นวรัตน์ดอทคอม

รวบรวมสาระความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 05 ก.พ. 2026 11:43 am

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


Switch to mobile style


โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ทำจิตให้สงบ
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 31 ม.ค. 2026 8:56 am 
ออฟไลน์

ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 07 มิ.ย. 2009 7:24 pm
โพสต์: 5199
..ความตายนี้ไม่น่ากลัวอะไรเพราะมันต้องตายแน่นอน แต่ความเกิด เกิดขึ้นมานี่ซิ มันเกิดมากเท่าไรหลายภพหลายชาติเท่าไร เราก็ยิ่งจะทุกข์ไปหลายภพหลายชาติต่อไปอีกอยู่ เราจะทำกันอย่างไรจึงจะให้มันขาดไปจากดวงใจของพวกเรา ที่เราจะไม่หลงยึดมั่นในสิ่งเหล่านั้น เราจึงจะพากันพ้นทุกข์..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..





“พระบรมศาสดา เป็นเอกแห่งครูทั้งหลาย พระพุทธองค์ท่านแสดงธรรม เบื้องต้น ท่ามกลาง และบั้นปลายขั้นสูงสุดตามแต่มีเหตุให้ได้แสดง ท่านพิจารณเป็นบุคคล เมื่อพิจารณาเห็นว่ากุศลถึงพร้อมที่บรรลุธรรม พระองค์ท่านถึงแสดงธรรม ไม่แสดงแก่บุคคลที่ไม่ศรัทธา หรือบุคคลที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นไปตามเหตุแต่ละบุคคลนั้นไป”

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
พระเทพวิสุทธิมงคล
วัดประชาคมวนาราม(ป่ากุง)
อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด






"ปฏิปทาทั้งสี่"

เราได้อุบัติเกิดมาเป็นมนุษย์และได้พบพระพุทธศาสนา คือคำสั่งสอนพร้อมด้วยเหตุและผล อันเป็นแนวทางให้ไปถึงผลอันดีที่พึงหวัง จึงชื่อว่าเราเป็นผู้มีวาสนาอยู่แล้วเวลานี้ เป็นเพียงเราจะส่งเสริมเพิ่มเติมวาสนาบารมีของเราด้วยวิธีการต่าง ๆ ให้เป็นตัวบุญพูนผลขึ้นมา เป็นเครื่องสนับสนุนจิตใจของเรา ให้ได้ก้าวพ้นจากทุกข์ไปโดยลำดับจนถึงวิมุตติหลุดพ้นเท่านั้น

ส่วนวาสนาของเรามีอยู่แล้ว มีอยู่ด้วยกันทุกคน เป็นแต่เพียงว่ามากน้อยต่างกัน เหมือนดั่งตาน้ำที่อยู่ลึกบ้าง ตื้นบ้าง ผู้บรรลุธรรมได้รวดเร็ว เช่น...

- “สุขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา” ทั้งปฏิบัติสะดวกทั้งรู้ได้เร็ว นั่นก็เหมือนกับตาน้ำอยู่ตื้น ๆ ขุดลงไปไม่ลึกนักก็เจอตาน้ำแล้ว และที่อยู่ลึกลงไปกว่านั้น ก็มี

- “สุขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา” ปฏิบัติสะดวกแต่รู้ได้ช้านั้น ก็มี

- “ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา” ทั้งปฏิบัติลำบากทั้งรู้ได้ช้าอย่างนั้น ก็มี

- ”ทุกฺขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา” ปฏิบัติลำบากแต่รู้ได้เร็วอย่างนั้น ก็มี

มีอยู่ในจิตใจของเรานี้แหละ ปฏิปทาทั้งสี่นี้ ไม่นอกเหนือไปจากจิตใจของผู้ปฏิบัติธรรมเลย จงอย่าคิดไปที่อื่น ๆ จะผิดจากหลักธรรมอันถูกต้องแม่นยำ
.
--- คำสอน หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี





การประพฤติปฎิบัติธรรมหรือว่าการบำเพ็ญคุณงามความดี การอยู่ร่วมกันเราไม่ใช่อยู่แบบไม่รับภาระไม่รับหน้าที่อะไรเลย มันอยู่แบบซังกะตายมันก็ไม่ได้นะพระลูกพระหลานนะ แต่ว่าการทำการทำงานจนไม่รู้จักหยุดไม่รู้จักหย่อนทั้งปีทั้งภพทั้งชาติก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน อันนี้เมื่อทำเราก็ต้องทำเวลาหยุดเราก็ต้องหยุดนะ อันนี้หลวงพ่อไม่ให้ทำตลอดไป แต่ว่าเรื่องการภาวนาหลวงพ่อให้ทำตลอดนั่นนะ เพราะเราบวชมาเพื่ออะไร อย่างที่หลวงพ่อพูดเมื่อเช้านี่นะ บวชลักบวชลี้ บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกตามเพื่อน บวชเปื้อนศาสนา หลวงพ่อพูดไล่คนโบราณครูบาอาจารย์โบราณท่านเล่าท่านกล่าวให้หลวงพ่อได้ฟัง หลวงพ่อก็มาเอาธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์มาแนะแนวแนะนำให้พระลูกพระหลานของหลวงพ่อได้ยิน

บทลักบวชลี้ก็คือคล้ายๆ กับว่าหนีกฎหมายของเขา เป็นขโมยโพยโจรทำตนไม่ดีแล้วขโมยบวช บวชหนีสงสาร ตั้งอกตั้งใจภาวนาหาทางพ้นทุกข์ เพื่อจะหนีจากสงสารจะไม่มาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชเข้ามาแล้วไม่ทำการทำงานอะไร กินข้าวกินแล้วนอน กอนแล้วนิน กินแล้วนอนไปเรื่อยไม่ได้คิดอะไร บวชสนุกตามเพื่อนเห็นเพื่อนบวชก็ไปอย่างงั้นล่ะ ไม่ได้มีอนาคต ไม่ได้มุ่งหวังอะไร อันนั้นก็ใช้ไม่ได้บวชสนุกตามเพื่อน บวชเปื้อนศาสนายิ่งแย่ใหญ่อีกทีนี้ บวชเข้ามาแล้วยังไม่ทำให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองทำให้เสียหายอีก ทำตนไม่ดีอีกกินยาบ้ายาม้าทำตัวไม่ดีทำให้เสียหายวงการพุทธศาสนา สิ่งเหล่านี้พวกเราต้องทบทวน เมื่อได้ยินเสียงหลวงพ่อแล้วนี่ให้ลูกหลานทุกคนต้องโอปนยิโกมองตนเอง แต่หลวงปู่ขาวท่านบอกว่า บวชลักบวชลี้ บวชขี้ใส่ถาน ท่านว่านะ

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
๒๖ มกราคม ๒๕๖๙





ถือศีล ระวัง อย่าดูแคลนคนทุศีล

จิตสงบ ระวัง อย่าประมาทคนฟุ้งซ่าน

จะดีได้ ดีจริง ดีนาน ก็เพราะรู้จักดี รู้จักป้องกันความดีของตน

กราบโอวาทธรรม...พระอาจารย์ชยสาโร





การทำดีต้องไม่มีพอ ต้องทำให้ยิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพราะไม่มีใครอาจประมาณได้ว่าเมื่อใดจะตกไปในที่มืดมิดขนาดไหน ต้องการแสงสว่างจัดเพียงใด ถ้าไม่ตกเข้าไปในที่มืดมิดขนาดไหน ต้องการแสงสว่างจัดเพียงใด ถ้าไม่ตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมายนัก มีแสงสว่างมากไว้ก่อนก็ไม่ขาดทุน ไม่เสียหาย
.
แต่ถ้าตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมาย แสงสว่างน้อย ก็จะไม่เพียงพอจะเห็นอะไรๆ ได้ถนัดชัดเจน การมีแสงสว่างมากจะช่วยให้รอดพ้นจากการสะดุดหกล้มลงเหวลงคู หรือตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายจนถึงตายถึงเป็น
.
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
พระนิพนธ์แสงส่องใจ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๘






"#หน้าที่ของฆราวาส_ไม่ได้อยู่ที่การทำบุญสุนทานอย่างเดียว
แต่ควรจะมีการฝึกอบรมทางจิตด้วย
เพราะธรรมะไม่ใช่สิ่งที่อยู่อื่นไกล
ไม่ได้อยู่กับพระ ไม่ได้อยู่ในวัด
ไม่ได้อยู่ในคัมภีร์

ธรรมะเป็นความจริงสำหรับทุกสิ่งที่มีชีวิต และการพ้นจากทุกข์นั้น
เกิดจากการเข้าถึงธรรมะนั่นเอง
การปฏิบัติธรรมเป็นการปฏิบัติที่จิตที่ใจ

ถ้าหากคนเรายังมีอาการเคลื่อนไหวและหายใจอยู่ ยังรู้จักเย็น รู้จักร้อน
รู้จักชอบ รู้จักชัง ก็ยังพอปฏิบัติธรรมได้ เพราะธรรมะนั้นเกิดอยู่ที่กายที่ใจเรานั่น

อย่าเข้าใจว่าธรรมะมันห่างจากเรา
มันอยู่กับเรานี่แหละ
เป็นเรื่องของเราทั้งหมดธรรมะนี้

ลองดูสิ..เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวก็เสียใจ
เดี๋ยวก็พอใจ เดี๋ยวไม่พอใจบ้าง
เดี๋ยวโกรธคนนั้นบ้าง
เดี๋ยวเกลียดคนนี้บ้าง
ธรรมะทั้งนั้นแหละ_โยม !!!."


กราบพระธรรมคำสอน...พระโพธิญาณเถระ (หลวงพ่อชา สุภัทโท )
วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี








“...หากท่านกำลังเผชิญกับความทุกข์ ก็จงอย่าท้อแท้ อย่าหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกห่อเหี่ยวตรอมตรม และอย่าตีโพยตีพายโทษผู้หนึ่งผู้ใด

แต่จงเร่งใช้โอกาสที่ประสบความทุกข์อยู่นั้น เป็นเครื่องฉุกใจให้คิดได้ ให้ตระหนักเห็นถึงสภาวลักษณะตามธรรมดาของโลก ให้เข้าใจในความจริงว่าไม่มีชีวิตใดเลยที่ไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์

แล้วปฏิญาณในใจ ณ ขณะปัจจุบันนั้นว่า จะไม่เผลอทำชั่ว ซึ่งย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ในอนาคตอีก พร้อมกับเร่งขวนขวายศึกษาอบรมตน ให้งอกงามด้วยคุณธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป...”

กราบ...สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก






คำสาปแช่ง..มันไม่เป็นจริงหรอก
ทำบาป..ไม่ต้องให้ใครสาปแช่ง
มันก็เหมือนถูกสาป

ทำบุญ..ไม่ต้องให้ใครเขาให้พร
มันก็ได้พรอยู่ในตัว

มันอยู่ที่การกระทำของเรา

กราบ...พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต






"ภาวนาดี อย่าไปดีใจ
ภาวนาไม่ดี อย่าไปเสียใจ
ให้ดูเอาเฉยๆ...
ว่าที่ภาวนาดีไม่ดีนั้น เป็นเพราะอะไร
ถ้าเราสังเกตได้อีกไม่นานก็จะกลายเป็นวิชชาขึ้นมาในตัวเรา"

กราบโอวาทธรรม...ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก





"ภัยที่แท้จริงนั้น..อยู่ที่ความอยาก

อยากไม่แก่
อยากไม่เจ็บ
อยากไม่ตาย..ต่างหาก
ตัดตัวนี้ออกไปได้

ใจก็สงบ..มีความสุข
ปล่อยแล้วก็จะสบาย"

กราบโอวาทธรรม..พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จ.ชลบุรี







"ถึงแม้สูญเสีย ก็ไม่สูญสิ้น เพราะปิติไปด้วยสิ่งดี กรรมดี ความดีนั่นเอง

สิ่งเหล่านี้จะติดตัวนำพาตัวเองให้ไปสู่สิ่งที่ดี ภพที่ดี มนุษย์เรานั้นขวนขวายหาแต่สิ่งสะดวกสบาย แต่ไม่พยายามแสวงหาความดี กรรมดี เติมให้กับตัวเองเลย"

กราบโอวาทธรรม...ท่านพ่อลี วัดอโศการาม






"การทำอะไร มันอยู่ที่ความเพียร ทำอะไรต้องจริงจัง ต้องพยายามถึงที่สุด ต้องอดทน

ถ้ายังไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ อย่าไปเบื่อมัน ต้องทดลอง ต้องเพียร ต้องพยายามให้รู้ว่าเป็นจริงเป็นจังแค่ไหน

ถ้าไม่ถูกต้อง ต้องทดลองใหม่จนกว่ามันจะเข้าท่า ผลอันไหนมันจะเป็นอย่างไร ไม่ถูกต้องก็จะรู้ได้"

กราบคติธรรม...หลวงปู่ชุบ สุมิตฺโต






#ใกล้ตายจึงนึกถึงพระ_มีทุกข์มาถึง จึงนึกถึงพระศาสนา

"บรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้น เมื่อไม่มีทุกข์มาถึงตัว มักไม่เห็นคุณพระศาสนา มัวเมาประมาท ปล่อยกายปล่อยใจ ให้ประพฤติทุจริตผิดศีลธรรมอยู่เป็นประจำนิสัย เห็นผิดเป็นถูก เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ต่อเมื่อได้รับทุกข์เข้า ที่พึ่งอื่นไม่มีนั่นแหละ จึงได้คิดถึงพระ คิดถึงศาสนา แต่ก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว"

กราบโอวาทธรรม...หลวงปู่แหวน สุจิณโณ





ทำไมจึงต้องเป็นโรคนั้นโรคนี้..?

"คนเรามักชอบคิดสงสัยว่า #ทำไมเราจึงต้องเป็นโรคนั้นโรคนี้ ทำไมสิ่งไม่ดีต้องเกิดกับเรา ทั้งๆ ที่เราทำแต่ความดี ไม่เคยทำบาป มีชาวบ้านไปหาหลวงพ่อชาแล้วถามอย่างนี้ หลวงพ่อท่านว่า สิ่งไม่ดีทั้งหลายเกิดขึ้นเพราะเราเกิด #เกิดเป็นคน ก็มีร่างกายที่พร้อมจะแก่จะเจ็บจะตาย นี่เป็นธรรมชาติธรรมดาของมัน

คนเราเคยเกิดมาหลายภพหลายชาติแล้ว แต่ละคนล้วนมีบุญมีบาปติดตัวมา สิ่งไม่ดีที่เกิดกับเราอาจเป็นผลของอดีต แต่การที่จะบอกแน่นอนว่าเพราะชาติก่อนเคยทำอย่างนั้นอย่างนี้ ชาตินี้จึงเป็นอย่างนี้ จะพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนมาก

เราต้องเข้าใจว่าผลกรรมนี่ ไม่ได้หมายถึงว่ามีใครลงโทษ มันเป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดา เหมือนเราเดินอยู่ในทะเลทรายอากาศร้อนมากจนเหงื่อตก หรือไปอยู่ที่ขั้วโลกแล้วเราหนาวสั่น ก็ไม่ใช่ว่ามีใครลงโทษเรา มันเป็นธรรมชาติธรรมดาอย่างนั้นเอง

ที่เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ #ก็ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร เมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว ทำอย่างไรจะให้มันดีที่สุดเท่าที่เป็นได้ แม้เราจะรู้สึกเหมือนเจอทางตัน ไม่มีทางไปต่อ ท่านว่าเราก็ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาทางจิตใจได้ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ เป็นเรื่องของกาย หากจิตใจเรายังเจริญให้งดงามได้"

กราบโอวาทธรรม...พระอาจารย์ชยสาโร





ตาดี คือ..สามารถเห็นความดีในคนรอบข้างทุกคน

หูดี คือ..รู้จักฟังหูไว้หู ไม่ตื่นข่าว ไม่หูเบา

จมูกดี คือ..สามารถดมกลิ่นความดีของผู้ทรงศีลได้

ลิ้นดี คือ..สามารถรับรสอาหารโอชะ โดยไม่หลงใหล

กายดี คือ..แข็งแรงพอเป็นพาหนะในการทำความดี

ใจดี คือ..รักและตั้งมั่น ในความดี

กราบโอวาทธรรม...พระอาจารย์ชยสาโร








"มัวแต่ฉลาด และรู้จำ

จะรู้ธรรมได้อย่างไร

จำ รู้ ดูฐานจิตภายใน

อย่าส่งจิตไปไหน

ก็พร้อมรู้ธรรมได้ทุกๆ คน"

กราบโอวาทธรรม...พระธรรมวชิรญาณโกศล (หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล)







"ความดีที่ได้บำเพ็ญกันมานั้น แม้เมื่อมันยังไม่เกิดสมใจของเราในขณะนั้นก็ตาม ก็อย่าประมาท คือ ความดีนิดๆ หน่อยๆ นั้น มันเหมือนกับไฟ

ไฟนั้น อย่าไปประมาท เพียงไม่ขีดก้านเดียวเท่านั้น มันสามารถสังหารผลาญบ้านเมืองให้ย่อยยับได้

นี่! ความดีมันมีอำนาจ

เหตุนี้พระพุทธองค์จึงได้สั่งสอนพวกเรามิให้ประมาท ความดีที่ได้สร้างมา ถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม ย่อมมีอำนาจสามารถจะช่วยป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ผ่อนหนักผ่อนเบาให้ปลอดภัย"

กราบโอวาทธรรม...ท่านพ่อลี วัดอโศการาม







การที่จะทำใจ..ให้เป็นสุขผ่องใสนั้น ไม่มีใครจะทำให้ใครได้ เจ้าตัวต้องทำของตัวเอง

วิธีทำก็คือ เมื่อเกิดโลภ โกรธ หลง ขึ้นเมื่อใด ให้พยายามมี ‘สติ‘ รู้ให้เร็วที่สุด และใช้ปัญญายับยั้งเสีย..ให้ทันท่วงที
----------------------------------------
คติธรรม : สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก





บุญไม่มีตัว ไม่มีตน แต่มีฤทธิ์ หากช่วงใดดวงดี บุญก็จะหนุนนำให้ดียิ่งขึ้นไป หากช่วงใดดวงไม่ดี
บุญก็จะคอยอุ้มชู ให้เราไม่ตกอับ"

กราบโอวาทธรรม..หลวงปู่หล้า เขมปัตโต






"บาปนั้นพอแล้ว ไม่ต้องทำอีก
บุญนั่นแหละยังน้อยอยู่ ให้รีบทำ"

กราบโอวาทธรรม..หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร





"เวลากรรมมันไล่มาถึงแล้ว ไม่มีใครจะหลีกลี้หนีพ้นได้ ต่อให้บินเหาะหนีขึ้นไปอยู่บนฟ้านภากาศ ก็ต้องร่วงลงสู่กรรม"

กราบโอวาทธรรม...หลวงปู่ชอบ ฐานสโม







การทำบุญนั้น ตามหลักพระพุทธศาสนาไม่ให้ทำมาก ให้ทำแต่น้อย ต้องแบ่งทรัพย์ให้เป็น 4 ส่วน

ส่วนหนึ่งเอาไว้เป็นทุน

ส่วนหนึ่งเอาไว้ซื้ออยู่ซื้อกิน

ส่วนหนึ่งเอาไว้ซื้อหยูกซื้อยาเวลาเจ็บป่วย

ส่วนหนึ่งเอาทำบุญ ให้แบ่งทำบุญเอาไว้ส่วนหนึ่ง อีก 3 ส่วนเอาไว้ดูแลตนเอง

พระองค์ทรงสอนเอาไว้อย่างนั้น ทำไม่ต้องทำมาก บุญนี้ไม่ใช่เป็นของที่เศร้าหมอง บุญคือความสุข ทำแล้วต้องมีความสุขใจเอิบอิ่มใจ ปลื้มปิติยินดีในคุณงามความดีที่ตนเองได้กระทำนั้น

เมื่อจิตใจเศร้าหมองขุ่นมัวยุ่งเหยิงอะไรต่างๆ เกิดขึ้น เราก็ระลึกถึงบุญกุศลที่ตนเองได้ทำเอาไว้ มาเปลี่ยนอารมณ์ที่เศร้าหมองขุ่นมัวนั้นให้ดับไป มาเปลี่ยนอารมณ์ที่มีความสุขให้เกิดขึ้นมาแทน เรียกว่า “การทำบุญ..”

กราบ...หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป







"วิ่งไล่ความสุขเท่าไหร่ ก็ไม่ทันสักที
หยุดวุ่น หยุดฟุ้งเมื่อไหร่ ความสุขก็มาหาเราเอง"

พระอาจารย์ชยสาโร





"การปฏิบัติธรรมเรื่อยๆ ไปไม่หยุดยั้ง ผลย่อมเกิดขึ้นทุกครั้งไป และจะสืบเนื่องกันไปไม่ขาดระยะ ตราบใดที่ยังไม่ทิ้งการทำนั้น"

กราบโอวาทธรรม...หลวงปู่ขาว อนาลโย






ให้พากันแก้ไขเจ้าของ
อย่าไปแก้ไขคนอื่น

แค่แก้ไขเราเอง ก็ยังยาก
จะไปแก้ไขคนอื่นได้อย่างไร.

กราบโอวาทธรรม...หลวงปู่แบน ธนากโร





“ถ้าไม่อยากทุกข์
ก็ต้องอยู่กับความจริง”

คติธรรม...พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต





"จงพยายามหาที่พึ่งให้ตัวเอง คนที่หาพึ่งแต่คนอื่น จะพบแต่ความหลอกลวง การฝึกจิตให้เป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้ คือ..การฝึกสติ

การปฏิบัติธรรมตามแนวของพระพุทธเจ้าที่ถูกต้อง อยู่ที่การสร้างจิตของตัวเองให้มีพลังเข้มแข็ง มีสติสัมปชัญญะรู้รอบอยู่ที่ตัวเอง สามารถยืนหยัดอยู่ในความเป็นอิสระได้ตลอดกาล ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยอะไร"

กราบโอวาทธรรม...หลวงพ่อพุธ ฐานิโย





"อันตรายภายนอกนั้น เราไม่กลัว เรากลัวอันตรายจากกิเลสภายในใจของตนเองเท่านั้น ใจคนเราที่ฟุ้งซ่านหงอยเหงา เกิดจากกิเลสสามกองภายในใจของตนเองบั่นทอน

ใจฟุ้งซ่าน ไม่ได้เกิดจากสิ่งภายนอกสัตว์บุคคล มันเกิดจากใจเราเข้าไปยึดถือให้เป็นธรรมารมณ์ทั้งนั้น"

กราบโอวาทธรรม...หลวงปู่ชอบ ฐานสโม






เรื่อง "ทาน" ไม่ใช่เรื่องเล็ก
เราอย่านึกว่าเรื่อง "ทาน"
เป็นเรื่องเล็ก สังเกตไหมว่า
ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์คือ มาทำทาน

พระเวสสันดรทำทาน เสียสละยอมเหนื่อยทุกอย่าง ยอมลำบาก ทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของคนอื่น
ฉะนั้นพวกเรา ถ้าทำงานอาสาสมัคร สวมหัวใจอย่างพระเวสสันดรไว้

ทำ...ไม่ใช่เพื่อเอาเข้าตัว
ทำ...เพื่อส่วนรวม เพื่อคนอื่น
เพื่อสัตว์อื่น
สิ่งที่ได้ตอบมา...มหาศาล
คือ พอลดละความเห็นแก่ตัวได้มาก

เวลาเราภาวนา ที่จะล้างกิเลสนั้น
ก็ไม่ต้องล้างเยอะ คนเห็นแก่ตัวภาวนายาก ภาวนาไม่ได้ เพราะตัวตนของมัน..ใหญ่เหลือเกิน

ในขณะที่ คนที่เสียสละ
ทำอย่างโน้น อย่างนี้ เสียสละ
วิธีเสียสละ ทำได้เยอะแยะไป
อย่างไปบริจาคโลหิต ก็เสียสละ
ได้บุญเยอะ บริจาคอวัยวะร่างกาย
ได้บุญมากกว่า ทำทาน ที่ใช้เงิน
ใช้วัตถุ ทำได้ ก็ทำ

หลวงปู่ดูลย์ ท่านเคยสอนว่า
ความดีทั้งหลาย มีโอกาสทำ ก็ให้ทำ
ถ้าโอกาสผ่านไปแล้ว ก็อยู่เฉยๆ
ภาวนาไป ท่านก็สอน อย่างนี้

ฉะนั้นพอเข้าใจที่เรามาช่วยกันทำงาน จุดสำคัญเพื่อ ลด ละ กิเลส
นี่คือประโยชน์ของตน เพื่อช่วยเหลือสืบทอดศาสนาให้ความร่มเย็นกับคนซึ่งเร่าร้อนยากลำบาก เป็นประโยชน์ของผู้อื่น

ประโยชน์ของเรา คือ เราได้พัฒนา ใจของเรา
สุดท้ายเราจะไปสู่ประโยชน์สูงสุดคือ..."พระนิพพาน "

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
๑ ธันวาคม ๒๕๖๘




อย่าภาวนาด้วยความโลภ

"อาศัยสติ ทำกรรมฐานไป มีสติรู้เนื้อรู้ตัวไป จิตฟุ้งซ่านก็รู้ จิตสงบก็รู้ จิตรวมก็รู้ จิตไม่รวมก็รู้ รู้ไปเรื่อยๆ อย่าทำด้วยความโลภ ร้อยละร้อยของนักปฏิบัติทำด้วยความโลภ เท่าที่หลวงพ่อเห็นมา

พอนั่งสมาธิปุ๊บก็นึกถึงทำอย่างไรจะสงบ แล้วก็หาทางทำจิตให้สงบ มันสงบยาก เพราะจิตไม่ได้หยุดพัก จิตถูกเคี่ยวเข็ญให้ทำงาน คิดว่าทำอย่างไรจิตจะดี ทำอย่างไรจิตจะสุข ทำอย่างไรจิตจะสงบ จิตมันถูกเคี่ยวเข็ญให้ทำงาน มันเลยไม่ได้พักผ่อน ไม่สงบหรอก

เพราะฉะนั้น อย่าทำด้วยความโลภ ทำกรรมฐานทุกอย่าง ตั้งใจไป ถือว่าเราทำเป็นพุทธบูชา ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองใดๆ ทั้งสิ้น ถือว่าเราปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า ตั้งใจไว้อย่างนี้เลย
ทุกคราวที่เราปฏิบัติธรรม ไม่ได้หวังผล คิดแค่ว่าเราจะปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า ถ้าเราไม่ได้ทำด้วยความโลภ ทำกรรมฐานไป ไม่ได้ทำด้วยความโลภ ประเดี๋ยวเดียวจิตก็สงบแล้ว

ถ้าทำด้วยความโลภ จิตมันจะหิว
มันก็จะดิ้นไปดิ้นมา แสวงหาอารมณ์ภายนอก แสวงหาอารมณ์ภายใน บังคับจิตใจ จิตใจก็เหน็ดเหนื่อย
ทำกรรมฐานเสร็จแล้วเหนื่อยเหลือเกิน ถ้าทำเป็นไม่เหนื่อยหรอก
จิตเข้าสมาธิ ออกจากสมาธิ มันสดชื่น ไม่รู้จะเหมือนอะไรเลย มันชุ่มชื่น สดชื่น อิ่มเอิบ เบิกบาน มีความสุข"

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot] และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
ขับเคลื่อนโดย phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by phpBBThailand.com
phpBB SEO