นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พุธ 06 พ.ค. 2026 10:57 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


Switch to mobile style


โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: หาเหตุแห่งทุกข์
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 01 เม.ย. 2026 11:22 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5294
สนใจแต่เรื่องโน้นเรื่องนี้
แต่เรื่องในใจบ่สนใจ
ทุกวันนี้ไม่รู้หรือว่ากิเลสมันขย้ำหัวตัวเองมากแค่ไหนแล้ว

#หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร





“โอปนยิโก”
การน้อมเข้าสู่ภายใน
ความรู้ภายใน
มันเป็นการรู้แจ้ง
รู้ชัด รู้มั่นคง รู้หนักแน่น
และรู้อิ่ม รู้เบิกบาน

#หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล





#คลื่นกระทบฝั่ง..!!
“... เรื่องทุกข์เรื่องไม่สบายใจนี่มันก็ไม่แน่หรอกนะ มันเป็นของไม่เที่ยง เราจับจุดนี้ไว้ เมื่ออาการเหล่านี้มันเกิดขึ้นมา เรารู้มันเดี๋ยวนี้
เราวาง กำลังอันนี้จะค่อย ๆ เห็นทีละน้อย ๆ

เมื่อมันกล้าขึ้น มันข่มกิเลสได้เร็วที่สุด ต่อไปมันเกิดตรงนี้ มันดับตรงนี้ เหมือนกับน้ำทะเลที่กระทบฝั่ง เมื่อขึ้นมาถึงฝั่งมันก็ละลายเท่านั้น
คลื่นใหม่มาอีก มันก็ละลายต่อไปอีก มันจะเลยฝั่งไปไม่ได้

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ฝั่งทะเลอารมณ์ทั้งหลายที่ผ่านเข้ามา มันก็เท่านั้นแหละ …”
------------------------------
#สุภทฺโทวาท______
#พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)
วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ
จ.อุบลราชธานี (พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๕๓๕)







#สู้สร้างพระไม่ได้
หลวงพ่ออายุมากแล้วแก่แล้วนี่แหละยังได้ เข้มงวดกวดขัน ส่วนในอิงเหมือนกันนะ ถึงจะสร้างเจดงเจดีย์ก็เถอะ อันนั้นคือทางด้านวัตถุ

แต่มันสู้สร้างพระไม่ได้นะ สร้างพระนี่สำคัญกว่า ถึงสร้างวัตถุมากมายขนาดไหน หรูหราโอ่อ่าขนาดไหน เหมือนกับสร้างหีบศพ

เออถ้าว่าพระทำตัวไม่ดี ก็เหมือนกับผีเน่านะ ผีเน่าจะได้ลงศพหรูหราติดเออ ติดลงรักปิดทองอย่างดี

หีบแต่ข้างในเป็นผีเน่า เอออันนี้ก็เหมือนกันนั่นน่ะ ถึงจะวัดวาศาสนาจะหรูหราโอ่อ่า ขนาดนั้นแต่พระอยู่ในวัดน่ะไม่มีคุณภาพ ไม่มีคุณธรรม ไม่มีศีลธรรมจริยธรรมกัน เหมือนกับผีเน่าในโลงศพนั่นน่ะ ให้พวกท่านทั้งหลายคิดดูนะ ที่หลวงพ่อพูดให้ฟังนี่นะ

#หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก





Thai/English
"...เรามาทำความเข้าใจในความเป็นพระน่ะ
ความเป็นพระน่ะ คือ พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี พระอรหันต์ น่ะ
เพราะนี่เป็นได้กับทุก ๆ คน

พระนี่คือผู้รู้ผู้เข้าใจ
รู้เข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติน่ะ
พระนี้ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น
พระนี่อยู่ที่ตัวของบุคคลนั้น
ไปหาพระที่อื่นน่ะ มันไม่ได้
อาจจะเจอเขาหลอกก็ได้

เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เราทำความดีเพื่อความดี
ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี
ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
มันเป็นความปรุงแต่ง
มันเป็นความไม่สงบ
มันเป็นสงคราม

ชีวิตของเรา อย่าให้เป็นสงครามนะ
ข้าวของมันก็แพงนะ
น้ำมันก็แพงนะ

การที่ยกเลิกตัวตน เขาเรียกว่าต้นทุนมันไม่มี
การทำงานเพื่องานนี่
เขาเรียกว่ามันไม่มีต้นทุนนะ

คนเก่งคนฉลาด
มันต้องเป็นทั้งคนเก่ง คนฉลาด เป็นคนดี
เป็นคนเก่ง คนฉลาด ไม่ได้เป็นคนดี นี่
บ้านเมืองฉิบหายน่ะ พังเป็นแถบ ๆ เลย

ในความรู้สึกของเราน่ะ
มองเห็นข้าราชการ นักการเมือง หน้านักบวชน่ะ
หน้าโจรมันลอยมาเลย

-หลวงพ่อพูดอย่างนี้น่ะ
ใครจะปฏิบัติได้
-ปฏิบัติไม่ได้ ก็อย่าไปเป็นข้าราชการ เป็นนักการเมือง อย่าไปเป็นนักบวชสิ

ไม่มีข้าราชการ
ไม่มีนักการเมือง
ไม่มีนักบวช
ก็ให้มันจะเจ๊ากัน
อย่าให้มันมีโจรไปเลย

หลวงพ่อพูดอย่างนี้
ไม่ใช่ว่าให้ข้าราชการ นักการเมือง นักบวช
พวกนี้เขาดีอยู่แล้วน่ะ
ไม่ได้ว่านะ

การประพฤติการปฏิบัติทุกคนถึงเน้นที่ตัวเรา
เน้นคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยา มารยาทดี ๆ อาชีพดี ๆ
อาชีพดี
คืออาชีพที่ยกเลิกตัวตน

การปล่อยวาง
ไม่ใช่ปล่อยวางธุรกิจหน้าที่การงานนะ
ปล่อยวางตัว ปล่อยวางตนน่ะ
เราต้องเข้าใจปล่อยวาง

ยกเลิกตัวตนน่ะ
ระบบความคิด กริยามารยาท อาชีพ อะไรอย่างนี้
ต้องยกเลิกตัวตนน่ะ
การปล่อยวางมันต้องเป็นอย่างนี้น่ะ

มีผู้ไปถามพระพุทธเจ้าว่า
ตายแล้วเกิดหรือตายแล้วสูญ
พระพุทธเจ้าบอกว่า
ขึ้นอยู่ที่เหตุ ปัจจัยนะ

เรามีความสุขในการเรียนหนังสือ
มันก็มีปัญญาน่ะ
ต้องเข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้นะ

ทุกวันนี้ สมัยใหม่
หลวงพ่อถึงบอกคนฮ่องกงว่า
นายเป็นคนบริหารระดับสูงน่ะ
นายน่ะ เอาจอโทรทัศน์ใหญ่ ๆ มาตั้งไว้อย่างนี้
อย่างนี้ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน
ยกเลิกตัวตนอย่างนี้น่ะ

ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวตนน่ะ
ธรรมะมันก็ออกมาไม่ได้
เพราะว่าท่อมันตันน่ะ
เห็นด้วยมั้ย ๆ

การปฏิบัติธรรมมันเป็นความสุขอย่างนี้น่ะ

พวกบวชมานี้ก็ต้องเข้าใจนะ
บวชมามาโกนผม ใส่ชุดอย่างนี้น่ะ
มันบวชแต่ภายนอก ไม่เอานะ
เพราะบวชมาได้สิทธิพิเศษ
บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ
ยานพาหนะก็ฟรีน่ะ
ไปโรงพยาบาลก็ฟรีน่ะ
เราต้องรู้เข้าใจว่า
การมาบวชนี่
มายกเลิกตัวตน
ไม่ใช่มาใช้ของฟรีน่ะ

ไม่ต้องกลัวอดตายน่ะ
ถ้ายกเลิกตัวตน
ใครเขาก็อยากเห็นหน้า

ความไม่รู้ไม่เข้าใจ
เอาตัวตนนำชีวิตน่ะ
เห็นคนรวย ๆ 'นะจ๊ะ นะจ๊ะ'
คนจนน่ะ เฉยลูกเดียวเลย

หลวงพ่อกัณหาไม่ได้ว่าหรอก
หลวงพ่อจำหลวงตามหาบัวมา
จำหลวงพ่อชา ท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่มั่นมา

การปฏิบัตินี่นะ ถึงเป็นการยกเลิกตัวตนน่ะ
ไม่มีวัดป่า วัดบ้าน
ไม่มีธรรมยุต มหานิกาย ไม่มีนิกายใด ๆ
เพราะมันเป็นธรรมะที่ยกเลิกตัวตนน่ะ
มันไม่ใช่เขาจัดไฟท์เวทีลุมพินีหรือราชดำเนินน่ะ..."

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
วันอังคารที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙

◇◇◇◇◇◇◇
…We must come to understand what it means to be a true monk.
Being a monk refers to the stages of realization: a Stream-enterer (Sotāpanna), Once-returner (Sakadāgāmī), Non-returner (Anāgāmī), and an Arahant. These states are possible for every single person.

A ‘monk’ is one who knows and understands.
When one truly understands, one lives with happiness in one’s conduct and practice.
‘Monkhood’ is not found in others.
It exists within each individual.
If you go searching for it outside yourself, you may only end up being deceived.

When we have right understanding—Right View—we do good for the sake of goodness itself.
We do not do good because we want to be seen as a good person.
If we do good with the desire to be good, that becomes duality—positive and negative.
It becomes mental fabrication.
It becomes unrest.
It becomes conflict—like a war.

So don’t let your life become a battlefield.
Everything nowadays is expensive—food is expensive, fuel is expensive.

But when we eliminate the self, there is no cost.
Working simply for the sake of the work itself—that has no cost.
A truly capable and intelligent person must also be a good person.
If someone is clever and capable but not good, society collapses—it falls apart everywhere.

From our own feeling, sometimes when we look at officials, politicians, or even monastics, the face of a thief appears.

– When Luang Phor speak like this, who can really practice it?
– If you cannot practice it, then don’t become an official, don’t become a politician, don’t become a monastic.
If there were no officials, no politicians, no monastics—then let it all come to zero.
Better that than having thieves among them.

I (Luang Phor) am not criticizing that these people are already bad—no, that is not the point.

The emphasis is that practice must always come back to ourselves:
Think well, speak well, behave well, have good manners, and have a right livelihood.
A right livelihood is one that eliminates the self.
Letting go does not mean abandoning your duties, your work, or your responsibilities.
Letting go means letting go of the self—letting go of ego.
We must understand this clearly.

To eliminate the self—our thinking system, our behaviour, our livelihood—all of it must be free from self.
This is what true letting go means.

Someone once asked the Buddha:
“After death, is there rebirth, or is there nothing?”
The Buddha answered:
“It depends on causes and conditions.”

If we find happiness in learning, then wisdom arises.
It’s as simple as that—just understand it this way.

These days, in the modern world, Luang Phor told someone from Hong Kong:
“You are a high-level executive.
You can set up a large screen like this and work all day and all night—
if you eliminate the self in this way.”

If we do not eliminate the self, Dhamma cannot flow out—
because the pipe is blocked.
Do you see?

Dhamma practice is happiness in this way.
Those who ordain must understand this well.
Ordaining—shaving your head and wearing robes—is only external. That is not enough.
Because when you ordain, you receive privileges:
You don’t pay rent, you don’t buy food, transportation is free, even hospital care is free.
So you must understand clearly:
Ordination is for eliminating the self—
not for taking advantage of free benefits.

Don’t be afraid of starving.
If you eliminate the self, everyone will want to see you, want to support you.

Ignorance leads us to let the self run our lives.
When seeing wealthy people, we go, “Yes, yes, of course…”
But when seeing the poor, we ignore them completely.

I (Luang Phor) am not blaming—
I learned from Luang Ta Maha Bua, from Ajahn Chah, from Buddhadāsa Bhikkhu, from Luang Pu Mun.

Practice is about eliminating the self.
There is no forest monastery, no city monastery,
no Dhammayut, no Mahanikaya, no sect at all—
because true Dhamma eliminates the self.
This is not like organizing a boxing match at Lumpinee or Rajadamnern Stadium…

Luang Phor Gunhah Sukhakamo
At Wat Pah Subthawee Dhammaram
Tuesday, 31 March 2026


#ธรรมะใจดีใจสบาย
#หลวงพ่อกัณหา_สุขกาโม
#วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
#LuangPhorGunhah_Sukhakamo
#JaideeJaisabaai #WatSubthawee






#ตายแล้วไปไหนได้อะไร...?

เมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว มีทางไป ๗ ทาง คือ

ทางที่ ๑ ไปพระนิพพาน
ด้วยกำลังของ “ วิปัสสนาฌาน “

#ทางที่ ๒ ไปชั้นพรหม
ด้วยกำลังของ “ สมถภาวนา “

#ทางที่ ๓ ไปสวรรค์
ด้วยกำลังของ “ หิริโอตตัปปะ “ คือ เกรงกลัว ละอายต่อบาป

#ทางที่ ๔ กลับมาเกิดเป็นมนุษย์
ด้วยกำลังของ ศีล ๕

#ทางที่ ๕ ไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน
ด้วยกำลังของ ความหลง

#ทางที่ ๖ ไปเป็นเปรต อสูรกาย
ด้วยกำลังของ โลภะ คือความโลภ

#ทางที่ ๗ ไปเกิดเป็นสัตว์นรก
ด้วยกำลังของ โทสะคือความโกรธ

เงินทอง ส่งถึง โรงพยาบาล
ลูกหลาน ส่งถึง หลุมศพ
บุญกุศล ส่งถึง ภพหน้า
ภาวนา ส่งถึง นิพพาน

อยากทำบุญแต่ไม่มีเวลาไปวัด ไม่มีเวลาไปทำบุญ แต่ยังมี เวลาหายใจอยู่ ก็ใช้ลมหายใจนั้น ให้เป็นประโยชน์

แค่ทำใจ ให้สงบ

หายใจเข้า ก็ภาวนา ว่า " พุท "
หายใจออก ก็ภาวนา ว่า " โธ "

แค่นี้ ก็ได้บุญมหาศาลแล้ว

พระพุทธเจ้า ไม่ได้สอนให้เรามีความสุข
แต่พระองค์สอนให้เรารู้จักทุกข์ เรียนรู้ทุกข์
และเข้าใจในทุกข์นั้น...หาเหตุแห่งทุกข์
แล้วกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ ที่ทำให้เกิด ทุกข์

กาย กับ ใจ อยู่ที่ไหน ที่นั่นแหละเป็นที่ ปฎิบัติบูชา.. ภาวนา
อยู่ที่บ้าน อยู่ที่วัด อยู่ที่ ทำงาน อยู่โรงพยาบาล
อยู่ที่ไหนๆ ก็ภาวนาได้หมดทุกที่ ..
บวช หรือ ไม่บวช ก็ “ ภาวนา “ ได้

#หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร





เวลาในชีวิตของเรามีไม่มากนัก
ให้สอนตัวเอง ไม่ต้องไปพยายามสอนคนอื่น
เดินไปเดินมาก็ให้สอนตัวเอง
เอาชนะตัวเอง ไม่ต้องเอาชนะคนอื่น
จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะไป จะมา
ทุกอย่างจิตกำหนดอยู่เสมอ
ถ้าเราตามดูจิตเรา มันจะเห็นกิเลส
มันจะเห็นจิตของเราสม่ำเสมอ
สติจะติดต่อเป็นวงกลม ปฏิบัติเช่นี้เร็วเร็วมาก
ปัญญามันจะเกิดขึ้น มันจะเห็นตามสภาวะมันเองทุกๆ อย่าง

หลวงพ่อชา สุภทฺโท






การครองเรือน มันจะไปวิเศษวิโสอะไร
มีแฟนก็ทุกข์ ต่อให้มีอีกมากมายเท่าไร มันก็ไม่พ้น
เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ อยู่อย่างนั้นไม่อบไม่สิ้น
สุขแค่ประเดี๋ยวประดาว แต่ต้องทนทุกข์อย่างแสนสาหัสพิจารณาดูสิ

โอวาทรรรม หลวงปู่ปรีดา(ทุย) ฉันทกโร







เรื่องราคะตัณหาสำคัญ

หยาบหนักหนา อย่าเห็นแก่ตัว

เรามีครอบครัวแล้ว ช่วยเหลือกัน

ให้รักษาความดี

หลวงปู่เชอร์รี อภิเจโต วัดป่าบ้านตาด

Luangpu Cherry Abhiceto Watpabaantaad








เมื่อใด ที่โมโห ลองนั่งนิ่ง ทบทวนดู ว่า..เวลาที่เหลือยู่ ในชีวิตนี้ มีอยู่ สักกี้วัน ทำไม..ต้องไปเสียเวลา กับเรื่อง..ไม่เรื่อง

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot] และ บุคคลทั่วไป 21 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO