นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน ศุกร์ 23 ก.พ. 2024 4:26 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ความสงบในใจ
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 11 ก.พ. 2023 4:47 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 4476
#ก่อนที่จิตจะออกจากร่าง

"เมื่อเราจะตายแล้ว เราจะตั้งจิตไว้ตรงไหนเล่า เราจะวางจิตไว้อย่างไร

นี่...จึงได้สอนให้พากันมีศีล สมาธิ ปัญญา

หัดนั่งสมาธิเพื่อพิจารณาจิตของเรา

ผู้รู้มันมีอยู่ ผู้ใดเล่าเป็นผู้รู้

ว่าผม ว่าขน ว่าเล็บ ว่าฟัน ว่าหนัง ผู้นั้นมีอยู่

ผู้รู้นั่นเราก็โอปนยิโกน้อมเข้ามาหาผู้รู้นั่นซะ ให้เห็นผู้รู้นั่นซิ

ทีนี้ เวลาเราจะดับขันธ์ไป

ก็กำหนดสติเพ่งตรงผู้รู้

เข้าถึงสมาธิ คือจิตตั้งมั่น

มันก็ไม่หวั่นไหวในทุกข์เวทนาทั้งหลาย

เวทนาก็สักแต่ว่าเวทนา เรื่องมันเป็นอย่างนั้น

วิญญาณก็สักแต่ว่าวิญญาณ

เราประกอบแต่สิ่งเหล่านี้

นึกถึงผู้รู้ รู้เท่าสังขาร ไม่รู้เท่าวิญญาณ

ตามแต่มันจะปรุง ตามแต่มันจะแต่ง

เราจะไปปฏิสนธิที่ไหนเล่า

เหตุนั้นจึงพากันให้พึงรู้ พึงเข้าใจ

มันรู้แล้วมันละวาง มันเป็นยังงั้น"

โอวาทธรรม

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร







...นี่คือความจำเป็นที่พวกเรา
ต้องเข้าหาธรรมะกันตั้งแต่เนิ่นๆ
ตั้งแต่ตอนที่เรายังไม่ต้องอาศัยธรรมะ

.เพราะต่อไปนี้
เราจะต้องเจอทุกข์ในรูปแบบต่างๆ
มากขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเพื่อนฝูงที่เรารู้จัก
ต่อไปก็แก่ขึ้นๆ ต่อไปก็เจ็บไข้ได้ป่วย
ต่อไปก็ตายกันจากกันไป

.คนที่เรารู้จักคนที่เราเคยสนิทสนม
วันดีคืนดีเขาก็ลาจากเราไป
ตอนนั้นแหละ..
เราต้องรีบไปเด็ดผลของธรรมะ
มาบำบัดความทุกข์ใจที่เกิดขึ้น

.ถ้าไม่มีธรรมะปลูกไว้
ไม่มีผลที่จะไปเด็ดมาใช้
ก็ต้องมีแต่ความเศร้าโศกเสียใจ ซึมเศร้า
บางทีก็อยากจะตายไปกับคนที่ตายไปก็มี
อยากจะฆ่าตัวตายไปก็มี

.” นี่เพราะไม่เคยเข้าวัด
ไม่เคยศึกษาพระธรรมคำสั่งคำสอน
ไม่เคยปฏิบัติธรรมนั่นเอง ”.

……………………………………………
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
สนทนาธรรมบนเขา
๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒





"... ความสงบในใจนี้ เป็นสิ่งสําศัญ.. ที่
จําเป็นต้องมี เพราะความสงบ เป็นพื้นฐาน
ของสติ ทําให้เกิด สมาธิ และเป็นบ่อเกิด
แห่งปัญญา ..."

#หลวงตามหาบัว_ญาณสัมปันโน






..คนเราถ้าจะให้มีความฉลาดแล้วก็สามารถที่จะทำได้ ถ้าบุคคลยังไม่ฉลาดก็อาศัยคนอื่นตักเตือนแนะนำสั่งสอนชี้แจงแสดงแนะแนวหนทางให้ประพฤติปฏิบัติ ก็ทำให้เขานั้นเป็นคนได้คุณงามความดีเพิ่มเติม เรียกว่าบุญสำเร็จได้ด้วยการขวนขวาย บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา ถ้าเราเห็นคนอื่นทำบุญทำทานการกุศลแล้ว ก็ให้เราสาธุด้วย ขออนุโมทนาบุญกุศลคุณงามความดี ตามความมุ่งมาดปรารถนาของเธอ อันนี้เรียกว่าสาธุ
..เหตุฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย เห็นคนอื่นทำก็พยายามอนุโมทนาหากตนเองไม่ได้ทำ บุญก็สำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา ปลื้มใจ สุขใจด้วยกับบุคคลที่ได้สร้างคุณงามความดี ขออนุโมทนาด้วย อันนี้เป็นคุณงามความดีที่เราจะสร้างขึ้นได้ด้วยตนเอง เพิ่มพูนบุญบารมีของตนเองตั้งแต่ชาติที่แล้วมา มาเกิดในชาตินี้ก็อาศัยบุญเดิม ก็มาได้ด้วยรูปร่างกายของเราที่มาด้วยบุญกุศล ให้ทำคุณงามความดีต่อไป
..ไม่มีอะไรอื่นนอกจากร่างกายของเรานี้ที่จะเป็นบ่อเกิดสร้างคุณงามความดีได้ เราไม่เอาไปสร้างบาปความชั่วทั้งหลายที่เกิดทุกข์ เราก็ไม่อยากทุกข์ ไม่มีใครที่ไม่อยากทุกข์สักคนที่ได้เกิดขึ้นมาในโลกนี้ ก็อยากมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเราคิดว่าอย่างนั้นแล้วเราก็ต้องพยายามที่จะขวนขวายมีความพากความเพียรพยายาม เพื่อจะได้สร้างสมอบรมคุณงามความดี ให้เกิดให้มีขึ้นกับตน อันนี้ก็เรียกว่ามีความเพียรเต็มเปี่ยมอยู่ที่ใจแล้ว มีบุญอยู่เต็มเปี่ยมอยู่ในใจแล้ว อยู่ที่ใจมาก่อน มีศรัทธาเกิดขึ้นในใจแล้วก็เลยเรียกว่าทำบุญจากใจ เรียกว่าทานมัย สีลมัย ภาวนามัย..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..






"...ท่านอาจารย์ใหญ่มั่น ท่านเคยเทศน์ไว้

' แก้ให้ตกเด้อ...ถ้าแก้ไม่ตก คาพกเจ้าไว้ แก้บ่ได้
แขวนคอต่องแต่ง แก้บ่พ้น คาก้นย่างย้าย คาย่างย้าย
เวียนตายเวียนเกิด เอากำเนิดในภพทั้งหลาย ภพทั้ง
สามเป็นเฮือนเจ้าอยู่ '

พกไว้ที่ไหนล่ะ...พกไว้ที่จิตที่ใจ อารมณ์ต่างๆ
ถ้าพกไว้ที่นี่ มันก็แขวนคอต่องแต่งและ ค้าก้นย่างย้าย
ไปมาก็ลำบาก ห่วงนั่น ห่วงนี่ ย่างย้าย แปลว่า พะรุง
พะรัง เชือกผูกคอ ปอผูกศอก ปลอกผูกขา เวียนตาย
เวียนเกิด เอากำเนิดทั้งสาม...เกิดในกามภพ รูปภพ
อรูปภพ...ภพทั้งสาม เลยเป็นเรือนให้อยู่ตลอดไป
เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด...วนเวียนอยู่อย่างนี้
ไปไหนไม่ได้..."

#ที่มา หนังสือ อัตตโนประวัติ และพระธรรมเทศนา
หน้า ๓๙๔ : พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ






มีสติปัญญาให้พอใจในสิ่งที่เรามี คนเรามันเป็นทุกข์ที่ความอยากนั่นแหละ คั่นบ่อยากกะบ่เป็นทุกข์ ใจสบาย ถ้าอยากได้นั่นอยากได้นี่ คั่นบ่ได้กะเป็นทุกข์

โอวาทธรรม หลวงปู่ปั่น สมาหิโต






“#ขอเจริญพร พี่น้องที่มาปฏิบัติธรรม
ทุกคน เป็นผู้มีบุญวาสนาทั้งนั้น ข้อสำคัญ
อยู่ที่ท่านจะรักษาบุญวาสนาที่ได้รับไปแล้วนี้
ไว้ได้หรือไม่ บางคนมาสร้างบุญวาสนาแล้ว
ก็ไม่รักษาไว้ กลับไปถึงบ้านก็คลาย
หนักเข้าก็ทิ้ง แล้วจิตก็กลับเข้าสู่ภาวะเดิม
น่าเสียดาย ...

#โปรดจำไว้ว่า การทำจิตให้เป็นกุศลนั้น
จะต้องปฏิบัติโดยต่อเนื่อง ทำอะไรทำให้จริง
ทำจริง-เข้าถึงแล้วท่านจะซึ้งใจ มีสัจจะ
เมตตา สามัคคี มีวินัย ประทับใจในพระคุณ
ของบิดามารดา ครูบาอาจารย์
เกิดความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน
อันจะเป็นมงคลแก่ชีวิตสูงสุด”

คำสอน หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
จากเรื่องยิ่งเกลียดยิ่งใกล้
หนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๕

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
(วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)






"ให้นึกเสมอว่าการเจ็บการตายไม่แน่นอน
จะมาถึงเมื่อใดก็ได้ อย่าประมาท อย่ารั้งรอ
ต่อการทำความดี ในขณะที่ยังมีโอกาสทำความดี
จะได้ไม่ต้องเสียใจ แม้ความตายจะมาถึง
ในวินาทีใด ก็ตาม"

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต





โลกเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุด ปัญหาที่เข้ามาคือบทเรียน มารทั้งหลายคือครูของเรา โลกมันสอนเรา บางทีก็สนุกสำราญ บางทีก็เศร้าโศก บางทีก็ทารุณโหดร้าย
คุณต้องเรียนให้ได้ทุกบท จะบอกว่าไม่ชอบวิชานี้ ไม่เรียนมันไม่ได้ เส้นทางนี้ผู้ปฏิบัติล้วนผ่านมาแล้วทุกคน ทุกข์คือบทเรียนที่เราต้องสอบให้ผ่าน

โอวาทธรรม หลวงปู่หา สุภโร


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO