นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน จันทร์ 25 มี.ค. 2019 2:44 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 27 พ.ย. 2008 6:54 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 16 ก.ย. 2008 11:16 am
โพสต์: 94
“ปฐวีธาตุ” ที่สุดแห่งขลังของ หลวงปู่คำพัน โฆษปัญโญ ภาค 3
โดย...รณธรรม ธาราพันธุ์


ตั้งแต่เรื่องราวของปฐวีธาตุในองค์หลวงปู่คำพัน ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้ศรัทธานำไปสักการะบูชากันมากมาย บ้างก็ประสบเหตุน่าพิศวงจนยากจะหาคำตอบ บ้างก็พบกับปรากฏการณ์ที่เรียกศรัทธาความเลื่อมใสในอิทธิคุณของปฐวีธาตุและองค์หลวงปู่คำพันให้ยิ่งขึ้นไปอีก

และไม่น้อยเช่นกันที่บูชาแล้วยังเงียบขรึมไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นระทึกใจ เคยมีศิษย์คนหนึ่งกล้าออกปากถามหลวงปู่เอาตรง ๆ ว่า บูชาพระหลวงปู่มาตั้งนานแต่ไม่เห็นมีประสบการณ์อะไรเลย ท่านตอบศิษย์อย่างเป็นธรรมโดยแท้ว่า

“ไม่มีประสบการณ์นั่นแหละคือประสบการณ์”
-02.jpg



ฟังแล้วก็ได้คิดว่าเหตุใดครูบาอาจารย์จึงบอกว่าแคล้วคลาดนั้นดีที่สุด ไม่เจ็บตัว และไม่เจ็บใจ เพราะอาศัยความเคารพในพระคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งมีหลวงปู่คำพันเป็นที่สุดนั้นเองเป็นเหตุให้เกิดบุญกุศลขึ้น และพลังของบุญกุศลนี้ก็ผลักดันให้เรื่องไม่ดีหายสิ้น ที่หนักก็เป็นเบา ที่เบาก็หมดไป

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เคยบอกว่า การที่เราเลื่อมใสในคุณของพระรัตนตรัยโดยมีการกราบไหว้บูชาหรือระลึกถึงอยู่นั้น อย่าเข้าใจว่าเป็นของเล็กน้อย แต่เป็นบุญอันมหาศาลในทุก ๆ ครั้งที่นึกถึงพุทโธอยู่

ผมจึงมีความเห็นว่า ใครก็ตามที่ได้ครอบครองแล้วซึ่งปฐวีธาตุ ขอจงได้หมั่นทำการสักการบูชา จงให้ความเคารพบูชาจากใจจริงเถิด เชื่อว่าไม่ช้าท่านก็ได้ประจักษ์ชัดกับคุณานุภาพที่แฝงเร้นอยู่ในปฐวีธาตุอย่างน่าอัศจรรย์

พลังงานซึ่งไม่มีที่สิ้นสุดและปราศจากขอบเขตของปฐวีธาตุ อันเกิดจากกระบวนการอธิษฐานทางจิตที่ซับซ้อนของหลวงปู่คำพัน ผนวกกับจิตวิญญาณซึ่งประมาณจำนวนไม่ได้ในผู้เป็นเจ้าของเดิมอยู่ก่อน ได้สร้างประสบการณ์ซึ่งยากจะหาคำตอบให้กับผู้มีปฐวีธาตุอยู่ในมือหลายต่อหลายครั้ง จนหลวงปู่คำพันถึงกับออกปากว่า

“ที่หลวงปู่เป็นที่รู้จักของลูกศิษย์จำนวนมาก ก็เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของปฐวีธาตุ”
-021.jpg



จึงไม่น่าแปลกใจที่ท่านเคยปรารภว่า “ปฐวีธาตุเป็นของที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่” ผู้ที่ได้จงภูมิใจเถิดเพราะท่านกำลังครอบครองซึ่งของสูงค่าในทุก ๆ ทางอยู่ในมือ ด้วยมงคลวัตถุนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายดาย เมื่อเปรียบกับสิ่งสักการะทั้งหลายในโลกของวัตถุมงคล

