พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
จันทร์ 04 พ.ค. 2026 9:30 am
" อริยทรัพย์ คือทรัพย์ภายใน ๗ อย่าง
เพราะฉะนั้นให้พากันตั้งใจรักษาศีลให้ทานทำบุญ
หาก บ่ ทำ บ่ ได้บุญ
เฮาเกิดมาแล้วต้องทำให้ตัวเราเกิดความสุขความเจริญ
ถ้า บ่ มีบุญ..มันกะ บ่ สุข บ่ เจริญได๋..
ทำบุญในพระพุทธศาสนาเป็น อริยทรัพย์
คือทรัพย์ภายใน ๗ อย่าง..
๑. ศรัทธา ความเชื่อความเลื่อมใสใน พระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์ ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นี่ว่าศรัทธาเป็นอริยทรัพย์ อริยทรัพย์นี้ เป็นทรัพย์ภายใน ตกน้ำบ่ไหลตกไฟบ่...ไหม้..โจรลักเอาไปบ่ได้..
๒. ศีล ศีล ๕ ก็ตาม ศีล ๘ ก็ตาม
เรียกว่าศีล คือรักษากายวาจาให้เรียบร้อย บ่อฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ไม่ประพฤติผิดในกามหลายอย่างเรียกว่าศีล..
๓. หิริ ความละอายต่อบาปไม่ทำชั่วทั้งในที่ลับและที่แจ้ง..
๔. โอตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป บ่กล้าทำบาปให้เปรียบเหมือนงูเห่าอสรพิษเข้าใกล้บ่ได้..บาปนี่ให้ห่างไกล
๕. พหุสัจจะ หมั่นศึกษา เป็นผู้ได้ยิน..ได้ฟัง..ธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เรียกว่าพหุสัจจะเป็นอริยทรัพย์อีกอย่างหนึ่ง
๖. จาคะ การบริจาค ให้ทานเพื่อประโยชน์แก่คนอื่นการบริจาค คือ เปลี่ยนจากทรัพย์ภายนอกเปลี่ยนเป็นทรัพย์ภายใน..เป็นอริยทรัพย์ภายในอีกอย่างหนึ่ง
๗. ปัญญา ความรอบรู้ดีหรือชั่วถูกหรือผิด..เฮารู้แยกแยะด้วยปัญญาอยู่ในใจของเรานี้เรียกว่า..ปัญญา
-ศรัทธา
-ศีล
-หิริ
-โอตัปปะ
-พหุสัจจะ
-จาคะ
-ปัญญา
๗ อย่างนี้เรียกว่าอริยทรัพย์
ผู้ใดทำได้ยิ่งดีหลาย..
บุญหลาย..อริยทรัพย์... "
โอวาทพระธรรมคำสอน
พระราชวชิรอุดมมงคล
พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่บุญมา สุชีโว
อายุวัฒนมงคล ๙๔ ปี ๗๔ พรรษา
วัดสามัคคีสิริมงคล (วัดป่าสุขเกษม)
อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
“..ของดีมีอยู่กับตัวเราทุกคน ก็พากันปฏิบัติเอา ทำเอา
เมื่อเวลาตายแล้วจึงวุ่นวาย
หานิมนต์พระมากุสลามาติกา
ไม่ใช่เกาถูกที่คัน ต้องรีบแก้เสียบัดนี้
คือ เร่งทำความดี(ภาวนา)แต่บัดนี้
จะได้หายห่วง อะไรๆ ที่เป็นสมบัติของโลก
มิใช่สมบัติอันแท้จริงของเรา ตัวจริง(ศพ)ไม่มีใครเหลียวแล
สมบัติในโลกเราแสวงหามา หามาทุจริตก็เป็นไฟเผา
เผาตัวทำให้ฉิบหายได้จริงๆ
ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและความโง่เขลา
ของผู้แสวงหาแต่ละราย
ท่านผู้พ้นทุกข์ไปด้วยความอุตส่าห์
สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา
ท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทองเครื่องหวงแหน เป็นคนร่ำรวย สวยงามเฉพาะสมัย จึงพากันรัก พากันห่วง จนไม่รู้จักเป็น รู้จักตาย สำคัญตนว่าจะไม่ตาย และพากันประมาทจนลืมตัว
เพลิดเพลินตักตวงเอาแต่สิ่งไม่เป็นท่า ใส่ตนแทบหาบไม่ไหว..”
ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
ประโยชน์จะเกิดก็ต่อเมื่อลงมือปฏิบัติ
...
ข้าวหุงอยู่ในหม้อมันจะเกิดประโยชน์อะไร
ถ้าเราไม่ปฏิบัติกับมัน เอาทัพพีมาตักใส่จานซิ
ตักแกงใส่นิดหน่อย ใส่น้ำพริกทานเข้าไป ...
นี่ มันเกิดประโยชน์ขึ้นไหม ข้าวมันดีอยู่แล้วนะ
พุทธศาสนาก็เหมือนข้าวหุงอยู่ในหม้อ ถ้าเอา
ศาสนาตั้งไว้เฉย ๆ อย่างนั้น มันจะเกิด
ประโยชน์อะไร มันก็อยู่แต่ในหม้อนั่นแหละ
จะให้เอาข้าวที่ดี ข้าวหอมมะลิ ข้าวเก่ามาหุง
แล้วตั้งไว้อย่างนั้น มันจะอิ่มอร่อยเกิดประโยชน์
อะไรไหม เอาศาสนาให้ตั้งอยู่ในโลกเฉย ๆ
แต่เราไม่พากันปฏิบัติ เราพากันไปกราบอยู่
อย่างนั้น ถ้าเรากราบได้ ก็แสดงว่าเราเชื่อ
เรายอม ถ้าเราเชื่อ เรายอมแล้ว เราก็ต้อง
ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน
ศาสนาจะเกิดประโยชน์ ก็ต้องอาศัยการ
ปฏิบัติของเราทุกคน ...
...
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทฺโท)
".. คนเราเกิดคนเดียว แก่ก็แก่คนเดียว
เจ็บก็เจ็บคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว
เรื่องการละกิเลส การบำเพ็ญกุศล
ไม่มีใครทำให้เราได้ เป็นงานของเราโดยเฉพาะ .."
โอวาทธรรมคำสอนท่านพระอาจารย์ชยสาโร
“..ภาวนา เป็นยอดของบุญ คนมีศีลแต่ไม่มีภาวนาก็ไปนิพพานไม่ได้ การภาวนาเป็นบุญอย่างยอด เราไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพียงแต่นั่งให้สบาย จะขัดสมาธิหรือพับเพียบก็ได้ แล้วแต่จะเหมาะแก่สถานที่และสังคม มือขวาวางทับมือซ้าย แล้วก็ตั้งใจหายใจเข้าออกด้วยการระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ภาวนาไม่ใช่เป็นเรื่องของพระธุดงค์ หรือเป็นของพระของเณร ของคนโง่คนฉลาด หรือคนมีคนจน แต่เป็นของซึ่งทุกคน ทุกเพศ ทุกชั้น ทุกวัย จะทำได้ คนเจ็บคนไข้นั่งนอนอยู่กับบ้านก็ทำได้ และทำได้ไม่เลือกกาลเลือกเวลา..”
ธมฺมธโรวาท
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
(พ.ศ.๒๔๔๙-๒๕๐๔ )
“...ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
และไม่มีวันกลับแพ้ได้
จึงได้แก่การชนะใจตนเอง
ที่จะไม่คิดร้าย พูดร้าย และทำร้าย
หากพิจารณาพฤติการณ์ทั่วไป
ในหมู่มนุษย์ย่อมพบว่า
การได้ชัยชนะบางทีก็มิใช่ความสุข
หากเราไม่รู้จักเอาชนะใจตนเองให้ได้ก่อน
คนที่เอาชนะใจตนได้
ย่อมได้รับความสุขอันแท้จริง ...”
...
พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
(อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก ๒๐ กันยายน ๒๕๖๓
ถ้าหยุดหาเสียเมื่อใด
มาตั้งใจปฏิบัติธรรม
ก็เห็นธรรมเมื่อนั้น
ธรรมของพระพุทธเจ้า
แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์นั้น
อยู่ที่ตัวเรา ไม่ใช่ที่ไหนอื่น
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
อยู่ที่ใจ…ในใจ
ถ้าคนเราไม่ได้ทำ
ไม่ได้หัด ไม่ได้ขัด ไม่ได้เกลา
ที่ไหนเล่า…จะมีพระอรหันต์ในโลก
โอวาทธรรม
-- หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร
.คิดมากเป็นทุกข์ไหมโยม. คิดมากเป็นทุกข์ใช่ไหม.คิดมากเป็นทุกข์..
..ถ้าโกรธมากยิ่งทุกข์ใหญ่เลย อยากจะทำร้ายเขา อยากจะด่า อยากจะว่านั่นว่านี่ เป็นเพราะเราห้ามอารมณ์เราไม่ได้ จะหยุดความคิดไม่ได้ ความโกรธจึงทรมานใจ..
..ความหลงลืมตัวเกิดขึ้นทันที เพราะเราควบคุมอารมณ์เราไม่ได้ อันนี้สำคัญมากเลยนะทุกข์อันนี่จะย่ำยีจิตใจทุกคนๆ..
.ถ้าตราบใดมนุษย์ทั้งหลายยังฝึกจิตให้มีสมาธิไม่ได้
มีสติไม่ได้ ควบคุมอารมณ์ให้หยุดคิดไม่ได้ ไม่พบความสุข..
..ใจเนี่ยมันจะพาไปให้เดือดร้อนอยู่เรื่อย แต่วันนี้เรามามาหยุดคิดกันสักพักได้ไหมโยม..
.จะได้พบความสุขนะ ไม่เสียเงินหรอกโยม ..
..ฉะนั้นการสวดมนต์
เป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน ทำใจสงบแล้วเอาความสุขที่ใจตัวเองพอ...
..ถ้าใครทำได้คนนั้นจะเห็นเอง. บุญเห็นเอง.บาปเห็นเอง สวรรค์ นรกเห็นเอง เห็นที่ใจของเรามีสมาธิเนี่ย พิสูจน์ได้นะหลักธรรมอันนี้..
โอวาทธรรม.หลวงพ่อสนอง. กตปุญโญ.
#ร่างกายนี้เป็นของปฏิกูล
"... พระพุทธเจ้าทรงบอกอย่างนั้น มันไม่อยู่ที่อื่น นรกก็อยู่ที่นี่ พระนิพพานก็อยู่ที่นี่ อย่าไปค้นที่อื่น อย่าไปพิจารณาที่อื่น ให้ค้นที่สกนธ์กายของตน ให้มันเห็นเป็นอสุภะอสุภัง ให้เห็นเป็นของปฎิกูล ให้เกิดนิพพิทา ความเบื่อหน่ายมันนั่นแหล่ะ
แต่ก่อนมันเห็นเป็นของสวยของงาม ของดี ดวงจิตนั่นเมื่อมีสติควบคุม มีสัมปชัญญะ ค้นหาเหตุผล ใคร่ครวญอยู่ มันเลยรู้เห็นว่า อัตภาพร่างกายนี้เป็นของปฏิกูล ของเน่าเปื่อยผุพัง
แล้วมันจะเกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย จิตนั่นแหละเบื่อหน่าย เมื่อจิตเบื่อหน่ายไม่ยึดมั่นแล้ว เรียกว่าจิตหลุดพ้นถึงวืมุตติ วิมุตติคือความหลุดพ้นจากความยึดถือ หลุดพ้นจากอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น
พ้นจากภพจากชาติ ตั้งใจทำเอา ..."
----------------------------------
#โอวาทธรรม________
#หลวงปู่ขาว_อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
(พ.ศ.๒๔๓๑ - ๒๕๒๖)
Powered by phpBB © phpBB Group.
phpBB Mobile / SEO by Artodia.