นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อังคาร 28 ก.ค. 2026 6:34 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


Switch to mobile style


โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ความสุข
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 18 ก.ค. 2026 5:02 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5378
สมัยก่อนนั้น มีญาติโยมมากมายล้วนเอาเรื่องราวความทุกข์ใจของตัวเองไปเล่าให้หลวงปู่ฟังเสมอๆ และหลวงปู่ท่านก็ได้เมตตาเทศน์สอนพวกเขาเหล่านั้นเช่นนี้...

#หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร





"ใครจะเจริญสมถะ
หรือวิปัสสนาขั้นใด ก็ตาม ถ้าขาดสติแล้ว...
สมถะ และวิปัสสนานั้น...ไม่มีทางเจริญได้เลย

นับแต่เริ่มแรกปฏิบัติมา
จนสุดทางเดิน ผมไม่มองเห็นธรรมใด
ที่เด่น และฝังลึกในใจเท่า สติ...นี่เลย!

สติ... ..
เป็นทั้งพี่เลี้ยง เป็นทั้งอาหาร
เป็นทั้งยารักษาของสมาธิ และปัญญา
ทุกขั้นธรรมดังกล่าวนี้...จะเจริญได้
จนสุดขั้นของตน ล้วนขึ้นอยู่กับสติ...เป็น
ผู้บำรุงรักษาโดยขาด ไม่ได้

ท่านจงฟังให้ถึงใจ ยึดไว้อย่าหลงลืม
สติ นี่แล! คือขุมกำลังใหญ่
แห่งความเพียรทุกด้าน ต้องผ่านสตินี้...
ก่อนจะเคลื่อนไหว โยกย้าย ความคิด
เห็นไปในทางใด หยาบ หรือละเอียดใน
ธรรมขั้นใด...

ต้องมีสติ...
เป็นตัวการสำคัญ ในวงความเพียร."

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต





“..เราควรตามรู้ตามเห็น เพราะเราต้องการอยากพ้นทุกข์ และตัวเราเป็นผู้รู้อยู่ ถ้าเรารู้ว่าสิ่งนั้นเป็นไปเพื่อทุกข์เพื่อโทษ เราจะปล่อยให้เราเป็นทุกข์เป็นโทษอยู่ตั้งหลายภพหลายชาติหลายกัปหลายกัลป์เช่นนั้นหรือ เราต้องรีบชำระสะสางอารมณ์สัญญาของเราที่ลุ่มหลงมัวเมาให้เกิดความรู้เท่าเอาทัน ให้นั่งพิจารณาดูว่า เราต้องการความสุขคือความพ้นทุกข์ ถ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ เป็นไปเพื่อความสุขแล้ว เราก็ต้องรักษาและปฏิบัติเอาใจใส่ในสิ่งเหล่านั้น ทำให้มากเจริญให้มากขึ้น..”

อาจาโรวาท
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
(พ.ศ.๒๔๔๒-๒๕๒๐)





“..การเยี่ยมป่าช้าเพื่อพิจารณาความตาย จึงเป็นทางผ่อนคลายหายกลัวทั้งเรื่องของตัวและเรื่องของคนอื่นได้อย่างไม่มีประมาณ จนเกิดความอาจหาญต่อความตาย ทั้ง ๆ ที่โลกกลัวกันทั่วดินแดน ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็ได้เป็นไปในวงของนักปฏิบัติธรรมมาแล้ว มีพระพุทธเจ้าและพระสาวกเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยม เสร็จแล้วจึงประทานพระโอวาทเกี่ยวกับการพิจารณาความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไว้ทุกแง่ทุกมุม เพื่อหมู่ชนผู้มีความรับผิดชอบในตนและผู้เกี่ยวข้องได้นำไปพิจารณาหาทางแก้ไข บรรเทาความมัวเมาเขลาปัญญาของตนขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นเวลาที่พอดิบพอดี ยังไม่สายเกินไป เมื่อสิ้นลมหายใจจนไปถึงสถาบันใหญ่แล้ว ต้องนับว่าหมดหนทางแก้ไข มีอยู่เพียงอย่างเดียวคือ ถ้าไม่เผาก็ต้องฝังเท่านั้น จะพาไปรักษาศีลภาวนาทำบุญสุนทานอย่างแต่ก่อนนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







เมตตาตัวเองแล้วก็เมตตาผู้อื่นด้วย

บางสิ่งบางอย่างรู้ว่ามันดี แต่เราทำไม่ได้
บางสิ่งบางอย่างรู้ว่ามันไม่ดี แต่ว่าอดทำไม่ได้
อันนี้เราเป็นอย่างไร เขาก็เป็นอย่างนั้น
เขาเป็นอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้น
จิตใจเรานี้ยังไม่เข้มแข็ง ต้องให้อภัยตัวเอง
เมตตาตัวเอง แล้วก็เมตตาผู้อื่นด้วย ...
...
พระอาจารย์ชยสาโร





“เครื่องปรับอากาศของใจ”

เราได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะได้มาศึกษาพระธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่จะช่วยบรรเทาความวุ่นวายใจต่างๆ ให้ลดน้อยลงไปตามลำดับ ให้ใจเรามีความสุข มีความเย็นมีความสบายเพิ่มมากขึ้น ลดอุณหภูมิความร้อนของใจให้น้อยลง โดยเฉพาะช่วงนี้เรามีเหตุการณ์ต่างๆ ที่มาสร้างความรุ่มร้อนให้กับจิตใจของพวกเราเป็นอย่างมาก เริ่มต้นด้วยความร้อนที่เกิดจากโรคระบาด แล้วก็ผลกระทบที่ตามมาจากการมีโรคระบาด ทำให้การทำมาหากินของพวกเราแทบจะหยุดชะงักไป ทำให้รายได้ลดน้อยลงไป ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้คนตกทุกข์ได้ยากลำบาก อดอยากขาดแคลนต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ใจของพวกเราที่ถูกผลกระทบเกิดความรุ่มร้อนขึ้นมาในใจ ถ้าไม่มีธรรมะของพระพุทธเจ้า เราจะไม่สามารถที่จะดับความรุ่มร้อนใจต่างๆ ไปได้เลย ถ้ามีธรรมะของพระพุทธเจ้า เราจะสามารถดับความรุ่มร้อนใจต่างๆ ทำใจของเราให้เย็นให้สบาย ท่ามกลางเหตุการณ์ที่วุ่นวายใจต่างๆ ได้ เหมือนกับอากาศที่รุ่มร้อนในตอนนี้ พวกเราก็สามารถทำให้อากาศเย็นได้ด้วยการติดเครื่องปรับอากาศ เข้าไปในห้องในบ้าน เปิดเครื่องปรับอากาศความเย็นก็จะเกิดขึ้นมา ความร้อนที่อยู่ภายนอกบ้านก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาในบ้านได้

ธรรมะของพระพุทธเจ้าก็เป็นเหมือนเครื่องปรับอากาศของใจ จะปรับอุณหภูมิความร้อนที่มีอยู่ในใจให้หายไป ทำให้ใจเย็นใจสบาย ใจมีความสุข นี่แหละคือความวิเศษของพระธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าผู้ใดศึกษาแล้วน้อมนำเอาไปปฏิบัติได้จะได้รับผลอย่างแน่นอน จะทำให้จิตใจเย็นสบายท่ามกลางความรุ่มร้อนของเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นความไม่สะดวกในการดำรงชีพ ในการไปไหนมาไหน ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ จะไม่ทำให้ใจรุ่มร้อนถ้าใจมีธรรมะของพระพุทธเจ้าติดไว้ในใจ เป็นเหมือนเครื่องปรับอากาศของใจ ใจของผู้ที่มีธรรมจะเป็นใจที่เย็นที่สบาย ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้อนๆ ต่างๆ แต่ใจจะไม่เดือดร้อนกับเหตุการณ์ร้อนๆ ต่างๆ ใจจะเย็นใจจะสบาย ดังนั้นถ้าใจของพวกเราตอนนี้กำลังร้อนอยู่กับเหตุการณ์ต่างๆ ร้อนอยู่กับเรื่องราวต่างๆ ลองมาศึกษาธรรมะคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้ากันเถิด แล้วนำเอาไปปฏิบัติ เหมือนกับการไปซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดไว้ในบ้าน ถ้ามีเครื่องปรับอากาศแล้ว บ้านก็จะเย็นจะสบาย ความร้อนที่มีอยู่ภายนอกบ้านก็จะไม่สามารถเข้ามาภายในบ้านได้

พวกเรามาศึกษาธรรมะกันดีกว่า มาศึกษาวิธีทำใจให้ร่มเย็นเป็นสุขดีกว่า เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะทำให้ใจร่มเย็นเป็นสุขได้ ต่อให้มีเงินทองร้อยล้านพันล้าน ต่อให้เป็นใหญ่เป็นโตก็จะไม่มีความร่มเย็นเป็นสุขได้ถ้าไม่มีธรรมะ ถ้ามีธรรมะแล้วสามารถมีความร่มเย็นเป็นสุขได้ และการมีธรรมะนี้สามารถมีได้ด้วยกันทุกคนไม่ว่าจะยากจนหรือร่ำรวย ไม่ว่าจะเป็นใหญ่เป็นโต หรือไม่เป็นใหญ่เป็นโต ธรรมะนี้ไม่เลือกชาติชั้นวรรณะ ไม่เลือกฐานะ ธรรมะนี้ให้กับทุกคนเท่าเทียมกันหมด ทุกคนสามารถสร้างธรรมะขึ้นมาในใจได้ สามารถมีความสุขระดับของพระพุทธเจ้าได้ ระดับของพระอรหันตสาวกได้ คนทุกคนในโลกนี้มีสิทธิเท่าเทียมกันในทางธรรม ในทางโลกอาจจะไม่เท่าเทียมกัน มีการกีดกันกันมีการแบ่งแยกกัน แต่ทางธรรมนี้ไม่มีการกีดกั้นไม่มีการแบ่งแยก อยู่ที่ใครมีความสนใจหรือไม่เท่านั้น ถ้ามีความสนใจมีความยินดีในธรรม ก็สามารถที่จะสัมผัสรสแห่งธรรมที่เหนือกว่ารสทั้งปวงได้ ไม่ได้อยู่ว่าจะต้องเป็นหญิงหรือเป็นชาย เป็นนักบวชหรือเป็นผู้ครองเรือน เป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ ทุกคนมีดวงจิตดวงใจเหมือนกันหมดที่พร้อมที่จะรับธรรมอันประเสริฐของพระพุทธเจ้าเข้าไปสู่ภายในใจได้ ขอให้มีศรัทธาความเชื่อในคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า เท่านั้นเอง.

ธรรมหน้ากุฏิ
วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี






พระคติธรรม
สมเด็จพระญาณสังวร ฯ (เจริญ สุวฑฺฒโน)

หน้าที่ของคนเราที่จะพึงปฏิบัติต่อชีวิตร่างกาย
คือ การบริหารรักษาร่างกายให้ปราศจากโรค
ให้มีสมรรถภาพ และประกอบประโยชน์
เพื่อให้เป็นชีวิตดีชีวิตที่อุดม ไม่ให้เป็นชีวิตชั่ว
ชีวิตเปล่าประโยชน์ และในขณะเดียวกัน
ก็ให้กำหนดรู้คติธรรมดาของชีวิต
เพื่อความไม่ประมาท

พระพุทธเจ้าตรัสห้ามมิให้ทำลายชีวิตร่างกาย
ถ้าจะเกิดความอยาก ความโกรธ ความเกลียด
ในอันที่จะทำลายชีวิตร่างกายก็ให้ทำลาย
ความอยาก ทำลายความโกรธ ทำลายความ
เกลียดนั้นแหละเสีย

อีกอย่างหนึ่ง ธรรม คือคุณงามความดี
ตรงกันข้ามกับอธรรม คือ ความชั่ว
ซึ่งโดยมากก็รู้กันอยู่ ฉะนั้น เมื่อเคารพ
ในความรู้ หมายความว่าเมื่อรู้ว่าไม่ดี ก็ตั้งใจ
เว้นไว้ เมื่อรู้ว่าดี ก็ตั้งใจทำ ดังนี้เรียกว่า
เคารพในธรรมที่รู้โดยตรง ซึ่งทำคนให้เป็นคน
กล่าวคือเป็นมนุษย์โดยธรรม ...






#ธรรมะเตือนใจ

“ความสุขที่ได้รับ เป็นของไม่เที่ยง
สักวันนึง ก็ต้องจากไปทั้งหมด
แม้แต่ร่างกาย ที่คิดว่าเป็นของเรา
สุดท้ายมันก็ไม่ได้เป็นของเรา อย่างที่คิด”

(หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป)


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO