|
"คนนอนหลับนี้จิตออกจากร่างบ่รู้จักเจ็บจักปวด ป่วยกะบ่รู้ว่าป่วย จิตมันออกจากร่างไปหาเที่ยวไปทั่วนั้นละ ตื่นมาค่อยรู้จักเจ็บจักปวด ดีนะที่จิตมันกลับมาถ้ามันบ่กลับมากะตายแล้ว กายมันกะอาศัยจิต จิตกะอาศัยกาย
มื้อหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมงเช้าแลงกะว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆ ให้ได้จักสองรอบกะไคแน นี้มื้อหนึ่งบ่พากันว่าจักเทื่อ มีแขนมีขากะพากันไหว้พระสวดมนต์แนเอาประโยชน์จากมันร่างกาย ไหว้พระสวดมนต์กะเป็นบุญเป็นกุศลคือกัน
อยู่วัดนี้มื้อนี้พระ ๑๑๕ องค์แล้วขนาดยังบ่เข้าพรรษายังสิมาอีกเดันี้ แต่มาหลายกะบ่มีปัญหาเพราะต้องอยู่ในกฎระเบียบของวัดคือต้องฉันในบาตรท้อนั้นห้ามเอาอาหารใส่ฝาบาตรไว้อาหารทุกอย่างต้องเทรวมในบาตรฉันให้หมดทุกเม็ดถ้าเฮ็ดบ่ได้กะหนี้ไปอยู่ที่อื่นเลย บ่เอาเด้พระที่มาเฮ็ดนาบนหลังคน ป๊าดโธ่ชาวบ้านกว่าเขาสิทำไร่ทำนาเอาเข้าใส่เล้าไว้กินเป็นปีเขาลำบากขนาดใด
เป็นพระนี้สบายที่สุดแล้วกินอาหารทิพย์ เช้ามาเขากะเอาประเคนให้มีแต่ของดีๆ บางอย่างลูกเมียเขาอยากกินกะยังบ่ให้กินเอามาถวายพระ แต่สิมาฉันบ่เหมิดเอาไปเทเลี้ยงหมาแมวแบบนี้บ่ได้ กินของเขาแล้วกะต้องภาวนาเอาบุญให้เขา"
โอวาทธรรม #หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร (๒ ก.ค. ๒๕๖๐)
เรื่องคำสอนพระพุทธเจ้า มาสอนใจเรานี่แหละ.. พระจะเทศกี่วัน กี่คืนก็คือ สอนใจนี่เอง..
.. ทำไมจึงแค่ใจ เท่านั้นหรอกหรือๆ มันง่ายเสียเหลือเกิน อะไรๆก็ลงที่ใจ...
.. สุขก็ใจ ทุกข์ก็ทีใจ สวรรค์ก็ทีใจ นิพพานก็ทีใจ. ดี.ชั่ว.บุญ.บาป. อะไรก็ที่ใจ .
..ธรรมะเป็นคนใจเดียว .ศีลเป็นคนใจเดียว .สมาธิเป็นคนใจเดียว.
.. ปัญญาเป็นคนใจเดียว ธรรมะ84000พระธรรมขันธ์มาลงที่ใจเดียว..
..การฟังธรรมะ การปฏิบัติธรรมะ จะภาวนาบทใด ก็มาลงที่ใจเดียว เมื่อใจเดียวเราก็ พยายามเน้นหนัก.
..พยายามรู้ พยายามพิจารณา เมื่อใจเดียวมันเป็นอย่างไร หลายใจมันเป็นอย่างไร มันสุขทุกข์ยังไง..
..การศึกษาพุทธศาสนาคือการศึกษาที่จิต ที่ใจของเราเท่านั้นเอง ถ้าเรารู้ที่จิต ที่ใจของเราได้..
.. มันก็ไม่มีอะไรจะเกิด ไม่มีอะไรจะดับ ไม่มีอะไรจะทุกข์ ไม่มีอะไรจะสุข.. .มันก็ทำใจให้สบายได้.
.ฉนั้นพระพุทธเจ้าท่านจึงว่าสุขทุกข์มันอยู่ที่ใจทั้งหมด...
.โอวาทธรรม.หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ.
สมัยนี้เปรตผีนี้หมดยุคหมดสมัยไปแล้ว มีแต่พวกเทวดา เทวดาจรวดดาวเทียมทุกวันนี้ว่างั้นเหรอ สมัยนี้แหละเปรตยิ่งมาก ความโลภมันก็มากมนุษย์เรา ความตระหนี่ถี่เหนียวความเห็นแก่ตัวก็มาก เห็นแก่ได้ถ่ายเดียวมาก เวลานี้กำลังเด่น โลกจึงร้อนเพราะกิเลสประเภทนี้ออกตีตลาด ถ้าหากว่ามีการแบ่งสันปันส่วน มองดูท่านดูเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน ความจำเป็นไม่เกิดขึ้นกับผู้ใดก็ดูดี เมื่อเกิดแล้วเหมือนกันหมด เราคิดอย่างนี้แล้วก็เฉลี่ยกันได้มนุษย์เรา ตายไปแล้วก็ไม่มีอะไรนี่ อยู่ด้วยกันให้เป็นสุขต่อกัน แล้วผลประโยชน์ที่เฉลี่ยไปนั้นก็ยังมาเป็นสมบัติของตัวเองอีก ไปที่ไหนไม่อดอยากขาดแคลนคนใจกว้างขวางเห็นแก่ความเสียสละ นักใจบุญอย่างนั้นก็ถูก ไปไหนไม่อดอยากขาดแคลนแต่ตัวตระหนี่นี้ไปไหนไปเถอะว่างั้นเลย เกิดเป็นคนก็ต้องขวางโลก
ยกตัวอย่างอย่างผู้หญิงคนหนึ่งมีลูก ลูกคนนั้นเป็นลูกกาลกรรณี ภาษาเราเรียกกาลกิณี ไปอยู่ในท้องแม่ๆ ก็หาขอทานไม่ได้กิน อดอยากขาดแคลน หมู่เพื่อนต้องเอามาให้ ทั้งๆที่ไปกับหมู่เพื่อน หมู่เพื่อนได้ ไปเที่ยวหาขอทานกินหมู่เพื่อนได้ ผู้หญิงคนนั้นมีท้อง ลูกตัวเสนียดจัญไร ตัวแสบๆ มันอยู่ในท้อง แม่ก็เลยแสบท้องไปด้วยไม่ได้กินข้าว ไปขออะไรก็ไม่ได้กิน หมู่เพื่อนที่ไปขอทานด้วยกันต้องเอามาแจกให้กินไม่งั้นตาย ตกคลอดออกมาแล้วก็เหมือนกันอีก ถ้าวันไหนเอาลูกไปขอทานด้วยวันนั้นแห้ง ท้องแห้งเลย วันไหนเอาลูกทิ้งไว้ในบ้านแล้วไปเฉพาะตัวเองวันนั้นพอทำเนาว่างั้นในตำราท่านบอกไว้ชัดเจนนั่นเห็นไหมเป็นภัยไหม นี่อยู่ในท้องแม่ก็พาให้แม่ตาย ตกออกมาแล้ว วันไหนไปด้วยแล้วแม่ก็จะตายอีก นี่ละตัวตระหนี่ถี่เหนียว
คนคนนี้เกิดมาแต่ก่อนตระหนี่ถี่เหนียวมาก เพราะฉะนั้นโทษของนั้นจึงตามมา ท่านแสดงไว้ ใครจะไปรู้เรื่องราวเหล่านี้ยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าใครจึงไม่ควรเห็นว่าความตระหนี่ ถี่เหนียวนี้จะเป็นมิตรเป็นสหาย เป็นคู่พึ่งเป็นพึ่งตาย เราอย่าเข้าใจ นี้ละตัวเสนียดจัญไร ตัวเป็นพิษเป็นภัย ตัวเกาะกินตับกินปอดเจ้าของ แล้วก็เกาะกินตับกินปอดคนอื่นอีกด้วย คบใครก็ไม่ค่อยได้แหละคนตระหนี่ถี่เหนียว คบใครเขาไม่อยากคบ ไปที่ไหนแตกฮือๆ นี่โทษของมันเป็นอย่างนั้น เพราะมีจะเอาแต่เขาท่าเดียวนี่ ท่าที่จะให้เขาไม่มี ความตระหนี่ต้องเป็นอย่างนั้น ความเห็นแก่ตัวมากก็เพราะความตระหนี่เป็นต้นเหตุ ความโลภมาก ทุกสิ่งแง่ใดมุม ใดที่ควรจะได้ มันจะพยายามเสาะแสวงหากอบมาโกยมาจนได้ ความตระหนี่ตัวนี้ละตัวสำคัญ
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) จากธรรมเทศนา “ความตระหนี่เป็นภัย” แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ วัดป่าบ้านตาด
ขอให้พวกเราทุกท่าน ตื่นนอนมาก็ทำวัตรเสียก่อน ไหว้พระเสียก่อนจึงออกไปทำการทำงาน ก็นับว่าเป็นขั้นตอนขั้นหนึ่ง สำหรับพุทธศาสนิกชนอย่างพวกเราท่านทั้งหลาย ถ้ามากกว่านั้นขึ้นไปก็ค่อยศึกษาไป รักษาศีล ๕ บ้าง ให้ทาน รักษาศีล ภาวนาบำเพ็ญสมาธิ
เรื่องสมาธิมันจำเป็นสำคัญทางด้านจิตใจ ถ้าหากว่าจิตใจของเราปรุงฟุ้งซ่าน คิดอยู่ตลอดเวล่ำเวลา ไม่มีการไม่ให้มีใจพักผ่อนเสียเลย ใจของเราวิ่งอยู่ตลอดเหมือนกับหมาบ้านะ วิ่งอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน จนหมดกำลังเมื่อไรไปไม่ไหวเมื่อไร มันล้มแล้วก็ตายเลย หมาบ้า
อันนี้ก็เหมือนกัน ใจของเราจะให้มันวิ่งอยู่อย่างนั้นตลอด เราเกิดมาทั้งทีชีวิต การงานก็ใช่ การงานก็ทำ ทำการทำงานทุกสิ่งทุกอย่างก็ไปตามที่มันเกิดมันมี แต่ว่าถึงยังไงเราก็ควรจะให้มันพักผ่อนบ้าง ๒๔ ชั่วโมง พักผ่อนสัก ๑๐ นาที ๒๐ นาที หรือ ๑ ชั่วโมงได้ไหมใน ๒๔ ชั่วโมง ถ้าพักผ่อนได้สัก ๑ ชั่วโมงต่อ ๑ วัน นับว่าเลิศประเสริฐนะ ให้จิตใจพักผ่อน
วิธีการที่จะทำให้จิตใจพักผ่อนทำอย่างไร อันนี้เราต้องศึกษา ทำใจให้นิ่ง ทำยังไง ต้องยึดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ที่ท่านได้ประพฤติปฏิบัติมา ท่านให้นั่งสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ทำกายให้ตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า
ดำรงสติไม่ให้ใจคิดปรุงฟุ้งไปทางอื่น ให้อยู่กับลมหายใจเข้าหายใจออก ให้มีสติลมหายใจเข้าหายใจออก หายใจเข้าบริกรรม พุท หายใจออกบริกรรม โธ ไม่ต้องให้คิดไปทางอื่น ให้มันนิ่ง ให้มันสงบ ไม่ให้มันปรุงฟุ้งไปทางอื่น มันปรุงฟุ้งไปทางอื่นมันฟุ้งมาพอแรงแล้ว มีแต่เหนื่อยมีแต่เสียหายเท่านั้น เผลอ ๆ มันมีเรื่องอะไรมากระทบ จะเป็นบ้าเป็นบอ นอนไม่หลับอีกต่างหาก ถ้ามีอารมณ์อะไรขึ้นมาทางด้านจิตใจ เพราะฉะนั้นเราต้องพักผ่อนให้อยู่กับพุทโธ ไม่ต้องคิดไปทางอื่น อยู่ในอารมณ์เดียว พุทโธ
ทดลองดูนะ นั่งสงบหรือไม่สงบก็ตาม ข้าพเจ้าจะนั่งภาวนาสัก ๑๐ นาที หรือ ๒๐ นาที หรือ ๓๐ นาทีก็ได้ ทำอย่างอื่นเรายังทำได้ใช่ไหม ๒๔ ชั่วโมง เราให้จิตใจพักผ่อนสัก ๓๐ นาทีไม่ได้เหรอ ทดลองนะ ถ้าจิตใจพักผ่อน โอ ใช่ มีความสุข จิตใจมีเหตุมีผล จิตใจไม่วู่วาม จิตใจของเราไม่กระฟัดกระเฟียด จิตใจนิ่ง จิตใจสงบ มันเป็นผลดีสำหรับพวกเราทุก ๆ ท่าน
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก จากพระธรรมเทศนา “สร้างอานิสงส์ให้ครบทุกด้าน” แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙
|