|
“..#คนเราเกิดมาแล้วหนีความตายไปไม่ได้ มีเกิด มีดับ เกิดมาแล้วให้ทำความดีให้เพียงพอ การให้ทาน รักษาศีล นี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง คือถ้าใครทำ คนนั้นก็ได้รับผลด้วยกัน อย่าเลือกเวลา การทำความดีทำได้ทุกเวลา สถานที่ เพศ วัย ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ คนหนุ่ม คนสาว ทำได้หมด ให้รีบทำความดีเสียเดี๋ยวจะตายก่อน ไม่ได้ทำนะ..”
โอวาทธรรมคำสอน #หลวงปู่ผาง จิตตฺคุตฺโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น (พ.ศ.๒๔๔๕-๒๕๒๘)
เส้นทางดำเนินของศาสนาส่วนใหญ่ จุดเริ่มต้นคือความสงสัย ความไม่เชื่อ นำไปสู่ความสงสัย หรือสงสัยว่าอาจจะ จริงก็ได้จนเชื่อ หากสุดยอดคือเชื่อแบบ ไม่สงสัยเลย นี่เรียกว่าดีที่สุด เป็นการ เดินทางจากความสงสัยไปสู่ความเชื่อ
แต่ในพุทธธรรม การเดินทางของเรา คือการเดินทางจากความไม่รู้ไม่สู่ความรู้ เพราะฉะนั้น ปัญญาคือหัวใจของพุทธศาสนา การพัฒนาปัญญา ทำอย่างไร เราจะรู้ จะเข้าใจจะดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ปัญญาคืออะไร อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่ทำให้เกิดปัญญา พระพุทธองค์ก็ทรงตรัส ในอริยสัจสี่ว่า เราต้องฝึกตน … พระพรหมพัชรญาณมุนี พระอาจารย์ชยสาโร บ้านบุญ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙
ข้าพเจ้าเคยถามหลวงปู่ครูบาวงศ์ว่า “ทำไม..ลูกศิษย์บางคนถูกหวย บางคนไม่ถูกหวย ?”
หลวงปู่บอกว่า “คนที่ถูกหวย..ชาติก่อนเขาทำบุญไว้มาก ส่วนที่ไม่ถูกหวยนั้น เพราะไม่ค่อยได้ทำบุญ“
”ดังนั้น ลูกต้องหมั่นทำบุญให้มาก การทำบุญไม่ใช่ทำจนหมดตัว มีเงินน้อยก็ทำน้อย มีเงินมากก็ทำมาก“
”แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็เอาแรงกายเข้าไปช่วยงานบุญ ก็จะได้บุญเช่นเดียวกัน“
“การทำบุญเหมือนกับการทำประกันชีวิต บุญนั้นจะเป็นเสมือนเกราะแก้วที่จะคอยคุ้มครองตัวเราได้”
“บุญจึงไม่หนีหายไปไหน เราทำบุญเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ว่าจะเห็นผลทันตาเสมอไป บุญกุศลที่เราทำจะสั่งสมไปเรื่อยๆ เปรียบเสมือนการปลูกข้าวไม่ใช่ว่าจะได้ข้าวในทันที”
โอวาทธรรมหลวงปู่ครูบาวงศ์ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน
อ้างอิงจาก : หนังสือ “พระชัยวงศานุสสติ”
“สมัยนี้มีผู้ชอบกล่าวว่า เงินไม่มี เกียรติไม่มี นั่นไม่ใช่ความถูกต้อง เป็นความรู้สึกของคน บางคนเท่านั้น เงินกับเกียรติมิใช่เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน มิใช่เป็นสิ่งที่แยกจากกันมิได้ คนไม่มีเงิน แต่มีเกียรติก็มีอยู่ ความสำคัญ อยู่ที่ว่า เงินที่มีหรือที่ได้มานั้น เป็นเงินที่จะ ทำให้เกียรติยศชื่อเสียงสิ้นไปหมดไปหรือไม่
ควรจะพิจารณาให้รอบคอบในเรื่องนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังคำนึงถึงชื่อเสียงเกียรติยศ ของตนและของวงศ์ตระกูล” ... คำสอน สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
#ปัญญากับสัญญาต่างกันราวฟ้ากับดิน "... คนทั้งหลายรู้ธรรมทั้งหลายแล้วไม่พ้นทุกข์ ทั้งกลับเป็นเสี้ยนหนามยอกแทงตนและผู้อื่นเข้าด้วยซ้ำ แต่พระพุทธเจ้าแลสาวกรู้ธรรมแล้วพ้นทุกข์ไปเลย พร้อมๆ กับความรู้ธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุใดระหว่างคนทั้งสองสามจำพวกนี้จึงต่างกันเล่า
ก็เพราะความรู้เกิดจากปัจจุบันจิต อันกลายเป็นปัญญาไปในตัว กับความรู้คาดคะเน(สัญญา) มันต่างกันราวฟ้ากับแผ่นดินนั่นเอง จึงสามารถแปรคนทั้งสองจำพวกให้ต่างกัน
เหตุที่ความรู้ที่เป็นปัจจุบันจิตจะเกิดได้ ก็ต้องพิจารณาปัจจุบันธรรม คือ กายกับจิตนี้เอง เพราะกายกับจิต เป็นสถานที่สั่งสมกิเลสและเป็นสถานที่ถอดถอนกิเลสแลกองทุกข์ทั้งมวล
ฉะนั้น เราควรตั้งจิตไว้โดยทำนองที่ว่า ให้จิตอยู่กับกายกับจิตจริง ๆ จนเรียกปัจจุบันได้เต็มที่ แล้วกระแสของปัจจุบันจิตจะกระจายแสงสว่าง คือ ปัญญาออกตามอาการของกายแลอาการ ของจิตโดยรอบคอบ
จากนั้น ก็จะได้เห็นทุกสิ่งทั้งที่เป็นคุณเป็นโทษ ปรากฏด้วยปัญญาอันชอบแท้ ตลอดกลางวัน กลางคืน ยืน เดิน นั่ง นอน จะเรียกว่าฟังธรรมทุกเวลาก็ได้ ..."
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
“..ไม่ใช่บวชหรอก ไม่ใช่การบวช บวชมาแล้วก็ไม่ได้อะไร ถ้าเราไม่ปฏิบัติ ก็เป็นอย่างเก่านั่นแหละ ก็เสียไปอย่างนั้นถ้าเราคิดถูก แม้จะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ช่างเถอะ เป็นครูเป็นอาจารย์ เป็นข้าราชการทำหน้าที่การงานที่ไหนก็ตาม ถ้าเรารู้เรื่องของเรื่องอันนี้ จะได้รับการอบรมทุกวินาที เราได้ปฏิบัติ บางคนเข้าใจว่า “โอ๊ย ! ฉันเป็นฆราวาสทำไม่ได้หรอก” นี่คือมันหลงเตลิดเปิดเปิงไปทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เลย อย่างอื่นทำไมทำได้ อย่างอื่นทำได้ อะไรที่ไม่มี เราก็หาได้เพราะเราอยากได้เราก็ทำได้ “ผมไม่มีเวลาเลย ผมมีแต่การงาน” “เอ้า ! ทำไมคุณมี เวลาหายใจล่ะ” นี่เป็นเรื่องอย่างนี้ ทำไมคุณจึงมีเวลาหายใจ หาเวลามาจากไหน แน่ะ! เพราะ เรื่องการหายใจ เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของคุณ ถ้าคุณเห็นว่า เรื่องการปฏิบัติ เป็นเรื่องสำคัญ ในชีวิตของคุณแล้ว การปฏิบัติของคุณ ก็เสมอลมหายใจเท่านั้นแหละ ก็เพราะ การปฏิบัตินี้ มิใช่ว่า จะไปวิ่ง หรือไปเล่นกีฬา หรือจะต้องออกกำลังกาย หรือจะไปทำอะไรให้มันวุ่นวาย เราดูความรู้สึกของเรานี่ มันเกิดมาจากเหตุใด ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส อะไรมา ก็รวมกันมาที่ผู้รู้ คือจิตที่มีความรู้ขึ้น มันเป็นอย่างไร ถ้ามันไม่ชอบใจมันก็ไม่เอา เป็นทุกข์ ถ้ามันชอบใจ มันก็เอาเป็นสุขเสีย เรื่องเท่านี้แหละ ทีนี้เราลองคิดว่า ถ้าคุณอยู่ในโลกนี้ คุณจะไปเอาสุขที่ไหน ไม่ได้ ไม่ได้คุณจะไปอยู่ที่ไหน โลกนี้มันต้องเป็นอยู่อย่างนี้ ท่านตรัสว่า โลกวิทู รู้แจ้งโลก พระพุทธเจ้าท่านสอนให้รู้ พระพุทธเจ้าก็อยู่อย่างนี้ ไม่ใช่ท่านจะไปอยู่ที่ไหน ท่านก็อยู่ในโลกนี้ มีครอบมีครัว ท่านจึงพิจารณาจนมันเบื่อ จนเห็นโทษมัน แล้วทำอย่างไร เราจะปฏิบัติได้ ถ้าคุณจะปฏิบัติได้ คุณต้องพยายาม เมื่อคุณพยายามไปเรื่อยๆ คุณเข้าไปเห็นโทษในสิ่งนั้นแน่นอนแล้ว คุณก็วางมันได้เท่านั้นเอง..”
โอวาทธรรมคำสอน พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)
“สิ่งต่างๆ ที่ผลิตออกมานี้ เป็นสิ่งที่มาหลอกเราทั้งนั้น หลอกให้เราไปได้มา หลอกให้เราหลงยึดติด แล้วก็หลอกให้เราทุกข์ กับมันในที่สุด”
#คติธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
“..คนเราเกิดมาแล้วหนีความตายไปไม่ได้ มีเกิด มีดับ เกิดมาแล้วให้ทำความดีให้เพียงพอ การให้ทาน รักษาศีล นี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง คือถ้าใครทำ คนนั้นก็ได้รับผลด้วยกัน อย่าเลือกเวลา การทำความดีทำได้ทุกเวลา สถานที่ เพศ วัย ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ คนหนุ่ม คนสาว ทำได้หมด ให้รีบทำความดีเสียเดี๋ยวจะตายก่อน ไม่ได้ทำนะ..”
โอวาทธรรมคำสอน หลวงปู่ผาง จิตตฺคุตฺโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น (พ.ศ.๒๔๔๕-๒๕๒๘)
“..อย่าพากันประมาทนอนใจว่ากิเลสคือเชื้อแห่งภพความเกิดตายไม่มีทางสิ้นสุด เป็นของเล็กน้อยไม่เป็นภัยแก่ตน แล้วไม่กระตือรือร้นเพื่อแก้ไขถอดถอนเสียแต่กาลที่ยังควรอยู่ เมื่อถึงกาลที่สุดวิสัยแล้ว จะทำอะไรกับกิเลสเหล่านี้ไม่ได้นะ จะว่าไม่บอกไม่เตือน คนและสัตว์ทุกข์ทรมานมาประจำโลก อย่าเข้าใจว่าเป็นมาจากอะไร แต่เป็นมาจากกิเลสตัณหาที่เห็นว่าไม่สำคัญและไม่เป็นภัยนั่นแล ผมค้นดูทางมาของการเกิดตาย และการมาของกองทุกข์มากน้อยจนเต็มความสามารถของสติปัญญาที่มีอยู่แล้ว ไม่มีอะไรเป็นตัวเหตุชักจูงจิตใจให้มาหาที่เกิดตายและรับความทุกข์ทรมานมากน้อยเลย มีแต่กิเลสตัวที่สัตว์โลกเห็นว่าไม่สำคัญและมองข้ามไปมาอยู่นี้ทั้งสิ้นเป็นตัวการสำคัญ..”
ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)
“..คนเราเกิดมาแล้วหนีความตายไปไม่ได้ มีเกิด มีดับ เกิดมาแล้วให้ทำความดีให้เพียงพอ การให้ทาน รักษาศีล นี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง คือถ้าใครทำ คนนั้นก็ได้รับผลด้วยกัน อย่าเลือกเวลา การทำความดีทำได้ทุกเวลา สถานที่ เพศ วัย ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ คนหนุ่ม คนสาว ทำได้หมด ให้รีบทำความดีเสียเดี๋ยวจะตายก่อน ไม่ได้ทำนะ..”
โอวาทธรรมคำสอน หลวงปู่ผาง จิตตฺคุตฺโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น (พ.ศ.๒๔๔๕-๒๕๒๘)
..สุขกะอยู่ในนี่ ทุกข์ก็อยู่ในนี่ ในดวงจิตดวงใจนี้ ..ร่างกายมันบ่ทุกข์เด้ ผู้สุข ผู้ทุกข์คือจิตใจเท่านั้น คติธรรมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม วัดป่าสีห์พนม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร :ซัตเตอร์เพื่อธรรม
|