พระพุทธพจน์ - พุทธภาษิต พระธรรมเทศนา และ ธรรมะจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ศุกร์ 27 ก.พ. 2026 7:36 pm
จิตใจของเด็กไม่ใช่กระดานขาว เขาเคยเกิดเคยตายไม่รู้กี่ครั้ง กี่ล้าน ๆ ๆ ครั้งแล้ว จะบริสุทธิ์ได้อย่างไร ? แต่จิตใจเด็กดีที่ไม่ค่อยมีลับลมคมใน กิเลสส่วนใหญ่ยังนอนเนื่องอยู่ในสันดาน ยังไม่ถึงเวลาที่จะปรากฏตัวชัดเจน จิตใจของเด็กจึงพร้อมที่จะซึมซับสิ่งที่สัมผัสอยู่ตลอดเวลา
ถ้าได้ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ความรู้สึกปลอดภัย ตัวอย่างที่ดี และการสั่งสอนที่ดี พลังความดีที่รับเข้ามาอาจทับถมกรรมเก่าของเขาได้ อย่างน้อยเป็นการให้เด็กมีฐานมั่นคง เพื่อจะชนะสิ่งเศร้าหมองในใจตนต่อไป
ผู้สอนลูกหลานในสิ่งที่ดีงาม และเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย (ไม่ใช่พูดอย่างเดียว) ได้บุญมากทีเดียว มีส่วนในการสร้างอนาคตของตระกูล และประเทศชาติที่น่าภูมิใจยิ่ง
#พระอาจารย์ชยสาโร
สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา
#ศีล๕มีอานิสงส์อย่างไร
"...มีศีลมีธรรมเนี่ย ๕ ข้อนี้ ตายไปแล้วก็ไม่ตกนรก ไม่เป็นเปรต ไม่เป็นอสุรกาย ไม่เป็นสัตว์เดรัจฉาน อย่างแน่นอน พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า บุคคลผู้มีศีล ๕ ข้อนี้แล้วจะไม่ไปสู่อบายภูมิทั้งสี่ ท่านเรียกว่า ปิดอบายภูมิทั้งสี่ จะมีมนุษยสมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมโลกเป็นที่ไป..."
#โอวาทธรรท
พระราชมงคลวชิรโกศล
(หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ)
วัดใหม่บ้านตาล อ.สว่างแดนดิน
จ.สกลนคร
..เรื่องเวทนานี้เราจะหนีมันไปไหนไม่ได้ เราต้องรู้มัน..
...เรื่องเวทนานี้เราจะหนีมันไปไหนไม่ได้ เราต้องรู้มัน เวทนาก็สักแต่ว่าเวทนา สุขก็สักแต่ว่าสุข ทุกข์ก็สักแต่ว่าทุกข์ มันเป็นของสักว่าเท่านั้นแหละ แล้วเราจะไปยึดมั่นถือมั่นมันทําไม ถ้าจิตเราฉลาดแล้ว เพียงคิดเท่านี้ มันก็แยกเวทนาออกไปจากจิตได้ เวทนานี้สักว่าเวทนา มันก็เห็นสักว่าเท่านั้น ทุกข์มันก็สักว่าทุกข์ สุขมันก็สักว่าสุข มันก็แยกกันเท่านั้นแหละ แล้วมันมีอยู่ไหม มี #แต่มันมีอยู่นอกใจ #มันมีด้วยความไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ได้ไปทําความสําคัญมั่นหมายกับมัน มีแล้วมันก็คล้ายๆ กับว่ามันไม่มี เท่านั้นเองแหละ
...#นี้เรียกว่าการแยกเวทนาออกจากจิต เพราะรู้ว่าจิตมันเป็นอย่างไร เวทนามันเป็นอย่างไร #จิตก็คือตัวที่เข้าไปรู้ในสุข เป็นตัวที่ละเอียดเข้าไป แล้วตามเข้าไปให้รู้ว่า สุขนั้นมันแน่หรือเปล่า ทุกข์นั้นมันแน่หรือเปล่า เมื่อเราตามเข้าไปเช่นนี้ ปัญญามันก็เกิดขึ้นที่จิต มันก็แยกสุขทุกข์ออก สุขมันก็กลายเป็นว่าสักว่า ทุกข์มันก็กลายเป็นว่าสักว่า ไม่เห็นมีอะไร อะไรมันก็เป็นของสักว่าเท่านั้น เรามีความรู้อยู่อย่างนี้ ตลอดต้นจนปลายเท่านั้น
...จิตของเรามันก็ปล่อยวาง #แต่ไม่ใช่ปล่อยวางด้วยความไม่รู้นะ มันวางและก็รู้อยู่ ไม่ใช่วางด้วยความโง่ ไม่ใช่วางเพราะไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น คือ #วางเพราะรู้เห็นตามความเป็นจริงว่ามันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น เรียกว่า #เห็นธรรมชาติหรือเห็นของธรรมดา
...เมื่อเรารู้เช่นนี้แล้ว เราก็เป็นผู้ชํานาญในจิต #รู้จักตามรักษาจิต ฉลาดในจิตของตน เพราะฉะนั้น เมื่อฉลาดในจิต #ก็ต้องฉลาดในอารมณ์ เมื่อฉลาดในอารมณ์ ก็ย่อมฉลาดในโลก อย่างนี้เป็นต้น นี้เป็นโลกวิทู #พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้แจ้งโลก อยู่ท่ามกลางสิ่งที่มันยุ่งยาก ท่านก็รู้ในสิ่งที่มันยุ่งนั้นแหละ โลกนี้เป็นของวุ่นวาย ทําไมพระพุทธเจ้าท่านจึงทรงรู้แจ้งโลกได้ นี่ให้เราเข้าใจว่าธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรง
บัญญัติไว้ ไม่มีอะไรที่จะเหนือความสามารถของพวกเราทั้งหลายนั่นเอง
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)
...การกำหนดลมตามที่อธิบายมานี้ อธิบายเพียงย่อๆ กำหนดจนกระทั่งลม ละเอียดสุด ปรากฏในความรู้สึกว่าลมไม่มีเลยก็ไม่ต้องกลัวตาย #ขณะที่ลมหายไป นั้นแลจิตยิ่งมีความละเอียดมาก บางครั้งลมได้หายไปจริงๆ ในความรู้สึกของนักภาวนา บางครั้งที่เรากำหนดลมละเอียดเข้าไปๆ ถึงกับปรากฏว่า ลมไม่มีเลย เหลือแต่ความรู้ล้วนๆ
...ถ้าเป็นเช่นนั้นจิตก็หยุดปรุง มีความสงบแน่วแน่ ความสงบนั้นแลเป็นสิ่งที่จะทรงคุณภาพอันแปลกประหลาด และอัศจรรย์ให้เราเห็นในเวลาที่จิตมีความสงบ และจิตตั้งตัวได้โดยลำพังตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งอื่นใดมาเป็นอารมณ์ เช่น ลมหายใจเป็นต้น มีความสุขโดยความสงบของใจเอง
...นี่แหละชื่อว่าเป็นตัวของตัวในขั้นหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายถึงขั้นสุดยอด #หมายถึงขั้นต้นอย่างนี้เสียก่อน อย่างไรก็ขอให้ทำได้อย่างนี้
...จะผูกใจด้วยพุทโธหรือจะตามลมหายใจด้วยพุทโธก็ตาม เราจะตามด้วยพุทโธๆ ทั้งระยะเข้าและออก หรือ จะตามด้วย พุท เข้า โธ ออก ก็ได้ ขอให้เป็นความถนัดใจก็พอ ไม่ผิดทางเป็นอันถูก ในหลักความเพียรสำหรับนิสัยของแต่ละรายๆ เราไม่ต้องไปคว้าโน้นคว้านี้ ได้ยินท่านว่าท่านภาวนาอย่างนั้นได้ผล ผู้นั้นภาวนาอย่างนั้นได้ผล เราก็คว้าโน้นปล่อย #อย่างนั้นเรียกว่าเป็นคนหลักลอย เป็นคนจับจด โดยไม่ทราบนิสัยของตนว่าจะควรปฏิบัติต่อตนอย่างไร อย่างนี้ทำความเพียรไปเท่าไรก็ไม่ค่อยเห็นผล
พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน)
พระลูกพระหลานทุกองค์ ให้เร่งเรื่องการภาวนา ในวัดของเราที่กว้างขวาง ทุกวันนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนหลวงพ่อไปอยู่ถ้ำภูผาป่าไม้ ทุกวันนี้เป็นป่าสงวน เป็นอุทยานแห่งชาติไปหมดแล้ว ถ้าเข้าไป เดี๋ยวเขาก็จะไปไล่ออก แต่สำหรับวัดของเรา เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุน เอาเลย ภาวนา องค์ไหนจะภาวนา อดนอนผ่อนอาหาร เร่งความพากความเพียร อยู่จุดไหน อย่างไร ภาวนาเลย ที่วัดของเราตั้ง ๑,๓๕๐ กว่าไร่นะ
เราไปภาวนาไม่ได้ยินเสียงใครก็ได้ แต่ละวี่ละวัน นั่งภาวนา หลับตาเพ่งพินิจ ดูกายดูใจ ดูใจดูกาย การภาวนาให้ดูกายนะ เพราะใจของเรามันหลงกาย พอเกิดมา ใจของเรามันอยู่กับร่างกายตลอด ไปที่ไหนก็ใช้ร่างกายตลอด ผลที่สุดว่าร่างกายเป็นตัวตนของเรา แต่อีกสักวัน ถึงจะเลี้ยงดี อิ่มหมีพีมันขนาดไหน ทะนุถนอมขนาดไหน อาบน้ำชำระกาย ฉวีวรรณผัดผ่องขนาดไหน ร่างกายนี่มันยังเป็นอื่นอยู่เสมอนะ มันไม่ใช่ของเรานะ เดี๋ยวก็เห็นนะ ต่อไปภายภาคหน้า ก็แก่อย่างหลวงพ่อ ขนาดนั่งฟังปาฏิโมกข์ เป็นตะคริวขึ้นที่ขาแล้ว เพราะมันไม่ใช่ตัวตนของเรานะ
ร่างกายนี่มันไม่ใช่ตัวตนของเรา แก่แล้วก็เจ็บ แล้วก็เห็นตัวเองตายนะ พอตาย ใจของเราก็ออกจากร่าง ถ้าใจของเรายังไม่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส ยังมีกิเลสอยู่ในจิตในใจ พอออกจากร่าง ไปเกิดอีก ถ้าหากว่า เราทำคุณงามความดี ก็ไปสูงส่งขึ้นไป ถ้าเป็นพระอริยบุคคล อันนั้นก็นับว่าเป็นผู้มีบุญวาสนา เป็นผู้ตั้งอกตั้งใจดี เป็นพระอริยบุคคล พระโสดา สกทาคา อนาคา อรหันต์ เกาะบันไดขึ้นไป ก็เข้าสู่นิพพานได้ ถ้าหากว่ายังเกาะบันไดยังไม่ได้นะ หลุดเลื่อนลอยนะ พร้อมที่จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ช้าง ม้า วัว ควาย หมู หมา เป็ด ไก่ พร้อมจะเป็นเปรตเป็นผีได้ทั้งนั้น ตกกนรกหมกไหม้ได้ทั้งนั้น
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ใหญ่กับพ่อ ก่อกับครู เรียนรู้วิถีพระ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๘
วันหนึ่งๆ เราควรอ่านตัวเองเสมอว่า
วันนี้ได้มีความผิดพลาด ไปในทางใดบ้าง
มีความเสียหายเกิดขึ้น แก่ตัวของเรา
อย่างไรบ้าง หรือมีความเจ็บช้ำจิตใจ
แก่ผู้เกี่ยวข้อง เฉพาะอย่างยิ่ง คือครอบครัว
หรือไม่ หรือคนอื่นใดบ้าง ที่การกระทำ
ของเรานี้ เป็นการกระทบกระเทือน
แก่บุคคลเหล่านั้น เราต้องคิดเสมอ
แม้คนอื่นไม่ทราบ ไม่เห็นก็ตาม แต่การ
กระทำนั้น เป็นการกระเทือนตนเองหรือไม่
การกระเทือนตนเอง ก็คือความเสียหาย
สำหรับตน นี่เราก็ควรคิด
ที่ท่านเรียกว่า หัดคิด หัดอ่าน อ่านตัวเอง
คิดตัวเอง และแก้ไขตัวเองไปโดยลำดับ ...
...
หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
“ รักษาใจเจ้าของเนาะ
ดีก็ของเขา ชั่วก็ของเขา
เฮาอย่าเฮ็ดกะพอ “
คติธรรมคำสอน
พระคุณเจ้าหลวงปู่จื่อ พนฺธมุตฺโต
พระอริยสงฆ์งดงามด้วยธรรมแห่งวัดเขาตาเงาะ จังหวัดชัยภูมิ
Powered by phpBB © phpBB Group.
phpBB Mobile / SEO by Artodia.