|
“..ทำจิตให้สงบได้ยาก..”
“..การปฏิบัติภาวนาสมาธินั้น จะให้ได้ผลเร็วช้าเท่าเทียมกันเป็นไปไม่ได้ บางคนได้ผลเร็ว บางคนก็ช้าหรือยังไม้ได้ผลลิ้มรสแห่งความสงบเลยก็มี แต่ก็ไม่ควรท้อถอย ก็ชื่อว่าเป็นผู้ได้ประกอบความเพียรทางใจ ย่อมเป็นบุญกุศลขั้นสูงต่อจากการบริจาคทาน รักษาศีล เคยมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมากเรียนถามหลวงปู่ว่า อุตส่าห์พยายามภาวนาสมาธินานมาแล้ว แต่จิตไม่เคยสงบเลยแส่ออกไปข้างนอกอยู่เรื่อย มีวิธีอื่นใดบ้างที่พอจะปฏิบัติได้ หลวงปู่เคยแนะนำวิธีอีกอย่างหนึ่งว่า..”
“..ถึงจิตไม่สงบก็ไม่ควรให้มันออกไปไกล ใช้สติระลึกไปแต่ในกายนี้ ดูให้เห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อสุภสัญญา หาสาระแก่นสารไม่ได้ เมื่อจิตมองเห็นชัดแล้ว จิตก็เกิดความสลดสังเวช เกิดนิพพิทา ความหน่าย คลายกำหนัดย่อมตัดอุปาทานขันธ์ได้เช่นเดียวกัน...”
โอวาทธรรมคำสอน พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑–๒๕๒๖)
..จิต เป็นนามธรรม ธาตุเดิมแท้เป็นธาตุที่ รู้ แต่ธาตุอื่นๆนี้ เป็นธาตุไม่รู้ คือ ธาตุดินนี้ไม่รู้ ธาตุน้ำนี้ไม่รู้ ธาตุลมนี้ไม่รู้ ธาตุไฟนี้ไม่รู้ แต่มโนธาตุนี้ รู้ ..ผู้รู้ ที่ครองร่างอยู่นี้แล เรียกว่า จิต ร่างกายเหล่านี้เป็นอาการของจิต เป็นเครื่องใช้ของจิต วิญญาณธาตุ ถ้าแปลตามภาษาโลกเราฟังกันง่ายๆ ก็คือจิตนั่นเอง ..ร่างของสัตว์ของบุคคลที่มีความรู้สึกแฝงอยู่ เนื่องจากจิตเข้าครองตัวอยู่ แม้จะมีรูปร่างต่างกัน แต่จิตในความรู้สึกเป็นจิตเช่นเดียวกัน ..อะไรจะสูญไปหมด ก็ยังเหลือธาตุรู้คือ จิต จิตนี้ไม่สูญ..
..#โอวาทธรรมหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน.. ..จากหนังสือโอสถอันวิเศษ
"...การเทศน์ไม่เทศน์สอนคนจะเทศน์สอนใคร เพราะกิเลสอยู่กับคน กิเลสอยู่ที่หัวใจคน การปราบกิเลสจะปราบบนฟ้าอากาศ ไม่ให้ธรรมเข้าหูเข้าใจคนก็ไม่ได้
การฟังธรรม ถ้าแบกหามกิเลสมาฟังด้วย กิเลสก็จะพามากีดกันเราทำลายเรา โดยหาว่าอาจารย์องค์นี้เทศน์ดุเทศน์ด่าอย่าฟังดีกว่า และพาทำลายอาจารย์โดยหาว่าอาจารย์องค์นี้ดุ ไม่ดีใครมาหาก็ดุ ๆ อย่ามาดีกว่า
แต่มันไม่บอกไม่หลอกแทรกซ้อนธรรมเข้าไปว่า อยู่กับเราดีกว่าอยู่กับธรรม เราไม่ดุ แต่พึงทราบว่าเรื่องทั้งนี้มีแต่เรื่องทำลายเรา และผลประโยชน์ของเรา เพราะความกระซิบกระซาบหลอกลวงของกิเลส
ครูอาจารย์เมื่อท่านปฏิบัติดีอยู่ ท่านจะเสียหายอะไรกับการตำหนิติเตียนของกิเลส จากใจจากปากคน ท่านต้องเป็นท่านอยู่วันยังค่ำนั่นแล ผู้เสียหายก็คือผู้เป็นเครื่องมือของกิเลสนั่นแลจะเป็นใครที่ไหนกัน..."
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๓ ไม่มีกิเลสประเภทใดจะสุภาพอ่อนโยน
“..ทำจิตให้สงบได้ยาก..”
“..การปฏิบัติภาวนาสมาธินั้น จะให้ได้ผลเร็วช้าเท่าเทียมกันเป็นไปไม่ได้ บางคนได้ผลเร็ว บางคนก็ช้าหรือยังไม้ได้ผลลิ้มรสแห่งความสงบเลยก็มี แต่ก็ไม่ควรท้อถอย ก็ชื่อว่าเป็นผู้ได้ประกอบความเพียรทางใจ ย่อมเป็นบุญกุศลขั้นสูงต่อจากการบริจาคทาน รักษาศีล เคยมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมากเรียนถามหลวงปู่ว่า อุตส่าห์พยายามภาวนาสมาธินานมาแล้ว แต่จิตไม่เคยสงบเลยแส่ออกไปข้างนอกอยู่เรื่อย มีวิธีอื่นใดบ้างที่พอจะปฏิบัติได้ หลวงปู่เคยแนะนำวิธีอีกอย่างหนึ่งว่า..”
“..ถึงจิตไม่สงบก็ไม่ควรให้มันออกไปไกล ใช้สติระลึกไปแต่ในกายนี้ ดูให้เห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อสุภสัญญา หาสาระแก่นสารไม่ได้ เมื่อจิตมองเห็นชัดแล้ว จิตก็เกิดความสลดสังเวช เกิดนิพพิทา ความหน่าย คลายกำหนัดย่อมตัดอุปาทานขันธ์ได้เช่นเดียวกัน...”
โอวาทธรรมคำสอน พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑–๒๕๒๖)
“..คนไม่ฉลาดย่อมทำกรรมเป็นการทุจริต ด้วยกาย วาจา จิต เป็นอกุศลธรรม คือ อกุศล อันเป็นที่มาจากจิตที่ประกอบกับกิเลส มีโลภะ โทสะ โมหะ เป็นมูลชวนให้ทำบาป อปุญญาภิสังขารเป็นปัจจัย อาศัยมาจากอวิชชา เป็นนายช่างผู้ปรุง ชวนจิตของคนผู้ไม่ฉลาดให้ทำกรรมที่เป็นบาปอกุศลให้ผลเป็นโทษ ได้รับความเสวยทุกข์ทรมานกายและจิตใจ อาศัยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์จึงได้ทรงชี้แจง แสดงพร่ำสั่งสอนชาวเราผู้ยังโง่ ยังไม่ฉลาดทั้งหลายเหล่านี้ว่า “สัพพปาปัสสะอะกรณัง เอตังพุทธานะสาสะนัง” อย่าทำกรรมอันเป็นบาปน้อยใหญ่ด้วยทั้งกาย วาจา ใจทั้งปวง นี่เป็นพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่เราเรียกว่าพระศาสดาดังนี้..”
ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร
..กิเลสมีทั้งคุณและทั้งโทษ ถ้าเราทำบาปความชั่วทั้งหลายที่เขาทำกันก็เรียกว่าใช้กิเลสไปในทางที่ผิด ทำให้เกิดทุกข์เกิดความเดือดร้อนเกิดขึ้น ถ้าใช้กิเลสไปในทางที่ผิดไปในทางกายวาจาใจที่เขาทำกันอยู่ เรียกว่าใช้กิเลสผิด ถ้าเราใช้ในทางที่ถูก อยากจะสร้างคุณงามความดี อยากทำบุญทำทานการกุศล อยากรักษาศีล อยากเจริญเมตตาภาวนา เราก็อาศัยกิเลสซึ่งเป็นความอยาก แต่เป็นความอยากในทางที่ดีจึงทำให้เรามีความสุข เพราะกิเลสทำให้เกิดทุกข์ อันนี้กิเลสทำให้เกิดสุขก็คืออยากในทางที่ดี เรียกว่าคนใช้กิเลสเป็นประโยชน์..
..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..
บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยาก ทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก บุคคลนั้นจะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต ความอดทน ความขมขื่นจะเกิดขึ้นในเบื้องต้นของการทำความดี แต่จะได้รับความชื่นชมในบั้นปลาย
โอวาทธรรม หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
"ทำไมเรานั่งอยู่เฉยๆ เราจึงเกิดทุกข์ขึ้นมา"
เกิดทุกข์ใจขึ้นมาเฉย ๆ นั้น ความจริงใจมีอารมณ์ที่จะให้เกิดทุกข์อยู่ภายในอย่างละเอียด แต่เราไม่อาจทราบได้ เมื่ออารมณ์นั้น ๆ ฟักตัวอยู่ภายในพอแก่การแสดงทุกข์แล้ว ก็แสดงออกมาดังที่คุณเป็นทุกข์นั่นแล
การไปให้พ้นจากสภาพเช่นนั้นกรุณาอย่าคิด จะเป็นการเพิ่มความเศร้าหมองยิ่งขึ้น กรุณากำหนดพุทโธ ๆ อยู่ที่จุดไม่สบายนั้น ความทุกข์ความเศร้าหมองจะค่อยสงบตัวลงและหายไปโดยไม่อาจสงสัย กรุณาทำตามแนะนี้ คุณจะสงบสบายใจ
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน #วัดป่าบ้านตาดวัดเกษรศีลคุณ
" หูได้ยินเสียง เราก็ตั้งสติไว้ที่หู กำหนดเสียงหนอ หนอตัวนี้เป็นการรั้งจิต ให้มีสติดี "
หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
ตื่นมาในทุก ๆ เช้า... ให้น้อมใจโมทนาบุญทุก ๆ บุญที่เกิดขึ้นในวัฏฏะนี้ แล้วแผ่เมตตาไปทั่วทุกทิศจักรวาล...
ตั้งจิตว่าวันนี้ฉันจะไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่โทษใคร.... ใจฉันจะเป็นสุขทั้งวัน...
เจออะไรหนักแค่ไหน...แต่ใจฉันจะไม่เสีย หากมีเรื่องกระทบเข้ามาระหว่างวัน..ฉันก็รีบให้อภัย เพื่อที่จะไม่เป็นภัยแก่ใจตนเอง...
เราจะรัก เมตตา คนอื่นให้ได้...เท่ากับที่เรารักชีวิตเรา แม้เขาทำร้ายเรา...เราก็จะไม่เกลียดไม่โกรธ...
อะไรที่ไม่ถูกใจก็รีบพิจารณา ตามกฏธรรมดา... เพราะเดี๋ยวทุกสิ่งก็ผ่านไป...
ถ้าลูกวางใจได้อย่างนี้แล้ว ใจลูกจะเป็นสุข...
-หลวงตา-
กราบโอวาทธรรม...หลวงตาวัชรชัย วัดเขาวงถ้ำนารายณ์
“เรามาตัวเปล่าๆ แล้วเดี๋ยวเราก็ไปตัวเปล่าๆ
ดังนั้นอะไรๆ ที่ได้มานี้ มันไม่ได้เป็น...ของเรา”
คติธรรม...พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
#เดี๋ยวจะเจอพระอรหันต์ปลอม
"อย่าไปวิ่งตามพระอรหันต์ให้เหนื่อยเลย เดี๋ยวจะเจอพระอรหันต์ปลอม องค์ไหนสอนให้เรา ลด ละ กิเลสได้ เอาองค์นั้นเป็นครูบาอาจารย์"
กราบโอวาทธรรม... หลวงพ่อสุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จ.ชลบุรี
"ความผิดพลาดมีทุกคนในชีวิต มิใช่เรื่องแปลก #แต่เมื่อรู้ว่าผิดแล้วยังกล้าทำต่อ นี่ต่างหากเป็นเรื่องแปลกสำหรับมนุษย์ที่หวังความประเสริฐ"
กราบโอวาทธรรม...ท่านพ่อลี วัดอโศการาม
“ สบายใจปล่อยวางได้ ”
ถาม : เวลาปฏิบัติอยู่ที่บ้าน จะตรวจสอบได้อย่างไร ว่าก้าวหน้ามาถูกทาง พระอาจารย์ : ดูที่อารมณ์ว่าแรงขึ้นหรือเบาลง ความหงุดหงิดรำคาญใจน้อยลงหรือมากขึ้น ถ้าสบายใจปล่อยวางได้ รับกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ก็แสดงว่าก้าวหน้า #ถ้ารับไม่ได้ แสดงว่ายังไม่ก้าวหน้า การปฏิบัติก็เพื่อให้ยอมรับความจริง ว่าไม่มีอะไรเป็นไปตามความต้องการของเรา.
กำลังใจ ๕๓ กัณฑ์ที่ ๔๒๓ วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๔
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
“#ทำต่อไป”
ถาม : เวลาปฏิบัติแล้วมีเหตุการณ์ทำให้จิตถดถอย พอกลับไปปฏิบัติต่อ ควรต่อยอด หรือนับหนึ่งใหม่ ตอบ : ทำต่อไป เหมือนรับประทานอาหารแล้วหยุดไป พอว่างก็รับประทานต่อ ไม่ได้เริ่มต้นใหม่ ทำไปตามกำลัง ทำอะไรได้ก็ทำไป นั่งสมาธิได้ก็นั่งไป ถ้านั่งไม่ได้ก็เปิดธรรมะฟังไปก่อน หรือสวดมนต์ไปก่อน หรือลุกขึ้นมาเดินจงกรม ควบคุมจิตใจให้อยู่กับการเดินก็ได้ ขึ้นอยู่กับจิตในขณะนั้นว่ามีกำลังมากน้อย ถ้ามีกำลังมากก็จะปฏิบัติได้มาก ถ้ามีกำลังน้อยก็จะปฏิบัติได้น้อย #เป้าหมายอยู่ที่การควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ ถ้าว้าวุ่นขุ่นมัวก็ต้องหาวิธีทำให้กลับมาเป็นปกติ จะใช้วิธีการบริกรรมพุทโธๆ เพื่อให้ลืมเรื่องต่างๆ ที่ทำให้ว้าวุ่นขุ่นมัวก็ได้ หรือใช้ปัญญาวิเคราะห์ว่า เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ เหมือนฝนตกแดดออก เราไปห้ามเขาไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่เราไปอยากให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ถ้าเห็นว่าปัญหาอยู่ที่ใจ ก็ต้องมาแก้ที่ใจ ดับความอยาก ปล่อยให้เขาเป็นไปตามเรื่องของเขา ใจก็จะกลับมาเป็นปกติ
การปฏิบัติก็เพื่อรักษาความเป็นปกติของใจ ไม่ให้ทุกข์ไม่ให้วุ่นวายกับเรื่องราวต่างๆ แต่ต้องฝึกซ้อมไว้ก่อน เพราะถ้าไม่ซ้อมเวลาเกิดเหตุการณ์ จะไม่สามารถดึงใจให้กลับสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว ต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับสู่สภาพปกติ จะทรมานใจมาก
ถ้าซ้อมไว้ก่อนก็จะสามารถดึงใจให้กลับเป็นปกติได้ทันที ปัญหาอยู่ที่เราไม่รู้ว่าใจไม่เป็นปกติ เพราะไม่คอยดูใจ มัวแต่ดูสิ่งที่อยู่ภายนอกใจ ต้องย้อนกลับมาดูที่ใจว่าเป็นปกติหรือไม่ ปล่อยวางได้หรือไม่วุ่นวายกับเรื่องราวต่างๆหรือไม่ ให้คอยดูตรงนี้ สงบหรือว้าวุ่นขุ่นมัว จะวัดผลของการปฏิบัติก็วัดกันตรงนี้."
กำลังใจ ๕๓ กัณฑ์ที่ ๔๒๓ วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๔
กราบ...พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
"เราควรดัดมือดัดแขนให้รู้จักไหว้กราบพระ
ดัดเท้าให้รู้จักเดินไปวัด
ดัดหูให้รู้จักฟังธรรม ฟังคำที่เป็นคุณประโยชน์
ดัดตา หู จมูก ล้น กาย ใจของเราให้สิ่งที่ไหลเข้าไปล้วนแต่เป็นบุญเป็นกุศล
จมูกก็อย่าหายใจเปล่า ให้หายใจเอา พุทโธ เข้าออกเหมือนกับน้ำที่ไหลเข้าไปในร่างกาย ใจของเราก็จะเย็นสบายเป็นสุข
ปากก็หมั่นสวดมนต์ภาวนา อย่าด่าแช่งเสียดสี หรือพูดเท็จต่อใคร กล่าวแต่สิ่งที่เป็นธรรมและไม่ดื่มเหล้า เมายา ให้เก็บแต่บุญเอาตามตัวของเรา มีมือ เท้า แขน ขา ตา หู จมูก ลิ้น เหล่านี้เป็นต้น"
กราบโอวาทธรรม...ท่านพ่อลี วัดอโศการาม
" คนโบราณท่านมีคติดี เวลาไปไหนมาไหนต้อง นิ่งได้ ทนได้ รอได้ ช้าได้ ดีได้ #คนสมัยนี้นิ่งไม่ได้ ปากไม่ดี ทนไม่ได้ อยู่ไม่ได้อีก รอก็ไม่ได้ ช้าก็ไม่ได้ จึงเอาดีกันไม่ค่อยจะได้ ในยุคสมัยใหม่ปัจจุบันนี้ สิ่งเหล่านี้มีความหมายมาก แต่ทุกคนไม่เคยคิด
ใครตั้งใจ “#ทำดี” อย่าไปกังวลเรื่อง “ปากคน” เพราะต่อให้เรา “ดี” ขนาดไหน หากไม่ถูก “กิเลส” เขา เขาก็ไม่ชอบ ไม่เข้าใจ เขาก็ตำหนิ ดังนั้น ดี-ชั่ว ไม่ได้อยู่ที่เขาว่าเรา แต่อยู่ที่เราเองทั้งหมด เรารู้เราเองก็เพียงพอแล้ว"
กราบโอวาทธรรม...หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
”สั่งจิตให้ปล่อยว่างไม่ได้“
ถาม : เวลาปฏิบัติเพื่อการปล่อยวางนี่ เราไม่สามารถสั่งจิตให้เขาปล่อยวาง ได้แต่สอนเขาจนวันหนึ่งเขาวางเขาเอง ตอบ : เขาจะวางก็ต่อเมื่อ เขาเห็นชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่เขายึดติดอยู่นั้น ให้ความทุกข์กับเขา แล้วเขาไม่อยากจะทุกข์กับสิ่งนั้น เขาก็จะปล่อยวาง ถ้ายังไม่เห็นว่าเป็นทุกข์ เขาก็ยังจะยึดติดอยู่ ต้องเห็นอริยสัจ ๔ เห็นว่าตอนนี้ใจของเราทุกข์เหลือเกิน เพราะยึดติดอยู่กับสิ่งนี้ อยากให้สิ่งนี้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่อยากจะทุกข์ก็ต้องปล่อยให้เขาเป็นไปตามเรื่องของเขา. กราบโอวาทธรรม..พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
"กิเลสของใครคนใด ใครคนนั้นต้องแก้"
อย่าไปมุ่งเพ่งเล็ง แก้กิเลสของผู้อื่น แม้ปรารถนาเป็นผู้พ้นทุกข์ "ทุกข์" เกิดจากกิเลส เพราะการเพ่งเล็งแก้กิเลสของผู้อื่นนั้น นอกจากจะไม่ทำให้กิเลสของตนเบาบางห่างไกลออกไป ยังจะเพิ่มกิเลสของตนให้มากขึ้น
กิเลสของใครคนใด ใครคนนั้นต้องแก้ ไม่ใช่คนอื่นจะไปแก้ให้ได้
ดังนั้นแม้คิดจะไปเพ่งโทษคนอื่น คือคิดไปแก้กิเลสของคนอื่นนั่นเอง ก็พึงมีสติรู้ให้เร็วที่สุดว่า..กำลังทำไม่ถูก ที่ถูกคือ..ต้องแก้กิเลสของตนเอง
กิเลสของตนเอง ของทุกคน ที่ทุกคนควรแก้ของตนเอง ไม่ใช่ไปมุ่งแก้ของคนอื่น คนนั้นก็ไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนั้น ผิดอย่างนั้น ผิดอย่างนี้ เช่นนี้ไม่มีทางที่ตนจะถึงความสุขได้ .. "
"แสงส่องใจ วันจักรี ๒๕๔๘" สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๙
"ถ้าเราฉลาดจริง เราไม่มาเกิดกันแล้ว ถ้ามาเกิด.. แสดงว่าเรายังโง่อยู่ เรายังหยุดความเกิดไม่ได้"
กราบ..พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
"จิตของเราที่ยุ่ง วาจาของเราที่เสีย กายของเราที่ไม่สำรวม ก็เพราะอาศัยจิตไม่ดี"
พระธรรมคำสอน พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร)
“อะไรคือคนดี“
ถาม : อะไรคือคนดีครับหลวงพ่อ
พระอาจารย์ : อ้าว คนดีก็คนที่ปฏิบัติ ๓ ข้อที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ปฏิบัติไง ไม่ทำบาป ทำแต่บุญ แล้วก็ตัดกิเลส ชำระกิเลส คือนี่แหละคือคนดี ของพระพุทธเจ้านี่ ดีอย่างแท้จริง พระพุทธเจ้าก็ดีอย่างนี้ พระพุทธเจ้าดีก็ดีด้วยการกระทำ ๓ ประการนี้ พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ถึงสอน ๓ ประการนี้ วิธีทำตนให้เป็นคนดี
กราบ...พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
คำว่า "สำคัญมั่นหมาย" ลึกซึ้งมาก หลายสิ่งหลายอย่างที่เรานึกว่าสำคัญ ที่จริง..ไม่มีความสำคัญอะไรอยู่ในตัวของมันเอง
มันดูว่าสำคัญ เพราะเราเชื่อหรือตกลงกันว่าสำคัญเท่านั้น คือเราสำคัญมั่นหมายมัน
วาระสุดท้ายของชีวิต คนจำนวนไม่น้อยที่รู้ตัวว่านับวันหรือนับชั่วโมงที่ยังเหลืออยู่ได้แล้ว จึงจะรู้สึกว่าชีวิตอันสั้นเหลือเกินนี้ เราได้ปล่อยให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เยอะ
จริงๆ ยุ่งอยู่กับสิ่งที่นึกว่าสำคัญแต่ที่จริงมองย้อนหลังไป ดูเหมือนความฝัน แล้วถ้าอย่างนั้น...สิ่งที่สำคัญแท้คืออะไรแน่
ปัญหานี้ไม่ต้องถามใครที่ไหน "จงถามตัวเองทุกวัน"
กราบข้อธรรม...พระอาจารย์ชยสาโร
"อิริยาบถทั้ง ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ เช่น เราเดินไปก็ระลึกพุทโธไป เรานั่งอยู่ก็ระลึกพุทโธ เรานอนอยู่ก็ระลึกพุทโธ พยายามทำให้มันติดต่อ
และบุญนั้นไม่ได้เกิดแต่การบริจาคทานอย่างเดียว
บุญเกิดจากการรักษาศีล บุญเกิดจากการภาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือการเจริญภาวนา เป็นบุญที่สามารถทำได้ไม่เลือกบุคคล"
กราบพระธรรม...หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
“เป้าหมายคือความสงบ”
ถาม : ถ้าใจฟุ้งซ่าน ไม่สามารถนั่งทำสมาธิได้ ควรพิจารณากายใช่ไหม? ตอบ : ถ้านั่งทำสมาธิไม่ได้ ก็ฟังเทศน์ไปก่อน หรือสวดมนต์ไปก่อน จะพิจารณาก็ได้ ถ้าพิจารณาแล้วไม่ฟุ้งซ่าน พิจารณาไตรลักษณ์ไป ใช้การพิจารณาข่มใจให้สงบ การฟังธรรมก็เหมือนการพิจารณา เพียงแต่เราไม่ได้พิจารณาเอง เราฟังการพิจารณาของผู้แสดงธรรมแทน เพราะเราพิจารณาไม่เป็น ทำได้ทั้ง ๒ อย่าง ถ้าพิจารณาแล้วใจสงบก็ทำไป เป้าหมายคือความสงบ.
กราบโอวาทธรรม...พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
"สิ่งที่ห้ามได้ ก็คือใจ ห้ามด้วย..ปัญญา ไม่ให้..ไปหลง..ไปยึด..ไปติด ให้เพียงแต่รู้ว่าเป็นอย่างนี้
มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เวลามี..ก็ไม่ยึด ไม่ติด เวลาไม่มี เวลาหมดไป..ก็ไม่เสียอกเสียใจ"
กราบโอวาทธรรม..พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จ.ชลบุรี
ถือศีล ระวัง อย่าดูแคลนคนทุศีล
จิตสงบ ระวัง อย่าประมาทคนฟุ้งซ่าน
จะดีได้ ดีจริง ดีนาน ก็เพราะรู้จักดี รู้จักป้องกันความดีของตน
กราบโอวาทธรรม...พระอาจารย์ชยสาโร
การทำดีต้องไม่มีพอ ต้องทำให้ยิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพราะไม่มีใครอาจประมาณได้ว่าเมื่อใดจะตกไปในที่มืดมิดขนาดไหน ต้องการแสงสว่างจัดเพียงใด ถ้าไม่ตกเข้าไปในที่มืดมิดขนาดไหน ต้องการแสงสว่างจัดเพียงใด ถ้าไม่ตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมายนัก มีแสงสว่างมากไว้ก่อนก็ไม่ขาดทุน ไม่เสียหาย . แต่ถ้าตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมาย แสงสว่างน้อย ก็จะไม่เพียงพอจะเห็นอะไรๆ ได้ถนัดชัดเจน การมีแสงสว่างมากจะช่วยให้รอดพ้นจากการสะดุดหกล้มลงเหวลงคู หรือตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายจนถึงตายถึงเป็น . สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระนิพนธ์แสงส่องใจ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๘
|