Switch to full style
พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ตอบกระทู้

ความสุขในปัจจุบัน

จันทร์ 30 มี.ค. 2026 3:07 pm

“..ผู้ทำสมาธิภาวนามิใช่ผู้มีบุญวาสนาน้อย คนมีบุญวาสนามากต่างหากจึงรักบุญกุศลส่วนละเอียดที่เกิดจากสมาธิภาวนา ความน้อยเนื้อต่ำใจในเวลาจะทำสมาธิภาวนา เป็นกลมายาของกิเลสหลอกคนให้หลงไปตามมันแล้วหยุดภาวนาเสียต่างหาก กรุณาทราบกลของกิเลสไว้จะได้ทำภาวนาสะดวกใจ ทนได้เท่าไรก็ทนไป เมื่อทนไม่ไหวก็พักไปเหมือนคนทำงานอื่น ๆ นั่นแลจะเป็นไรไป ยังได้บุญทุก ๆ ครั้งที่ทำภาวนา ส่วนกิเลสมันไม่เห็นเอาบุญมาให้เรา เราจะเชื่อกลมันอะไรนักหนา ถ้าเชื่อมันมากก็ล่มจมได้ กรุณาทำไปตามกำลังความสามารถของเรานั่นแล กิเลสคือความขี้เกียจ คือความว่าบุญน้อยวาสนาน้อย หรือความหยุดเสียไม่ทำ นั้นมันไม่ได้มาให้ความดิบความดีอะไรแก่เราแม้นิดเดียว นอกจากมันมาคอยกระซิบกระซาบด้วยอุบายหลอกลวงให้เราหลงไปตามมันเท่านั้น เวลาเราหลงไปตามกลมายาของมัน มันยังไม่เห็นว่าให้เราบ้างว่า แกโง่ แกบุญวาสนาน้อย แกอาภัพ แกจึงมาหลงกลหลอกของเรา เหล่านี้กิเลสไม่เห็นว่าไม่เห็นเตือนเราพอให้รู้ตัว แล้วปลีกตัวออกห่างจากมันบ้าง กลมายาของกิเลสมันแหลมคมอย่างนี้เอง กรุณาทราบไว้เผื่อเวลามันมาหลอกจะรู้ตัวไว้บ้างไม่จมไปกับมันหมดทั้งตัว..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
(พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔)






“..ผู้ทำสมาธิภาวนามิใช่ผู้มีบุญวาสนาน้อย คนมีบุญวาสนามากต่างหากจึงรักบุญกุศลส่วนละเอียดที่เกิดจากสมาธิภาวนา ความน้อยเนื้อต่ำใจในเวลาจะทำสมาธิภาวนา เป็นกลมายาของกิเลสหลอกคนให้หลงไปตามมันแล้วหยุดภาวนาเสียต่างหาก กรุณาทราบกลของกิเลสไว้จะได้ทำภาวนาสะดวกใจ ทนได้เท่าไรก็ทนไป เมื่อทนไม่ไหวก็พักไปเหมือนคนทำงานอื่น ๆ นั่นแลจะเป็นไรไป ยังได้บุญทุก ๆ ครั้งที่ทำภาวนา ส่วนกิเลสมันไม่เห็นเอาบุญมาให้เรา เราจะเชื่อกลมันอะไรนักหนา ถ้าเชื่อมันมากก็ล่มจมได้ กรุณาทำไปตามกำลังความสามารถของเรานั่นแล กิเลสคือความขี้เกียจ คือความว่าบุญน้อยวาสนาน้อย หรือความหยุดเสียไม่ทำ นั้นมันไม่ได้มาให้ความดิบความดีอะไรแก่เราแม้นิดเดียว นอกจากมันมาคอยกระซิบกระซาบด้วยอุบายหลอกลวงให้เราหลงไปตามมันเท่านั้น เวลาเราหลงไปตามกลมายาของมัน มันยังไม่เห็นว่าให้เราบ้างว่า แกโง่ แกบุญวาสนาน้อย แกอาภัพ แกจึงมาหลงกลหลอกของเรา เหล่านี้กิเลสไม่เห็นว่าไม่เห็นเตือนเราพอให้รู้ตัว แล้วปลีกตัวออกห่างจากมันบ้าง กลมายาของกิเลสมันแหลมคมอย่างนี้เอง กรุณาทราบไว้เผื่อเวลามันมาหลอกจะรู้ตัวไว้บ้างไม่จมไปกับมันหมดทั้งตัว..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
(พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔)






#ภาวนากำหนดรู้อยู่ที่จิต
"...ต่อนี้ไปตั้งใจกำหนดจิตภาวนาจนกว่าจะถึงเวลา
อันสมควร

ปล่อยมันไป มันจะหลับก็ให้มันหลับ กายจะ
เอนเอียงไปอย่างไรก็ช่าง ให้รู้อยู่ที่จิตอย่างเดียว
อย่าไปกังวลกับมัน เอาตัวรู้ในจิตอย่างเดียวเป็น
สำคัญ แม้ว่ากายจะโน้มล้มลงไปจนกระทั่งศีรษะ
ถึงพื้น แต่ว่าจิตรู้อยู่ที่จิตก็เป็นการใช้ได้ อาการที่
มีความรู้สึกเคลิ้มๆ เหมือนกับง่วงนอนนั่นแหละเป็น
อาการที่จิตจะสงบ อย่าไปฝืน มันจะหลับก็ปล่อย
ให้มันหลับ เมื่อหลับลงไปแล้ว เมื่อนิ่งปุ๊บ มันจะ
สว่างโพล่งขึ้นมากลายเป็นสมาธิ

ถ้าจิตเกิดความรู้ไม่หยุด อย่าไปฝืนมัน ปล่อยให้
มันรู้ไป ให้มีสติตามรู้ไป ถ้ามันมีนิมิต เห็นอะไร
กำหนดรู้เพียงแต่ว่าอารมณ์จิต ให้ดูเฉยอยู่ อย่าไป
เอะใจ อย่าไปตื่นใจ มีสติกำหนดรู้จิตของตนเองอยู่
ภาพนิมิตต่างๆ เป็นจิตของเราปรุงแต่งขึ้นเป็นมโน
ภาพ เป็นอารมณ์ของจิต จิตที่สงบแล้วส่งกระแส
ออกนอกย่อมเห็นภาพต่างๆ ถ้าเราเกิดเอะใจ
สมาธิถอน ภาพต่างๆ จะหายไป ถ้าเราสามารถ
ประคองจิตรู้เฉยอยู่ เราจะได้สติปัญญาจากนิมิต
นั้นๆ บางครั้งนิมิตนั้นๆ จะแสดงอาการตายให้เรา
เห็น เราจะได้มองเห็นความตาย แม้ว่านิมิตเขาจะ
ทรงอยู่หรือจะหายไป เรากำหนดรู้เฉยอยู่ อย่าไป
ยึดและอย่าไปเอะใจใดๆ ทั้งนั้น เฉยอยู่ รู้อยู่ในจิต
ถ้าเกิดเอะใจขึ้นมาเมื่อไร สมาธิถอนทันที

ให้พยายามกำหนดระลึกตั้งแต่เบื้องต้นที่เราไหว้
พระสวดมนต์แผ่เมตตาเป็นลำดับมา แล้วก็กำหนด
จิตนั่งในท่าไหน อย่างไร ยึดเอาอะไรเป็นอารมณ์
จิตในขณะนั่งสมาธิอยู่ จิตสงบหรือไม่สงบ มีปีติ
มีความสุข มีความเป็นหนึ่งหรือไม่ ให้ระลึกทบทวน
ดูย้อนกลับไปกลับมาพอสมควรแล้ว ก็กำหนดจิต
นึกพุทโธ ธัมโม สังโฆ ๓ ครั้ง แล้วก็ออกจากการ
นั่งสมาธิได้..."

#ที่มา หนังสือ รักษ์วงศ์กรรมฐาน
พระราชสังวรญาณ ( หลวงพ่อพุธ ฐานิโย )






#จิตเหนือกายเหนือโลก
"...จิตนี้..ถึงแม้จะไม่มีตัวตนและถูกต้องไม่ได้แต่จิต ก็มีอิทธิพลเหนือกาย และสิ่งทั้งหลายในโลก สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างมีมีอยู่ในโลก ให้อยู่ใต้อิทธิพลของตนได้ แต่จิตนี้ก็มิได้โหดร้ายสามานย์จนไม่รู้จักดีจักชั่วเสียเลย

เมื่อผู้มีความปรารถนาดีมาฝึกหัดอบรมจิตนี้ให้เข้าถูกทาง ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าดังที่แสดงมาแล้ว จิตนี้ยังจะเชื่องง่ายฉลาดมีปัญญาพาเอากายที่ประพฤติเหลวไหลอยู่แล้ว ให้กลับมาดีได้ นอกจากนี้ยังสามารถจะชำระจิตของตนให้ผ่องใสสะอาด ปราศจากมลทิน รู้แจ้งในอรรถในธรรมอันลึกซึ้งสุขุม ได้ด้วยตนเองด้วย พร้อมกันนั้นจะสามารถนำเอาโลกนี้ ที่อันธการปกปิดให้มืดตื้ออยู่แล้ว ให้สว่างแจ่มจ้าได้ด้วย

เพราะเนื้อแท้ของจิตแล้ว เป็นของสว่างแจ่มใสมาแต่เดิม แต่เพราะอาศัยอารมณ์ของจิตที่แทรกซึมเข้ามาปกปิด จึงทำให้แสงสว่างของจิตนั้นมืดมิดไปชั่วขณะหนึ่ง แล้วทำให้โลกนี้มืดมิดไปด้วยหากจิตนี้เป็นของมืดมิดมาแต่กำเนิดแล้ว คงไม่มีใครคนใดจะสามรถชำระจิตให้สะอาดเกิดปัญญาแสงสว่างขึ้นมาได้

ฉนั้นโลกนี้จะมืดหรือสว่าง จะได้รับความสุขหรือความทุกข์ ก็ต้องขึ้นอยู่กับจิตของแต่ละบุคคล บุคคลจึงควรฝึกหัดจิตของตนให้ดีเสียก่อน แลัวจึงฝึกหัดจิตของคนอื่น โลกนี้จึงจะไม่มีความยุ่งอีกต่อไป..."

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย






“เราอยู่กับสังคม บางทีต้องทำตามเขา
แต่ขัดใจเรา ถ้าเราทำตามใจเรา
เราก็จะขัดกับพวกเขา คนเราต้องรักตัวเอง
ยิ่งกว่าคนอื่น ฉะนั้น จะทำอย่างไรจึงจะได้
ทั้ง ๒ อย่าง คือ ทำตามเขาแต่กาย
ส่วนใจ มีสติรู้อยู่ข้างใน คือ รักษาลม” ...
...
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก






“..#เมื่อพยายามฝ่าฝืนดัดแปลงใจให้เป็นไปตามทางของนักปราชญ์ ต้องประสบผลคือความสุขในปัจจุบันทันตา แม้จะมิได้เป็นเจ้าของเงินล้าน แต่ก็พอมีทางได้รับความสุขจากสมบัติและความประพฤติของตนเท่าที่ควร เพราะคนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย ไม่จำต้องเที่ยวแสวงหาทรัพย์ตั้งมากมาย หรือเที่ยวกอบโกยเงินเป็นล้าน ๆ มาเป็นเครื่องบำรุงโดยถ่ายเดียวถึงจะมีความสุข แม้ผู้มีสมบัติพอประมาณในทางที่ชอบก็พอมีความสุขได้ และอาจมีความสุขมากกว่าผู้ได้มาในทางมิชอบเสียอีก เพราะนั่นมิใช่สมบัติของตนอย่างแท้จริง ทั้ง ๆ ที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ที่ตนรับรอง แต่กฎความจริงคือกรรมสาปแช่งไม่เห็นด้วย และอำนวยผลเป็นทุกข์ในลำดับต่อไปไม่มีสิ้นสุด นักปราชญ์ท่านจึงกลัวกันนักหนา แต่คนโง่อย่างพวกเราผู้ชอบสุกเอาเผากินและชอบเห็นแก่ตัว จึงชอบทำกันอุตลุดชนิดไม่มีวันอิ่มพอ ทั้งที่ไม่ประสบผลคือความสุขดังใจหมาย แม้พยายามไปอย่างไม่ลดละเพียงไร..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
#พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
ตอบกระทู้