คิดดูแล้วกันว่าแม้แต่หลวงปู่คำพันเอง ท่านก็ยังนำเอาปฐวีธาตุนี้แช่น้ำสะอาดตั้งบูชาไว้ในที่สูง และเมื่อท่านจะทำน้ำมนต์ก็ดี อธิษฐานจิตปลุกเสกพระเครื่องของขลังใด ๆ ก็ดี ท่านจะต้องนำปฐวีธาตุมาอธิษฐานประกอบตลอดเวลาทุกครั้งไป

สำคัญไหมเล่า ?

ท่านทำประดุจว่าในความเป็นปฐวีธาตุนั้นมี ‘ธาตุรู้’ อะไรบางอย่างสิงสถิตอยู่ ‘ธาตุ’ ที่มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง แปลกแยกออกไปจากรูปเหรียญต่าง ๆ ของหลวงปู่ที่เป็นเพียง ‘ภาชนะ’ บรรจุคุณ

ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่า ปฐวีธาตุต้องมีอะไรที่ลึกลับเกินปุถุชนอย่างผมจะเข้าไปรู้ได้ซุกซ่อนอยู่ภายใน สิ่งซึ่งไม่มีในวัตถุมงคลทั่วไป และสิ่งนี้เองที่ทำให้ปฐวีธาตุเป็นวัตถุมงคลที่ยิ่งกว่าวัตถุมงคล

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 คุณเสถียร จิยะพงศ์ พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ จ.เชียงใหม่ ได้ส่งจดหมายพร้อมหลักฐานไปถึงท่านพระอาจารย์เวทย์ อาจารสัมปันโน ที่เมืองอุบลฯ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องแปลกที่พบได้ยากจึงขอนำมาลงให้อ่านโดยทั่วกัน

-----------------------------------------------------------------------------

นมัสการท่านพระอาจารย์เวทย์
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ค่อนรุ่งของเช้าวันอาทิตย์ กระผมได้ฝันว่าไปในสถานที่หนึ่ง ได้ก้มลงเก็บปฐวีธาตุใส่ในกระเป๋าเสื้อ แต่สะดุ้งตื่นเสียก่อนด้วยความเสียดายที่เก็บไม่หมด พอมาทำงานเช้าวันจันทร์ที่ 14 ก.ค. เพื่อนร่วมงานคือ นายนาวิน เอื้อพิทักษ์ ซึ่งได้บูชารูปเหมือนของหลวงปู่คำพันองค์ละ 1,500 บาท ได้เล่าให้ฟังว่า เขาได้แกะเอาปฐวีธาตุที่อยู่ใต้รูปเหมือนไปทดลองยิง โดยขอร้องให้รองสวป. สภอ.เมืองเชียงใหม่ คือ ร.ต.อ. วชิระ แพงไทยสง ทำการยิงในระยะ 2 เมตรด้วยปืน .38

โดยขออนุญาติทางจิตต่อหลวงปู่ว่าจะทำการยิงเพียง 1 นัด เมื่อนำองค์ปฐวีธาตุใส่กล่องกำมะหยี่สีเขียวแล้วตั้ง ทำการยิงพอกระสุนระเบิด ปรากฏว่ากล่องกระเด็นจากที่ตั้ง แต่ไม่ปรากฏรอยกระสุนเลย จึงนำองค์ปฐวีธาตุออกจากกล่องแล้วทำการยิงอีก 2 นัด ผลออกมากระสุนทะลุทั้ง 2 นัดตามที่กระผมได้ส่งมาให้พระอาจารย์ดูพร้อมจดหมายฉบับนี้

-01.jpg



-02.jpg



สิ่งที่บุคคลทั้งสองทำการทดลองยิงนั้น กระผมไม่แปลกใจเท่าไร เพราะอย่างไร ๆกระผมก็เชื่อว่าองค์ปฐวีธาตุมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว แต่มีสิ่งแปลกและมหัศจรรย์เกิดขึ้นก่อนการทดลองนั้นซิครับน่าสนใจจริง ๆ

ในตอนเช้าขณะที่นายนาวินกำลังแกะองค์ปฐวีธาตุจากรูปเหมือนของหลวงปู่ที่อยู่ใต้ฐาน และได้ฟังเพลงจากเทปจนหมดเพลงสุดท้ายแล้ว ปรากฏมีเสียงผู้ชายพูดขึ้นว่า

“ช่วยไม่ได้”

พร้อม ๆ กับองค์ปฐวีธาตุหลุดจากใต้ฐานรูปเหมือนของหลวงปู่ ทำให้นายนาวินตกใจที่มีเสียงพูดเช่นนั้นอยู่ในเทปได้อย่างไร เมื่อกรอเทปนั้นฟังใหม่ ก็หาคำพูดคำดังกล่าวไม่พบเลย ซึ่งเทปม้วนนั้นกระผมก็ได้ทดลองเปิดฟังแล้วครับ แล้วยังมีเหตุการณ์ต่ออีก เมื่อนำองค์ปฐวีธาตุมาส่องดูว่าแสงทะลุผ่านหรือไม่ องค์ปฐวีธาตุเกิดหลุดจากมืออีกหาไม่พบ จึงได้อาราธนาพระคาถาของหลวงปู่บุดดาที่ใช้หาหรือขอของที่หาย จึงได้หาพบครับ

ด้วยเหตุดังกล่าว คงเป็นสิ่งมหัศจรรย์เหลือเชื่อ ซึ่งเทพเทวดาที่ดูแลคงไม่ปรารถนาจะให้ทำการทดลองจึงมาบอกเหตุล่วงหน้า แต่ไม่สามรถทัดทานได้ จึงมีคำพูดออกมาจากเทปดังกล่าวข้างต้น กระผมจึงมีความปลื้มใจที่ทำให้เขาได้มีความเคารพและมีศรัทธาด้วยตนเอง

จึงเรียนมาให้ท่านพระอาจารย์ทราบ
นายเสถียร จิยะพงศ์

---------------------------------------------------------------------------

เป็นอีกหนึ่งในหลายร้อยเรื่องราวปาฏิหาริย์ซึ่งเป็น ‘ปัจจัตตัง’ คือรู้จำเพาะตน ยากที่คนทั่วไปจะรู้ตามหากไม่ได้ประสบกับตนเอง ผมนึกดีใจที่คุณเสถียรและคุณนาวินจะได้บูชาปฐวีธาตุนี้ด้วยศรัทธาจากใจจริง โดยไม่มีความลังเลสงสัยมากางกั้นอีกต่อไป

ความเห็นของผมที่ว่ามีอะไรบางอย่างแฝงเร้นอยู่ในปฐวีธาตุ นอกเหนือไปจากพลังงานธรรมชาติในตัวของเขาเองและความสามารถทางจิตของหลวงปู่ที่บรรจุอยู่

บัดนี้มีพยานที่ 1 แล้ว

ต่อไปจะทำการชี้ตัวพยานที่ 2 ซึ่งได้ให้ปากคำกับท่านพระอาจารย์เวทย์ เป็นจดหมายไว้เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2541 ดังต่อไปนี้

-----------------------------------------------------------------------------

กราบนมัสการท่านพระอาจารย์เวทย์ที่เคารพอย่างสูง

หลวงพี่คงจำผมได้นะครับ ผมนายสมบูรณ์ ติยะวงศ์สกุล ที่เคยได้รับเมตตาจากหลวงพี่ส่งปฐวีธาตุให้ผม หลังจากที่ได้รับปฐวีธาตุจากหลวงพี่ ผมก็นำเรื่องไปเล่าให้พี่ชายภรรยาฟัง พี่ชายภรรยาก็บอกผมว่าเดี๋ยวนี้หลงงมงายถึงขนาดไหว้ก้อนหินแล้วหรือ ผมก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองคือ ชักท้อถอยเพราะถูกตำหนิดูแคลน

ผมจึงอธิษฐานต่อปฐวีธาตุในบางคืนก่อนนอนบางครั้งผมก็นำมาไว้ในฝ่ามือนั่งสมาธิด้วย ก่อนนอนก็นำไว้ใต้หมอน ทุกครั้งที่หนุนศรีษะนอนผมก็จะฝันถึงเมืองบาดาลบ้าง เมืองอะไรคล้าย ๆโลกอื่นบ้าง ผมจึงนำเรื่องไปเล่าให้ลูกศิษย์ของอาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์ ฟังซึ่งอาจารย์เป็นศิษย์ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ศิษย์ของอาจารย์ศุภรัตน์บอกว่า ไหน ๆ ก็ไม่แน่ใจในปฐวีธาตุว่าเป็นก้อนหินธรรมดาหรือไม่ ก็อยากจะขอปฐวีธาตุไปป่นเป็นผงผสมในมวลสารที่อาจารย์ศุภรัตน์กำลังสร้างพระเครื่องอยู่พอดี

ในคืนวันที่ 20 มี.ค. 2541 ผมจึงนำปฐวีธาตุมาอธิษฐานว่า มีคนมาขอท่านไปทำมวลสาร มีคนดูแคลนผมว่านับถือก้อนหิน และที่ฝันเห็นก็ไม่มีอะไรยืนยันความจริง ผมขอตั้งจิตต่อท่านว่า ถ้าคืนนี้ความฝันไม่มีอะไรแน่ชัด ผมจะมอบปฐวีธาตุให้คนอื่นไปทำมวลสารสร้างพระเครื่องแล้วนะ

คืนนั้นเอง ผมก็เห็นมานพหนุ่ม 2 คน มาปรากฏกายต่อหน้าผม ในความรู้สึกผมรู้ว่าชายทั้งสองคนนั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า

อย่ามอบปฐวีธาตุให้คนอื่นไป แต่จงหาพระธาตุมาบูชาคู่กันกับปฐวีธาตุเป็นระยะเวลาหนึ่ง พออายุมากกว่านี้จะถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่แต่ไม่ใช่ขณะนี้ และความเคลือบแคลงสงสัย หรือการถูกผู้อื่นดูถูกดูแคลนนั้น ขอให้หายสงสัยได้เลย เพราะปฐวีธาตุนี้เป็นสิ่งที่เราเหล่ามานพและคนธรรพ์ใช้เป็นสื่อติดต่อกับมนุษย์ได้ และเพื่อยืนยันว่าเป็นความจริง เราจะบอกเลข 3 ตัวให้และเลข 3 ตัวนี้จะออกในวันที่ 1 เมษายน ไม่ต้องตีความ ไม่ต้องกลับ ไม่ต้องเผื่ออะไรทั้งสิ้น”

พอชายหนุ่มท่านนั้นพูดมาถึงตรงนี้ ผมจึงถามว่า

“ท่านมาจากที่ใด”

ชายคนนั้นตอบว่า

“เรามาจากบ้านเลขที่ 5 ทับ 6 หมู่ 3”

ผู้ชายที่มาด้วยกันอีกคนหนึ่งกล่าวว่า

“อ้าว! ท่านไม่ใช่มาจากบ้านเลขที่ 5 ทับ 6 หมู่ 1 ดอกหรือ”

ชายคนแรกพูดว่า

“บอกแล้วว่า เรามาจากบ้านเลขที่ 5 ทับ 6 หมู่ 3 แล้วอย่าลืมว่านี่คือข้อพิสูจน์ ไม่ต้องกลับ ไม่ต้องเผื่อใด ๆ ทั้งสิ้น”

พอถึงตรงนี้ผมก็ตกใจตื่นและจำเรื่องราวได้อย่างแม่นยำ ผมพยายามหาตามแผงขายล็อตเตอรี่ก็ไม่มีเบอร์ 563 และงวดวันที่ 1 เมษายน 2541 เลขท้าย 3 ตัว ชุดหนึ่งออก 563 ตรงเผงเลย

นี่คือข้อพิสูจน์ถึงปฐวีธาตุว่าไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา เพราะทุกครั้งที่เอามาหนุนใต้หมอนนอน ก็มักจะฝันถึงโลกอื่นซึ่งไม่ใช่โลกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายสองคนนั้นมายืนยันว่าจะให้เบอร์ตรงเผงเป็นข้อพิสูจน์ก็เป็นจริง

ผมจึงเขียนมาเล่าให้หลวงพี่ฟัง และหากหลวงพี่จะเมตตาผมอีก ผมขอพระธาตุเพื่อนำมาบูชาคู่กับปฐวีธาตุให้เหมือนในฝันซึ่งผมเชื่อว่าเป็นความจริง

หวังในเมตตาธรรมของหลวงพี่ในการตอบจดหมายและในการส่งพระธาตุให้ผมบูชาคู่กับปฐวีธาตุด้วย และผมจะพร้อมยืนยันความเป็นจริงในเรื่องนี้

ขอนมัสการลาหลวงพี่มา ณ ที่นี้ด้วยความรอคอย

สมบูรณ์ ติยะวงศ์สกุล

-----------------------------------------------------------------------------

จดหมายทั้งสองฉบับนี้คือบุคคลที่มีปฐวีธาตุของแท้จากแม่น้ำโขงอยู่ในครอบครอง ควรแล้วที่จะได้พบเหตุการณ์ซึ่งเกี่ยวโยงไปถึงจิตวิญญาณอันนอกเหนือไปจาก คงกระพัน มหาอุด แคล้วคลาด และเมตตา ซึ่งเป็นประสบการณ์ธรรมดา ที่หาได้ทั่วไปในหมู่ผู้นิยมของขลัง

เพราะประสบการณ์ดังว่านั้นไม่เกี่ยวกับบุคคลที่ 3 เลย

เป็นเรื่องระหว่างผู้เสกกับผู้แขวนล้วน ๆ แต่ปรากฏการณ์อันเนื่องมาจากปฐวีธาตุ กลับมีใครบางคนหรืออะไรบางอย่างคอยเฝ้าดูเราอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างเงียบ ๆ ซึ่งเราไม่อาจมองเห็นหรือสัมผัสได้ ทว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน ‘ผู้ดูแล’ อยู่นั้นก็ก้าวออกจากเงามืดมาช่วยเหลือเราได้ทันท่วงที

นี่คือความอัศจรรย์ที่ไม่อาจหาได้ในวัตถุมงคลทั่วไป

แต่คำว่า ‘โชคดี’ คงไม่อาจใช้ได้กับผู้มีปฐวีธาตุอยู่ในมือ หากเพิ่มคำว่า ‘ด้วยบุญบารมีเก่า’ ก็น่าจะสมควรอย่างหาคำแย้งได้ยาก

สำหรับการบูชาสักการะปฐวีธาตุ ถ้าท่านไม่ได้นำติดตัวไปไหนมาไหน หลวงปู่สั่งว่าให้นำปฐวีธาตุแช่ลงในน้ำสะอาด ซึ่งภาชนะนั้นต้องเป็นของสะอาดด้วย จากนั้นก็ให้ตั้งบูชาไว้ในที่สูง จะเป็นหัวนอนที่น้ำไม่หก หรือบนโต๊ะหมู่บูชาก็ได้ทั้งนั้น

