Switch to full style
พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ตอบกระทู้

ทำบุญให้ทาน

เสาร์ 23 พ.ค. 2026 12:51 pm

โลก ถ้าไม่มีการช่วยเหลือ ไม่มีการให้ทาน เฉลี่ยเผื่อแผ่กันแล้ว ไม่มีความหมาย

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน








มนุษย์เราจะยากดีมีจนบุญหนักศักดิ์ใหญ่ หรืออาภัพวาสนาอย่างไร ก็ล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน








ทำบุญให้ทานมันจึงไม่ได้ห่วงหน้าห่วงหลัง ทำทุกอย่างทำอะไรในโลกอันนี้ห่วงหน้าห่วงหลังห่วงยุ่งเหยิงวุ่นวายทั้งนั้นแหละ เมื่อมีการทำบุญแล้ว จิตทำบุญนั้นละจิตตัดความวุ่นวายยุ่งเหยิง ให้สร้างเสียเวลายังไม่ตาย ตายแล้วก็ไม่เป็นห่วง ไม่ตายก็ไม่เป็นห่วง บุญไม่ห่วงแหละอยู่ในนี้เลย ถ้าภายนอกแล้วห่วงทั้งนั้นแหละ ทั้งห่วงทั้งหวง ตายแล้วเป็นเปรตเฝ้าอยู่นั้นมันมี ในชาดกท่านแสดงไว้ อู๋ย น่าสลดสังเวชนะ ความตระหนี่ถี่เหนียวมันแสดงฤทธิ์ให้เจ้าของนั่นแหละ พูดแล้วมันสลดสังเวชนี่นะ

ฟังซิว่าความตระหนี่ถี่เหนียว สมบัติเงินทองข้าวของมีมากมีน้อยไม่แจกไม่จ่ายไม่ทำบุญให้ทาน หวงไว้ๆ จะตายก็ยังหวงอยู่ ตายไปแล้วสมบัติเงินทองข้าวของกลายไปเป็นอาจมให้เจ้าของกิน ฟังซิมันน่าสลดสังเวชไหม นั่นละโทษแห่งความตระหนี่ถี่เหนียว มันมีคุณอะไรบ้าง น่าสลดสังเวชไหมฟังกันให้ดีนะ ขนาดนั้นละ นอกจากนั้นยังเป็นเปรตเป็นผีมาเฝ้าบ้านเฝ้าเรือน ถ้าหากว่ากรรมไม่หนักมากกว่านั้น ถ้ากรรมหนักมากกว่านั้นก็จมลงในนรกเลย เพราะฉะนั้นการทำบุญให้ทานจึงตัดสิ่งเหล่านี้ออกได้ทั้งนั้นๆ ไม่มีอะไรตัดได้ ตัดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเหล่านี้

มีบุญเท่านั้นตัดได้ เอ้า แบ่งกินแบ่งทานจึงเรียกว่าเป็นมนุษย์ฉลาด มีแต่กินไม่ได้ทานก็ไม่ได้นะ มีแต่ทานไม่ได้กินยังพออยู่จะว่ายังไง อ้าวมันอิ่มหัวใจนี่นะ หลวงตาเล่าให้ฟัง เราอิ่มใจของเราเราอยู่ในภูเขา ไม่กินข้าวกี่วันช่างหัวมัน ภาวนาซัดกันกับกิเลส ซัดกับกิเลสจนกระทั่งชาวบ้านเขาตีเกราะประชุมเขาว่าเราตายแล้ว เราอุ่นใจอยู่นี้เราไม่ได้ห่วงอะไร แต่เขาเป็นห่วงเราเขาว่าเราจะตาย แต่เราไม่ได้ห่วงเราว่าเราจะตาย เราชมสมบัติภายในของเรานี่ มันสง่างามเหมือนจะเหาะเหินเดินฟ้าภายในใจ นั่นเห็นไหมท้องปากจะตายแต่หัวใจไม่ได้เป็นอย่างนั้น ดีดผึงๆ นั่นละจึงเอาอันนี้ละมาเป็นสักขีพยานให้พี่น้องทั้งหลายทราบ

ธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่มีฤทธิ์มีเดชมากถ้าปฏิบัติตาม แต่นี้ไม่ค่อยปฏิบัติตามกันน่ะซิ ชาวพุทธเรามีแต่ลมปากเฉยๆ ใครถามก็ว่าถือศาสนาพุทธๆ อยู่ในท้องแม่ยังไม่ได้ ตกคลอดออกมาก็ว่าศาสนาพุทธ ออกมาจากคำปากแม่ มันเป็นอย่างนั้นนะ บทเวลาให้ปฏิบัติไม่ปฏิบัติ ไม่มีจริงมีจังอะไรก็ไม่มีความแน่นหนามั่นคงภายในใจซิคนเรา ความแน่นหนามั่นคงทั้งหมดอยู่กับความดีนะ ไม่ได้อยู่กับสิ่งทั้งหลายนะ พิจารณาให้ดี

บุญกุศลเวลาเราสร้างพอเต็มที่ๆ แล้วมันถึงขั้นพอ เหมือนน้ำเต็มแก้ว เวลาพอแล้วเต็มแก้ว เอาน้ำมหาสมุทรมาก็ไม่อัศจรรย์ เอาน้ำบ่อน้ำบึงที่ไหนมาก็ไม่อัศจรรย์ เพราะเต็มแก้วแล้ว ถ้ายังไม่เต็มยังหิว เห็นอันนั้นมันคว้าเห็นอันนี้มันคว้า พอมันเต็มเต็มที่แล้วไม่หิว เอาอะไรมาก็ไม่หิว เอาอะไรมาก็ไม่อัศจรรย์เพราะพอแล้ว นั่นละคำว่าพอแล้วจึงไม่มีอะไรเสมอคำว่าพอแล้ว นิพพานแปลว่าพอแล้ว สร้างให้มันถึงเมืองพอซิในหัวใจของคนเรา เมื่อพอแล้วเป็นอย่างนั้นแหละ

ไม่ต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้า ทูลถามอะไรเป็นของอันเดียวกัน น้ำเต็มแก้วอย่างเดียวกันถามกันทำไม มองดูเต็มแก้วแล้วแก้วไหนก็เต็มอย่างเดียวกันแล้วถามกันหาอะไร แก้วนี้เต็มแล้วทำไมเป็นอย่างนั้นทำไมเป็นอย่างนี้ไม่เคยมี เต็มแล้วต้องเต็มแล้ว พระพุทธเจ้ากี่หมื่นกี่แสนกี่ล้านๆ พระองค์ไม่ต้องไปทูลถามท่าน เป็นของอันเดียวกัน นั่นละให้รู้ในหัวใจนั่นซิการปฏิบัติธรรม มาพูดโก้ๆเก้ๆเฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร ให้มันเห็นในหัวใจเจ้าของนั่นซิ พระพุทธเจ้าสอนลง สนฺทิฏฺฐิโก ให้รู้เองเห็นเองนั่นแหละถนัดชัดเจนดีท่านว่า ดีกว่าไปถามคนอื่น ดีกว่าคนอื่นมาบอก ให้เราเห็นชัดเจนซิ

ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน แต่พวกเรามาทำเป็นกระดาษเศษไปหมด หนังสือก็เรียน เรียนมาได้แต่ความจำ ความจริงไม่มีในหัวใจก็ร้อนเหมือนไฟนั่นแหละ ถ้าความจริงมีอยู่ในหัวใจมากน้อยแล้วเย็นคนเรา เย็นๆ ฟาดให้มันเต็มแก้วซิน้ำ พอแล้วอยู่ไหนสบาย ตายเมื่อไรว่าพร้อมก็ยังไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ว่าพอแล้วตายเมื่อไรก็ได้ พอแล้วว่างั้น พอ นั่นซิผู้ปฏิบัติธรรมให้มันเห็นอยู่ในหัวใจเจ้าของนั่นซิ พระพุทธเจ้าเห็นในหัวใจ พระสาวกทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเห็นในหัวใจ เต็มในหัวใจแล้ว ก็สดๆ ร้อนๆ เหมือนกันกับพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่นั่นแหละ ไม่ผิดแปลกอะไร ธรรมอันเดียวกัน กิเลสประเภทเดียวกัน ฟาดมันม้วนเสื่อลงไปหมดแล้วไม่มีอะไรมากวนใจ นั่นแหละแสนสบาย อยู่ในใจนี่แหละ

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
จากธรรมเทศนา “ ตายแบบพระพุทธเจ้า”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๐(เช้า)
ณ วัดป่าบ้านตาด





" กำลังจิตที่ไม่เป็นระเบียบ ไม่เป็นอำนาจอันมหาศาล ต้องอาศัยการภาวนาคาถา เพื่อให้จิตเป็นหนึ่งใช้คาถานั่นแหละ เป็นองค์ภาวนาต่างสะพานข้ามฟากไป พอจิตข้ามฟากไปถึงจุดหมายปลายทาง
คือเป็นหนึ่ง เป็นพลังมหาศาลแล้วก็รื้อสะพาน คือคาถาที่ภาวนาทิ้งไป จิตเป็นหนึ่งเป็นพลังมหาศาล
แล้วเขาเรียกว่า จิตตานุภาพ "

หลวงพ่อเดิม พุทธสโร






“ทุกข์นี้ไม่มีทางแก้ มีแต่ยอมรับ
ยอมรับว่า ทุกอย่างมันมีทุกข์
ใครคือผู้มีทุกข์ล่ะ
ก็กาย ใจ นี่แหละมีทุกข์
สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์นั่นแหละ มีทุกข์
แต่คนผู้ไม่ได้พิจารณา
ก็จะเห็นสิ่งเหล่านี้ว่า เป็นความสุข
สุขที่เกิดจากสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย
สุดท้ายก็ใจที่รับจากอารมณ์ที่สมปรารถนา
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ไม่เที่ยง
การปฏิบัติธรรมท่านให้ยึดหลัก
อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา
ทุกอย่างล้วนแต่เป็นอนิจจัง
เป็นทุกขัง และเป็นอนัตตา”

หลวงปู่ทองสุข อุตตรปัญโญ
วัดอนาลโยทิพยาราม อ.เมือง จ.พะเยา





พวกเราทุก ๆ ท่านนะ เกิดมาทั้งที ไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วจะได้มาถึงขนาดนี้ไม่ใช่นะ เป็นบุญที่เราบำเพ็ญคุณงามความดี สั่งสมคุณงามความดี ถ้าหากว่าภพนี้ชาตินี้เราได้บำเพ็ญคุณงามความดี ความดีก็ต่อเติมขึ้นไป ส่งเสริมเติมขึ้นไป ถ้าหากว่าเกิดมาภพนี้ชาตินี้เป็นมิจฉาทิฐิ สำมะเลเทเมา แปลว่าความดีหด อยู่ตัว ไม่ขยาย เผลอ ๆ ความชั่วเติมเข้าไปอีก ตกนรกหมกไหม้ ตกต่ำไปอีก ถ้าหากว่าเกิดมาภพใดชาติใดได้พบบัณฑิตนักปราชญ์ ได้พบหมู่เพื่อนที่ดี ได้บำเพ็ญคุณงามความดีสั่งสมบุญกุศล บุญกุศลก็ต่อเติมขึ้นไปอีก ยาวขึ้นไป มันเป็นอย่างนั้นนะลูกหลาน

บาปกับบุญ เหมือนกับมะพร้าว ๒ หน่อ หน่อหนึ่งก็คือบาป หน่อหนึ่งก็คือบุญ เราจะต่อยอดไหน เราจะใส่ปุ๋ยต้นไหน เราจะรดน้ำต้นไหน ถ้าเรารดน้ำต้นบุญ บุญก็งอกเงยสวยงามเหลืองอร่ามขึ้นมา มีดอกมีผลสมบูรณ์ ถ้าหากว่าเราไม่เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นรกสวรรค์ไม่มี เราก็ทำความชั่ว เมื่อทำความชั่ว ความชั่วก็งอกเงยขึ้นไป งอกเงยสวยงาม ต้นที่เป็นคุณงามความดีก็อับเฉาเหี่ยวแห้ง ไม่เจริญงอกงาม มันเป็นอย่างนั้น ความดีกับความชั่วในจิตใจของพวกเรา

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ผลจากการสั่งสมบารมีหลายอสงไขย”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๙
ตอบกระทู้