Switch to full style
พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ตอบกระทู้

สติเป็นสิ่งจำเป็น

พฤหัสฯ. 17 ก.ย. 2026 5:13 am

“..#ศีล คือรั้วกั้นความเบียดเบียนและทำลายสมบัติร่างกายและจิตใจของกันและกัน ศีลคือพืชแห่งความดีอันยอดเยี่ยมที่ควรมีประจำชาติมนุษย์ ไม่ปล่อยให้สูญหายไปเสีย เพราะมนุษย์ที่ไม่มีศีลเป็นรั้วกั้นและเป็นเครื่องประดับตัวเสียเลย ก็คือกองเพลิงแห่งมนุษย์เราดี ๆ นี่เอง การเบียดเบียนและทำลายกันย่อมมีไปทุกหย่อมหญ้าและทั่วโลกดินแดน ไม่มีเกาะมีดอนพอจะเอาศีรษะซุกนอนให้หลับสนิทได้โดยปลอดภัย แม้โลกจะเจริญด้วยวัตถุจนกองสูงกว่าพระอาทิตย์บนท้องฟ้า แต่ความรุ่มร้อนแผดเผาจะทวีคูณยิ่งกว่าพระอาทิตย์เป็นไหน ๆ โลกจะไม่มีที่ปลงใจได้เลยถ้ายังมัวคิดว่าวัตถุมีคุณค่ายิ่งกว่าศีลธรรมอยู่ เพราะศีลธรรมเป็นสมบัติของจอมมนุษย์ คือพระพุทธเจ้า ผู้ค้นพบและนำมาประดับโลกที่กำลังมืดมัวกลัวทุกข์พอให้สว่างไสวร่มเย็น ควรอาศัยได้บ้างด้วยอำนาจศีลธรรมเป็นเครื่องปัดเป่ากำจัด ลำพังความคิดของมนุษย์ที่มีกิเลสคิดผลิตอะไรออกมา ทำให้โลกร้อนจะบรรลัยอยู่แล้ว ยิ่งจะปล่อยให้คิดตามอำนาจโดยไม่มีกลิ่นแห่งศีลธรรมช่วยเป็นยาแก้และชะโลมไว้บ้าง ก็น่ากลัวความคิดนั้น ๆ จะผลิตยักษ์ใหญ่ตัวโหดร้ายที่ทรงพิษขึ้นมากี่แสนกี่ล้านตัว ออกเที่ยวหากว้านกินมนุษย์ให้ฉิบหายกันทั้งโลก ไม่มีอะไรเหลืออยู่บ้างเลย..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
#พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






คำว่า “พ่อแม่ครูอาจารย์” ที่สุดแห่งคำพูด

คำว่า "พ่อแม่ครูอาจารย์" หรือ "พ่อแม่ครูจารย์" เป็นถ้อยคำสำนวนที่องค์พระหลวงตามหาบัว ใช้เรียกหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านด้วยความเคารพรักศรัทธาเลื่อมใสยิ่งนัก คำว่า พ่อแม่ครูอาจารย์ หรือ พ่อแม่ครูจารย์ จึงเป็นศัพท์ ที่พระกรรมฐานท่านใช้เรียกผู้ที่ท่านรักเคารพศรัทธา เลื่อมใสที่สุด สุดชีวิตจิตใจ

ดังเช่นพระกรรมฐานยุคนี้ใช้เรียกองค์พระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนว่า พ่อแม่ครูอาจารย์ บทว่า ที่สุดแห่งคำพูด คือ จะหาคำพูดใดๆ เทียบเทียมหรือเหมาะสมยิ่งคำว่า "พ่อแม่ครูอาจารย์" นี้ไม่มีอีกแล้ว คำพูดของท่านจะเป็นคำพูดยกย่องชมเชย เปรียบเปรยหรือห้ามปรามก็ตาม ล้วนเป็นเสมือนคำพูดคอยชี้บอกทางขุมทรัพย์­อันประเสริฐ ดังเช่นโอวาทของหลวงปู่มั่นที่ให้แก่ศิษย์ในขณะที่กราบลาไปเที่ยวธุดงค์ว่า "ไปทำเถอะ ทำอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้ปฏิบัติตัวเองให้ดี นั้นแล คือการปฏิบัติพระพุทธเจ้า ระลึกถึงท่านด้วยความระมัดระวังตัวให้ดี นั้นแลคือการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ถึงพระธรรม ถึงพระสงฆ์ พระสงฆ์ท่านปฏิบัติดีอย่างไร เราปฏิบัติดีอย่างนั้น นั้นแลคือการบูชาพระสงฆ์" คำพูดเหล่านี้จึงเป็นที่สุดแห่งคำพูด

ถ้าในยุคนี้สมัยนี้ เราก็มีพระอาจารย์สุชาติ เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์

ถาม : การกระทำใดที่ว่าเคารพครูบาอาจารย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เป็นอย่างไรบ้างแล้วประเมินอย่างไรว่า ลูกศิษย์เคารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

พระอาจารย์ : ก็มีคำโบราณที่ว่าหน้าไหว้หลังหลอก เวลาอยู่ต่อหน้ากันก็ไหว้ ก้ามล้มก้มกราบกัน เวลาอยู่ข้างหลังก็ทำเป็นลิงหลอกเจ้า แสดงว่าไม่เคารพทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เราต้องเคารพตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าท่านหรือไม่อยู่ต่อหน้าท่าน ทุกครั้งที่เราคิดถึงท่าน เราต้องคิดด้วยความเคารพด้วยความรัก ด้วยความไม่ประมาท

จากธรรมะบนเขา
วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
“ดับไฟด้วยมรรค”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี





หมั่นให้อาหารตัวรู้
...
เมื่อเรามีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์บ่อย ๆ
ต่อไปก็จะรู้ทางว่าความคิดจะมาแบบไหน
อารมณ์จะมาไม้ไหน คนเราเวลาจมอยู่ใน
อารมณ์ อารมณ์เหล่านี้จะพยายามครองจิต
ครองใจให้นานที่สุด มันมีลูกไม้หลายอย่าง
เช่นเวลาเราโกรธ ความโกรธจะสั่งให้จิต
ส่งออกนอก ไปจดจ่ออยู่กับคนที่พูดไม่ดี
กับเรา ทำไม่ดีกับเรา เราก็จะโกรธแล้วก็
ด่าเขากลับ หรือถึงขั้นทำร้ายร่างกายเลย
อันนี้เป็นอุบายอย่างหนึ่งของความโกรธ
มันต้องการให้จิตเราส่งออกนอก จะได้ไม่หัน
กลับมาดูใจจนรู้ทันว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น

ทันทีที่รู้ทันว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น มันจะฝ่อ
หรือสลายตัวไป เพราะจุดอ่อนของมันก็คือ
การถูกรู้ถูกเห็น ยิ่งมีสติรู้ทันมันเร็วเท่าไร
มันก็ครอบงำจิตใจเราได้น้อยเท่านั้น
ดังนั้น เราจึงควรหมั่นสังเกตความคิด
หมั่นดูจิตใจ หมั่นมองตนบ่อย ๆ
หากไม่อยากพลาดท่าเสียทีเพราะอารมณ์
อกุศลเหล่านั้น ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล





พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า … สติเป็นสิ่งจำเป็น
ในทุกกรณี ทำไมไม่ตรัสว่า “ปัญญาจำเป็น
ในทุกกรณี” เล่า? ... ปัญญานั้นก็ดับทุกข์ได้
แต่ไฉนจึงตรัสว่า … “สติ” จำเป็นในทุกกรณี
เพราะเหตุอะไร? ...

เพราะสตินั้นเป็นเครื่องพาปัญญามา
ถ้าปัญญาไม่ถูกสติพามา มันก็แก้ไขอะไร
ไม่ได้ หรือจะพูดให้จริงยิ่งไปกว่านั้นอีกว่า
ในสตินั้น มีปัญญารวมอยู่ด้วยเสมอ
การฝึกสติปัฏฐาน การฝึกอานาปานสติ
ล้วนเป็นการฝึกปัญญา รวมอยู่ด้วยเสมอ

พระองค์จึงตรัสว่า … “สติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา”
สติเป็นสิ่งที่จำปรารถนา คือ ต้องมีในทุกกรณี
คำว่า “สพฺพตฺถ” นั้น แปลว่าในทุกที่ ทุกเวลา
ทุกกรณี ทุก ๆ อย่าง สติต้องใช้ในทุกกรณี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีแห่งการตัดต้นเหตุ
ให้ทันแก่เวลา ...
...
พุทธทาสภิกขุ
ธรรมบรรยายต่อหางสุนัข
เรื่อง ตัดต้นเหตุทันเวลา (หน้า ๒๒๔)





ความไม่ยั่งยืน
เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอน
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืน
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วย
ทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี
อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่
แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่
ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

#โอวาทธรรม
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต





ทุกครั้งที่มีกิเลสมายั่วยวน เราก็จะลืมเป้าหมายของตัวเอง ลืมหลักการของตัวเอง สติก็จะหาย และกว่าสติจะกลับคืนมา เราก็มักจะได้ทำ ได้พูด สิ่งที่ไม่ดีไม่งามออกไปเสียแล้ว ผลที่เกิดจากการไม่รักษาศีล คือ เราจะไม่เป็นที่เคารพนับถือของผู้อื่น และเราก็จะเคารพนับถือตัวเองไม่ได้ด้วย เราจะกลัวความจริง กลัวธรรมะ เพราะในใจของเรามีสิ่งที่ไม่ดี มีสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมะ นี่คือโทษของการผิดศีล เรียกว่าไม่มีฐานที่จะรองรับสิ่งดี

ในการทำสมาธิภาวนา เราต้องเป็นเพื่อนกับตัวเอง ต้องเคารพนับถือตัวเอง และต้องยอมอยู่กับตัวเองโดยไม่มีสิ่งใดมากระตุ้นจิต กระตุ้นอารมณ์ ไม่ต้องกลบเกลื่อนความจริงโดยอาศัยความสนุกสนานจากภายนอก ถ้าเรารู้สึกว่าตัวเองไม่ดี ไม่อยากอยู่กับตัวเองแล้วสมาธิจะเกิดได้อย่างไร ท่านจึงกล่าวว่า ศีลเป็นฐานของสมาธิ และในทำนองเดียวกัน สมาธิเป็นฐานของปัญญา

พระอาจารย์ชยสาโร
ตอบกระทู้