ถ้าจะให้ดีภาชนะที่ใส่ปฐวีธาตุควรมีฝาปิด เพื่อจะได้นำน้ำสะอาดนั้นมาดื่มกินเพราะเป็นน้ำมนต์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งยวด จะใช้พรมบ้านเรือนให้เกิดสิริมงคล หรือพรมร้านค้า-สินค้า ให้ซื้อง่ายขายคล่องก็วิเศษ

จะเอาน้ำมนต์ใส่โอ่ง ใส่ถังผสมกับน้ำเปล่าล้างหน้าและอาบน้ำทุกเช้าก็เยี่ยม เพราะนั่นจะเป็นมงคลแก่เราได้ตลอดวัน สุดแท้แต่จะอธิษฐานเอาในทางใด

ในวันพระหลวงปู่ให้เอาน้ำอบ-น้ำหอม และดอกมะลิมาใส่ถวายบูชา ซึ่งคาถาบูชานอกจากจะสวดสรรเสริญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วก็ให้ว่าคาถาดังนี้

“ทิตะทิรา มันทะโล กะสิลา กะละลาสติ โสจะถิโห คะนะตะเน” 3 จบเป็นอย่างน้อย จากนั้นก็ตั้งจิตระลึกถึงปู่คำพัน โฆษปัญโญ หมู่เทพยดา และพญานาคที่รักษาปฐวีธาตุอยู่ แล้วอธิษฐานเอาในสิ่งที่ปรารถนาด้วยจิตที่มุ่งมั่นต่อพระรัตนตรัยและเดชานุภาพของปฐวีธาตุจักบันดาลให้เกิดความสำเร็จได้ไม่ช้าก็เร็ว

ขอให้ทำจริงเถิด

นั่นเป็นพิธีการของผู้มีปฐวีธาตุอยู่แล้ว แต่คนไม่มีจะทำอย่างไร ? คงจำกันได้ที่ผมบอกไว้ในศักดิ์สิทธิ์ ฉบับที่ 363 ว่ามีปฐวีธาตุจำนวน 500 องค์ ถูกแบ่งออกถวายท่านผู้ทรงคุณธรรมสูงท่านหนึ่ง แต่ผมไม่ได้บอกว่าใคร ที่ไม่บอกเพราะกลัวคนจะไปรุมท่านเอาจนอาพาธ แต่ตอนนี้บอกได้

หลวงปู่คำพันนั่นแล

ที่บอกได้ เพราะปฐวีธาตุจำนวน 300 องค์ถูกแบ่งออกจากหัวนอนหลวงปู่หลังจากผ่านการอธิษฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 7 เดือนเศษ มาสู่มือท่านอาจารย์เวทย์เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2541 นี้

โดยเหตุผลที่ว่า คราวหนึ่งหลวงปู่ไปเยี่ยมท่านพระอาจารย์เวทย์ที่วัดแก่งตอย เมืองอุบลฯ และท่านได้เดินสำรวจบริเวณวัด เมื่อเห็นที่ดินของวัดซึ่งติดกับแม่น้ำเซบก ท่านก็บอกกับพระอาจารย์เวทย์ว่า ให้ทำกำแพงและซุ้มประตูวัดเสียเพื่อแยกอาณาเขตวัดกับของชาวบ้านให้ชัดเจน จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

แต่ท่านอาจารย์เรียนว่า มีปัจจัยไม่พอ หลวงปู่จึงเงียบไป และในปลายเดือนมีนาคม เมื่อท่านอาจารย์ขึ้นไปเยี่ยมหลวงปู่ที่วัดธาตุมหาชัย หลวงปู่ก็ได้มอบปฐวีธาตุคืนมาให้ 300 องค์ และบอกให้นำออกบูชาเพื่อเอาปัจจัยมาทำประตูโขงต่อกำแพง ซึ่งต้องใช้เงินราว 350,000 บาท

จำเป็นหรือที่ต้องทำ?

ตอบได้ว่าจำเป็นมาก เพราะถ้าไม่มีกำแพงและประตูวัด ชาวบ้านอาจเข้าไปยิงนกตกปลา ล่าสัตว์ในวัด หนักไปกว่านั้นก็อาจรุกที่วัดได้ ทั้งนี้จะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม

บาปมหันต์ทั้งสิ้น

การทำประตูและกำแพงจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดยิ่งกว่าการแก้ไข ผมจึงถือโอกาสบอกบุญมายังท่านทั้งหลาย ใครที่ต้องการบูชาปฐวีธาตุชนิดถูกต้องตามตำราทุกประการ ขอให้เร่งขวนขวายคว้าเอาไว้ให้ด็ซึ่งของดีและบุญกุศลแบบนี้ทำบุญเท่าเดิมครับ องค์ละ 1,000 บาท

ถ้าท่านมีปัจจัยพอเพียงก็ให้รีบเถิด เพราะขณะนี้หลวงปู่คงไม่ไหวที่จะเสกปฐวีธาตุต่อไปแล้ว และท่านอาจารย์เวทย์ก็คงไม่ไหวที่จะออกหาเช่นกัน

ผมนึกถึงคำพูดที่หลวงปู่กล่าวในปี พ.ศ. 2538 ว่า

“ปฐวีธาตุมีพลังครอบจักรวาล เมื่อใดเกิดปัญหาก็ให้อธิษฐานขอให้ช่วยได้”

คิดถึงตรงนี้ทีไร อบอุ่นใจเหมือนมีท่านอยู่ข้าง ๆทุกที

หมายเหตุ บทความนี้ได้ตีพิมพ์เมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม และ 16 ตุลาคม 2541


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 27 พ.ย. 2008 11:14 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 08 ก.ย. 2008 10:41 am
โพสต์: 1596
ขอบพระคุณมากฮะที่เมตตาพิมพ์มาให้ได้อ่านกัน

ช่วงนี้คิดถึงหลวงปู่ยังไงไม่รู้

คิดถึงแบบไม่เคยเจอกันเลย...ผิดไหมฮะ

คริ คริ คริ

_________________
ชาตินี้ไม่จริง ชาติไหนก็ไม่จริง


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 28 พ.ย. 2008 12:37 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 29 ก.ย. 2008 12:53 pm
โพสต์: 754
ขอบคุณมากเลยครับที่นำเรื่องดีๆมาให้ได้อ่านกัน

_________________
.........ถ้าเจ้าได้ทุกอย่างอย่างที่คิด
ชั่วชีวิตจะเอาของกองที่ไหน
จะได้บ้างเสียบ้างจะเป็นไร
ช่างหัวใครช่างหัวมันเท่านั้นเอง ..........


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 29 พ.ย. 2008 12:58 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
ขอบพระคุณครับคุณถั่วพู พิมพ์เก่งจังเลยครับ ยาวขนาดนี้ก็ยังสละเวลามาพิมพ์ให้ หรือวานเลขาสาวสวยข้าง ๆ ให้พิมพ์เอ่ย ? :lol: :lol: :lol:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 29 พ.ย. 2008 12:29 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 10:40 am
โพสต์: 369
:wet: ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังแย่ ปฐวีธาตุก็ไม่มี เลขที่บ้านพี่ต่อพอช่วยบ้างได้ไหมครับ :vvhpy:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 29 พ.ย. 2008 8:48 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 14 ต.ค. 2008 9:22 pm
โพสต์: 832
:vvhpy: :vvhpy: :vvhpy:

_________________
"สติเป็นบ่อเกิดของธรรม ใครอยากให้ธรรมเกิด พึงมีสติอยู่ทุกเมื่อ"


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 02 ธ.ค. 2008 5:36 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 16 ก.ย. 2008 11:16 am
โพสต์: 94
รณธรรม ธาราพันธุ์ เขียน:
ขอบพระคุณครับคุณถั่วพู พิมพ์เก่งจังเลยครับ ยาวขนาดนี้ก็ยังสละเวลามาพิมพ์ให้ หรือวานเลขาสาวสวยข้าง ๆ ให้พิมพ์เอ่ย ? :lol: :lol: :lol:


ขอบคุณครับพี่รณธรรม ถือว่าเป็นคำอวยพรก็แล้วกัน แม้วันนี้จะยังไม่มี แต่วันข้างก็ไม่แน่! :D :D :D


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 02 ธ.ค. 2008 6:29 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 29 ก.ย. 2008 12:53 pm
โพสต์: 754
:vvhpy: รอชมด้วยคนนะครับ........... ;)

_________________
.........ถ้าเจ้าได้ทุกอย่างอย่างที่คิด
ชั่วชีวิตจะเอาของกองที่ไหน
จะได้บ้างเสียบ้างจะเป็นไร
ช่างหัวใครช่างหัวมันเท่านั้นเอง ..........


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 03 ธ.ค. 2008 8:10 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
รอชมเลขาคุณถั่วพูเนี่ยนะ ? :shock:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 04 ธ.ค. 2008 5:51 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 16 ก.ย. 2008 11:16 am
โพสต์: 94
คุยอะไรเหรอครับ :pry:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 07 ธ.ค. 2009 9:11 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 24 พ.ย. 2008 4:51 pm
โพสต์: 613
ติดตามภาค 3 ต่อจนจบแล้ว ขอบคุณมากๆครับ สำหรับข้อมูลดีๆ
แม้บทความนี้จะเขียนมานานแล้ว แต่อ่านแล้วเหมือนเพิ่งเขียน
เมื่อวานนี้เลย :grt: :grt:
แลมีชีวิตชีวาแบบบอกไม่ถูกครับ :ilu:

_________________
"ความทุกข์มันเข้ามาได้เพราะเราไม่ภาวนา เมื่อภาวนาแล้ว มันก็หมดลง"


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 08 ธ.ค. 2009 3:52 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:10 pm
โพสต์: 340
ก็ด้วยบทความทั้งสามตอนนี้เอง ทำให้ผมต้องรอหนังสือออกอีกตั้งสองเล่ม และรีบส่งเงินไปด่วน เสียดายสมัยนั้น ไม่มีเงินสะสม :smk: ได้แบบใสมาองค์เดียว


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 09 ธ.ค. 2009 10:56 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 24 พ.ย. 2008 4:51 pm
โพสต์: 613
อย่างน้อยพี่ก็ได้มาตั้งองค์นึง เวลานั้นป๋มยังใส่กางเกงนักเรียน ม.ต้น อยู่เลยงับ
เลยไม่มีโอกาสได้แม้สักองค์ ว่าแล้ว ก็เสียดายจิงๆเรย :wet: :wet:

_________________
"ความทุกข์มันเข้ามาได้เพราะเราไม่ภาวนา เมื่อภาวนาแล้ว มันก็หมดลง"


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 10 ธ.ค. 2009 12:06 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
อย่าเสียดายเลย

แบบขุ่นก็ตระกูล "ปฐวีธาตุ" เหมือนกันครับ

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 10 ธ.ค. 2009 11:55 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 24 พ.ย. 2008 4:51 pm
โพสต์: 613
แบบไหนก็ได้ขอให้เป็นของแท้ ก็น่าสนใจทั้งนั้นครับ อิอิ
:hpy: :hpy:

_________________
"ความทุกข์มันเข้ามาได้เพราะเราไม่ภาวนา เมื่อภาวนาแล้ว มันก็หมดลง"


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 14 ธ.ค. 2009 1:54 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6586
จัดไป :mrgreen:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 14 ธ.ค. 2009 5:11 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 24 พ.ย. 2008 4:51 pm
โพสต์: 613
:ilu: :ilu:

_________________
"ความทุกข์มันเข้ามาได้เพราะเราไม่ภาวนา เมื่อภาวนาแล้ว มันก็หมดลง"


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO