Switch to full style
พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ตอบกระทู้

ความเพียร

เสาร์ 16 พ.ค. 2026 2:55 pm

ศีล สมาธิ ปัญญา ไตรสิกขาไม่ได้ฝึก
เพื่อให้เราทำความดี ไม่เบียดเบียนใครเท่านั้น
แต่ไตรสิกขายังเปลี่ยนแปลงเรา ให้ได้พัฒนา
ตนจนจิตหลุดพ้นจากความทุกข์ เกิด แก่
เจ็บ ตาย ยังมีอยู่ แต่ว่าจิตไม่ทุกข์แล้ว
เพราะว่าไม่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกู
...
พระไพศาล วิสาโล







“..เราทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนา มีบุญพอเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภูมิ ดังที่ทราบอยู่แก่ใจ แต่อย่าลืมตัวลืมวาสนาของตัว โดยลืมสร้างคุณงามความดีเสริมต่อภพชาติของเราที่เคยเป็นมนุษย์ จะเปลี่ยนแปลงและกลับกลายหายไป ชาติต่ำทรามที่ไม่ปรารถนาจะกลายมาเป็นตัวเราเข้าแล้วแก้ไม่ตก ความสูงศักดิ์ ความต่ำทราม ความสุขทุกขั้นจนถึงบรมสุข และความทุกข์ทุกขั้นจนเข้าขั้นมหันตทุกข์เหล่านี้ มีได้กับทุกคนตลอดสัตว์ถ้าตนเองทำให้มี อย่าเข้าใจว่าจะมีได้เฉพาะผู้กำลังเสวยอยู่เท่านั้น โดยผู้อื่นมีไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติกลาง แต่กลับกลายมาเป็นสมบัติจำเพาะของผู้ผลิตผู้ทำก็ได้ ฉะนั้นท่านจึงสอนไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามกัน เมื่อเห็นเขาตกทุกข์หรือกำลังจน จนน่าทุเรศ เราอาจมีเวลาเป็นเช่นนั้นหรือยิ่งกว่านั้นก็ได้ เมื่อถึงวาระเข้าจริง ๆ ไม่มีใครมีอำนาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะกรรมดีชั่วเรามีทางสร้างได้เช่นเดียวกับผู้อื่น จึงมีทางเป็นได้เช่นเดียวกับผู้อื่น และผู้อื่นก็มีทางเป็นได้เช่นที่เราเป็นและเคยเป็น..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)





“..ตน อยู่ไหน ตนมีความทุกข์ก็เพราะตนทำให้ตน เมื่อทำความดีใส่ตนแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้รู้ตน เป็นผู้ยกตน เป็นผู้รักษาตน ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแก่ตน อัตฺตาหิ อัตตโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน เป็นที่พึ่งของตนได้ก็เพราะตนนั่นแหละทำความดี เป็นที่พึ่งของตนไม่ได้ก็เพราะตนเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่มีศรัทธาเข้าวัดฟังธรรมรักษาศีล มันมัวแต่เห็นแก่ปากแก่ท้อง มัวหามาใส่ปากใส่ท้อง คอยเวลาที่มันตายนั่นแหละ ในเบื้องต้นให้ตรวจดู ทานบารมีก็ดี ศีลบารมีก็ดี เนกขัมมบารมีก็ดี ตรวจดูมันอยู่อย่างไร อยู่ที่เราจะก้าวขึ้น ก้าวขึ้นชั้นสูง ให้ทานสูงนั่นแหละเรียกว่าปรมัตถบารมี เลือดเนื้อชีวิตจิตใจนี่แหละถวายบูชาพระพุทธเจ้า ถวายบูชาพระธรรม ถวายบูชาพระสงฆ์ ได้ชื่อว่าให้ทานสูง อันนี้ได้ชื่อว่าเป็นปรมัตถทาน ปรมัตถบารมี ให้ทานเลือดเนื้อไม่เห็นแก่ชีวิตจิตใจ มุ่งหน้าทำความเพียรจนตลอดวันตาย เป็นทานบารมี ไม่ต้องหวงแหนมันไว้ ต้องให้มันทำความเพียร อย่าปล่อยให้มันชำรุดทรุดโทรมไป มันมีแต่จะจะทรุดโทรมไปเหมือนเรือคร่ำคร่านั่นแหละ มันมีแต่สลักหักพังไป ครั้นมันเฒ่ามาแล้ว มันบำเพ็ญเพียรอีหยังบ่ได้หรอก ยังหนุ่มยังแน่นตั้งใจทำความเพียรไป..ครั้นเฒ่าอย่างอาตมานี่มันผ่านมาแล้ว แม้จะแบกแต่กระดูกของตนก็จะตายแล้ว ปานนั้นมันก็บ่ยอมให้เขา หอบมันอยู่ นี่แหละกระดูก จะตายให้มันตายอยู่นั่น ไม่ยอมหรอกเรื่องทำความเพียร เอามันจนตาย..”

อนาลโยวาท
หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
(พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)







ชีวิตของเราก็เหมือนกับเป็นภาชนะว่าง ถ้าหากเราไม่สนใจไม่ตั้งใจในการฝึกฝนอบรมตนในการละบาป บำเพ็ญกุศล ชำระจิตใจของตนให้สะอาด ปล่อยให้จิตไหลไปสู่ที่ต่ำอยู่เสมอ เหมือนกับเอาแต่ของไม่สะอาดไปใส่ในกาย วาจา ใจ ของเรา ชีวิตของเราก็เป็นภาชนะว่างที่กลายเป็น ‘กระโถน’ ทำให้ชีวิตเป็นกระโถนที่เต็มไปด้วยความสกปรกโสโครกเหม็นน่าเกลียด แต่เดิมนั้นภาชนะไม่ใช่กระโถน หากเป็นกระโถนเพราะว่าเราใช้ให้เป็นกระโถน

แต่สมมติว่าภาชนะว่างคือชีวิตของเรานั้น เราฝืนกิเลสของตัวเอง ไม่ทำตามกิเลส สนใจในการที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยธรรม ทำให้ชีวิตเบิกบานโดยคุณธรรม มันก็เหมือนกับว่าเราตั้งภาชนะนี้ไว้ในที่ดี แล้วเอาดินใส่ เอาต้นไม้ใส่ รดน้ำพรวนดิน เสร็จแล้วภาชนะนี้จะเรียกเป็นกระโถนไม่ได้ ต้องเรียกว่าเป็น ‘กระถาง’

ดังนั้น ภาชนะนี้มันเป็นอะไรกันแน่? เราก็ตอบได้ว่า แล้วแต่ เป็นกระโถนก็ได้ เป็นกระถางก็ได้ ถ้าทำให้เป็นกระโถน ก็เป็นกระโถนไป ทำให้เป็นกระถาง ก็เป็นกระถางไป และเมื่อเป็นกระโถนแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นกระโถนตลอดไป ถ้าสมมตินี้ว่าสิ่งนี้เราใช้เป็นกระโถนนานแล้ว วันใดวันหนึ่งเลิกใช้เป็นกระโถน ทำความสะอาดเอาดินใส่เข้าไป เอาต้นไม้ปลูกเข้าไป ดูแลรักษาให้ดี กระโถนก็กลายเป็นกระถาง แต่ถ้าเอาไปใช้เป็นกระถางแล้ว วันใดวันหนึ่งเกิดเบื่อหน่าย ดึงต้นไม้ที่สวยงามออกไปทิ้ง เอาดินออกมา ถุยน้ำลายใส่ เอาน้ำ เอาปัสสาวะใส่ เอาอะไรต่ออะไรใส่จนสกปรกเปรอะเปื้อน มันก็กลายเป็นกระโถน กระถางก็เปลี่ยนเป็นกระโถนได้ กระโถนก็เปลี่ยนเป็นกระถางได้ กลับไปกลับมาแล้วแต่เรา

ชีวิตของพวกเราก็เหมือนกัน เราจะนำชีวิตของตนเป็นกระโถนก็ได้ เป็นกระถางก็ได้ แต่เมื่อเราเคยให้ชีวิตของตนเป็นกระโถน ไม่เคารพนับถือตัวเอง ไม่รักตัวเอง ปล่อยให้ชีวิตมั่วสุมกับของสกปรกโสโครก กลายเป็นภาชนะที่เรียกว่ากระโถน อย่านั่งเสียใจระทมขมขื่น อย่าหมดหวัง เพราะกระโถนกลายเป็นกระถางได้

พระอาจารย์ชยสาโร





สัจจบารมี
ยอดคำสอนของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย

“การนอนเป็นเวลา การตื่นเป็นเวลา
การรับประทานเป็นเวลา ทำอะไรให้ตรงต่อเวลา
ก็ให้มีสัจจะไว้ในใจว่า เราจะทำอะไรให้มันจริงใจสักอย่างหนึ่ง
ให้เป็นวิหารธรรมเครื่องอยู่ของใจ
นี่คือแผนการสร้างพลังจิตพลังใจ

การทำอะไรเป็นเวลาตรงไปตรงมา เป็นการสร้างสัจจบารมี
ถ้าใครมีสัจจะความจริงใจ มีสัจจบารมี ใกล้ต่อการตรัสรู้
ถ้าขาดสัจจะความจริงใจแล้วยังห่างพระพุทธเจ้า

ผิดรู้ตัวว่าผิด ถูกรู้ตัวว่าถูก ไม่โกหกใคร
ผิดรับไปตามผิด ถูกรับไปตามถูก นั่นเป็นการสร้างสัจจบารมี
เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายก็ควรจะได้ฝึกตัวเองให้มีสัจจบารมีบ้าง”





“..ตน อยู่ไหน ตนมีความทุกข์ก็เพราะตนทำให้ตน เมื่อทำความดีใส่ตนแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้รู้ตน เป็นผู้ยกตน เป็นผู้รักษาตน ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแก่ตน อัตฺตาหิ อัตตโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน เป็นที่พึ่งของตนได้ก็เพราะตนนั่นแหละทำความดี เป็นที่พึ่งของตนไม่ได้ก็เพราะตนเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่มีศรัทธาเข้าวัดฟังธรรมรักษาศีล มันมัวแต่เห็นแก่ปากแก่ท้อง มัวหามาใส่ปากใส่ท้อง คอยเวลาที่มันตายนั่นแหละ ในเบื้องต้นให้ตรวจดู ทานบารมีก็ดี ศีลบารมีก็ดี เนกขัมมบารมีก็ดี ตรวจดูมันอยู่อย่างไร อยู่ที่เราจะก้าวขึ้น ก้าวขึ้นชั้นสูง ให้ทานสูงนั่นแหละเรียกว่าปรมัตถบารมี เลือดเนื้อชีวิตจิตใจนี่แหละถวายบูชาพระพุทธเจ้า ถวายบูชาพระธรรม ถวายบูชาพระสงฆ์ ได้ชื่อว่าให้ทานสูง อันนี้ได้ชื่อว่าเป็นปรมัตถทาน ปรมัตถบารมี ให้ทานเลือดเนื้อไม่เห็นแก่ชีวิตจิตใจ มุ่งหน้าทำความเพียรจนตลอดวันตาย เป็นทานบารมี ไม่ต้องหวงแหนมันไว้ ต้องให้มันทำความเพียร อย่าปล่อยให้มันชำรุดทรุดโทรมไป มันมีแต่จะจะทรุดโทรมไปเหมือนเรือคร่ำคร่านั่นแหละ มันมีแต่สลักหักพังไป ครั้นมันเฒ่ามาแล้ว มันบำเพ็ญเพียรอีหยังบ่ได้หรอก ยังหนุ่มยังแน่นตั้งใจทำความเพียรไป..ครั้นเฒ่าอย่างอาตมานี่มันผ่านมาแล้ว แม้จะแบกแต่กระดูกของตนก็จะตายแล้ว ปานนั้นมันก็บ่ยอมให้เขา หอบมันอยู่ นี่แหละกระดูก จะตายให้มันตายอยู่นั่น ไม่ยอมหรอกเรื่องทำความเพียร เอามันจนตาย..”

อนาลโยวาท
หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
(พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)






..ความสงบของบุคคลจึงไม่ค่อยเหมือนกัน บางคนสงบแล้ว มีแสงสว่าง บางคนสงบแล้ว เห็นสิ่งต่างๆ บางคนสงบแล้ว ก็ไม่เห็นอะไรเลย บางคน บางที ครั้งแรกนี้อาจสงบอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้..

..#โอวาทธรรมพระราชวัชรปัทมคุณ หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร : วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม..





ทุกวันพระ ให้พวกเราสมาทานศีล ๕ ที่บ้านนะ พอตื่นเช้ามาก็สมาทานศีล อิมานิ ปัญจสิกขา ปะทานิ สะทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานศีล ๕ วันนี้เป็นวันพระ วันนี้ข้าพเจ้าจะไม่ฆ่าสัตว์ทุกประเภท เป็นยุงเป็นเรือดเป็นมดเป็นแมลง ข้าพเจ้าจะไม่ขโมยสิ่งของของเขา ข้าพเจ้าจะเคารพในสิทธิสามีภรรยาคนอื่นเขา ข้าพเจ้าจะไม่โกหกต้มตุ๋นหลอกลวงคนอื่น ไปโกหกคนอื่นของเขาถึงจะพูดเล่นก็ตาม ข้าพเจ้าจะไม่โกหก ข้าพเจ้าจะไม่ดื่มของมึนเมาขาดสติ เพียง ๕ ข้อนั้นก็เป็นศีล ๕ เป็นพุทธศาสนิกชนได้แล้วนะ พระพุทธองค์บอกว่าผู้มีศีล ๕ ไม่ตกนรก เมื่อตายไปแล้วก็มีแต่ภพสูงส่งขึ้นไปสู่สวรรค์ แล้วจะไปเลือกเกิดเป็นมนุษย์ได้ เพราะอะไรเพราะเราตั้งพื้นฐานไว้ดี

เพราะฉะนั้นพุทธศาสนิกชนอย่างพวกเรา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ควรจะตั้งใจนะ ทุกวันพระ ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เดือนหนึ่งก็เพียง ๔ ครั้งเท่านั้นเอง เราตั้งต้นไปเรื่อย ๆ นะ เมื่อเราตั้งต้นได้อย่างนั้นแล้วเมื่อเรามีอุปสรรค เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรก็ตาม เรานึกย้อนหลัง ใจของเราจะมีหลักนะ จิตใจของเราจะมั่นคงในจิตใจ ข้าพเจ้าได้สมาทานศีลทุกวันพระมาโดยตลอด บุญกุศลจุดนี้แหละเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าที่จะเดินไปสู่สัมปรายิกภพ มันมั่นใจนะลูกหลานนะ

ถ้าหากว่าพวกเราไม่ได้ทำคุณงามความดี เมื่อถึงคราวจำเป็นจวนเจียนมาเราระลึกอะไรก็นึกไม่ได้ เคว้งคว้าง ว้าเหว่อ้างว้าง เงียบเหงาเศร้าซึม ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นทุกวันพระตั้งแต่ บัดนี้เป็นต้นไป ให้พวกเรามีศีล ๕ ทุกวันพระ ถ้าว่าผู้ใดมีอายุสูงขึ้นไปแล้วก็รักษาศีลอุโบสถ อันนั้นยิ่งดีใหญ่

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ผ้าป่า ๘๔,๐๐๐ กอง ณ สวนแสงธรรม”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๘







“..ตน อยู่ไหน ตนมีความทุกข์ก็เพราะตนทำให้ตน เมื่อทำความดีใส่ตนแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้รู้ตน เป็นผู้ยกตน เป็นผู้รักษาตน ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแก่ตน อัตฺตาหิ อัตตโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน เป็นที่พึ่งของตนได้ก็เพราะตนนั่นแหละทำความดี เป็นที่พึ่งของตนไม่ได้ก็เพราะตนเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่มีศรัทธาเข้าวัดฟังธรรมรักษาศีล มันมัวแต่เห็นแก่ปากแก่ท้อง มัวหามาใส่ปากใส่ท้อง คอยเวลาที่มันตายนั่นแหละ ในเบื้องต้นให้ตรวจดู ทานบารมีก็ดี ศีลบารมีก็ดี เนกขัมมบารมีก็ดี ตรวจดูมันอยู่อย่างไร อยู่ที่เราจะก้าวขึ้น ก้าวขึ้นชั้นสูง ให้ทานสูงนั่นแหละเรียกว่าปรมัตถบารมี เลือดเนื้อชีวิตจิตใจนี่แหละถวายบูชาพระพุทธเจ้า ถวายบูชาพระธรรม ถวายบูชาพระสงฆ์ ได้ชื่อว่าให้ทานสูง อันนี้ได้ชื่อว่าเป็นปรมัตถทาน ปรมัตถบารมี ให้ทานเลือดเนื้อไม่เห็นแก่ชีวิตจิตใจ มุ่งหน้าทำความเพียรจนตลอดวันตาย เป็นทานบารมี ไม่ต้องหวงแหนมันไว้ ต้องให้มันทำความเพียร อย่าปล่อยให้มันชำรุดทรุดโทรมไป มันมีแต่จะจะทรุดโทรมไปเหมือนเรือคร่ำคร่านั่นแหละ มันมีแต่สลักหักพังไป ครั้นมันเฒ่ามาแล้ว มันบำเพ็ญเพียรอีหยังบ่ได้หรอก ยังหนุ่มยังแน่นตั้งใจทำความเพียรไป..ครั้นเฒ่าอย่างอาตมานี่มันผ่านมาแล้ว แม้จะแบกแต่กระดูกของตนก็จะตายแล้ว ปานนั้นมันก็บ่ยอมให้เขา หอบมันอยู่ นี่แหละกระดูก จะตายให้มันตายอยู่นั่น ไม่ยอมหรอกเรื่องทำความเพียร เอามันจนตาย..”

อนาลโยวาท
หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
(พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)






“..การยกโทษผู้อื่นโดยขาดความไตร่ตรองนั้น ไม่มีอะไรดีขึ้นพอได้รับประโยชน์บ้างเลย นอกจากเป็นการสั่งสมโทษและบาปกรรมใส่ตนให้ได้รับความทุกข์ ไม่มีวันสิ้นสุดเท่านั้น จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน แล้วงดความรู้ความเห็นชนิดเป็นภัยแก่ตนเสีย ก็จะกลายเป็นผู้ดีมีหวังสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ใจที่เคยเหี้ยมโหดโกรธกริ้วก็จะมีวันสงบเย็น เวลาถ่ายภพถ่ายชาติเกิดในภพใหม่ชาติใหม่ก็มีหวังผลเป็นกำไร คือความสุขเป็นสมบัติ ไม่ล่มจมระงมทุกข์ไปตลอดกาล..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
ตอบกระทู้