พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
อังคาร 15 ก.ย. 2026 11:03 am
คนบวชคนสึกมันเป็นธรรมดาโลก
คนสึกก็ใช่ว่าจะเสียหาย ใช่ว่าจะเลวไปชะหมด
คนอยู่ก็ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ ใช่ว่าจะดีไปเสียหมด
หยังกำลังว่าสู้ไม่ไหวก็สึกออกไปนั้นถึงจะเป็นการที่น่ายกย่อง
มาสู้ทนหลอกชาวบ้านเป็นมหาโจรอยู่มันก็ตกนรกนั้นแหล่ว
#หลวงปู่หา สุภโร
“..ศีล คือรั้วกั้นความเบียดเบียนและทำลายสมบัติร่างกายและจิตใจของกันและกัน ศีลคือพืชแห่งความดีอันยอดเยี่ยมที่ควรมีประจำชาติมนุษย์ ไม่ปล่อยให้สูญหายไปเสีย เพราะมนุษย์ที่ไม่มีศีลเป็นรั้วกั้นและเป็นเครื่องประดับตัวเสียเลย ก็คือกองเพลิงแห่งมนุษย์เราดี ๆ นี่เอง การเบียดเบียนและทำลายกันย่อมมีไปทุกหย่อมหญ้าและทั่วโลกดินแดน ไม่มีเกาะมีดอนพอจะเอาศีรษะซุกนอนให้หลับสนิทได้โดยปลอดภัย แม้โลกจะเจริญด้วยวัตถุจนกองสูงกว่าพระอาทิตย์บนท้องฟ้า แต่ความรุ่มร้อนแผดเผาจะทวีคูณยิ่งกว่าพระอาทิตย์เป็นไหน ๆ โลกจะไม่มีที่ปลงใจได้เลยถ้ายังมัวคิดว่าวัตถุมีคุณค่ายิ่งกว่าศีลธรรมอยู่ เพราะศีลธรรมเป็นสมบัติของจอมมนุษย์ คือพระพุทธเจ้า ผู้ค้นพบและนำมาประดับโลกที่กำลังมืดมัวกลัวทุกข์พอให้สว่างไสวร่มเย็น ควรอาศัยได้บ้างด้วยอำนาจศีลธรรมเป็นเครื่องปัดเป่ากำจัด ลำพังความคิดของมนุษย์ที่มีกิเลสคิดผลิตอะไรออกมา ทำให้โลกร้อนจะบรรลัยอยู่แล้ว ยิ่งจะปล่อยให้คิดตามอำนาจโดยไม่มีกลิ่นแห่งศีลธรรมช่วยเป็นยาแก้และชะโลมไว้บ้าง ก็น่ากลัวความคิดนั้น ๆ จะผลิตยักษ์ใหญ่ตัวโหดร้ายที่ทรงพิษขึ้นมากี่แสนกี่ล้านตัว ออกเที่ยวหากว้านกินมนุษย์ให้ฉิบหายกันทั้งโลก ไม่มีอะไรเหลืออยู่บ้างเลย..”
ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
#อย่าประมาท
"... ให้พากันทำสติสัมปชัญญะ
ให้รู้ตัวอยู่ทุกเมื่อ คือความรู้ตัวในการ กระทำ ก่อนทำอะไรลงไปให้คิดเสียก่อน
ว่ามันได้ผลดีหรืออย่างไร
... ต่อไปข้างหน้าถ้ารู้ว่ามันไม่ดี
ให้ความทุกข์เราก็ไม่ทำ ประกอบแต่..
คุณงามความดี ให้ระลึกรู้ว่า เมื่อมีเหตุ
ก็ต้องมีผล
ไม่ได้ทำเสียเปล่าหรอก ทำเหตุลงไป
แล้วไม่ได้รับผลไม่มีหรอกในโลกนี้
เหตุดีก็ต้องได้รับผลดี เหตุชั่ว ก็ต้อง
ได้รับผลชั่ว มันจะสูญหายไม่มี ..."
"""""""”""""""""""""""""""""""""""'
#หลวงปู่ขาว_อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง
จังหวัดหนองบัวลำภู (พ.ศ.๒๔๓๑ - ๒๕๒๖)
#ช่วยตัวเองก่อนบุญบารมีจึงจะช่วย
"...การปฏิบัติไม่ใช่ของง่าย ๆ ครูบาอาจารย์ท่านปฏิบัติมาตั้ง ๓๐ ปี ๔๐–๕๐ ปี ท่านก็ทำอยู่อย่างนั้น "ทำอย่างเดียวนี่แหละ ปฏิบัติกาย วาจาและใจ ก็ในที่เดียวนี่ ทีนี้เรามั่นคงลงไปนี่แหละดีแล้วถูกต้องแล้ว
ใช้คำบริกรรมภาวนาลงไปเถิด มันต้องเป็นไปทีเดียว นิสัยวาสนาบุญบารมีของเราจะค่อยส่งเสริม ให้ค่อยเป็นไป ถึงบุญบารมีไม่ส่งเสริมมาแต่ชาติก่อนก็ตาม ในชาตินี้เราตั้งใจปฏิบัติจริงจังแล้ว มันก็ให้เป็นบุญบารมีของเราเอง
ไม่ต้องให้บุญบารมีมาช่วย ช่วยตัวเองเสียก่อนบุญบารมีจึงจะช่วย นิสัยวาสนามันจะเป็นไปเอง บุญบารมีวาสนาอันนั้นมันจะเป็นเองไม่ได้ ถึงบุญบารมีมีก็เถิด ถ้าตัวเราไม่ทำต่อก็แค่นั้นล่ะ มันก็ไม่สามารถเป็นไปได้หรอก จึงว่า เราทำเอง เราสร้างเองเดี๋ยวนี้แหละ..."
โอวาทธรรม
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
การอยู่ในโลกจำต้องขวนขวายทั้งท่านและเรา แต่ผู้ขวนขวายทั้งทางโลกและทางบุญกุศลไปพร้อม ๆ กันตามกำลังความสามารถ ย่อมเป็นผู้ไม่บกพร่องด้านใดด้านหนึ่ง ที่พึ่งอาศัยของกายก็มี ที่พึ่งอาศัยของใจก็มี นับว่าเป็นผู้พร้อมทั้งการอยู่และการไป
การเบื่องานย่อมมีด้วยกัน แต่ก็จำต้องฝืนความเบื่อนั้น ๆ เพื่อความเป็นอยู่จะได้ราบรื่นชื่นใจ ไม่ขัดสนจนใจเวลาจำเป็น แม้แต่พระท่านเป็นนักบวชมีงานบำเพ็ญกุศลโดยถ่ายเดียว ไม่มีงานทางโลกที่ต้องวิ่งเต้นขวนขวายเหมือนฆราวาส ท่านก็ยังมีความขี้เกียจบำเพ็ญกุศลสมาธิภาวนาเหมือนผู้ทำงานทางโลก ถ้าตัวขี้เกียจไม่จับท่านมัดติดเสื่อติดหมอนท่านคงไปได้ไกลลิบ แต่นี้ก็ไปถึงแต่เสื่อกับหมอน ไม่อาจเลยไปกว่านั้นถึงมรรคผลนิพพานได้ อย่างไรก็ตามท่านก็ยังอุตส่าห์ฝืนใจบำเพ็ญ ฉะนั้นการฝืนใจในทางถูกทางดีจึงควรฝืน เพราะเรายังอาศัยโลกธาตุขันธ์อยู่ จึงจำต้องฝืนใจทำแม้จะเบื่อ ๆ ก็ตาม
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด
Powered by phpBB © phpBB Group.
phpBB Mobile / SEO by Artodia.