|
“..ทำความดีอยู่คนเดียวไม่มีใครเห็น มันก็ยังดีอยู่นั่นเอง อันความจริงนั้น จะทำอยู่คนเดียวมันก็จริง จะทำอยู่หลายคนมันก็จริง เราทำที่มันจริงแล้วถึงคนอื่นจะว่าไม่จริง มันก็ยังเป็นของจริง อันนั้นเรียกว่าของจริง หมายความว่าเราทำความผิดไม่มีใครเห็น มันก็ยังเป็นความจริง เราจะทำความถูกอยู่ไม่มีใครเห็นมันก็เป็นความจริง ฉะนั้นคนเราเมื่อจะทำความดีนั้นน่ะ ไม่ต้องให้คนอื่นเห็น บางคนทำคุณงามความดีก็ต้องการอยากจะให้คนอื่นเห็น ให้คนอื่นเป็นพยาน จึงจะดีอกดีใจ อันนั้นก็ดีอยู่ แต่ว่ามันยังไม่จริง ไม่บรรลุถึงความจริง...จริง ๆ ไอ้ความจริงนั้นแม้เราจะไปลอบทำอยู่คนเดียว ทำความชั่วมันก็ชั่วอยู่นั่นแหละ ทำความดีอยู่คนเดียวไม่มีใครเห็น มันก็ยังดีอยู่นั่นเอง มันเป็นเสียอย่างนั้น ไม่ต้องว่าเราทำความชั่วคนเห็นแล้ว มันจะเพิ่มชั่วขึ้นมาอีก ไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อเราทำความดีจริงเมื่อคนเห็นแล้ว มันจะเพิ่มความดีขึ้นมาอีก มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น..”
โอวาทธรรมคำสอน พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)
“..พระพุทธเจ้าว่า มโนปุพฺพํ คมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโน มยา มีใจนั่นแหละเป็นใหญ่ มีใจนั่นแหละเป็นหัวหน้า มีใจนั่นแหละประเสริฐสุด สิ่งทั้งหลาย บาปก็ดี บุญก็ดี สำเร็จได้ด้วยใจ มนะ เรียกว่าใจ ครั้นใจไม่ดี มนสาเจ ปทุจเตน ใจไม่ดีใจขุ่นมัว ใจเศร้าหมอง ลุอำนาจความโลภ ความโกรธ ความหลงใจเหล่านั้น แม้นบุคคลจะพูดอยู่ก็ตาม จะทำการงานด้วยกายอยู่ก็ตาม เพราะจิตเศร้าหมอง จิตไม่ดีแล้ว ความทุกข์นั้นย่อมติดตามบุคคลผู้นั้นไป เหมือนกันกับล้ออันตามรอยเท้าโคไป มนสาเจ ปสนฺเนน ครั้นจิตผ่องใส ผุดผ่อง ไม่เศร้าหมองแล้ว แม้นจะพูดอยู่ก็ตาม จะทำการงานอยู่ก็ตาม จะไปที่ไหนก็ตาม ความสุขย่อมติดตามเขาไป เหมือนเงาเทียมตนไปอย่างนั้น ครั้นรู้ว่าใจเป็นหัวหน้า ใจเป็นใหญ่ ดีก็ต้องมีใจเป็นผู้คิดให้ทำ ทำชั่วก็มีใจเป็นผู้คิดให้ทำ เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว เราจงเอาแต่ส่วนดี ส่วนไม่ดี มีราคะ โทสะ โมหะ นั่น ตัดมันออกไป ไล่มันออกไป อย่าให้มันไปยึดไปถือ อย่าให้มันไปเป็นเจ้าเรือน..”
อนาลโยวาท หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)
คนบางคนไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิด หรือรู้สึกอย่างไร มั่นใจในตัวเองมาก และคิดว่าตัวเองฉลาด เลยทำอะไรตามใจ ตัวเอง ไม่ยอมรับผิดชอบต่อความทุกข์ ที่ตนเองก่อให้ผู้อื่น คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ ส่วนคนอื่นๆ เป็นคนอ่อนแอแพ้พ่าย
คนอีกประเภทใส่ใจในความคิด และความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป เอาแต่กังวลว่าคนอื่นจะตัดสินการกระทำ ของตัวเองอย่างไร อยากให้คนทุกคนชื่นชอบ บางคราวถึงกับทำในสิ่งที่รู้ว่าผิด เพราะ ปรารถนาคำยกย่องสรรเสริญและหวั่นเกรง เสียงวิพากษ์วิจารณ์
คนประเภทแรกยึดตนเป็นสรณะ ส่วนประเภทหลังยึดผู้อื่นเป็นสรณะ ที่พึ่งเหล่านี้คับแคบ เบาปัญญา และไม่ช่วย ให้เราปลอดภัยเลย พระพุทธองค์ทรงสอน ให้เรายึดพระธรรมเป็นสรณะ ให้ดำเนินชีวิต อยู่บนหลักของทาน ศีล ภาวนา ... ... สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี พระอาจารย์ชยสาโร
#อาหารใจ "...อาหารภายนอก เป็นเครื่องบำรุงร่างกายให้เกิดกำลัง เมื่อมีกำลังกายแล้ว เราอยากจะเดินหรือจะวิ่งไปไหนก็ไปได้ จะทำอะไรก็ได้สำเร็จทุกอย่าง ส่วนอาหารภายใน คือ ธรรมนั้นเป็นเครื่องบำรุงจิตใจ ถ้าจิตใจมีอาหารที่สมบูรณ์ กำลังใจก็ย่อมกล้าแข็ง จะคิดปรารถนาสิ่งอันใด ก็ย่อมสำเร็จเป็นไปได้ตามที่เราคิดนึก
ถ้าใจขาดอาหารคือ ธรรม กำลังใจก็อ่อนเพลียจะคิดอะไรก็ไม่สำเร็จได้ บางทีก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่ได้เต็มที่ตามความคิดนึก
ฉะนั้น เราจึงควรจักต้องพากันสร้างกำลังแห่งจิตใจให้มีขึ้นในตนให้มากๆ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในตัวเรา อันจะนำให้เราถึงซึ่ง ความบรมสุขได้..."
ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
“..ทำความดีอยู่คนเดียวไม่มีใครเห็น มันก็ยังดีอยู่นั่นเอง อันความจริงนั้น จะทำอยู่คนเดียวมันก็จริง จะทำอยู่หลายคนมันก็จริง เราทำที่มันจริงแล้วถึงคนอื่นจะว่าไม่จริง มันก็ยังเป็นของจริง อันนั้นเรียกว่าของจริง หมายความว่าเราทำความผิดไม่มีใครเห็น มันก็ยังเป็นความจริง เราจะทำความถูกอยู่ไม่มีใครเห็นมันก็เป็นความจริง ฉะนั้นคนเราเมื่อจะทำความดีนั้นน่ะ ไม่ต้องให้คนอื่นเห็น บางคนทำคุณงามความดีก็ต้องการอยากจะให้คนอื่นเห็น ให้คนอื่นเป็นพยาน จึงจะดีอกดีใจ อันนั้นก็ดีอยู่ แต่ว่ามันยังไม่จริง ไม่บรรลุถึงความจริง...จริง ๆ ไอ้ความจริงนั้นแม้เราจะไปลอบทำอยู่คนเดียว ทำความชั่วมันก็ชั่วอยู่นั่นแหละ ทำความดีอยู่คนเดียวไม่มีใครเห็น มันก็ยังดีอยู่นั่นเอง มันเป็นเสียอย่างนั้น ไม่ต้องว่าเราทำความชั่วคนเห็นแล้ว มันจะเพิ่มชั่วขึ้นมาอีก ไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อเราทำความดีจริงเมื่อคนเห็นแล้ว มันจะเพิ่มความดีขึ้นมาอีก มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น..”
โอวาทธรรมคำสอน พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)
|