นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 27 พ.ย. 2014 5:38 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 112 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 28 มี.ค. 2009 4:10 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 9:25 pm
โพสต์: 1207
.jpg


หลวงปู่ฟัก สนฺติธมฺโม

สมุดบันทึก ประวัติความเป็นมาของ “พระพุทธรูปหินหยก” องค์นี้

เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2543 ท่านพระอาจารย์ฟัก สันติธัมโม
เจ้าอาวาสวัดพิชัยพัฒนาราม (เขาน้อยสามผาน) ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
ได้รับกิจนิมนต์ไปในงาน ฉลองอายุวันเกิดท่านพระครูพิพัฒน์ ประทุมสรณ์ เจ้าอาวาสวัดหนองบัว ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
ท่านได้ไปพบเห็นพระพุทธรูปหินหยกที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดนั้น และได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างพระพุทธรูปหินหยกจากท่านเจ้าอาวาส
ท่านเจ้าอาวาสก็ได้เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้รู้จักกับท่านพระครูปัญญา ธรรมวัตร เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน
โดยท่านพระครูปัญญาฯ ก็ช่วยรับภาระไปติดต่อประสานกับช่างทำพระพุทธรูปหินหยก ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
ให้แก่ท่านพระอาจารย์ฟักฯ หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน
ท่านพระอาจารย์ฟักฯ ก็ได้รับแจ้งข่าวว่าช่างได้พบหินหยกที่จะใช้สร้างพระพุทธรูปแล้ว
ขณะนี้ยังอยู่ในแม่น้ำโขง โผล่อยู่เหนือน้ำประมาณ 1 ฟุต ซึ่งก่อนหน้านี้
คนที่มีอาชีพหาหินมาขายวนเวียนหาหินอยู่ในบริเวณนั้นมา 10 ปีกว่า ไม่เคยได้พบเห็นหินหยกนี้มาก่อนเลย
และตอนที่พบนี้ก็อยู่ระหว่างเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นฤดูฝน เป็นช่วงน้ำขึ้น เมื่อพบหินแล้วก็ยังไม่สามารถยกเอาหินขึ้นจากน้ำได้
ต้องรอจนถึงเดือนมีนาคมหรือต้นเมษายนของปี 2544 เวลาที่น้ำได้ลดลงแล้วจึงใช้เรือสองลำ คนประมาณ 5-6 คน
รอกอีกกี่ชุดจำไม่ได้ ใช้เวลาประมาณร่วม 1 สัปดาห์ พยายามยกขึ้นจากน้ำ
แต่ก็ยังยกไม่ขึ้นจึงไปหาคนที่ฝั่งลาวมาทำพิธี จึงยกขึ้นเรือมาขึ้นฝั่งได้
หลังจากนั้นอีก 2-3 วัน ท่านพระครูปัญญาฯ แจ้งท่านพระอาจารย์ฟักฯ ว่าถ้าช้าไปอีกสัก 2-3 วัน
ก็จะไม่ได้หินมาสร้างพระพุทธรูป เพราะมีการปิดพรมแดน

เมื่อแกะสลักเป็นองค์พระพุทธรูปเสร็จแล้ว ท่านพระอาจารย์ฟักฯ คิดว่าจะเดินทางไปดูก่อน
จึงค่อยอัญเชิญมาด้วยตนเองหรือให้ลูกศิษย์ไปอัญเชิญมา แต่บังเอิญพระและโยมลูกศิษย์มีธุระไปภาคเหนือและรถว่าง
ขากลับจึงขออัญเชิญพระพุทธรูปไปวัดเขาน้อยสามผานด้วย
ท่านพระอาจารย์ฟักฯ จึงได้อนุญาตโดยบอกพระลูกศิษย์ให้พาช่างและญาติโยม ทำพิธีขอขมาและบูชาคุณพระรัตนตรัยเสียก่อน
แล้วจึงค่อยอาราธนาขึ้นรถยนต์ แต่ปรากฏว่าขณะที่พระลูกศิษย์ (ท่านพระอาจารย์สนิท) กำลังเดินทางไปบ้านช่างเพื่ออัญเชิญพระพุทธรูป
ทางช่างก็ยังไม่ทราบเรื่องที่ท่านพระอาจารย์ฟักฯ สั่งให้ทำพิธีขอขมาฯ
จึงได้เตรียมการใช้รอกและปั้นจั่นชุดที่เคยใช้ยกพระพุทธรูปองค์นี้ ขึ้นจากแท่นรองหลายครั้ง
ในระหว่างที่ดำเนินการแกะสลักองค์พระพุทธรูป และเคยใช้ยกพระพุทธรูปองค์อื่นๆมาเป็นประจำ
ซึ่งบางองค์ใหญ่กว่าองค์นี้ก็ยกขึ้นมาแล้ว คือจะชักรอกยกขึ้นรถได้เลยเมื่อรถมาถึง ครั้นเมื่อรถไปถึง
ท่านพระอาจารย์สนิทเห็นว่าช่างได้เตรียมการการไว้หมดแล้ว จึงเกรงใจช่าง ไม่ได้บอกให้ทำพิธีขอขมา
แต่ปรากฏว่าช่างพยายามชักรอกเพื่อจะยกองค์พระพุทธรูปขึ้นรถสักกี่ครั้งก็ยกไม่ขึ้น
รอกส่งเสียงดังคล่ากๆ แล้วรูดหลุดหมด ท่านพระอาจารย์สนิทจึงนำญาติโยมและช่างทำพิธีขอขมา
หลังจากทำพิธีขอขมาแล้ว กลับชักรอกยกองค์พระพุทธรูปขึ้นจากพื้นและวางลงกระบะรถได้อย่างง่ายดาย
เหมือนเป็นของเบาๆ แต่เจ้าของรถเห็นว่าองค์พระพุทธรูปไม่ได้วางตรงที่อย่างใจนึก
จึงพยายามชักรอกองค์พระพุทธรูปให้ลอยสูงขึ้นเพื่อจะได้ขยับมุมวางใหม่
แต่ปรากฏว่ายกไม่ขึ้นและขยับอะไรไม่ได้อีก และเมื่อเอาฐานพระใส่ไว้ในช่องว่างที่เหลืออยู่
ก็เหลือช่องว่างเล็กน้อยพอเอาผ้ายัดอุดให้แน่นป้องกันการกระทบหรือเสียดสี และปิดกระบะท้ายรถพอดีเปี๊ยะเลย
ซึ่งถ้าหากสามารถขยับองค์พระพุทธรูปได้อย่างที่ใจนึกแล้ว เมื่อเอาฐานพระใส่รถก็น่าจะปิดกระบะท้ายไม่ได้
เมื่อปิดกระบะท้ายเรียบร้อยแล้ว ขณะเคลื่อนรถไปที่หน้าบ้านช่าง ปรากฏว่าฟ้าได้ร้องคะนองขึ้นทันที
ทั้งที่ระหว่างนั้นเป็นประมาณเที่ยงวัน ช่วงเดือนมิถุนายน ท้องฟ้าสีเขียวใสมีแดดจ้าเมฆฝนก็ไม่มี
และเมื่อรถวิ่งออกจากบ้านช่างไปได้ไม่กี่กิโลเมตรฝนก็ตกลงมาอย่างหนักตลอดทางระหว่างเชียงของถึงเชียงคำ
พะเยา งาว แพร่ ร้องกวาง จนเข้าเขตลำปาง เป็นระยาทางประมาณ 200 กิโลเมตร ฝนจึงได้หยุด
และมาถึงวัดเขาน้อยสามพาน 6 โมงเช้าของวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2545 เ
มื่ออัญเชิญพระพุทธรูปลงจากรถมาประดิษฐานไว้บนที่รองรับชั่งคราวเรียบร้อยแล้ว
ก็มีฝนก้อนใหญ่ดำครึ้มปรากฏขึ้นเหนือเศียรพระ แล้วขยายตัวกระจายกว้างออกเรื่อยๆ จนมืดมัวหมดทั้งวัดตลอดวัน
จนถึงวันรุ่งขึ้นของอีกวันหนึ่ง ท้องฟ้าจึงได้สว่างโปร่งใสมีเมฆบ้างเป็นบางแห่ง
จนกระทั่งเมื่อถึงช่วงตอนเย็นหลังจากที่พระได้ทำหลังคาที่มุงบังองค์พระพุทธรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝนจึงตกลงมา ซึ่งก็น่าสงสัยสังเกตอยู่.....

ในคืนวันที่รถอัญเชิญองค์พระพุทธรูปมาวัดเขาน้อยสามผานนั้น สุนัขของคนงานก่อสร้างในวัดวิ่งเห่าหอนตลอดคืน
เรื่องนี้มีคนที่อ้างว่าสามารถสื่อติดต่อกับพวกเทพ หรือกายทิพย์ได้ไม่น้อยกว่า 8-9 คน บอกเล่าเป็นทำนองคล้ายคลึงกันทุกคนว่า
เป็นเรื่องวาสนาบารมีของท่านพระอาจารย์วัดเขาน้อยสามผาน ที่ได้สร้างสะสมไว้จากอดีตชาติเป็นพันๆปี
พญานาคในแม่น้ำโขงดูแลรักษาหินหยกไว้ให้ และเป็นสมบัติของวัดเขาน้อยสามผาน
เป็นที่พึ่งของคนภาคตะวันออกหลายจังหวัด โดยใช้คำพูดบอกว่า
“บูรพาเปิดโปรดด้วยเมตตาธรรมไว้แล้ว ให้คอยดูกาลต่อๆไป ว่าจะจริงหรือเปล่า”
คนเหล่านี้ยังบอกอีกว่าหินหยกกลุ่มนี้เป็นของท่านพระอาจารย์ วัดเขาน้อยสามผานสองส่วน เป็นของพระเพื่อนอีกหนึ่งส่วน
ซึ่งก็ปรากฏว่ามีพระภาคอีสานท่านหนึ่ง ชื่อท่านพระอาจารย์นิพนธ์ 27 พรรษาโดยประมาณ
ได้สร้างโบสถ์ไว้แล้วอยากได้หินมาแกะเป็นพระนาคปรกเพื่อเป็นพระประธานในโบสถ์
ซึ่งในขณะนั้นก็พอดีกับที่ท่านพระอาจารย์บุญช่วย กำลังจะเดินทางไปดูการแกะสลักพระพุทธรูปกับท่านพระอาจารย์ฟักฯ ท่านก็เลยขอตามไปดูด้วย
เมื่อไปถึงแล้วก็ปรากฏว่าหินหยกเหลืออยู่ ซึ่งแต่เดิมท่านพระอาจารย์ฟักฯ เคยคิดไว้ว่าจะเอาไว้สร้างเป็นพระนาคปรก
นำไปประดิษฐานไว้ที่โรงพยาบาลสองพี่น้อง แต่ก็ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเกินความจำเป็น ก็เลยไม่เอา
ท่านพระอาจารย์นิพนธ์จึงได้ขอให้ช่างแกะสลักเป็นพระนาคปรก
ให้ท่านเพื่อที่จะได้อัญเชิญไปเป็นพระประธานในโบสถ์ที่ได้สร้างไว้แล้ว
ทั้งๆที่ท่านพระอาจารย์ฟักฯและท่านพระอาจารย์นิพนธ์ก็พึ่งรู้จักกันมาไม่กี่วัน
และมาทราบในภายหลังว่า ก่อนหน้านั้นท่านพระอาจารย์ฟักฯและท่านพระอาจารย์นิพนธ์ได้ทำเรื่องหนึ่งที่เหมือนกัน
คือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการต่อต้านเรื่อง พ.ร.บ. สงฆ์ มาตลอด ต่างองค์ต่างทำคนละท้องที่
ด้วยหวังจะปกป้องศาสนา ชาติ กษัตริย์ เหมือนๆกัน โดยไม่รู้จักกันมาก่อนเลย

ผู้ที่สื่อกับเทพหรือกายทิพย์ได้ ที่เล่าเรื่องนี้มีหลายคน เช่น คุณจิรศิลป์ อยู่อำเภอแกลง / คุณแก้ว อยู่กรุงเทพฯ /
/คุณอุดม คุณนิด อยู่กำแพงเพชร / คุณน้อย นางพยาบาลอยู่สระบุรี /
เจ้าหน้าที่อนามัย ตำบลเขาพลอยแหวน และที่พัทยา จังหวัดชลบุรี อีก 1 คน นอกจากนี้ยังมีคุณปรานอม ซึ่งบอกว่ารู้มาจากการเข้าทรงของบุคคลอื่น.
“เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ จะจริงเท็จอย่างไร โปรดพิจารณากันเอาเองเถิด”

บทความพระหยกจากวัดเขาน้อยสามผาน

บทความพระหยกจากวัดเขาน้อยสามผาน
1.jpg


พระบูชาขนาด7นิ้ว

4.jpg



5.jpg



2.jpg



ผมเองก็ทันได้พระบูชาขนาด7นิ้วมา2องค์(ของเพื่อนองค์)
วันที่ได้พระมายังตกใจเพราะหนักมาก และ2องค์โต๊ะหมู่ผมคงรับน้ำหนักไม่ไหว
แต่โชคดีที่ฐานถอดได้ผมจึงเอาแต่องค์พระขึ้นบูชา
และนำฐานพระมาไว้ที่หลังตู้ที่ห้องนอน
ที่ฐานพระและองค์พระจะมีหมายเลขเขียนด้วยหมึกเมจิ
เพื่อสะดวกในการจับคู่พระ
ที่ผมได้มาเป็นหมายเลข6และ11
พอเอามาตั้งหลังตู้ที่ห้องนอนก็มองเห็นเลขแต่กลับหัวครับ
เลข6กลายเป็น9
แต่เลข11ยังเหมือนเดิม
จึงเห็นเลขเรียงกันเป็น911
คงไม่ต้องบรรยายครับ
งวดนั้น911ไม่ต้องกลับ
แม้ผมจะไม่เล่นหวย แต่นี้นับเป็นประสบการณ์ดีๆที่เกิดขึ้น
และทำให้ผมมั่นใจจริงๆว่าพระหยก(หินเขียว)หลวงปู่ฟักชุดนี้
อุดมไปด้วยบารมีทางโภคทรัพย์จริงๆ


3.jpg



และถ้าใครไปกราบหลวงปู่ฟัก ถ้าโชคดีอาจได้พระสมเด็จหรือพระสามเหลี่ยม
แต่หลวงปู่จะกำชับให้เอาไปแขวน

ถ้าเอาไปไม่แขวนถือว่าโกหกพระ

และหลวงปู่ท่านมักจะบอกว่า

เป็นของค้ำคูณรักษาให้ดี

ของค้ำคูณคือของที่ช่วยค้ำชูอุดหนุนดวงชะตาครับ

และหากใครหาปฐวีธาตุหลวงปู่คำพันไม่ได้ก็น่าจะรีบขวนขวาย
ไปกราบและขอพระหยกหลวงปู่
เพราะหลวงปู่บอกว่า

พระหยกนี้นะมีพญานาครักษาทุกองค์

แต่ผมไม่ทราบว่าจะกันนิวเคลียร์ได้อย่างปฐวีธาตุรึเปล่า

ปัจจุบันหลวงปู่ฟัก พำนักอยู่ที่วัดพิชัยพัฒนาราม (เขาน้อย สามผาน)
อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ท่านเป็นพระที่เมตตามากๆครับ
ท่านเป็นพระที่อุดมไปด้วยโภคทรัพย์เป็นอันมาก
ไปกราบท่านรับรองไม่ผิดหวังครับ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 28 มี.ค. 2009 10:43 pm 
ออฟไลน์
Administrator
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 08 ก.ย. 2008 11:37 am
โพสต์: 6353
ขอบคุณครับ อ.bon ว่าแต่พระสมเด็จ คุ้น ๆ ว่ามีสมาชิกท่านนึงในเว็บติดคออยู่เป็นประจำครับ ;)

_________________
089 969 9445 @ anytime
line ID navaraht


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ 29 มี.ค. 2009 1:06 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6592
รอไม่นานครับ คุณjojoจะเข้ามาเล่าประสบการณ์ที่เกิดกับตัวเองแบบ "ประจานตนเอง(เล็ก ๆ)" เอิ๊ก เอิ๊ก :lol: :lol: :lol:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 30 มี.ค. 2009 8:27 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 29 ก.ย. 2008 12:53 pm
โพสต์: 749
อยากได้ อยากได้ ..................อยากได้ไว้บูชาบ้าง เผื่อจะได้อุดมลาภบ้าง

_________________
.........ถ้าเจ้าได้ทุกอย่างอย่างที่คิด
ชั่วชีวิตจะเอาของกองที่ไหน
จะได้บ้างเสียบ้างจะเป็นไร
ช่างหัวใครช่างหัวมันเท่านั้นเอง ..........


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ 30 มี.ค. 2009 5:36 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6592
:shock:

รู้สึกเหมือนคนข้างบนน่ะ :lol: :lol: :lol:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 2:24 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 1:41 pm
โพสต์: 215
ถูกพาดพิงจนได้ เห็นทีต้องมาแถลงซะแล้ว
แต่คงต้องขอเป็นวันรุ่งขึ้นก็แล้วกันนะครับ เพราะตอนนี้ง่วงแล้วล่ะ :sck:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 3:58 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 1:41 pm
โพสต์: 215
DSCF0341.jpg


เรื่องมีอยู่ว่า...

เมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว สถานะทางการเงินของธุรกิจผมกำลังตกอยู่ในช่วงวิกฤต ลูกค้าที่เคยมีมาเรื่อยๆ อยู่ดีๆก็หายหมด ผมรู้สึกเครียดมากเพราะต้องหมุนเงินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต จนวันหนึ่งพี่ชายของผมซึ่งทำงานอยู่ที่จ.จันทบุรี โทรมาชวนแม่ผมไปเที่ยวที่จันทบุรี แม่ผมจึงใช้ให้ผมเป็นโชเฟอร์ขับรถไปให้ ซึ่งจริงๆแล้วช่วงนั้นผมไม่อยากไปไหนเลย เพราะกำลังเครียดอยู่กับการหาเงินมาพยุงธุรกิจ แต่ก็ไม่อยากขัดแม่ เลยต้องจำใจขับรถพาแม่ไป พอไปถึงที่จันทบุรีพี่ชายผมก็ชวนไปวัดเขาน้อยสามผาน เพื่อกราบหลวงปู่ฟัก ซึ่ง ณ เวลานั้น บอกตามตรงผมไม่เคยได้ยินชื่อหลวงปู่ฟักมาก่อนเลย จึงรู้สึกเฉยๆไม่ตื่นเต้นอะไร :roll:

พอไปถึงที่วัด ก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น คือ อยู่ดีๆโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงลูกค้าผมคนหนึ่ง บอกว่าต้องการให้ผมทำใบเสนอราคาเข้าไปให้เขา ซึ่งผมตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะได้งานจากลูกค้ารายนี้ ซึ่งหายไปนานมาก อีกทั้งยังเป็นเงินก้อนใหญ่อีกต่างหาก ผมจึงรีบรับปากว่าพรุ่งนี้จะรีบส่งใบเสนอราคาไปให้

หลังจากวางโทรศัพท์แล้วผมก็เข้าไปกราบหลวงปู่ฟัก ซึ่งขณะนั้นท่านอยู่ที่ศาลากำลังมีแขกอยู่มากพอสมควร ทางขณะพวกผมเมื่อเห็นดังนั้น จึงคิดว่าจะลากลับเลย เพราะกลัวว่าจะกลับถึงชลบุรีดึกเกินไป แต่ยังไม่ทันบอกลาหลวงปู่ หลวงปู่ก็พูดแทรกขึ้นมาว่า..."มาจากชลบุรีกันเหรอ อย่าเพิ่งกลับนะ เดี๋ยวรอก่อน" พวกผมได้ยินดังนั้นก็ได้แต่อึ้ง จึงนั่งคอยหลวงปู่ต่อไป จนเมื่อแขกของหลวงปู่ส่วนใหญ่ลากลับหมดแล้ว ท่านจึงเรียกคณะพวกผมเข้าไปคุย คุยสัพเพเหระอยู่สักครู่ ท่านก็เรียกผมเข้าไปหา พร้อมกับพูดว่า ท่านจะให้พระผมไปบูชา ผมจะเอาไหม พอผมได้ยินดังนั้นจึงรีบพูดด้วยความโลภทันที ว่า "เอาครับ" แต่หลวงปู่บอกว่าพระของท่านไม่ได้ให้ใครง่ายๆ คนที่จะรับพระของท่านจะต้องสัญญากับท่านก่อนว่า ต้องบูชาติดตัวตลอดเวลา ไม่ให้นำไปวางไว้เฉยๆ ซึ่งผมก็ตอบด้วยความโลภอีกเช่นเคยว่า "รับปากครับ" (ทั้งๆที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อหลวงปู่เป็นครั้งแรก และพระในคอที่บูชาอยู่เป็นประจำก็มากมายหลายองค์)
DSCF0337.jpg



หลังจากที่ผมรับพระจากหลวงปู่แล้ว หลวงปู่ยังหยิบลูกประคำยื่นให้ผมอีกหนึ่งเส้น และบอกว่า ให้กลับไปสวด "อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะมามิหัง" พร้อมนับลูกประคำไปด้วย 108 จบทุกวัน แล้วชีวิตจะดีขึ้น ผมก็รับมาด้วยความโลภมาอีกตามระเบียบ
DSCF0338.jpg



หลังจากสนทนากับท่านอีกสักพัก คณะผมก็ลากลับชลบุรี แต่พอกลับถึงบ้าน ผมก็นำพระและลูกประคำของหลวงปู่วางบนหิ้งพระเครื่องของผม แล้วก็นอนเลย เพราะเหนื่อยมาก :idead:

พอเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนออกจากบ้าน ผมก็เลือกพระที่จะห้อยคอ ทีแรกก็ก็หยิบพระของหลวงปู่ฟักที่ได้มาเมื่อวานมาดู แต่ก็วางกลับที่เดิม ไม่กระทั่งจะคิดนำไปเลี่ยม เพราะในใจนึกว่าเราก็มีพระที่นับถือห้อยคอเป็นประจำอยู่แล้ว ของหลวงปู่ฟักนั้นเราไม่เคยได้ยินชื่อท่านมาก่อน เพราะฉะนั้นก็ไม่ห้อยดีกว่า สุดท้ายก็อาราธนาพระที่ห้อยประจำขึ้นคอตามปกติ

เวลาล่วงเลยไปหลายวัน ธุรกิจของผมก็ยังวิกฤตอยู่เหมือนเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ซ้ำลูกค้าที่เคยโทรมาขอใบเสนอราคาเมื่อวันที่ไปกราบหลวงปู่ ก็หายเงียบไปเฉยๆ โทรไปตามก็บอกว่ายังสรุปกันไม่ได้ ช่วงนั้นผมรู้สึกเครียดมาก กับ ปัญหาการงานที่เกิดขึ้น

แต่แล้ววันหนึ่ง ผมได้พบกับรุ่นพี่ที่นับถือคนหนึ่งที่มีความรู้ทางด้านธรรมะและพระเครื่องเป็นอย่างมาก ขณะที่เรากำลังคุยเรื่องพระเครื่องกันอยู่ ผมก็นึกถึงเรื่องของหลวงปู่ฟักขึ้นมา ก็เลยถามรุ่นพี่ ว่า

ผม : พี่..... พี่รู้จักหลวงปู่ฟัก ที่อยู่จันทบุรี ไหมครับ
รุ่นพี่ : หลวงปู่ฟัก วัดเขาน้อยสามผาน ใช่ไหม
ผม : ใช่ พี่รู้จักด้วยเหรอ ท่านเป็นยังไงบ้าง ดีหรือเปล่า

เท่านั้นแหละครับ รุ่นพี่ผมตวาดใส่ผมทันทีเลย ว่า

รุ่นพี่ : เอ็งมาถามได้อย่างไรว่า หลวงปู่ฟัก ดีหรือเปล่า นั่นพระอรหันต์ นะ ถามอย่างนี้ บาปตายห่-า

ผมได้ยินดังนั้น ถึงกับขนลุก แต่ไม่ได้ลุกเพราะปิติที่เกิดขึ้น แต่เกิดจากความกลัวที่เราไม่ให้ความเคารพต่อพระอรหันต์ ผมจึงรีบเล่าเรื่องที่ผมได้ไปกราบหลวงปู่ฟัก ให้รุ่นพี่คนนั้นฟังอย่างละเอียด พอเล่าจบ ก็ถูกด่าตามระเบียบครับ :sck:

รุ่นพี่ : นี่เอ็งบาปมากนะ ไปโกหกพระอรหันต์ ไม่รักษาสัจจะที่ให้ไว้แก่ท่าน ท่านบอกว่าถ้ารับพระไปแล้ว ต้องบูชาติดตัวตลอด ห้ามนำกลับไปวางไว้เฉยๆ นี่เอ็งเล่น ไม่ทำตามทั้งสองอย่าง ทั้งไม่บูชาติดตัว แถมยังนำไปวางไว้เฉยๆ อีกต่างหาก นี่เอ็งรู้ไหมว่าหลวงปู่ฟัก ให้วัตถุมงคลยากมาก ท่านจะเลือกคนที่จะให้ ท่านคงเห็นแล้วว่า เอ็งกำลังมีเคราะห์ท่านถึงให้พระมาบูชา แถมให้ลูกประคำ 108 มาสวดอีก ซึ่งน้อยคนนักที่จะได้รับ เอ็งรู้ไหมการผิดสัจจะกับพระอรหันต์นั้นบาปหนักมากๆ ทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ ตายไปก็ตกนรก ......................

ผมนั่งฟังจนหูชา พร้อมกับความรู้สึกผิด และกลัวเป็นอย่างมาก :sck: :sck: จึงรีบถามรุ่นพี่ทันที

ผม : แล้วอย่างนี้ผมจะทำอย่างไรดี มีวิธีแก้ไขไหม ถ้านำพระที่ท่านให้มาบูชาติดตัวตอนนี้จะยังทันไหม

รุ่นพี่ : ไอ้บาปน่ะบาปแน่ๆอยู่แล้ว แต่ถ้าจะผ่อนหนักให้เป็นเบาล่ะก็ ต้องนำพระไปคืนหลวงปู่ซะ แล้วสารภาพกับหลวงปู่ตรงๆว่าเราไม่สามารถทำตามสัจจะ แล้วก็ขอขมาท่าน หรือ ถ้าเรายังอยากบูชาพระที่หลวงปู่ให้มา ก็ต้องทำพิธีขอขมาท่านที่หิ้งพระ โดยต้องมีดอกไม้ ธูป เทียน แล้วตั้งสัจจะกับท่านใหม่

ผม : ถ้าอย่างนั้น ผมเลือกวิธีหลังดีกว่าพี่ เพราะผมคงไม่มีหน้ากลับไปกราบหลวงปู่ตอนนี้หรอกครับ อีกอย่างผมรู้สึกเสียดายพระที่หลวงปู่ท่านเมตตาให้มา :rbb:

รุ่นพี่ : เออ...เอ็งมันโลภเป็นสันดานจริงๆ คิดแต่จะได้ แต่พอได้มาก็ไม่สนใจ สมน้ำหน้าเอ็ง

หลังจากนั้น รุ่นพี่ก็ทำการกำหนดวัน และบอกรายละเอียดในการทำพิธีขอขมาหลวงปู่ ซึ่งผมก็กลับไปทำตามอย่างเคร่งครัด แล้วก็อาราธนาพระที่หลวงปู่ให้มาขึ้นคอทันทีตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซึ่งก็แปลกมากครับ ตั้งแต่วันนั้นธุรกิจการงานของผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าที่หายไปก็ติดต่อกลับมา พร้อมได้รับโครงการใหญ่ๆอีกหลายโครงการ :hhero:

สำหรับเรื่องที่ผมเล่ามานี้ ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ครับ แต่สำหรับผม บอกได้เลยครับว่า “เชื่อมาก” ว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงปู่ที่คอยช่วยเหลือผมอยู่ และผมก็คิดที่จะกลับไปกราบหลวงปู่อีกครั้งในเร็วๆนี้ พร้อมกับไปขอขมาต่อหน้าท่านอีกครั้ง

DSCF0333.jpg



ปล.. ขอขอบคุณรุ่นพี่ที่แสนดี ที่เตือนสติผมให้กลับมาคิดได้ และแก้ไขปัญหาไปได้ด้วยดี


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 4:09 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6592
:o :o :o


โห เล่าเห็นภาพเป็นฉาก ๆ อย่างกับอัดเทปเลยคับ


ว่าแต่ว่า...


รุ่นพี่คุณjojo ปากร้ายจังเลยนะคับ ถ้าผมเป็นคุณjojoนะ ....

โดน !!!

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 4:19 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 08 ก.ย. 2008 10:41 am
โพสต์: 1593
อืม

เด็กลึกลับก็เชื่อฮะ

เพราะว่า สักสองสามวันก่อน นั่งรถกลับบ้าน แล้วนึกขึ้นมาว่า

"ตังค์หมด ทำไงดี วระ"

แล้วก็เลยพาลนึกไปถึง สิ่งที่กระทำเป็นประจำ คือ นั่งภาวนา อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภควา นะมามิหัง ซึ่งได้รับคำแนะนำจากในเว็บ โดย คุณพี่อาจารย์ bon ว่ารวย แล้วใจก็นึกต่อว่า

"ภาวนาเป็น หมื่นจบแล้วมั้ง ทำไมยังตังค์ไม่มีอยู่ วระ"

แล้วก็นึกต่อว่า

"ถ้ามีอานิสงค์ใดๆการบริกรรมพระคาถา ที่มาจากพระอรหันต์ และรับรอง ด้วยพระอรหันต์นี้แล้ว ก็ขอให้ปรากฏมาให้ชื่นใจสักหน่อยเถิด ตอนนี้เงินหมด ขอไม่มากล่ะจ้ะ สัก 3,000 - 4,000 ก็พอ"

แล้วก็ลืมไป....

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เดินผ่านพี่สาวที่กำลังยื่นภาษี ผ่านอินเตอร์เน็ต และเด็กลึกลับก็ฝากพี่สาวยื่นภาษีด้วย พี่สาวก็บอกว่า

"เอ้ย ที่ฝากยื่นภาษีน่ะ ได้ภาษีคืนหมดเลยนะ"

"ได้เท่าไหร่"

"4,000"

"........."

คือได้คืนภาษี มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกฮะ แต่โดยปกติ อัตราคืนภาษีที่เด็กลึกลับจะได้คืน ตกอยู่ที่ 1,200 ถึง 1,400 บาท แต่ด้วยเหตุที่รัฐบาลปรับเพดานของผู้เสียภาษี เป็น 150,000 บาทต่อปี กอรปกับเด็กมีเหตุลดหย่อน ภาษีที่เสียไปจึงคืนมาทั้งหมด

และเด็กลึกลับก็ได้เงินมา 4000 บาท แก้ขัดไปก่อน

ดังนั้น

ถ้าบุคคลอื่น อาจจะคิดว่า เอ้ย บังเอิญ หรือ คาถาจะศักดิ์สิทธิ์ จนรัฐบาลปรับฐานภาษีให้เลยเหรอ

ก็สุดแต่จะคิดเถอะฮะ

แต่ตอนนี้เด็กลึกลับก็บริกรรมต่อไป เรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.........

-------------------------------------------------------------
คุณอารณธรรมฮะ

ถ้าเด็กลึกลับเป็นคุณพี่ JoJo น่ะเหรอฮะ สงสัย ขอพระพี่คนนั้นหมดบ้านแน่ๆฮะ

_________________
ชาตินี้ไม่จริง ชาติไหนก็ไม่จริง


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 6:44 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 10 ธ.ค. 2008 11:36 pm
โพสต์: 1175
ขอบคุณอ.บอนครับที่นำเรื่องราวดีดีเช่นนี้มาลงและยินดีกับคุณjojoด้วยครับที่โชคดีได้ไปกราบพระอรหันต์และพูดคุยกับท่านแถมยังได้รับพระและลูกประคำจากมือของท่านด้วย

พอดีเมื่อสักครู่ได้เข้าไปเวปพลังจิตมาและได้เห็นรูปพระธาตุข้าวก้นบาตรของหลวงปู่ ฟัก มาจึงขออนุญาตินำรูปมาลงเพื่อให้เพื่อนๆชาวเวป n ได้ชมกันครับ
2[2].jpg


พระธาตุข้าวก้นบาตรของหลวงปู่ฟักเป็นพระธาตุขนาดเล็กเกิดขึ้นเกาะที่เมล็ดข้าวของหลวงปู่ครับ
พระธาตุที่เกิดจากข้าวก้นบาตรนั้น เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งความบริสุทธิ์แห่งจิตของพระอริยเจ้า ในเวลาที่ท่านฉันภัตตาหารนั้น ท่านย่อมมีสติพิจารณาอาหารนั้นก่อนเสมอ เพียงแค่จิตบริสุทธิ์ ที่พิจารณาผ่านคำข้าวเท่านั้น ก็สามารถฟอกธาตุ แปรสภาพเมล็ดข้าวให้กลายเป็นพระธาตุได้ หรือบางครั้งก็เกิดจากน้ำลายของท่าน ที่ปนมาด้วยกันกับเศษอาหาร ก็ทำให้เกิดเป็นพระธาตุได้

ถ้ามีโอกาสไปจันทบุรีอีกจะต้องหาโอกาสไปกราบท่านแน่ครับ

_________________
หนอนในอาจมย่อมสกปรก เมื่อกลายเป็นจั๊กจั่นก็ดื่มน้ำค้าง เมื่อกลายเป็นหิ่งห้อยก็เรืองโรจน์ใต้เเสงจันทร์
พึงรู้ว่าสะอาดเกิดจากสกปรก สว่างเกิดจากมืดมน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 6:54 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6592
อนุโมทนาในกุศลเจตนาด้วยครับ :P

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 6:55 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6592
เด็กลึกลับ เขียน:
อืม

เด็กลึกลับก็เชื่อฮะ

เพราะว่า สักสองสามวันก่อน นั่งรถกลับบ้าน แล้วนึกขึ้นมาว่า

"ตังค์หมด ทำไงดี วระ"

แล้วก็เลยพาลนึกไปถึง สิ่งที่กระทำเป็นประจำ คือ นั่งภาวนา อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภควา นะมามิหัง ซึ่งได้รับคำแนะนำจากในเว็บ โดย คุณพี่อาจารย์ bon ว่ารวย แล้วใจก็นึกต่อว่า

"ภาวนาเป็น หมื่นจบแล้วมั้ง ทำไมยังตังค์ไม่มีอยู่ วระ"

แล้วก็นึกต่อว่า

"ถ้ามีอานิสงค์ใดๆการบริกรรมพระคาถา ที่มาจากพระอรหันต์ และรับรอง ด้วยพระอรหันต์นี้แล้ว ก็ขอให้ปรากฏมาให้ชื่นใจสักหน่อยเถิด ตอนนี้เงินหมด ขอไม่มากล่ะจ้ะ สัก 3,000 - 4,000 ก็พอ"

แล้วก็ลืมไป....

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เดินผ่านพี่สาวที่กำลังยื่นภาษี ผ่านอินเตอร์เน็ต และเด็กลึกลับก็ฝากพี่สาวยื่นภาษีด้วย พี่สาวก็บอกว่า

"เอ้ย ที่ฝากยื่นภาษีน่ะ ได้ภาษีคืนหมดเลยนะ"

"ได้เท่าไหร่"

"4,000"

"........."

คือได้คืนภาษี มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกฮะ แต่โดยปกติ อัตราคืนภาษีที่เด็กลึกลับจะได้คืน ตกอยู่ที่ 1,200 ถึง 1,400 บาท แต่ด้วยเหตุที่รัฐบาลปรับเพดานของผู้เสียภาษี เป็น 150,000 บาทต่อปี กอรปกับเด็กมีเหตุลดหย่อน ภาษีที่เสียไปจึงคืนมาทั้งหมด

และเด็กลึกลับก็ได้เงินมา 4000 บาท แก้ขัดไปก่อน

ดังนั้น

ถ้าบุคคลอื่น อาจจะคิดว่า เอ้ย บังเอิญ หรือ คาถาจะศักดิ์สิทธิ์ จนรัฐบาลปรับฐานภาษีให้เลยเหรอ

ก็สุดแต่จะคิดเถอะฮะ

แต่ตอนนี้เด็กลึกลับก็บริกรรมต่อไป เรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.........

-------------------------------------------------------------
คุณอารณธรรมฮะ

ถ้าเด็กลึกลับเป็นคุณพี่ JoJo น่ะเหรอฮะ สงสัย ขอพระพี่คนนั้นหมดบ้านแน่ๆฮะ



คุณช่างหยาบคายและปากร้ายกว่า "พี่คนนั้น" อีกฮะ :lol: :lol: :lol:

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 7:31 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 29 ก.ย. 2008 12:53 pm
โพสต์: 749
ขอ(ปล้น)พระพี่คนนั้นละกันนะครับ สงสัยจะขอเปล่า .........แล้วจะได้ยาก :lol: :lol:

_________________
.........ถ้าเจ้าได้ทุกอย่างอย่างที่คิด
ชั่วชีวิตจะเอาของกองที่ไหน
จะได้บ้างเสียบ้างจะเป็นไร
ช่างหัวใครช่างหัวมันเท่านั้นเอง ..........


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 7:31 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 29 ก.ย. 2008 12:53 pm
โพสต์: 749
ช่วงนี้ผมก็ขัดสนเหลือขนาด................. :sck:

_________________
.........ถ้าเจ้าได้ทุกอย่างอย่างที่คิด
ชั่วชีวิตจะเอาของกองที่ไหน
จะได้บ้างเสียบ้างจะเป็นไร
ช่างหัวใครช่างหัวมันเท่านั้นเอง ..........


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 7:57 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 6:00 am
โพสต์: 6592
คุณบุญคุ้มไม่ลองสวด "อะระหัง พุทโธ อิติปิโสภะคะวา นะมามิหัง" วันละ 108 จบดูบ้างเล่าครับ เผื่อจะมีอะไรดี ๆ แปลก ๆ เกิดขึ้นบ้างนะครับ ผมเชื่อมั่นในคุณธรรมและบารมีของท่านพ่อลีและหลวงปู่ฟักมากนะครับ

ยังไงก็ขออวยพรให้ผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างไปได้ด้วยดีนะครับผม :P

_________________
ถ้าเราไม่อยากได้อะไรจากใคร ก็จะไม่มีอะไรให้หมางใจกัน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 8:25 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 10 ธ.ค. 2008 11:36 pm
โพสต์: 1175
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ แล้วจะได้สัมผัสกับอานุภาพแห่งการสวดมนต์ครับ
:pry:

_________________
หนอนในอาจมย่อมสกปรก เมื่อกลายเป็นจั๊กจั่นก็ดื่มน้ำค้าง เมื่อกลายเป็นหิ่งห้อยก็เรืองโรจน์ใต้เเสงจันทร์
พึงรู้ว่าสะอาดเกิดจากสกปรก สว่างเกิดจากมืดมน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 31 มี.ค. 2009 9:14 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 18 ต.ค. 2008 1:59 am
โพสต์: 260
อาร์ต เขียน:
ขอบคุณอ.บอนครับที่นำเรื่องราวดีดีเช่นนี้มาลงและยินดีกับคุณjojoด้วยครับที่โชคดีได้ไปกราบพระอรหันต์และพูดคุยกับท่านแถมยังได้รับพระและลูกประคำจากมือของท่านด้วย

พอดีเมื่อสักครู่ได้เข้าไปเวปพลังจิตมาและได้เห็นรูปพระธาตุข้าวก้นบาตรของหลวงปู่ ฟัก มาจึงขออนุญาตินำรูปมาลงเพื่อให้เพื่อนๆชาวเวป n ได้ชมกันครับ
2[2].jpg

พระธาตุข้าวก้นบาตรของหลวงปู่ฟักเป็นพระธาตุขนาดเล็กเกิดขึ้นเกาะที่เมล็ดข้าวของหลวงปู่ครับ
พระธาตุที่เกิดจากข้าวก้นบาตรนั้น เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งความบริสุทธิ์แห่งจิตของพระอริยเจ้า ในเวลาที่ท่านฉันภัตตาหารนั้น ท่านย่อมมีสติพิจารณาอาหารนั้นก่อนเสมอ เพียงแค่จิตบริสุทธิ์ ที่พิจารณาผ่านคำข้าวเท่านั้น ก็สามารถฟอกธาตุ แปรสภาพเมล็ดข้าวให้กลายเป็นพระธาตุได้ หรือบางครั้งก็เกิดจากน้ำลายของท่าน ที่ปนมาด้วยกันกับเศษอาหาร ก็ทำให้เกิดเป็นพระธาตุได้

ถ้ามีโอกาสไปจันทบุรีอีกจะต้องหาโอกาสไปกราบท่านแน่ครับ



ไปด้วย ไปด้วย :ilu: :ilu:


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 01 เม.ย. 2009 12:55 am 
ออฟไลน์
Administrator
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 08 ก.ย. 2008 11:37 am
โพสต์: 6353
สุดยอดประสบการณ์ครับ

_________________
089 969 9445 @ anytime
line ID navaraht


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 01 เม.ย. 2009 1:06 am 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 14 ก.ย. 2008 9:48 am
โพสต์: 938
เป็นเรื่องราวดีๆที่น้อยคนนัก จักพบเจอ แหล่มมากมายฮะ :lcky:

_________________
อันความสุขทางใจนั้นหายาก คนส่วนมากไม่ชอบแสวงหา
หวังแต่สุขเพื่อสนุกเพียงหูตา มันจึงพาชักจูงให้ยุ่งใจ


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 01 เม.ย. 2009 11:31 pm 
ออฟไลน์
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 9:25 pm
โพสต์: 1207
หากใครประสงค์ได้พระหยก(ห้อยคอ)หลวงปู่ฟัก
และสามารถรักษาสัตย์ที่ให้กับหลวงปู่ได้
ให้รีบไปกราบและขอพระ
เพราะหลังจากสั่งงดแกะพระบูชาแล้ว
ไม่แน่ใจว่าพระองค์เล็กจะงดด้วยรึเปล่า
แต่เท่าที่ได้ยินมาน่าจะงดพร้อมกัน
และหากหมดแล้วก็คงหมดเลย
เหมือนปฐวีธาตุท่านพ่อ
ที่ไปถามแล้วท่านก็วางเฉย
ไม่ทำอีก


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 112 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO