นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 26 พ.ค. 2024 8:58 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: โลกธรรม 8
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 10 มี.ค. 2023 4:41 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 4570
"...ผู้ที่ไม่เคยทำบุญไว้แต่ชาติก่อน ความสมหวังแห่งผู้นั้นไม่มี ย่อมคลาดแคล้วแห่งสมบัติหลายประการ ทำนาข้าวตาย ค้าขายขาดทุน หาคนค้ำจุนไม่ค่อยได้ คนนั้นป่วยไข้ไปหาหมอก็ขัดข้อง รักษาไม่ได้ ให้ตกอับทุกหน้าที่ ตกลงคนนั้นต้องกอดเข่าเจ่าจุก เพราะไม่ได้ทำบุญไว้แต่ชาติปางก่อน ไม่ชวนให้คนอื่นเมตตา

ที่พวกเราได้พากันเกิดมาในโลกนี้ ล้วนมีชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ มรณะทุกข์ ประจำชาติที่เกิดมา เพราะฉะนั้น ขอคณะอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย จงพากันให้ทาน รักษาศีลบำเพ็ญภาวนาให้เต็มไม้เต็มมือ เพื่อความสุขในอนาคตข้างหน้าเป็นอริยทรัพย์ที่ติดตามตนของเราไปได้..."

ธรรมโอวาท
หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
วัดถ้ำผาบิ้ง บ้านนาแก ต.ผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย





ตั้งเเต่เด็กหลวงปู่ไม่เคยด่าใคร ว่าให้ใคร แม้จะไม่ชอบ ไม่พอใจ หลวงปู่ก็ไม่เคยว่าให้ใครเลย ไม่รู้ทำไม ไม่ชอบ แม้จะปริปากว่าก็ไม่เคย เป็นขันติบารมี แต่ชอบทำให้ทุกๆคนมีความสุข ตอนเด็กๆจึงมีเพื่อนมาก

สมัยก่อนหลวงปู่ตื้อท่านเทศน์สอน อยู่วัดอโศการาม มีคุณหญิงคนหนึ่ง ชอบมาเล่าว่าตัวเองภาวนาดี ได้เป็นถึงพระโสดาบัน มาเล่าทุกๆวัน จนหลวงปู่ตื้อ อยากลอง จึงลองด่าผู้หญิงคนนี้ดู " เป็นโซดาหรือเป็นโสดา " เพียงพูดแค่นี้ ผู้หญิงคนนั้น เดือดปุดๆเหมือนโซดาเลย นักปฎิบัติ ถ้าอยากรู้ว่าดีแค่ไหนลองด่าดู ถ้ายังเดือดอยู่ ควบคุมความโกรธตัวเองไม่ได้เเล้วจะผ่านได้ยังไง

โอวาทธรรม หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล
วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม อ.เชียงของ จ.เชียงราย





#ฟังธรรม_ศึกษาธรรม

"... ในคัมภีร์​ แล้วไม่นำมาปฏิบัติ​ ก็เหมือน
กับถือผลไม้ไว้เท่านั้น..!! ​ ยังไม่ได้กิน
ยังไม่ได้ลิ้มรส​ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ..."
..................................
#หลวงพ่อชา_สุภัทโท
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี






ทั้งยินดีทั้งยินร้าย เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา
สิ่งที่เราหลง เราแค่หลงอารมณ์ เดี๋ยวมันเกิดแล้วก็ดับไป
สิ่งที่เกิดดับอย่างงั้น เดี๋ยวมาตามเหตุปัจจัย มันจะไม่ใช่ของจริงอยู่แล้ว ไม่ใช่ที่พึ่งอยู่แล้ว พูดง่ายๆ โดนอารมณ์หลอกถูกหลอก ให้เข้าใจให้พิจารณาอย่างนี้

โอวาทธรรม พระอาจารย์สิริปัญโญ






"..การเกิดกับการตายนั้น ถ้าพิจารณาให้ดี
อาตมาคิดว่าการเกิดน่าสังเวชมากกว่าการตาย
ให้นำไปพิจารณาดูว่า จริงหรือไม่

นั่งสมาธิภาวนาจิตสงบแล้ว
ให้พิจารณาว่า ทำอย่างไรไม่ให้มาเกิด

เหมือนเมล็ดผลไม้ที่สมบูรณ์ เมื่อนำไปปลูกมันก็งอกงาม
แต่ถ้ามันไม่มีเชื้อ เช่นเราเอามันไปคั่วเสีย
เมื่อนำไปปลูกก็งอกไม่ได้

อุปมาเหมือนเราฆ่ากิเลสภายในจิตใจของเราด้วยปัญญา
หมดสิ้นแล้ว เราก็ไม่ต้องไปเกิด ฉันใดก็ฉันนั้น .."

คติธรรมของหลวงปู่เนตร จิรปุญโญ







“ถ้าเฮาสิเฮ็ดความดีให้สว่างเจิดจ้า
บ่จำเป็นต้องอยากให้คนอื่นเห็น
การทำความดีนั่นถ้าเฮาได้ทำแล้ว
มันสว่างเจิดจ้าอยู่ในใจ
มันฮู้อยู่ในใจเฮาเองเนาะ
ให้พากันหมั่นสร้างหลายๆ เด้อลูกหลาน”

หลวงปู่จื่อ พนฺธมุตฺโต






ไม่มีแห่งหนใดในโลกมนุษย์ที่เราจะพ้นไปจากโลกธรรม ๘ (นั่นคือ ได้ลาภ-เสื่อมลาภ ได้ยศ-เสื่อมยศ สุข-ทุกข์ สรรเสริญ-นินทา) แม้แต่กำแพงวัดยังไม่อาจกั้น ‘กระแสโลกธรรม’ ได้ บางคนอาจนึกว่า ถ้าหนีไปอยู่ถ้ำตามลำพังก็จะพ้นจากโลกธรรม ๘ ได้ แต่ที่จริงแล้ว ไม่ช้าไม่นานก็จะต้องหวนคิดถึงเรื่องต่างๆ ในอดีตอยู่นั่นเอง เราทุกคนล้วนเก็บไฟล์ขนาดใหญ่เกี่ยวกับโลกธรรมไว้ในสมอง บรรจุข้อมูลมากพอจะให้ผู้ปลีกวิเวกที่ขาดปัญญา คิดซ้ำๆ ซากๆ ได้เป็นปีๆ โดยไม่เกิดประโยชน์อันใด

สำคัญที่ว่าเราต้องรู้ว่าโลกธรรม ๘ จัดอยู่ในอริยสัจข้อแรก หาใช่ข้อที่สองไม่ นั่นหมายถึงว่าโลกธรรมไม่ใช่สิ่งที่ผู้ปฏิบัติธรรมพึงละ แต่เป็นสิ่งที่พึงกำหนดรู้ให้เข้าใจ เราหลีกหนีธรรมดาของโลกไม่ได้ก็จริง แต่เราละตัณหาที่เกิดจากโลกธรรมได้ จิตที่ไม่ได้ฝึกภาวนาจะอยากได้ความยินดีจากลาภ ยศ สรรเสริญและสุข พร้อมๆ กันนั้นก็อยากมีชีวิตที่ปราศจากการเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทาและทุกข์ ยิ่งอยากได้โลกธรรมฝ่ายที่เราชอบก็ยิ่งเกลียดกลัวโลกธรรมฝ่ายที่ไม่ชอบ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โลกธรรมหรอก แต่อยู่ที่ว่าเราปฏิบัติต่อโลกธรรมอย่างไรต่างหาก

แม้จะหลีกเลี่ยงโลกธรรม ๘ ไม่พ้น เราก็ไม่จำเป็นต้องทุกข์ไปกับมันก็ได้ เมื่อเราเข้าใจโลกธรรมมากขึ้น ความยึดมั่นถือมั่นย่อมลดลง ยิ่งความยึดมั่นถือมั่นลดลง เรายิ่งเป็นอิสระมากขึ้น

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ







“การทำบุญทีละน้อยๆ
ก็สามารถเป็นบุญกองใหญ่ได้
อย่าได้รั้งรอ วันนั้นวันนี้
ให้ค่อยทำไปเรื่อยๆ
เพราะความตายมันอยู่ใกล้ชิดเรา
เราไม่รู้ว่าจะไปวันไหน
ควรรีบสร้างคุณงามความดี
เอาไว้เป็นที่พึ่งของตน”

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป





"ถ้าหากว่าเรารู้ธรรม
เราทำจิตให้เป็นกลางลงไป
แล้วไม่ลำเอียงกับใคร
ให้ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมการ
ร่วมงานกัน เป็นเพื่อนทุกข์
เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน
ถือว่าเป็นเพื่อนสร้างบุญบารมีร่วมกัน

ถ้าต่างคนต่างระลึกอย่างนี้
รู้อย่างนี้แล้ว เราก็ร่วมงานกันไป
จะผิดพลาดไปบ้าง ก็ให้อภัยกันไป
อย่างนี้ ไม่ถือสาหาความกัน

นี่เรียกว่า ความประพฤติเป็นธรรมต่อกัน และกัน"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO