอยู่นี้แล้ว มันก็พอใจในรูปในนามอื่นต่อไปอีก ก่อให้เกิดความรักความใคร่ ก่อให้เกิดความเกลียดชัง ความเบียดเบียนซึ่งกันและกันขึ้น

ความไม่รู้แจ้งในร่างกายตามเป็นจริงมันก็ก่อความทุกข์ให้แก่จิตใจ เป็นเหตุให้สร้างบ้านสร้างเรือน แบกภาระหนักสารพัด หาเงินหาทอง ไม่อยากทำก็ต้องได้ทำ เพราะว่ามันจำเป็นนี่ ถ้าไม่ทำชีวิตนี้ก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เมื่อไม่มีปัจจัยสี่มาบำรุงมันแล้ว รูปกายนี่ก็ตั้งอยู่ไม่ได้เลย

"พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ"
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO