Switch to full style
พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ตอบกระทู้

กุศลจิต

จันทร์ 13 เม.ย. 2026 11:14 am

" พูดไปขัดใจเขา คำเราเบาราคา สิ่งใดขัดนัยน์ตา
ลดราคาตาเราเองไม่ได้เกิดประโยชน์ พูดไปขัดใจเขาทั้งนั้น นิ่งเสียดีกว่าโง่บ่เป็น บ่เป็นใหญ่ "

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม





สมาธิเมื่ออบรมแล้ว จิตของเรานี้ จะเกิดความผ่องใส เมื่อเกิดความผ่องใส ก็จะเกิดตาทิพย์ ก็จะเกิดปัญญา ก็จะเกิดสิ่งต่าง ๆ ให้เราได้มองเห็น ทะลุปรุโปร่ง ว่าชีวิต ของเรานี่ ควรจะทำอย่างไร ถึงจะมีค่า

ธรรมะรุ่งอรุณ เล่ม ๒ หน้า ๓๘๗

สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์ จิตตานุภาพ พัฒนดิลก สาธกธรรมวิจิตร วิเทศศาสนกิจไพศาล วิปัสสนาญาณธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี​ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

สถิต​ ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร​ พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

#เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม
#หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
#มีพระทุกวัน
#วัดศรีรัตนธรรมาราม






“..เวลาภาวนาอย่าส่งจิตออกนอก ความรู้อะไรทั้งหลายทั้งปวงอย่าไปยึด..”
“..ความรู้ที่เราเรียนกับตำหรับตำราหรือจากครูบาอาจารย์ อย่าเอามายุ่งเลย ให้ตัดอารมณ์ออกให้หมด แล้วก็เวลาภาวนาไปให้มันรู้ รู้จากจิตของเรานั่นแหละ จิตของเราสงบเราจะรู้เอง ต้องภาวนาให้มาก ๆ เข้า เวลามันจะเป็น จะเป็นของมันเอง ความรู้อะไร ๆ ให้มันออกจากจิตของเรา

ความรู้ที่ออกจากจิตที่สงบนั่นแหละเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งที่สุด ให้มันรู้ออกจากจิตเองนั่นแหละมันดี คือจิตมันสงบ

ทำจิตให้เกิดอารมณ์อันเดียว อย่าส่งจิตออกนอกให้จิตอยู่ในจิต แล้วให้จิตภาวนาเองเอง ให้จิตเป็นผู้บริกรรมพุทโธ พุทโธอยู่นั่นแหละ แล้วพุทโธนั่นแหละจะผุดขึ้นในจิตของเรา เราจะได้รู้จักว่า พุทโธ นั้นเป็นอย่างไร แล้วรู้เอง...เท่านั้นแหละไม่มีอะไรมากมาย..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)






จิตคนเรามีพลัง มีอำนาจมาก
ขอให้ภาวนา ทานก็ทำเป็นสมบัติติดตัว ติดตามไปทุกภพทุกชาติ แต่จิตตภาวนานี้ มีอำนาจมากมีพลังมาก ขอให้ภาวนา อย่าได้ขี้เกียจภาวนา "ภาวนาจนจิตสงบ จิตรวมลง เหมือนเส้นด้าย พุ่งเข้ารูเข็มให้ได้เสียก่อน แล้วจึงหมุน สู่ขั้นปัญญา สมาธิก็เหมือน การรวบรวมทรัพย์ เมื่อมีมาก
จนเพียงพอแล้ว ก็เอาทรัพย์ออกไปใช้ คือ เอาปัญญา ออกไปฆ่ากิเลส" เข้าใจมั้ย..

หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร
วัดถ้ำสหายจันทร์นิมิต
ตำบลทับกุง
อำเภอหนองแสง
จังหวัดอุดรธานี
_______________________________






สงกรานต์ วันหยุดยาว ก็เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมาเยี่ยมบ้าน เปิดโอกาสให้มาทำคุณงามความดี แต่พอเปิดมาแล้วก็มีทั้งดีและไม่ดี ทางไม่ดีก็คืออย่างพวกเราท่านทั้งหลายเห็น พอมีวันหยุดเยอะๆ มีช่องว่างเยอะ ก็ไปหากินเหล้า เล่นการพนัน ดื่มสุราเมาแล้วก็มีปัญหา ก็สร้างปัญหา

คนที่ทำเขาก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะสร้างปัญหาหรอก เมื่อมันเมาขึ้นมาแล้วนั้นก็คือตัวปัญหา ถ้าหากว่าเป็นไปได้ควรงดดื่ม ก็รู้อยู่แล้วว่ามันเมา จะไปดื่มทำไม งดซะ ถ้าหากว่าพวกเราเห็นโทษแล้ว อันไหนที่เป็นคุณ อันไหนที่เป็นโทษ อันไหนควรมิควรอย่างไร พวกเราได้รับการศึกษาดีแล้ว ทั้งคดีโลก ทั้งคดีธรรม ทั้งทางโลกและทางธรรม เราก็ควรจะแยกแยะออก เราจะเดินลักษณะไหน เราจะเดินอย่างไร อันนี้พวกเราควรจะคิดละทีนี้ มิใช่ว่าเดินไม่มีจุดหมายปลายทาง พอจะทำสิ่งไหนก็ทำ พอทำเข้าไปแล้วก็เสียหาย พอเสียหายขึ้นมาแล้วก็มาเสียใจเมื่อภายหลัง ที่ไหนได้ นู่นอยู่ในคุกอยู่ในตะรางแล้ว หรือว่าทำให้คนอื่นเสียหายเดือดร้อน พ่อแม่พี่น้องหรือว่าตัวเองล่มจมฉิบหายลงไปแล้ว แล้วจะแก้ไขยังไงทั้งที่เราเก็บหอมรอมริบมาตั้งปู่ย่าตายาย เก็บมาให้เรา แต่พอมาทำความเสียหายเกิดขึ้น ทั้งไร่ ทั้งนา ทั้งที่ดิน ทั้งกิจการงานทุกอย่างล่มจมฉิบหายไป สิ่งเหล่านี้มันก็ต้องคิดอีกเหมือนกัน

หลวงพ่อเคยพูดให้ฟังว่า การดำเนินชีวิตนี้เหมือนกับไต่ลวดเส้นเดียว อย่างคนโบราณเขาไต่เชือกเส้นเดียว คือความทดลองความแข็งแกร่ง ความพร้อมหรือสติปัญญา ความแข็งแกร่งของร่างกายหรือความมั่นคงของใจด้วย เดินไต่เชือกเส้นเดียว การดำเนินชีวิตของพวกเรา อยากให้พวกเราท่านทั้งหลายดำเนินอย่างนั้น คือตื่นขึ้นมาต้องคิดว่า อันไหนควรมิควรอย่างไร อันไหนควรจะดำเนินการอย่างไร อันไหนควรก่อน อันไหนควรหลัง ถ้าอันไหนควรก่อน เราไปทำหลังมันก็ผิด ถ้าอันไหนควรหลังเราไปทำก่อน มันก็ไม่ถูกต้อง

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “สิ่งไหนควรก่อนควรหลัง”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๕





บุคคลทั้งหลายไม่ควรประมาท
ในกาลของชีวิต คือ ...

๑. ในเมื่อยังมีทรัพย์สินบริบูรณ์
๒. ยังมีกำลังวังชาแข็งแรง
๓. ยังไม่เจ็บไข้ แก่ ตาย

"... ก็ควรจะรีบเร่ง ทำบุญให้ทาน รักษาศีล และเจริญเมตตาภาวนา
หาความดีให้แก่ตนตามสติกำลังที่จะทำได้

คนทั้งหลาย
ที่เกิดขึ้นมาในโลก ส่วนมาก ล้วนตาย
ไปกับความ มืดบอด
ตอนยังมีชีวิตก็หลง มัวเมาสนุกสนาน
เพลิดเพลินในการอยู่ การกิน
หัวเราะร้องไห้กันไป
ตามแต่ใจจะประสบสุข ทุกข์ รักและชัง

ปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้ชีวิตเดินไปตามยถากรรม โดยไม่สนใจที่จะคิดสร้างกรรมดี ขึ้นด้วยจิตใจ และเรี่ยวแรง ตามกำลังสติปัญญาที่มี

ปล่อยให้วันคืนล่วงไป เหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง ที่เขาเลี้ยงอย่างอ้วนพี แล้วก็นำไปสู่โรงฆ่า ..."
--------------------------------------------------------
#พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์
#พระอาจารย์ลี_ธมฺมธโร
วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง
จ.สมุทรปราการ (พ.ศ.๒๔๔๙ - ๒๕๐๔)





อยากจะเห็นสิ่งทั้งหลาย
ให้เห็นตัวเอง ...
...
พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)





สามัคคีธรรม
“...ปัญหาและอุปสรรคใหญ่ ๆ โดยเฉพาะในยามที่ชาติบ้านเมืองกำลังเผชิญภาวะวิกฤต ไม่ว่าจะทางความคิด ความเห็น ความเป็นอยู่ หรือโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าแต่ละคนแต่ละฝ่ายในชาติบ้านเมืองนั้นหนักแน่นมั่นคงใน “สามัคคีธรรม” ต่างหวังดี หวังเจริญต่อส่วนรวมอย่างจิตใจ ก็ย่อมทำให้วิกฤตการณ์นานา สามารถคลี่คลายลงได้โดยเร็ว ทั้งนี้ มีข้อพิจารณาอยู่ว่าความสำเร็จประโยชน์แห่งความสามัคคีธรรม ย่อมจะบังเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เมื่อบุคคลแต่ละฝ่ายต่างเจริญ “เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม และเมตตามโนกรรม” ต่อเพื่อนร่วมสังคมซึ่งอาจคิดเห็นแตกต่าง เริ่มตั้งแต่ผู้คนแวดล้อมใกล้ตัวในครอบครัว ในชุมชน ตลอดถึงในประเทศชาติ ขยายวงเรื่อย ๆ ไปสู่เพื่อนมนุษย์ทุกผู้ทุกนามในโลกนี้...”

ที่มา #พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานเนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔






" ไม่มีเงินไปทำบุญได้ไหม ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เอากำลังกาย กำลังใจ กำลังจิตเป็นกุศลไปสร้างบุญให้
เกิดความสุข ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนา "

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม






ให้อยู่กันด้วยความฮัก

“ความเมตตา "
ต่อตนและบุคคลอื่นสิ่งต่างๆ
จะได้ไม่กระทบกันไม่เกิดทุกข์

(โอวาทธรรม : หลวงปู่ศิลา สิริจันโท)






อาจารย์เชอรี่นี่สุดยอดนะ ไม่ธรรมดานะ
ลูกเศรษฐีนะหนิ เงินเยอะมาก
ท่านมาบวชตั้งแต่หนุ่มๆ

คิดดู มาอยู่จนชอบกินแจ่ว
พระฝรั่งองค์อื่นนี่มีแต่ไม่เอานะ
ทุเรียนอีก องค์อื่นไม่เอา
อาจารย์เชอรี่บอก เอามานี่ๆ

สมัยก่อนท่านก็สูบบุหรี่จัดนะ
มีบุหรี่ไหม เอามานี่ๆ ฮ่าๆๆ

ทุกวันนี้ก็แก่กันไปหมดแล้วเนาะ
ถ้าไม่มีท่าน ก็ไม่ได้ฟังเทศน์หลวงตากันหรอก

หลวงพ่อวันชัย วิจิตโต
วัดป่าภูสังโฆ






..นิพพานังปรมังสุขัง..นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง นี่คือจุดหมายปลายทางของพวกเราที่ปรารถนาเอาไว้ กว่าจะถึงความปรารถนานั้นมันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป ปฏิบัติไปเรื่อยๆเรื่อยๆ..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาทีโป..





“..อย่าคิดว่าการพิจารณาธรรมเพียงครั้งเดียวหรือเพียงวันเดียวจะสำเร็จ ไม่ง่ายปานนั้นหรอก ต้องหมั่นเอาใจใส่โดยใช้อิทธิบาทสี่ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ให้พิจารณาจี้ลงไป จี้ลงไป อย่าท้อแท้ท้อถอย การปฏิบัติแต่ละคนต้องช่วยเหลือตนเอง ปฏิบัติเอาเอง ไม่มีใครช่วยได้ ไม่เหมือนกับสิ่งของที่เราหยิบยื่นให้กันได้ ครูบาอาจารย์กว่าจะสอนธรรมะแก่ลูกศิษย์ได้ต้องยอมทุ่มเท เอาชีวิตเข้าแลก..”

โอวาทธรรมคำสอนหลวงปู่ทวี จิตฺตคุตฺโต วัดอรัญญวิเวก(วัดป่าลัน) อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย




“..กิริยาจิตที่แฝงอยู่_ตามอายตนะ
หรือ “ทวารทั้ง ๕” มีดังนี้

ตา_ไปกระทบกับรูป เกิด จักษุวิญญาณ
คือ การเห็น จะห้ามไม่ให้ตาเห็นรูปไม่ได้

หู_ไปกระทบกับเสียง เกิด โสตวิญญาณ
คือ การได้ยิน จะห้ามไม่ให้หูได้ยินเสียงไม่ได้

จมูก_ไปกระทบกับกลิ่น เกิด ฆานวิญญาณ คือ การได้กลิ่นจะห้ามไม่ให้จมูกรับกลิ่นไม่ได้

ลิ้น_ไปกระทบกับรส เกิด ชิวหาวิญญาณ
คือ การได้รส จะห้ามไม่ให้ลิ้นรับรู้รสไม่ได้

กาย_ไปกระทบกับโผฏฐัพพะ เกิด กายวิญญาณ คือ กายสัมผัสจะห้ามไม่ให้กายรับสัมผัสไม่ได้

วิญญาณทั้ง_๕ อย่างนี้ เป็น “กิริยาแฝงอยู่” ในกาย ตามทวาร ทำหน้าที่ “รับรู้สิ่งต่างๆ” ที่มากระทบ เป็น”สภาวะแห่งธรรมชาติ” ของมัน “เป็นอยู่เช่นนั้น”

ก็ “สักแต่ว่า” เมื่อ “จิต” “อาศัยทวารทั้ง ๕”
เพื่อเชื่อมต่อรับรู้เหตุการณ์ภายนอก ที่เข้ามา
กระทบ แล้วส่งไปยัง “สำนักงานจิตกลาง” เพื่อรับรู้ เราจะ “ห้ามมิให้เกิด” “มีเป็น” เช่นนั้น “ย่อมกระทำไม่ได้”

การป้องกัน “ทุกข์ที่จะเกิดจากทวารทั้ง ๕ นั้น” เราจะต้อง “สำรวมอินทรีย์ทั้ง ๕” ไม่เพลิดเพลินใน “อายตนะ” เหล่านั้น

หาก”จำเป็นต้องอาศัยอายตนะทั้ง ๕ นั้น” ประกอบการงานทางกาย
ก็ควรจะ “กำหนดจิตให้ตั้งอยู่ในจิต” เช่น “เมื่อเห็น” ก็ “สักแต่ว่าเห็น” “ไม่คิดปรุง” “ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน” “ไม่คิดปรุง” ดังนี้เป็นต้น

ไม่คิดปรุงหมายความว่า
ไม่ให้จิตเอนเอียงไปในความเห็นทั้งดี_ทั้งชั่ว..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)







#วันนี้เป็นวันสงกรานต์
วันลดทิฐิมานะเข้าสู่กัน เป็นเพื่อนสนิทสนมกัน
คือวันเช่นนี้ วันสงกรานต์ ไม่ให้มีถือสีถือสากัน อะไรๆ ให้เป็นกันเองไปหมดเลย
จึงเรียกว่าวันสงกรานต์...วันให้อิสรภาพ
ความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิง เสมอหน้ากันไปหมด ให้พากันจำเอา

ผู้ที่ไม่ไปสงกรานต์กับเขาก็ให้ภาวนา
อย่าลืมนะภาวนา ภาวนานี่เป็นสงกรานต์สาดน้ำ
ใส่กิเลส กิเลสมันสกปรกมากในหัวใจของเรา

วันนี้เป็นวันสงกรานต์ สาดน้ำใส่กิเลสนะ
อย่าให้กิเลสสาดมูตรสาดคูถใส่หัวเรา ฉิบหายเลย
ถ้ากิเลสได้สาดมูตรสาดคูถ ความขี้เกียจขี้คร้าน
ภาวนา นี่ละไอ้ตัวกิเลสตัวนี้มันมาสาดใส่หัวเรา
ให้ระวังให้ดี วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละ

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน






คราวใดที่ใจเป็นกุศลจิต ให้รักษาไว้ให้ดี และคราวใดเกิดอกุศลจิต ก็ให้กำหนดให้ดีอย่าให้มันกำเริบ ให้ระลึกถึงอารมณ์อันเดียว รวมจิตไปอยู่อันเดียว

หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ให้ใจกลมกลืนกันไปให้เป็นผู้มีสติคุม เป็นผู้มีสติเป็นใหญ่ สมาธิจิตให้มีจิตตั้งมั่นในการยืน เดิน นั่ง นอน ซึ่งสามารถทำสมาธิได้ทุกอริยาบถ

โอวาทธรรมคำสอน ท่านพ่อลี ธัมมธโร
วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
ตอบกระทู้