นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 05 ก.พ. 2026 11:39 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


Switch to mobile style


โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 04 ก.พ. 2026 4:39 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5199
“การให้ธรรมมะ ชื่อว่าเป็นการให้แสงสว่าง
และความสันติสุขร่มเย็น
และเป็นการเทิดทูลพระศาสนา
ให้สถิตย์สถาพร เจริญรุ่งเรืองสืบไป
เป็นอานิสงส์อันมั่นคง
และสำเร็จ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ขอให้เธอทั้งหลายจงมีความตั้งใจ
ประพฤติปฏิบัติธรรม ทั้งส่วนตน
และเผยแพร่หลักธรรมคำสอน
ในพร“

หลวงปู่โต๊ะ (พระราชสังวราภิมณฑ์) แห่งวัดประดู่ฉิมพลี








สติความระลึกรู้ คือรู้ว่าจิตใจเราอยู่ในธรรมชาติรู้อันนี้ได้ เรียกว่าใจอยู่ในใจ รู้อยู่กับรู้ พูดง่ายๆ ความรู้อยู่กับความรู้ ใจอยู่กับใจ นี้จึงเป็นของที่มีผลใหญ่ในการกระทำอะไรทุกอย่าง สิ่งต่าง ๆ ที่เราจะประพฤติปฏิบัติไป จะต้องผ่านจุดนี้ทั้งนั้น

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
พระเทพวิสุทธิมงคล
วัดประชาคมวนาราม(ป่ากุง)
ศรีสมเด็จ ร้อยเอ็ด






#นิพพานคือนิพพาน
"...ผู้ที่จะพิจารณาให้ถึงพระนิพพาน ต้องเดินเหยียบย่างไปในไตรลักษณ์ คือพิจารณาไปกับเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และอัตตา ซึ่งเป็นกองแห่งกิเลสสุมเต็มอยู่ในนั้น ให้ถอนอัตตานุทิฎฐิ คือความเห็นว่าเป็นตนเป็นตัวเหล่านี้ออกเสียได้ จึงจะหลุดพ้นเป็นพระนิพพาน เพราะฉะนั้น พระนิพพานจึงเป็นพระนิพพานเท่านั้น เป็นอัตตาและอนัตตาไปไม่ได้ เพราะอัตตาและอนัตตานั้นเป็นทางเดินเพื่อนิพพาน

เช่นเดียวกับเราเดินก้าวขึ้นสู่บันใด ขั้นหนึ่ง สองขั้นขึ้นไป จนกระทั่งถึงที่สุดของบันไดก้าวเข้าสู่บ้านของเรา เมื่อเข้าสู่บ้านแล้วบันไดก็เป็นบันได บ้านก็เป็นบ้าน จะให้บ้านกับบันไดเป็นอันเดียวกันไม่ได้

นี่คำว่าไตรลักษณ์ก็ดี อัตตาก็ดี นี่คือบันไดก้าวสู่มรรคผลนิพพาน เมื่อพ้นจากนี้ ปล่อยนี้หมดแล้ว จิตก็ก้าวสู่พระนิพพาน เหมือนกับว่าเราก้าวสู่บ้านของเรา หมดปัญหากับบันได บันไดจึงจะกลายเป็นบ้านไปไม่ได้ บ้านจะมากลายเป็นบันไดไปไม่ได้ บ้านต้องเป็นบ้าน บันไดต้องเป็นบันได

นี่ไตรลักษณ์ อัตตาก็ดี อนัตตาก็ดี เป็นบันไดทางก้าวเดินเพื่อมรรคผลนิพพาน เพราะฉะนั้น นิพพานจึงเป็นนิพพาน นิพพานมีอันเดียวเท่านั้น ไม่มีสองกับอัตตาที่โปะเข้าไปเป็นส่วนเพิ่มส่วนเติม เหมือนเอาดินเหนียวติดพระนิพพานเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นนิพพานก็คือนิพพานเท่านั้น เรียกว่ามรรค๔ ผล๔ นิพพาน๑ อนิจจังทุกขัง อนัตตา เป็นทางก้าวเดินเพื่อพระนิพพาน

ที่ว่ายกหลวงตาออกมา หลวงตาได้ได้ก้าวเดินตามนี้แล้ว พิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทั้งหมดนี้จนรอบคอบขอบชิดหาที่ตำหนิไม่ได้แล้ว จิตปล่อยวางจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และอัตตานี้แล้วดีดผึงถึงความบริสุทธิ์ วิมุตติเต็มหัวใจ จะว่าอันนี้เป็นนิพพาน จะว่าก็ได้ ไม่ว่าก็ได้ ถึงขั้นนี้แล้วหมดปัญหา พ้นจากบันใดขึ้นมาถึงบ้านแล้ว..."

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน







"บางชาตินี้ อาจจะไม่พบพระพุทธศาสนา
อย่างที่เราพบอยู่เวลานี้ จะว่างเปล่า ก็เมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะต้องใช้บุญ จากวาสนาเดิม

...ที่มีอยู่ในจิตใจ ออกมาคิดทำเป็นประโยชน์ ออกมาคิดทำในสิ่งที่ถูกต้องสุจริต นั่นคือ เรียกว่า นิสัยของบุญนี้

...นอกจาก มันจะติดอยู่ในชาตินี้แล้ว มันก็ตามเราไป ติดใจของเรานี่ ไปถึงปรภพเบื้องหน้าด้วย"

ธรรมะรุ่งอรุณ ๕ หน้า ๗๑

สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์






“..พระพุทธองค์ท่านสอนว่า..“..ความดีของเราก็คือ กาย วาจา ใจ รักษามัน แต่งปรับปรุงมัน ปฏิบัติให้มันดีงามขึ้น มันก็ดีอยู่ในที่นั้น ไม่ใช่ของดีจะไปขอเอากับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ให้ของดีเราไม่ได้ นอกจากท่านสอนให้ทำ ให้ทำเอา ให้ละอย่างนั้น ปฏิบัติอย่างนี้ แล้วก็ไปปฏิบัติเอา มันก็ได้ มันก็ดีขึ้นมา ไม่ใช่ว่าของดีอยู่กับพระพุทธเจ้า ของดีที่อยู่กับพระพุทธเจ้าก็เป็นของดีที่อยู่กับพระองค์ จะไปขอเอากับท่านไม่ได้ เราจะต้องปฏิบัติเอา ผลที่สุดแล้วความดีก็จะอยู่กับเรา แต่ถ้าเราไม่สร้างความดีที่ถูกต้องขึ้น มันก็ดีขึ้นไม่ได้ ไม่ปรากฏขึ้นได้ ความดีมีอยู่ทั่วไปในสกลกายของเรา สร้างขึ้นปฏิบัติขึ้น พวกเราจึงได้มาปฏิบัติเป็นกลุ่มขึ้นเพื่อฟังธรรม เพื่อจะได้รู้จักว่าของดีเป็นอย่างไร ของดีอยู่ที่ไหน? ทำอย่างไรถึงจะได้? เพื่อเราจะได้รู้จักอย่างแน่นอน ถ้ารู้จักแน่นอนแล้วของดีก็อยู่กับตัวเรา
พระพุทธองค์ท่านสอนว่า “..อัคขาตาโร ตถาคตาพระตถาคตเป็นผู้บอก..” ท่านเอาของดีให้เราไม่ได้ ท่านบอกว่าอันนั้นควรละ อันนั้นควรประพฤติปฏิบัติ อันนั้นผิดอันนั้นถูก ท่านบอกให้เท่านี้ ไม่ใช่ว่าท่านจะเอาของดีให้เรา เอาความชั่วหนีออกจากเราได้ เราต้องทำเอาเองความดีสร้างเอาเอง ความชั่วถ้ามีขึ้นก็ละเอาเอง..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
(พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)






พยายามภาวนาทำให้จิตใจสงบ จิตใจให้เป็นหนึ่ง จิตใจให้นิ่ง เมื่อจิตใจนิ่ง จิตใจสงบแล้ว ก็นำมาพิจารณาทางวิปัสสนาปัญญา หลวงตามหาบัวท่านก็เปรียบเทียบน่าฟัง ท่านว่าเมื่อจิตใจเป็นสมาธิแล้ว เหมือนกับมีขวานอยู่ในมือ พอมีขวานอยู่ในมือมันก็ตัดกิ่งท่อนไม้ที่มันขวางหน้าเรา คือกิเลส ราคะ โทสะ โมหะ เมื่อมีขวานอยู่ในมือเราก็ใช้ขวานตัดท่อนไม้ ตัดขาดหรือตัดไม่ขาดเราก็รู้ เพราะเรามีสมาธิ คือเรามีสมาธิดู เป็นคนจับขวานฟัน ใช้ปัญญาฟัน พิจารณากลั่นกรองไตร่ตรองในเรื่องเหตุผลเรื่องนั้นๆ ผลที่สุดมันขาดหรือมันไม่ขาดเราก็รู้ เพราะเรามีสติอยู่กับในการเป็นอยู่ของเรา มีสติสัมปชัญญะ เรามีสมาธิในการพิจารณาอยู่

เรื่องสมาธิเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ ถ้ามีสมาธิแต่ไม่ได้ใช้ คล้ายๆว่ามีขวานแล้วก็เก็บอยู่เฉยๆ เหมือนมีสมาธิจิตใจสงบนิ่งเฉยๆ อันนั้นไม่เกิดประโยชน์ ในเมื่อมีสมาธิดีแล้ว จิตใจนิ่งสงบดีแล้วนำสมาธินั้นมาพิจารณา ถอนออกมาจากสมาธิมาพิจารณาทางด้านวิปัสสนาปัญญา ให้เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา กิเลสมันมาทางไหน กิเลสตัวไหนมันเข้ามาในจิตใจของเรา กิเลสกามราคะใช่ไหม เรื่องกามเรื่องเพศใช่ไหม เราต้องดู แล้วมันมีอะไรความสวยงาม เนื้อหนังมังสาเนื้อเอ็นกระดูกอย่างนั้นใช่ไหม แยกส่วนแบ่งดูซิ อันไหนคือความสวยงาม ถลกหนังออกแล้วเป็นยังไง มีแต่กระดูกเป็นยังไง สวยงามไหม เห็นไหมมีแต่โครงกระดูก เราก็เหมือนกัน เขาก็เหมือนกัน แล้วความกำหนัดยินดีจุดนั้นจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อเราเห็นความความอนิจจัง ความอสุภะปฏิกูลเห็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างนั้นขึ้นมาแล้ว จิตใจของเราเกิดความเบื่อหน่ายคลาย จิตใจก็จะถอดถอนกิเลสออกได้ง่าย เพราะพิจารณาเห็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ร่างกายทุกส่วน อีกสักวันหนึ่งนะใจนะ อย่าไปลุ่มหลงมัวเมานะ อย่าไปติดในลาภในยศสรรเสริญ ทุกสิ่งทุกอย่าง ใจนะ อีกสักวันหนึ่งตายนะ เอาไปเผาไฟทิ้งแน่ๆนะใจนะ

สรุปแล้วก็คือการภาวนาให้ดูกาย ให้ดูใจ ดูใจแล้วก็ดูกาย มันมีอยู่ 2 อย่างเท่านั้น

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “กำลังช่วยพระ หรือกำลังฆ่าพระ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๘


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO