พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ศุกร์ 18 ก.ย. 2026 8:53 am
“..คุณสมบัติของผู้ภาวนา..” “..ให้ท่องในใจเสมอว่า "เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตายอยู่ประจำตัวทั่วหน้ากัน” ป่าช้าอันเป็นที่เผาศพภายนอกและป่าช้าฝังศพภายใน คือตัวเราเอง "เป็นป่าช้าร้อยแปดพันเก้าแห่งศพ ที่นำมาฝังหรือบรรจุจะอยู่ในตัวเราตลอดเวลา" ทั้งศพเก่าศพใหม่ทุกวัน
“..พิจารณาธรรมสังเวช พิจารณาความตายเป็นอารมณ์ ย่อมมีทางถอดถอนความเผลอเย่อหยิ่งในวันในชีวิตและวิทยาฐานะต่าง ๆ ออกได้..” จะเห็นโทษแห่งความบกพร่องของตัวและพยายามแก้ไขได้เป็นลำดับ “..มากกว่าจะไปเห็นโทษของคนอื่นแล้วมานินทาเขา..” ซึ่งเป็นความไม่ดีใส่ตน
“..นี่คือการภาวนา คือวิธีเตือนตน สั่งสอนตน ตรวจตราความบกพร่องของตน” ว่าควรแก้ไขจุดใดตรงไหนบ้าง..”ใช้ความพิจารณาอยู่ทำนองนี้เรื่อย ๆ..“ ด้วยวิธีสมาธิภาวนาบ้าง ด้วยการรำพึงในอริยบถต่าง ๆ บ้าง
“..ใจจะสงบเย็น ไม่ลำพองผยองตัวและความทุกข์มาเผาลนตนเอง” เป็นผู้รู้จักประมาณในหน้าที่การงาน ที่พอเหมาะพอดีแก่ตน ทั้งทางกายและทางใจ..ไม่ลืมตัวมั่วสุมในสิ่งที่เป็นหายนะต่าง ๆ คุณสมบัติของผู้ภาวนานี้มีมากมาย” “ไม่อาจพรรณาได้จบสิ้นได้..”
ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
#ที่พึ่งอันประเสริฐของจิตใจ
"... คือพระรัตนตรัยเท่านั้น คนที่ไม่มีหลักใจในธรรม มักจะไขว่คว้าหาสิ่งภายนอก มาเป็นที่พึ่งพิงอิงใจ ส่วนมากแล้วมักจะเอาสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ในธรรม มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
จึงเป็นเหตุให้จิตของตน กำดำกำขาว สรณะภายนอกสิ่งที่ยึดถือกันนั้น ส่วนมากมักเป็นของผิดหลักศีลหลักธรรมเสียมากกว่า
ที่พึ่งอันประเสริฐของจิตใจ คือพระรัตนตรัยเท่านั้น ยามทุกข์ใจ พระรัตนตรัย ช่วยคลายทุกข์ให้จิตใจได้ ขอให้ใจเรามั่นคงในสรณะธรรม เชื่อมั่นในการปฏิบัติธรรม
ธรรมจะรักษาจิตใจของผู้ประพฤติธรรมเอง คนเรานั้นกว่าจะหาที่พึ่งให้กับจิตใจของตนเองได้นั้นมันยากเอา การอยู่เหมือนกัน
แต่สิ่งเหล่านี้มันก็ไม่เกินวาสนาของผู้แสวงบุญจะตั้งใจ ..."
"""""""""""""""""""""""""""""""""""
#หลวงปู่ชอบ_ฐานสโม
วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ต.ผาน้อย
อ.วังสะพุง จ.เลย (พ.ศ.๒๔๔๔ - ๒๕๓๘)
เตรียมตัวสอบไล่ครั้งสุดท้ายของชีวิต
...
ความตายนั้นเป็นบททดสอบที่สำคัญที่สุด
ของชีวิต บททดสอบอื่นๆ นั้น เราสามารถ
สอบได้หลายครั้ง แม้สอบตกก็ยังสามารถ
สอบใหม่ได้อีก แต่บททดสอบที่ชื่อว่า
ความตายนั้น เรามีโอกาสสอบได้ครั้งเดียว
และไม่สามารถสอบแก้ตัวได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น
ยังเป็นบททดสอบที่ยากมาก และสามารถ
เกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว
เป็นบททดสอบที่เราแทบจะควบคุมอะไร
ไม่ได้เลย ไม่ว่าเวลา สถานที่ หรือแม้กระทั่ง
ร่างกายและจิตใจของตนเอง อย่างไรก็ตาม
ทั้งๆ ที่ความตาย เป็นบททดสอบที่สำคัญ
อย่างยิ่งของชีวิต แต่น้อยคนนักที่ได้เตรียมตัว
เตรียมใจรับมือกับบททดสอบดังกล่าว ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
“แก้ที่ตัณหาความอยากของเรา”
เวลามีใครทำให้เราไม่สบายใจ เราต้องไปจัดการกับเขาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่เราจะได้หายจากความไม่สบายใจ แต่มันก็เป็นการหายชั่วคราว เดี๋ยวก็มีคนอื่นเข้ามาแทนที่ มาทำให้เราไม่สบายใจอีก เราก็ต้องไปกำจัดเขาอีก
แล้วการกำจัดเขาก็อาจจะเป็นการสร้างเวรสร้างกรรมกันขึ้นมา แทนที่จะกำจัดเขาให้หายไป เขากลับจะมาหาเราบ่อยขึ้นเสียอีก เพราะเขายังแค้นอยู่ภายในใจที่เราไปกำจัดเขา วิธีที่แก้ปัญหาของใจเรานั้น ต้องแก้ที่ตัณหาความอยากของเรา
อย่าอยากให้เขาหายไป อย่าอยากให้เขาเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ หยุดความอยากเสีย เขาจะเป็นอย่างไร เขาจะอยู่เขาจะไปก็เรื่องของเขา ถ้าไม่มีความอยากแล้ว เราจะไม่เดือดร้อนกับการอยู่กับการไปของเขา แล้วเราจะไม่มีเวรไม่มีกรรมกับเขา
ธรรมะบนเขา
วันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
#ที่พึ่งอันประเสริฐของจิตใจ
"... คือพระรัตนตรัยเท่านั้น คนที่ไม่มีหลักใจในธรรม มักจะไขว่คว้าหาสิ่งภายนอก มาเป็นที่พึ่งพิงอิงใจ ส่วนมากแล้วมักจะเอาสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ในธรรม มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
จึงเป็นเหตุให้จิตของตน กำดำกำขาว สรณะภายนอกสิ่งที่ยึดถือกันนั้น ส่วนมากมักเป็นของผิดหลักศีลหลักธรรมเสียมากกว่า
ที่พึ่งอันประเสริฐของจิตใจ คือพระรัตนตรัยเท่านั้น ยามทุกข์ใจ พระรัตนตรัย ช่วยคลายทุกข์ให้จิตใจได้ ขอให้ใจเรามั่นคงในสรณะธรรม เชื่อมั่นในการปฏิบัติธรรม
ธรรมจะรักษาจิตใจของผู้ประพฤติธรรมเอง คนเรานั้นกว่าจะหาที่พึ่งให้กับจิตใจของตนเองได้นั้นมันยากเอา การอยู่เหมือนกัน
แต่สิ่งเหล่านี้มันก็ไม่เกินวาสนาของผู้แสวงบุญจะตั้งใจ ..."
"""""""""""""""""""""""""""""""""""
#หลวงปู่ชอบ_ฐานสโม
วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ต.ผาน้อย
อ.วังสะพุง จ.เลย (พ.ศ.๒๔๔๔ - ๒๕๓๘)
ในชีวิตประจำวัน การยึดมั่นถือมั่น
มักปรากฏ ในหลายรูปแบบ อย่างเช่น
การที่เราจะหมายมั่นปั้นมือว่าต้องเป็น
อย่างนั้นให้ได้ ต้องเป็นอย่างนี้ให้ได้
คนนั้นก็ต้องเป็นอย่างนั้น คนนี้ก็ต้องเป็น
อย่างนี้ ทำไมไม่เป็นอย่างนั้น ทำไมไม่เป็น
อย่างนี้ คิดอย่างนี้ แล้วเราจึงชอบพยายาม
บังคับให้คนอื่นหรือสิ่งอื่นเป็นไปตามใจเรา
เมื่อเราเห็นว่าความคิดอย่างนี้เป็นการ
เบียดเบียน เป็นการทรมานตัวเองโดยเปล่า
ประโยชน์ และเป็นความพยายามที่ลมๆ แล้งๆ
ไม่มีวันที่เราจะสำเร็จได้ เราก็ยอมปล่อย
ในขณะที่เราเห็นความโง่ในความยึดมั่นถือมั่น
นั้นอย่างชัดแจ้ง ท่านให้ชื่อว่า นิพพิทา
เป็นปัญญาที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย
คลายกำหนัดยินดีในสังขาร เพราะเล็งเห็น
โทษของการยึดมั่น เป็นเหตุให้เราเข้าถึง
ความหลุดพ้นในที่สุด ...
...
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร
ในพรรษานี้เราจะเอาอะไร งดเหล้า งดบุหรี่ งดยาเสพติดทั้งหลายทั้งปวง ให้มีศีล ๕ ข้าพเจ้าจะยึดพระไตรสรณคมน์ ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะเป็นที่พึ่ง ไหว้พระทุกวัน ตื่นนอนมาตอนเช้าแล้วก็ไหว้ กราบพระ พุทโธ ธัมโม สังโฆ กราบ ๓ ครั้ง ไม่ใช่กราบเฉยๆ นะ ไม่ใช่กราบปลกเฉยๆ นะ กราบนึกถึงนึกถึงพระพุทธเจ้าด้วย พุทโธ พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เอง ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ธัมโม คือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สังโฆ คือพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าที่นำพระธรรมคำสอนเอามาประกาศเอามาเผยแผ่เอามาแนะนำพวกเรา
เรากราบพระพุทธเจ้า พุทโธ ธัมโม สังโฆ นิพพานัง นิพพานังคล้ายๆ ว่าแถมท้ายว่าข้าพเจ้ากราบ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เพื่อหวังทางพ้นทุกข์ คำว่าทุกข์ในใจของข้าพเจ้า ทุกข์กาย ทุกข์ใจ อย่าได้มีกับข้าพเจ้า นิพพานังก็คือพระนิพพาน เป็นบรมสุขนะลูกหลานนะ
จากนั้นก็ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ (กราบ)
แล้วก็ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (กราบ ๓ ครั้ง)
ได้เพียงแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอถ้ามีเวลาน้อย หรือถ้ามากกว่านั้นก็ยิ่งดีนะ
ถ้ามากกว่านั้นก็ อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ต่อไปก็ได้นะ แต่ถ้าไม่ได้ก็เพียงตั้งนะโม ๓ จบ ก็แผ่เมตตา ข้าพเจ้าจงเป็นสุข ผู้อื่นจงเป็นสุข ข้าพเจ้าต้องการความสุขอย่างไร ผู้อื่นสัตว์อื่นวิญญาณอื่นทุกข์ดวงใจ ขอให้มีความสุขอย่างที่ข้าพเจ้าต้องการ อย่างที่ข้าพเจ้าปรารถนาทุกข์ดวงใจด้วยเทอญ เพียงแค่นี้ก็นะ กราบ ๓ ครั้ง
ถ้ายังมีเวลาอีกอยู่ ยังไม่สว่าง นั่งภาวนาต่อสัก ๕ นาที ๑๐ นาที แถมนะ ภาวนานี่ล่ะจุดใหญ่จุดหนึ่ง ข้าพเจ้าจะนั่งภาวนาสัก ๕ นาทีหรือ ๑๐ นาที นั่งสมาธิประณมมือขึ้นระหว่างอก นึก พุทโธ ธัมโม สังโฆ เสร็จแล้วเอามือลง หายใจเข้า พุท หายใจออก โธ พยายามทำจิตใจให้สงบ จิตใจให้เป็นหนึ่งจิตใจให้นิ่ง เมื่อจิตใจของเราสงบนิ่ง เราจะรู้ได้รู้ตนเองว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร เพราะจิตใจของเรามีสมาธินะ จากนั้นก็ค่อยกราบ แล้วก็ไปทำการทำงาน ล้างหน้าล้างตาไป
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ดีนอกดีในไม่ให้ขาด”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๙
ทำบุญด้วยปาก (ธรรมทาน)
ได้บุญมากกว่าทำด้วยของ (วัตถุทาน)
แต่คนส่วนมากทำไม่ได้
เพราะเต็มอัดอยู่ด้วยความทุกข์
มืดมนยิ่งกว่าตาบอด
พูดเรื่องดับทุกข์ไม่เป็น
พูดเป็นแต่เรื่องการจมอยู่ในโลก
ซึ่งมิใช่เรื่องธรรมทาน
เพื่อให้มีจิตใจอยู่เหนือโลกทั้งที่กายอยู่ในโลก
ขอให้ทุกคนเลื่อนระดับการทำทานของตน
ให้ขึ้นมาอยู่ในระดับที่เรียกว่า ธรรมทาน
...
พุทธทาสภิกขุ
"...ผู้ใดไม่เห็นทุกข์ ผู้นั้นคือผู้ไม่เห็นธรรม
ผู้ได้รับทุกข์ จนเหลือที่จะอดจะกลั้นแล้ว
เมื่อหวนกลับเข้ามาถึงตัวนั่นแลจึงจะรู้จัก
ว่าทุกข์นั้นแลคือ ธรรม ผู้เกลียดทุกข์เป็น
ผู้แพ้ ผู้พิจารณาทุกข์ คือ ผู้เจริญในทาง
ธรรม..."
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
Powered by phpBB © phpBB Group.
phpBB Mobile / SEO by Artodia.