พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ศุกร์ 10 ก.ค. 2026 7:19 am
“..รากเหง้าของพระศาสนา.
ทาน - ศีล - ภาวนา
เป็นรากเหง้าของความเป็นมนุษย์
และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา
ที่มนุษย์ต้องคอยสั่งสมให้มาอยู่ในนิสัย
ทาน...เป็นเครื่องแสดงน้ำใจ
เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
ศีล...เป็นเครื่องปัดเป่าความคิดของผู้มีกิเลส
ภาวนา...อบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผลและความถูกต้อง
ผู้เป็นหัวหน้างาน หรือมีภารกิจมาก ควรหันมาฝึกใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะการภาวนาช่วยแก้ความยุ่งยากลำบากใจ
ทุกประเภทที่เป็นภาระหนัก
หากปล่อยใจโดยไม่มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง
คงไม่ได้รับความสุข แม้จะมีสมบัติก่ายกอง..”
ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
"..ให้พวกเราพากันนั่งดูลมหายใจเข้าหายใจออก หน้าที่อย่างอื่นไม่มี
ให้จิตอยู่ในปัจจุบัน ไม่คิดเรื่องอดีต ไม่คิดเรื่องอนาคต ไม่กังวลเรื่องเกิดแก่เจ็บตายของตนเองและผู้อื่น โลกเราเปลี่ยนเเปลงเกิดดับของมัน ปล่อยวาง รับรู้แต่ลมหายใจเข้าหายใจออกอย่างเดียว.."
#พระอาจารย์สิริปันโน
“... การแก้ไขปัญหาของสังคมส่วนรวม
ควรเริ่มต้นด้วยการปลูกฝังเมล็ดพันธ์ุแห่ง
ความเมตตากรุณาต่อผู้คนทั่วไปอย่าง
เสมอหน้า ให้หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจตนเอง
ข่มใจให้ฉ่ำเย็นประดุจสายน้ำ อดทนอดกลั้น
หนักแน่นประดุจแผ่นดิน เพื่อเพิ่มพูนขีดความ
สามารถสำหรับระงับยับยั้งความรู้สึกขุ่นข้อง
หมองมัว กระทั่งสามารถพลิกผันสถานการณ์
แห่งความร้อนรุ่มให้ผ่านพ้นไป ด้วยท่าที
อันเป็นกัลยาณมิตร
รู้จักประสานประโยชน์ อนุเคราะห์สงเคราะห์
สงบและสง่างาม แล้วในที่สุด เมล็ดพันธุ์แห่ง
ความเมตตากรุณานั้น จะค่อย ๆ เติบโต
ผลิดอกออกผลเป็นความกลมเกลียว
สมานฉันท์ แผ่กิ่งก้านสาขาแห่งสันติสุข
ปกคลุมถิ่นฐานบ้านเมืองนั้นให้เป็นรมณีย
สถานได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ...”
...
พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
(อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก
รากฐานที่เราจะต้องปฏิบัติ ใหม่ๆนี้
หนึ่ง ให้เป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา
สอง ให้เป็นคนกลัวคนละอายต่อบาป
สาม มีลักษณะที่ถ่อมตัว
ในใจของเรา เป็นคนที่มักน้อย
เป็นคนที่สันโดษ ถ้าคนมักน้อยในการพูด
การอะไรทุกอย่าง มันก็เห็นตัวของตัว
ไม่เข้าไปวุ่นวาย รากฐานที่มีอยู่ในจิตนั้น
ก็ล้วนแต่ ศีล สมาธิ ปัญญาเต็มอยู่ในจิต
ไม่มีอะไรอื่น จิตใจขณะนั้นก็เดินในศีล
ในสมาธิ ในปัญญา โดยอาการเช่นนั้น
...
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
#โอวาทธรรม
#หลวงตามหาบัว_ญาณสัมปันโน
โอวาทธรรมหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ระลึกถึงความตาย อย่างน้อยวันละ ๕ หน
"วันหนึ่งๆ ควรจะระลึกถึงความตายในตัวบ้าง อย่างน้อย ๕ หนก็ยังดี จิตใจของเราจะได้มีการยับยั้งจากความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม
ความโลภก็จะไม่มากนัก ความโกรธก็จะไม่มากนัก ความหลงก็จะไม่มากนัก เพราะมองเห็นป่าช้า"
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
"...ตราบใดที่ยังเห็น ว่า จิต คือตัวเรา เป็นของ
ของเรา เราที่ต้องช่วยให้จิตหลุดพ้น ตราบนั้น
ตัณหา หรือสมุทัย ก็จะสร้างภพของจิตว่างขึ้น
มาร่ำไป ขอย้ำว่าขั้นนี้ จิต จะดำเนินวิปัสสนา
ไปเอง ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติจงใจกระทำ ดังนั้นจึงกล่าว
ได้ว่า ไม่มีใครเลยที่จงใจ หรือตั้งใจบรรลุมรรค
ผล นิพพานได้ มีแต่จิตเค้าปฏิบัติตนเองไป เท่า
นั้น
เมื่อจิตทรง ตัวรู้แต่ไม่คิดอะไรนั้น บางครั้งจะมี
บางสิ่งผุดขึ้นมา สู่ภูมิรู้ ของจิต แต่จิตไม่สำคัญ
มั่นหมายว่ามันคืออะไรเพียงแค่รู้เฉย ๆ ถึงความ
เกิดดับนั้น เท่านั้น ในขั้นนี้ เป็นการเดินวิปัสสนา
ขั้นละเอียดที่สุด ถึงจุดหนึ่ง จิตจะก้าวกระโดด
ต่อไปเอง
การเข้าสู่มรรคผลนั้น รู้มีตลอด แต่ไม่คิด และ
ไม่สำคัญมั่นหมาย ในสังขารละเอียด คือความ
สงบอันประณีต ที่ผุดขึ้นมานั้น เมื่อจิตถอนออก
จากอริยะมรรคและอริยะผลที่เกิดขึ้นแล้ว ผู้ปฏิ
บัติจะรู้ชัดว่า ธรรมเป็นอย่างนี้
สิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นต้องดับไป ธรรมชาติบางอย่าง
มีอยู่ แต่ก็ ไม่มีความเป็นตัวตนสักอณูเดียว นี้เป็น
การรู้ธรรม ในขั้นพระโสดาบัน คือ ไม่เห็นว่า
สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้แต่ตัวจิตเองเป็นตัวเรา แต่ความ
ยึดถือในความเป็นเรายังมีอยู่ เพราะขั้นความเห็น
กับความคิด นั้นมันคนละขั้นกัน..."
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
#โอวาทธรรม
#หลวงปู่เทศก์_เทสรังสี
โอวาทธรรมหลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี
"ศีล สมาธิ ปัญญา"
" .. ปัญญาจะเกิดขึ้นก็เพราะสมาธิหนักแน่น สมาธิที่จะหนักแน่นได้ก็เพราะมีศีลบริสุทธิ์เสียก่อน
สมาธิก็ต้องอาศัยปัญญา คอยช่วยด้วยเหมือนกัน ต้องมีอุบายแยบคาย สำหรับที่จะชำระจิตใจของตน ให้จิตปล่อยวางอารมณ์ทั้งปวงลงได้ และศีลจะบริสุทธิ์ได้ เพราะปัญญาเห็นชัดตามเป็นจริง
คือเห็นโทษเห็นภัยในการที่ไม่รักษาศีล
เมื่อเห็นโทษแล้ว จึงรักษาศีลให้บริสุทธิ์ได้ .. "
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย
อย่าทำตามใจ ให้ไปตามธรรม ศีลอย่างแท้จริงเป็นไปด้วยความมีสติ รู้สิ่งที่ควรหรือไม่ควร
ระวังการระบาย ออกทางทวารทั้งสาม
คอยบังคับ กาย วาจา ใจ ให้เป็นไปในขอบเขต ของศีลที่สภาพเป็นปกติ ศีลที่เกิดจาก
การรักษามีสภาพปกติ ไม่คะนองทาง
กาย วาจา ใจ ให้เป็นที่เกลียด
นอกจากความปกติ งดงาม ทางกาย วาจา ใจ
ของผู้มีศีลว่า เป็นศีล เป็นธรรม
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ชีวิตคนเราก็เหมือนน้ำขุ่นในแก้วหนึ่งใบ
เมื่อเขย่าตลอดมันก็จะขุ่นตลอดไม่มีวันที่จะใสได้
แต่ถ้าเมื่อใดเรามีสติ เรามีสมาธิ
เมื่อเราพิจารณาและหยุด หมั่นคอยฝึกฝนจิต คอยภาวนา
เมื่อนิ่ง เมื่อฝุ่นตกตะกอนแล้ว
วันนั้นน้ำใสๆ ก็จะปรากฏให้เราเห็น
โอวาทธรรม
#หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร
"ความดี นั้นทำอย่างไรจึงจะดี"
"... ความดีก็คือให้เราพากันตั้งใจว่า
ในวันนี้ เราจะสร้างพระสักองค์หนึ่งไว้ในจิตในใจ เพื่อเป็นมงคลแก่เรา เพราะพระพุทธรูปนั้นเป็นของวิเศษ และศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าวัตถุใดๆ ในโลก เป็นสิ่งที่จะป้องกันตัวเราให้คลาดแคล้วจากความทุกข์ภัยทั้งปวง โดยเฉพาะการสร้างพระไว้ในตัว ก็คือ
นั่งสมาธิภาวนา ทำดวงจิตให้เกิดความสงบ เมื่อจิตสงบ กายก็สงบ ปิติความอิ่มกายอิ่มใจก็จะบังเกิดขึ้นในร่างกาย คือสติเต็มตัว ใจก็เต็มตัว เมื่อ ปิติ เกิดมากๆ ก็จะกลายเป็น สุข ขึ้น เมื่อ สุข มากๆ แล้ว มันก็จะต้องใส ความใส คือ ตัว วิปัสสนาญาณ มองเห็นสังขารร่างกายของตนเอง ในความเป็นจริงว่า กายนี้คือธาตุทั้ง ๔ ไม่ใช่ตัวตน เรา เขา เป็นของไม่เที่ยงและเป็นทุกข์ ต่อจากนี้ก็จะเกิดความเบื่อหน่าย ปล่อยวางในสังขาร ไม่ยึดถือว่าเป็นสาระแก่นสาร แยกกายจิตออกเป็นคนละส่วน
จิตนั้น ก็จะหมดภาระในการแบกหามรูปกายไว้ กลายเป็นจิตที่มีอิสรภาพเบาสบาย จะมองไปทางไหนก็โปร่งโล่งเหมือนเรารื้อพื้นกระดานบ้าน รื้อหลังคา รื้อฝาออกหมดแล้ว เมื่อมองไปข้างล่างก็จะแลเห็นพื้นแผ่นดิน แหงนดูข้างบนก็จะแลเห็นดาว มองไปในทิศทั้ง ๔ ก็ไม่มีสิ่งใดมาบังตาของเราไว้ ย่อมแลเห็นได้ตลอด ชัดเจนหมด มองไปทางตะวันตกเราก็จะมองเห็น ทุกข์ มองไปทางใต้ก็จะเห็น สมุทัย มองไปทางตะวันออกก็เห็น นิโรธ และมองไปทางเหนือก็แลเห็น มรรค
ใครมองเห็นอย่างนี้ท่านเรียกว่าคนเต็มบาท คือมีครบ ๔ สลึง และถ้า ๔ สลึงหลายๆ หน ก็จะกลายเป็นตำลึงจนถึงชั่ง มีค่าสูงขึ้นไปทุกที ผู้นั้นก็จะกลายเป็นคนมั่งมีสมบัติมาก คือ มีอริยทรัพย์ พ้นจากความยากจน ..."
""""""""""""""""""""""""""""""
#พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์
#พระอาจารย์ลี_ธมฺมธโร
วัดอโศการาม ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง
จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ.๒๔๔๙ - ๒๕๐๔
#ถ้าคิดทำความดี
#ให้ทำได้ทันที
#ถ้าคิดทำความชั่ว
#ให้เลิกคิดทันที
ถ้าเลิกคิดไม่ได้
ก็อย่าทำวันนี้
ให้พลัดวันไปเรื่อย ๆ
ถึงจะรู้ร้อยเรื่อง พันเรื่อง
ก็ไม่สู้ รู้เรื่องดับทุกข์
โลกสว่างด้วยแสงไฟ
ใจสว่างด้วยแสงธรรม
แสงธรรมส่องใจ
แสงไฟส่องทาง
ผู้สนใจธรรม
สู้ผู้รู้ธรรมไม่ได้
ผู้รู้ธรรม
สู้ผู้ปฎิบัติธรรมไม่ได้
ผู้ปฎิบัติธรรม
สู้ผู้ที่เข้าถึงธรรมไม้ได้
มีทรัพย์มาก
ย่อมมีความสะดวกมาก
มีธรรมะมาก
ย่อมมีความสุขมาก
#โอวาทธรรม
หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร
วัดสันติวนาราม
ตำบลเขาวงกต
อำเภอแก่งหางแมว
จังหวัดจันทบุรี
“... การให้ธรรมเป็นทาน คือการให้อันยอด
เพราะเป็นการช่วย หงายของที่คว่ำ เปิดของ
ที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีป
ในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปได้
ใครมีส่วนร่วมในการส่งเสริม ศรัทธา ศีล
จาคะ และปัญญา ในจิตใจของเพื่อนมนุษย์
ย่อมได้บุญอย่างยิ่ง ...”
...
พระอาจารย์ชยสาโร
Powered by phpBB © phpBB Group.
phpBB Mobile / SEO by Artodia.