นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน อาทิตย์ 21 มิ.ย. 2026 6:13 pm

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


Switch to mobile style


โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: รักษาศีล ภาวนา
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 29 พ.ค. 2026 1:16 pm 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5341
“..กรรมจำแนกแจกสัตว์ให้เป็นต่างๆ กัน และเสวยผลต่างๆ กันตามวิบากของตนที่ทำไว้ ใครเกิดเป็นอะไร อยู่ที่ใด ย่อมตกอยู่ในอำนาจแห่งกรรมดี ชั่ว สุข ทุกข์ด้วยกัน ไม่มีพิเศษจากกรรมต่างกันอะไรเลย ผู้ทำดี ผลที่สนองตอบก็เป็นสุข ผู้ทำชั่ว ผลนั่นก็เป็นทุกข์ คำว่าสุขหรือทุกข์มีได้ในสัตว์ทั่วไปไม่นิยมชาติกำเนิด เป็นเพียงหยาบละเอียดต่างกันเท่านั้น ทั้งกายหยาบ กายละเอียด สรุปแล้วก็คือเรือนร่างแห่งความสุข ทุกข์เราดีๆ นี่เอง จึงไม่ควรตื่นเต้นในการเกิดซึ่งเท่ากับการตาย ในขณะเดียวกัน ผู้ไม่อยากตาย แต่ยังปรารถนาอยากเกิดเป็นนั่นเป็นนี่อยู่ก็เท่ากับปรารถนาความตายอยู่นั่นเอง..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)





"มนุษย์อยากสุข แต่ไม่รู้จักสุข อยากหนีทุกข์
แต่ไม่รู้จักทุกข์ สุ่มสี่สุ่มห้าเดินคลำไปคลำมา
ในความมืด เอาความหวังในความสุขข้างหน้า
เป็นที่ปลอบใจ

บางคนอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเนรมิต
ให้ความมืดกลายเป็นความสว่าง แต่พระพุทธ
ศาสนาสอนว่า โยม.. มันสว่างอยู่แล้ว
ไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวที่ไหนหรอก
ลืมตาก็จะเห็นเอง"

พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ




"เดินจงกรมกลับไปกลับมา ก็ให้นึกพุทโธ อย่าได้ทิ้งพุทโธ

ผู้ที่ได้สมาธิขณะเดินจงกรมนี้ สมาธิไม่เสื่อมง่าย ตั้งอยู่ได้นาน จิตมันรวมลงไปได้ง่าย

ส่วนร่างกายก็เบา มิเจ็บแข้งมิเจ็บขา เลือดลมไปมาสะดวก จะมานั่งก็นั่งได้นาน เดินตอนกลางวันก็ไม่อืดอาด อาหารถูกธาตุไฟเผาจนหมด

หากจิตรวมแล้วก็จะเห็นได้ว่า มีเทวดามายืนถือพานดอกไม้บูชาอยู่หัวท้ายทางจงกรม บางพวกก็พนมมือไหว้ สาธุ สาธุ อยู่"

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ
สำนักชีบ้านห้วยทราย จ.มุกดาหาร






เมื่อมีเหตุคุกคามสิ่งและบุคคลที่เรารัก
ความกลัวมักจะเกิดขึ้น และคนส่วนใหญ่
ทนความกลัวและความรู้สึกไร้อำนาจที่จะ
ป้องกันสิ่งที่กลัวนั้นได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น
ผู้ไม่ชอบรู้สึกกลัวมักจะปล่อยให้จิตโกรธ
ผู้ที่ทำให้กลัวหรือผู้ที่เชื่อว่าหรือคาดคะเนว่า
เป็นเหตุ เสน่ห์ของความโกรธคือการดับ
ความกลัวชั่วคราว และความรู้สึกมีพลัง
โทษคือความใจร้อนและความหยาบของจิต
ที่โกรธ ย่อมมีผลกระทบต่อปัญญาที่ตัองใช้
ในการป้องกันและแก้ปัญหา

พุทธศาสนาสอนให้เรารักด้วยปัญญา
สำนึกในความไม่แน่นอนของชีวิตของตน
และคนรอบข้างอยู่เสมอ ปัญญาเกิดขึ้น
ความกลัวก็น้อยลง ความกลัวน้อยลง
ความโกรธก็น้อยลง ความโกรธน้อยลง
จิตจะมีความพร้อม เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุด
ในแต่ละเหตุการณ์ ...
...
พระอาจารย์ชยสาโร






อีกไม่กี่วันข้างหน้าเป็นวันวิสาขบูชา ให้เตรียมพร้อมเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเข้าไปวัดวาศาสนา วัดไหนที่เราเคยไปกราบพระพุทธปฏิมาหรือครูบาอาจารย์ก็ให้เตรียมพร้อม เพราะว่าอีกสักไม่กี่วันก็ใช่แล้ว

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งในทางพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพาน ๓ กาล ในวันเดียวกัน ชาวพุทธทั่วโลกถือว่าเป็นวันเคารพของพวกเรา เพราะฉะนั้นพวกเราที่เป็นพุทธศาสนิกชนก็ควรจะให้ความตื่นตัว ตื่นใจให้ความสำคัญ

ความสำคัญก็คือตัวเองนั่นล่ะ ไม่ใช่เพื่อพระพุทธเจ้านะ พระพุทธเจ้าท่านเป็นตัวอย่างที่ดี แล้วก็น้อมเข้ามาหาตนเอง โอปนยิโก มองตนเองให้เราเป็นคนดีเหมือนพระพุทธเจ้า ถ้าไม่เหมือนพระพุทธเจ้าให้ได้สักนิดหน่อยก็ยังดี คือพระพุทธเจ้าแนะนำให้เราคิดดีทำดีพูดดี คิดยังไงเป็นสัมมาทิฏฐิ กระทำยังไงเป็นสัมมาทิฏฐิ พูดยังไงเป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิคือความคิดชอบ คิดดีทำดีพูดดี ถ้ามิจฉาทิฏฐิก็คิดผิดทำผิดพูดผิด

คิดยังไงคิดผิด คิดโลภอยากจะได้ของเขามาเป็นของตนเอง เกิดเป็นขโมยขึ้นมา แล้วก็เบียดบังรังแก เพราะมีความโลภในจิตใจ สามารถที่จะทำความชั่วได้หลาย ๆ อย่างในใจ โลภอยากจะได้ของเขา พยาบาทปองร้ายเขา ทั้งที่ไม่มีอะไรก็ปองร้ายเขา อิจฉาเขา คิดไม่ดีล่ะทีนี้ อันสุดท้ายก็คือเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม ไม่มีวัยวุฒิไม่มีคุณวุฒิ พ่อแม่ปู่ย่าตายายไม่มีสูงไม่มีต่ำ ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว นรกสวรรค์ไม่มี ตายแล้วสูญ อันนี้แปลว่าคิดไม่ดี คิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ

ในเมื่อเราคิดเป็นมิจฉาทิฏฐิแล้ว การกระทำออกไปก็เป็นมิจฉาทิฏฐิ จะฆ่าใครก็ได้ เพราะไม่มีบาปมีบุญ ใครจะเดือดร้อนยังไงไม่ได้สนใจ ทำตามอำเภอใจ ทำตามอัธยาศัยของตนเองอยากจะทำ จะฆ่าใครก็ได้ จะขโมยใครก็ได้ จะละลาบละล้วงในสามี ภรรยา ลูกหลานของใครก็ได้ จะโกหกต้มตุ๋นหลอกลวงใครก็ได้ จะดื่มสุราให้ขาดสติก็ได้ เพราะเหตุใด เพราะจิตใจเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นความเห็นผิด แล้วการกระทำออกมาก็ผิด การพูดออกมาก็ผิด พูดออกไปก็มุสา จากนั้นก็ยุยงให้คนแตกร้าวสามัคคีกัน แนะนำไปในทางที่ไม่ถูกต้อง พูดไม่ดี

สรุปแล้วก็คือ มิจฉาทิฏฐินี้ก็คือคิดผิด ทำผิดแล้วก็พูดผิด ถ้าสัมมาทิฏฐินี่ตรงข้าม ไม่โลภอยากจะได้ถ้าไม่ใช่ของตนเอง ไม่พยาบาทปองร้าย ไม่เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม แล้วก็เป็นผู้มีศีลห้า การพูดจาพาทีก็อยู่ในกรอบ ไม่มุสา ไม่โกหกต้มตุ๋นหลอกลวงคนอื่นเขา อันนี้แหละ ออกมาจากใจทั้งหมด

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
พระธรรมเทศนา “สมองลูกน้องใจ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒





“เรื่องของจิตใจของพวกเรา”

นี่ทุกข์มาตั้งแต่วันเกิดเลยไม่ใช่จะมารอวันแก่วันเจ็บวันตายเท่านั้น การมาเกิดนี้มีความทุกข์รอเราอยู่ตั้งแต่วินาทีแรกที่คลอดออกมาจากท้องแม่เลย พอมีร่างกายแล้วก็ต้องเลี้ยงดูมัน ถ้ามันขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งมันก็จะแสดงอาการทุกข์ให้เราเห็นทันที ร่างกายขาดน้ำขาดอากาศขาดอาหารเมื่อไหร่มันจะแสดงอาการทุกข์ขึ้นมาทันที แล้วการหาปัจจัยมาเลี้ยงก็ไม่ใช่เป็นการหาแบบได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่เป็นเหมือนกับน้ำฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ต้องมีการตะเกียกตะกายมีการดิ้นรนขวนขวายหาปัจจัย ๔ มาเลี้ยงดูร่างกาย ก็ต้องทุกข์กับการหาปัจจัย ๔ มาเลี้ยงดูร่างกาย แล้วก็ต้องมาทุกข์กับภัยรอบด้านของร่างกาย ทุกข์กับภัยที่มาตามธรรมชาติ เช่น มาด้วยไฟ ไฟไหม้ มาด้วยน้ำท่วม มาด้วยแผ่นดินไหว มาด้วยพายุ นี่ก็เป็นภัยที่จะสามารถมาทำลายร่างกายได้ มาสร้างความทุกข์ให้กับร่างกายได้ นอกจากภัยธรรมชาติ ยังมีภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เป็นเด็กเกิดมาเขาถึงรีบฉีดวัคซีนป้องกันเลย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวอีสุกอีใสก็มา อะไรโรคภัยต่างๆ จะเข้ามาเบียดเบียนทันทีก็ต้องมีการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนชนิดต่างๆ นอกจากภัยจากโรคภัยไข้เจ็บแล้วยังมีภัยที่เกิดจากเพื่อนมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานอีก ก็ต้องคอยระวังอย่าไปเจองู อย่าไปเจอสัตว์ร้าย เจอสัตว์ร้ายก็อาจจะถูกสัตว์ร้ายกัดทำให้ตายได้ นอกจากสัตว์ร้ายแล้วยังมีมนุษย์ที่ใจร้ายอีก มนุษย์ที่ไม่ปรารถนาดีก็อาจจะเอาไปทำร้ายได้อีก

โลกนี้มันมีแต่ความทุกข์รอบด้าน มีภัยรอบด้าน การมาเกิดนี้เป็นการมาหาทุกข์มาหาภัย ทั้งๆ ที่คิดว่ามาหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรส และความสุขที่ได้จากลาภยศสรรเสริญสุข หรือจากรูปเสียงกลิ่นรสมันก็ยังมีภัยในตัวของมันอีก เพราะลาภยศสรรเสริญมันก็มีทั้งแบบที่เราชอบและแบบที่เราไม่ชอบ เวลาได้แบบที่เราชอบก็เกิดความสุขขึ้นมา เวลาได้แบบที่เราไม่ชอบมันก็กลายเป็นความทุกข์ขึ้นมา เราชอบความเจริญของลาภยศสรรเสริญสุขกัน แต่เราไม่ชอบความเสื่อมของลาภยศสรรเสริญสุขกัน แต่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะนี่มันเป็นธรรมชาติของลาภยศสรรเสริญสุข ที่มันมีทั้ง ๒ แบบด้วยกัน มีทั้งแบบที่เราชอบและแบบที่เราไม่ชอบ และบางทีเราก็เลือกไม่ได้ห้ามไม่ได้ ไม่อยากได้แบบที่เราไม่ชอบแต่บางทีก็ยัดเยียดให้เรา บางทีเราก็ต้องไปเจอกับความเสื่อมของลาภยศสรรเสริญ ความเสื่อมของความสุขที่ได้จากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ ทั้งๆ ที่เราไม่อยากได้ไม่อยากเจอแต่บางทีเราก็ต้องเจอมัน คนบางคนรวยแล้วจนก็มี คนบางคนใหญ่แล้วก็กลับมาเป็นเล็กก็มี มีตำแหน่งมียศ วันดีคืนดีก็ถูกปลดยศปลดตำแหน่งได้ หรือถึงวาระที่มันต้องสิ้นสุดลง เช่น เป็นข้าราชการได้ยศตำแหน่งกัน ไต่เต้าขึ้นไปจากขั้นต่ำไปจนถึงขั้นสูงแต่พอครบอายุราชการก็ถูกปลดออกทันที

นี่คือทุกข์ที่เรามาเจอกันโดยทั้งๆ ที่เราไม่อยากจะได้กันเพราะเราต้องการความสุขกันเพียงอย่างเดียว แต่มันก็ต้องเจอกับความทุกข์เหล่านี้ ความสุขที่ได้จากรูปเสียงกลิ่นรสก็มีวันเสื่อมเหมือนกัน เช่น ความสุขที่เราได้จากคนที่เรารัก วันดีคืนดีเขาก็อาจจะจากเราไปก็ได้ วิธีจากของเขาก็มีหลายวิธีด้วยกัน จากเพราะตายก็มี จากเพราะทิ้งเราก็มี หนีเราไปก็มี จากเพราะว่าเขาไม่สามารถทำหน้าที่ให้ความสุขกับเราก็มี เช่น เกิดเวลาเขาพิกลพิการไป เราก็อาจจะไม่อยากจะอยู่กับเขาอีกแล้ว เพราะเขาไม่สามารถให้ความสุขกับเราได้ ก็อาจจะต้องมีการจากกัน เขาไม่จากเราๆ ก็จากเขา นี่คือเรื่องของกองทุกข์ของการเกิด พอเกิดขึ้นมาแล้วต้องเจอกับความทุกข์ต่างๆ แบบนี้ แล้วก็ต้องมาเจอความทุกข์ในบั้นปลายของชีวิตอีกที่ทุกคนที่ฟันฝ่าความทุกข์ต่างๆ มาได้ พอเข้าสู่วัยแก่ก็ต้องมาเจอกับความทุกข์ของความแก่ชรา เวลาแก่ก็ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง จะทำอะไรก็ไม่คล่องแคล่วว่องไว ทำอะไรก็รู้สึกยากลำบากไปหมด หูตาก็มัว นี่คือความทุกข์ที่เกิดจากความแก่ แล้วเวลาแก่ก็จะถูกโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนมากเพราะอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมันเริ่มเสื่อมลง มันเริ่มหมดคุณภาพ ไม่สามารถทำหน้าที่ให้ร่างกายอยู่อย่างปกติสุขได้ เริ่มเจ็บตรงนั้นเริ่มปวดตรงนี้ เริ่มเป็นโรคนั้นโรคนี้ โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคสารพัดโรคต่างๆ ก็จะเริ่มโผล่ขึ้นมาไปจนถึงวันสิ้นลมหายใจก็คือวันตาย

นี่คือภาพของความทุกข์ของการที่เรามาเกิดกัน ถ้าเราไม่มานั่งวิเคราะห์มานั่งพิจารณากันเราอาจจะคิดว่า โอ้โฮ การเกิดนี้ดีเหลือเกิน เวลาใครได้ลูกนี้ โอ้โหยแสดงความยินดีกัน ดีใจที่ได้ลูกกัน แต่หารู้ไม่ว่ากำลังได้กองทุกข์กัน ทั้งตัวลูกเองก็ได้กองทุกข์ ทั้งตัวพ่อแม่ก็ได้กองทุกข์เพราะจะต้องมาเลี้ยงดูลูกอีก จะต้องมาหวงมาห่วงอีกมากังวลอีก มาทุกข์กับความเป็นความตายของลูก ลูกเป็นอะไรพ่อแม่ก็มักจะเป็นไปกับลูก ลูกทุกข์พ่อแม่ก็ทุกข์ไปกับลูก ลูกสุขพ่อแม่ก็สุขไปกับลูก ลูกไปบวชพ่อแม่ก็ไปบวชกับลูก เวลาลูกไปบวชที่วัดพ่อแม่ก็ตามไปวัด เห็นไม๊ เวลาลูกติดคุกติดตะรางพ่อแม่ก็ไปติดคุกติดตะรางกับลูก พ่อแม่ก็ต้องไปคุกไปตะราง ไปเยี่ยมลูกอยู่เรื่อยๆ นี่คือความทุกข์ที่เกิดจากการมีลูก แต่ถ้าไม่คิดก็จะคิดว่า โอ๊ย มีลูกแล้วมีความสุขมีเพื่อนแก้เหงามีอะไรที่จะมาคอยดูแลเราในยามที่เราแก่เราชรา เวลาเราไม่สบาย ถ้าได้ลูกกตัญญูก็ดีไปไง ถ้าไปได้ลูกอกตัญญูก็ช่วยไม่ได้ ลูกมันก็ไม่เหลียวแลเรามันจะไปห่วงแต่ผัวมันเมียมันลูกมัน ส่วนพ่อแม่มันลืมไปแล้วมันไม่สนใจ นี้เรื่องของการมาเกิด การที่เราหาลาภยศสรรเสริญ หาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะนี่จะพาให้เราต้องมาเกิดใหม่อยู่เรื่อยๆ เพราะว่าไม่ว่าเราจะหาได้มากได้น้อยเท่าไหร่มันจะไม่มีคำว่าพอ จะไม่มีคำว่าอิ่ม อิ่มก็อิ่มเดี๋ยวเดียว พอก็พอเดี๋ยวเดียวแต่ไม่อิ่มแบบถาวรไม่พอแบบถาวร มันกลับจะทำให้เกิดความหิวเกิดความอยากใหม่ขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ หิวไปเรื่อยๆ จนวันตาย พอร่างกายนี้ตายไปก็ต้องไปหาร่างกายอันใหม่ต่อ

แล้วก่อนที่จะได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ได้ร่างกายของมนุษย์ก็ต้องไปเกิดในสวรรค์หรือเกิดในอบายก่อนตามอำนาจของบุญหรือของบาปที่ได้ทำเอาไว้ ถ้าทำบาปด้วยความไม่รู้ด้วยความหลงหรือความไม่เชื่อว่าบาปนี้มีจริง ตายไปก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าทำบาปด้วยความโลภก็ไปเป็นเปรต ทำบาปด้วยความกลัวก็ไปเป็นอสูรกาย ทำบาปด้วยความอาฆาตพยาบาทก็ไปนรก ถ้าทำบุญก็ได้ไปสวรรค์ ถ้าทำบุญด้วยการทำบุญทำทานรักษาศีล ไม่ทำบาปก็จะได้ไปสู่สวรรค์ ๖ ชั้นด้วยกัน ขึ้นอยู่ว่าทำมากทำน้อย ตั้งแต่ชั้นจาตุม ยามา ดุสิต อีก ๓ ชั้น ปรนิมอะไรนี่ มีอยู่ ๖ ชั้นด้วยกัน ดาวดึงส์ นิมมานปรนิม นี่คือสวรรค์ที่ผู้รักษาศีล แล้วก็ทำบุญทำทานจะได้ไปกัน แล้วผู้ที่รักษาศีล ๘ แล้วฝึกสมาธิก็จะได้ไปสู่สวรรค์ชั้นพรหมแต่ก็ต้องกลับลงมาใหม่ กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ หลังจากบุญที่ส่งไปหมดกำลังลง เหมือนกับน้ำมันของเครื่องบิน พอเครื่องบินรู้ว่าน้ำมันจะหมดนี้ต้องรีบหาสนามบินลงแล้ว เพราะถ้าไม่ลงแบบลงสนามบินอาจจะไปลงในทุ่งนาก็ได้ งั้นต้องรีบหาสนามบินลงก่อนเพื่อจะได้มาเติมน้ำมันใหม่ อันนี้ก็เหมือนกัน พอบุญหรือบาปที่ส่งให้ไปเกิดในสวรรค์หรือในอบายหมดกำลังลงก็จะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ แล้วก็มาทำแบบเดิมต่อไป มาหาลาภยศสรรเสริญ มาหาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะชนิดต่างๆ แล้วก็อาจจะหาโดยวิธีทำบาปหรือไม่ทำบาป แล้วถ้าหาได้มากก็อาจจะเอาไปทำบุญเอาไปแจกให้คนอื่น

นี่คือเรื่องของจิตใจของพวกเราที่มาเกิดในโลกของมนุษย์นี้ มีความเป็นมาอย่างนี้ มีความเป็นไปอย่างนี้ ถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีหาความสุข ถ้าเรายังหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะอยู่นี้เราก็จะวนเวียนอยู่กับการเวียนว่ายตายเกิดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะได้มาเจอกับพระพุทธ พระธรรม หรือพระสงฆ์ที่รู้วิธีที่จะทำให้เรายุติการเวียนว่ายตายเกิด ยุติการเกิดแก่เจ็บตายได้ด้วยการสอนวิธีหาความสุขแบบใหม่ให้กับพวกเรา ให้เราเลิกหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ ด้วยการมาหาความสุขจากการทำบุญทำทาน การรักษาศีล และการภาวนา นี่คือทางเลือกทางใหม่ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ทรงค้นพบทางที่จะพาให้เราออกจากกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้ ออกจากกองทุกข์ของสังสารวัฏของไตรภพ ของกามภพของรูปภพของอรูปภพ ต้องออกด้วยการทำทาน รักษาศีล ภาวนา.

สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี







“..วัน คืน ปี เดือน กินไปทุกวัน ๆ ชีวิตใครจะมีมากน้อยเพียงไรก็ตาม วินาทีกินไป นาทีกินไป ชั่วโมงกินไป กินทุกวี่ทุกวันทุกเวล่ำเวลา หลับตื่นลืมตากินไปตลอดสาย แม้จะมีอายุกี่ล้านปีก็เถอะ เพราะมันถูกกินไปอยู่เสมอไม่หยุดไม่ถอยอย่างนี้มันต้องหมดไปได้ ชีวิตเป็นล้าน ๆ ก็เถอะ เพราะความกินอยู่เสมอ เวลานาทีกินไปอยู่เรื่อย ๆ กินไม่หยุดไม่ถอยก็ถึงจุดหมายปลายทางน่ะซิ แล้วก็สลายหรือทำลายไปได้
.
เวลานี้ชีวิตยังไม่หมด แม้กาลจะกินไปทุกวันทุกเวลา แต่ยังเหลืออยู่พอที่จะได้แบ่งทำคุณงามความดี หาสาระเป็นที่พึ่งของใจเราได้ในขณะนี้ จึงควรตื่นตัว ตายแล้วไปหาทำบุญทำทานที่ไหนกัน ตายแล้วถึงจะตื่นตัวมันตื่นไม่ได้ จึงเรียกว่า “คนตาย” รักษาศีลไม่ได้ ภาวนาไม่ได้ นอกจากจะเสวยผลที่เราได้ทำแล้วตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
(พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔)






#จงเอาตัวของเราเป็นธรรมะ
"... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ใน
ตัวเราทั้งนั้น ปัญจักขันธา คือขันธ์ทั้ง
ห้า ขันธ์ก็แปลว่า.. กอง

... กองรูป กองเวทนา กองสัญญา
กองสังขาร กองวิญญาณ มากองอยู่
ในตัวเรานี้หมด กองบุญกองบาปอยู่นี่
หมด กองสวรรค์กองนิพพานก็อยู่ใน
ตัวของเรานี้หมดนั่นแหละ อย่าคำนึง
ไปที่อื่น กองสุขกองทุกข์อยู่ในตัวของ
เรานี้ทั้งนั้น

... เหตุนั้น ให้พากันรู้จักแจ่มแจ้ง
นี่แหละอภิธรรมทั้งหลาย ท่านจึงได้ว่า
ธรรมทั้งหลายอยู่ในตัวของเรา..
รูปก็รูปธรรม นามก็นามธรรม จะว่าเป็น
ของพระพุทธเจ้าอย่างไรเล่า ..."

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
#พระอาจารย์ฝั้น_อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร ต.พรรณา อ.พรรณานิคม
จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๔๒ - ๒๕๒๐)






เราจะเป็นเพื่อนที่ดีกับใครเราต้องพยายาม
เข้าใจเขาให้ดีเสียก่อน เราจึงจะทำหน้าที่
ของเพื่อน เช่นการช่วยป้องกันอันตราย
หรือสนับสนุนให้เขาได้ความสุขความเจริญ
จึงจะได้ผลดี ในทำนองเดียวกัน เราจะเป็น
เพื่อนที่ดีกับตัวเอง ต้องเข้าใจตัวเองเสียก่อน
แต่ทุกวันนี้คนเราไม่ค่อยรู้จักตัวเอง
จึงไม่เป็นเพื่อนกับตัวเองเท่าที่ควร ไม่อยาก
เป็นทุกข์เลย แต่ชอบสร้างเหตุสร้างปัจจัย
ให้เป็นทุกข์อยู่เรื่อย ...
...
พระอาจารย์ชยสาโร





“..วัน คืน ปี เดือน กินไปทุกวัน ๆ ชีวิตใครจะมีมากน้อยเพียงไรก็ตาม วินาทีกินไป นาทีกินไป ชั่วโมงกินไป กินทุกวี่ทุกวันทุกเวล่ำเวลา หลับตื่นลืมตากินไปตลอดสาย แม้จะมีอายุกี่ล้านปีก็เถอะ เพราะมันถูกกินไปอยู่เสมอไม่หยุดไม่ถอยอย่างนี้มันต้องหมดไปได้ ชีวิตเป็นล้าน ๆ ก็เถอะ เพราะความกินอยู่เสมอ เวลานาทีกินไปอยู่เรื่อย ๆ กินไม่หยุดไม่ถอยก็ถึงจุดหมายปลายทางน่ะซิ แล้วก็สลายหรือทำลายไปได้
.
เวลานี้ชีวิตยังไม่หมด แม้กาลจะกินไปทุกวันทุกเวลา แต่ยังเหลืออยู่พอที่จะได้แบ่งทำคุณงามความดี หาสาระเป็นที่พึ่งของใจเราได้ในขณะนี้ จึงควรตื่นตัว ตายแล้วไปหาทำบุญทำทานที่ไหนกัน ตายแล้วถึงจะตื่นตัวมันตื่นไม่ได้ จึงเรียกว่า “คนตาย” รักษาศีลไม่ได้ ภาวนาไม่ได้ นอกจากจะเสวยผลที่เราได้ทำแล้วตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
(พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔)


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 27 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO